เมืองกำบังสวรรค์คือเมืองที่มีขนาดใหญ่นับล้านลี้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ตั้งมั่นเมืองหลวงของนิกายมาร
พื้นที่ของเมืองกำบังสวรรค์ทั้งหมดแทนที่จะเรียกว่าเป็นเมืองเมืองหนึ่ง มิสู้เรียกว่าเป็นอาณาจักรหนึ่งน่าจะเหมาะสมกว่า
เมืองกำบังสวรรค์มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนนับแสนนับล้านที่อาศัยอยู่ และมีสังกัดขุมกำลังแยกย่อยภายใต้ร่มธงนิกายมารตั้งอยู่ที่ตรงนี้
เมืองกำบังสวรรค์ดำรงอยู่ในฐานะที่พิเศษมากในแดนอันธการ และเป็นสถานที่ที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสอง โดยเมืองกำบังสวรรค์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้วอำนาจใดๆ
แม้จะมีก๊กมีฝ่ายขุมกำลังแยกย่อยภายในมากมาย ทว่ามันอยู่ในความครอบครองของนิกายมารทั้งหมด ขุมกำลังเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกนิกายมารทั้งสิ้น
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นขุมกำลังใดๆ สมาชิกคนใดก็ตามล้วนแล้วแต่สามารถผ่านเข้าออกได้ สามารถอาศัยอยู่ได้ตลอดเวลา และจะอาศัยอยู่นานเท่าไรก็ได้
เมืองกำบังสวรรค์ปกครองดูแลโดยปฐมบรรพบุรุษโม่ฟาน ทุกๆ ขุมกำลังในนิกายมาร ไม่สามารถตัดสินโดยลำพังได้ อำนาจเบ็ดเสร็จทุกอย่างขึ้นตรงต่อปฐมบรรพบุรุษโม่ฟานเพียงแต่ผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้เอง ในนิกายมาร การขัดแย้ง หรือบุญคุณความแค้นระหว่างขุมกำลังต่างๆ หรือยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนด้วยกัน เมื่อก้าวเข้าไปยังเมืองกำบังสวรรค์แล้ว ขอเพียงมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยุติการต่อสู้ล่ะก็ อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องยุติโดยไม่มีเงื่อนไข
เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องการให้ความขัดแย้งหรือการต่อสู้ดำเนินการต่อไป ก็ต้องออกไปจากเมืองกำบังสวรรค์เท่านั้น
ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประกาศยุติความขัดแย้ง อีกฝ่ายหนึ่งยังคงตามล่าสังหารต่อไปภายในบริเวณเมืองกำบังสวรรค์ จะต้องถูกลงโทษโดยสมาชิกนิกายมารทั้งหมด
ด้วยสาเหตุนี้เอง เมืองกำบังสวรรค์จึงกลายเป็นสถานที่ที่บรรดาผู้คนมองว่าเป็นที่ที่สำหรับหนีเอาชีวิตรอด และรักษาชีวิตตลอดเวลาที่ผ่านมา
ดังนั้น มักจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเสมอๆ เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น หากมีขุมกำลังใดถูกฆ่าล้างสำนัก ศิษย์ของสำนักดังกล่าวมักจะหนีเข้าไปยังเมืองกำบังสวรรค์เพื่อรับการคุ้มครอง
ด้วยเหตุนี้เอง ในเมืองกำบังสวรรค์จึงมีศิษย์ผู้บำเพ็ญตน ของขุมกำลังที่ถูกทำลาย และหรือผู้ฝึกตนพเนจรมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ในเมืองกำบังสวรรค์ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาจึงไม่เคยมีใครกล้าฝ่าฝืนหรือทำลายกฎระเบียบ
เหตุผลนั้นง่ายมาก เมืองกำบังสวรรค์ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยปฐมบรรพบุรุษโม่ฟาน ตำหนักโบราณ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ตั้งตระหง่าน ล้วนแล้วแต่ถูกขัดเกลาสัจธรรมด้วยมือของเขาทั้งสิ้น
กล่าวสำหรับนิกายมารแล้ว กฎระเบียบที่ปฐมบรรพบุรุษโม่ฟานกำหนดขึ้นมาก็คือกฎเหล็กที่สูงสุด ใครก็ตามหากกล้าฝ่าฝืนก็คือการท้าทายอำนาจของเขา ต้องถูกเข่นฆ่าสังหารไม่เว้นทุกกรณี
พื้นที่นอกรอบเมืองกำบังสวรรค์นั้นเป็นผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล ที่ตรงนั้นมีหุบเขาที่ลึกและเงียบถูกปกคลุมด้วยความมืดอยู่นับไม่ถ้วน มีที่ราบลุ่มที่กว้างขวาง ยิ่งกว่านั้นยังมีหน้าผาที่สูงชันแต่ละแห่ง ทว่าที่ตรงนี้ไม่เหมาะแก่การให้ผู้คนอาศัย
ความจริงแล้ว พื้นที่รอบนอกของเมืองกำบังสวรรค์ มันอยู่นอกเหนืออำนาจของปฐมบรรพบุรุษโม่ฟาน มันคือพื้นที่รกร้าง
ขณะที่พื้นที่รกร้างแห่งแล้วแห่งเล่าเหล่านี้ใช่ว่าปฐมบรรพบุรุษโม่ฟานไม่ต้องการจะครอบครอง ทว่ามันเป็นอาณาเขตอิสระที่เหล่าบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ไว้เดินเล่น เสมือนว่าเป็นสวนหลังบ้านของพวกเขาอย่างนั้น การที่ปฐมบรรพบุรุษโม่ฟานสามารถจัดตั้งเมืองกำบังสวรรค์ในแดนอันธการได้นั้น เพราะเขาได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับบรรดาผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นแล้ว
นอกเหนือจากอาณาเขตของเมืองกำบังสวรรค์ไป ผู้ใดคิดจะตั้งรกรากอยู่อาศัยก็ต้องย้อนกลับมาประเมินกำลังของตัวเองเสียก่อน
เมื่อคณะของหนิงหลงได้เดินทางข้ามโลกมาถึงด้านนอกของเมืองกำบังสวรรค์นั้น เจียงไท่กงอดที่จะมองดูเมืองกำบังสวรรค์จากระยะห่างไกล มองดูตำหนักโบราณแต่ละตำหนัก และกำแพงเมืองแต่ละชั้น รู้สึกทอดถอนใจด้วยความหดหู่พรั่งพรูในใจ
"ภาพลักษณะเช่นนี้ชวนดูหดหู่ไม่น้อย เมื่อเทียบกับขุมกำลังมหาอำนาจบนสิบแดนของพวกเราแล้ว ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว" เจียงไท่กงได้กล่าวทอดถอนใจด้วยความหดหู่
"นี่คือศูนย์หลักนิกายมารของพวกเราอย่างนั้นรึ!" บรรดาสมาชิกนิกายมารที่มาจากสิบแดนต่างรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
เปรียบเทียบกับเมืองที่มีขนาดยักษ์อย่างเมืองกำบังสวรรค์แล้ว นิกายมารบนสิบแดนของพวกเขาก็เสมือนดั่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง พวกเขาที่ยังไม่ทันได้เข้าไปยังเมืองกำบังสวรรค์ก็คล้ายบ้านนอกเข้ากรุงอย่างนั้น
ถ้าหากนิกายมารบนสิบแดนพวกเขาสามารถมีความโอ่อ่าสักหนึ่งในสิบของเมืองกำบังสวรรค์แล้วล่ะก็ ช่างเป็นอะไรที่คู่ควรแก่การภาคภูมิใจในตัวเองอย่างนั้น
"พวกเขายินดีที่จะต้อนรับพวกเราหรือไม่?" จี้เทียนอดที่จะเอ่ยเสียงแผ่วเบาขึ้นมา
"ไม่ต้อนรับก็ทำลายทิ้ง" หนิงหลงกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทีไม่แยแส "ก็แค่เมืองหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ดั่งใจก็ทุบทิ้งแล้วค่อยสร้างใหม่"
จี้เทียนถึงกับยิ้มเจื่อนๆ กล่าวด้วยท่าทีจนด้วยเกล้าว่า "ขอให้สันติสุขจงสถิตแด่เหล่าพี่น้องชาวนิกายมาร"
"ไปเถอะ" ในขณะที่สมาชิกนิกายมารที่มาจากสิบแดนกำลังยืนไว้อาลัยจากใจจริง เสียงจางๆ ของหนิงหลงดังขึ้น
ขบวนคณะนิกายมารที่มาจากสิบแดนไม่กล้าชักช้า รีบมุ่งหน้าไปยังเมืองกำบังสวรรค์ทันที
ภายใต้การชี้นำของหนิงหลง ขบวนของนิกายมารที่มาจากสิบแดนได้มาถึงด้านหน้าของประตูเมือง ระหว่างทางพวกเขาไร้ซึ่งการปะทะกับภยันตรายใดๆ ทั้งปวง
พื้นที่รอบนอกเมืองกำบังสวรรค์ราวกับทุ่งสังหาร ปรากฏอาวุธแตกหัก และชุดเกราะเสียหายเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด และยังมีโครงกระดูก ซากศพที่กระจัดกระจายเป็นจำนวนมาก เพียงแต่บรรดาอาวุธแตกหัก ชุดเกราะเสียหาย โครงกระดูก ซากศพเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว เนื่องจากผ่านยุคสมัยที่เนิ่นนานมากเกิน แต่ว่าดูจากบรรดาวัสดุของอาวุธแตกหัก และชุดเกราะเสียหายเหล่านี้แล้ว บรรดาอาวุธแตกหัก และชุดเกราะเสียหายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เคยเป็นอาวุธแต่ละชิ้นที่ไร้เทียมทานทั้งสิ้น เพียงแต่ล้วนถูกทำลายไปจากการต่อสู้อย่างดุเดือดสะเทือนเลื่อนลั่นในแต่ละครั้ง
ภาพรวมของทุ่งสังหารมีทั้งเนินเขาและเหวลึก เพียงแต่บรรดาเนินเขาล้วนแล้วแต่แตกละเอียดไม่มีชิ้นดี สามารถมองออกได้ว่าที่ตรงนี้เคยเกิดศึกสงครามที่สะเทือนเลื่อนลั่นในยุคที่เก่าแก่มาก และศึกสงครามที่สะเทือนเลื่อนลั่นแต่ละครั้งล้วนแล้วแต่ มีอานุภาพที่ร้ายแรงมากทั้งสิ้น
"นี่ก็คือสมรภูมิรบโบราณรึ?" สมาชิกนิกายมารที่มาจากสิบแดนถึงกับซุบซิบขึ้นมาเมื่อมองเห็นทุ่งสังหารตรงหน้าที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายมรณะ
แม้จะไม่รู้ว่าศึกสงครามในทุ่งสังหารตรงหน้าได้สงบไปนานเท่าไรแล้ว แต่ว่า ทั่วทั้งสมรภูมิยังคงตลบอบอวลไปด้วยปณิธานสงครามที่ไม่สามารถจางหายไปได้ แม้จะผ่านไปเนิ่นนานแล้ว
เหมือนว่าท่ามกลางสมรภูมิแห่งนี้ ยังคงมีวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนส่งเสียงอื้ออึงต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ตรงนี้อย่างนั้น
ด้านหน้าประตูเมืองมีศิษย์ของนิกายมารสองคนยืนตัวตรงคอยเฝ้าอยู่ เมื่อคณะของหนิงหลงมาถึงแล้ว หนึ่งในศิษย์เฝ้าประตูก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า "พวกท่านเป็นใคร? มีเรื่องอะไรให้ช่วยรึ?"
"ไปบอกโม่ฟานว่า บิดาของมันมาเยี่ยม" หนิงหลงเอ่ยขึ้นช้าๆ กับศิษย์ผู้นี้
"???" ศิษย์ผู้นี้ถึงกับสติหลุดลอยไปชั่วขณะ มองหน้าหนิงหลงด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อ
"งามไส้แล้วไง!" สมาชิกนิกายมารที่มาจากสิบแดนถึงกับสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินคำพูดของหนิงหลง แม้ว่าใต้เท้าของพวกมันจะมีแข็งแกร่งไร้เทียมทานปราศจากผู้ต่อกรตลอดกาล แต่พระองค์ท่านช่วยเดินทางมาแบบอริยะชนคนปกติทั่วไป ช่วยมาแบบสงบแล้วจบไปแบบสวยๆ ไม่ได้หรือ? เหตุใดพระองค์ท่านจะต้องก่อเรื่องราวสะเทือนขวัญไปทั่วทุกที่ที่ไปด้วยละเนี่ย!?