น้ำเสียงอันยิ่งใหญ่ของไป๋หู่ดังขึ้นมาทันใดนั้นร่างเงาของพยัคฆ์สวรรค์สามเนตรก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับร่างของจักรพรรดิมังกรเพลิงหลงฮุ่ยอำนาจสยบของมหาเทวะและจักรพรรดิเทวะขั้นปลายทำให้ผู้คนในเมืองขวัญผวาแม้แต่เหล่าคนของตระกูลหลงเองไม่ว่าจะรุ่นเยาว์หรือผู้อาวุโสก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
"พยัคฆ์สวรรค์สามเนตรไป๋หู่!!"หลงฮุ่ยกล่าวอย่างตะลึงงันในใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นไป๋หู่
"เหอะ ที่แท้เด็กคนนี้คือคนของหอกระบี่ดาวตกนี่เอง ถึงว่าทำไมถึงได้ทำตัวไม่สนสายตาใครเช่นนี้คงจะคิดว่ามีหลงเสียวหยากับเจ้าอยู่สินะ"หลงฮุ่ยกล่าวกระแทกแดกดัน
"ฮ่าๆๆแน่นอน ก็เด็กคนนี้เป็นถึงนายน้อยของหอกระบี่ดาวตกนี่น่า"ไป๋หู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้ทั้วทั้งบริเวณเกิดพายุขึ้นมาสองสามลูก
"เหอะ นายน้อยของหอกระบี่ดาวตกแล้วอย่างไรเมื่อมาสร้างปัญหาในเขตพื้นที่ของข้าย่อมไม่ได้กลับออกไปง่ายๆ"หลงฮุ่ยขู่คำรามเฟยหรงลอยขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของไป๋หู่เป็นที่เรียบร้อย ด้านหลังมีลูกศิษย์ของเขานั่งอยู่ด้วย
"งั้นจะสู้กันสักตั้งเป็นไง ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าเกล็ดของเจ้ากับกรงเล็บของข้าอะไรจะแน่กว่ากัน"ไป๋หู่กล่าวอย่างเมิณเฉยในเวลานี้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน หากเขาต้องการหัวของจักรพรรดิมังกรเพลิงย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไร
จักรพรรดิมังกรเพลิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็เหมือนจะโกรธขึ้นมาในทันใด แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นไม่มีทางที่จะไปต่อกรกับไป๋หู่อย่างแน่นอนในเวลานี้ไม่งั้นก็เท่ากับหาเรื่องตายให้กับตนเอง "หึ! ไสหัวออกไปซะ แล้วก็เจ้าเด็กน้อยอย่าคิดว่าหอกระบี่ดาวตกจะคุ้มครองเจ้าได้ตลอดเวลา หากข้าเห็นเจ้าอีกครั้งข้าจะบดขยี้เจ้าให้สิ้นซาก!!"
"โอ้ นี่ขู่ข้าแบบนี้เลยหรือ??ควรตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมดีไหมนะท่านไป๋หู่"เฟยหรงกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างขบขัน
"เจ้า!!"จักรพรรดิมังกรที่เห็นเดือดดาลอีกครั้งแต่ก็ไม่อาจที่จะทำอะไรเนื่องจากมหาเทะไม่ใช่อะไรที่เขาจะรับมือได้ทั้งหากเฟยหรงเป้นอะไรไปหอกระบี่ดาวตกจะบุกตระกูลหลงในทันที และนั่นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
"ฮ่าๆๆวางใจเถอะ ข้าไม่คิดจะกวาดล้างอะไรตอนนี้ พวกเจ้าจะต้องอยู่อย่างนี้และเป็นบันไดให้กันศิษย์ข้าได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น จงอยู่อย่างหวาดระแวงไปเช่นนั้นเถอะ อีกห้าปีพวกนางจะกลับมาอีกครั้ง"เฟยหรงกล่าวคำปฏิญาณเอาไว้และจากไปในทันที ในเวลานี้เหล่าตระกูลหลงได้แต่ตัวสั้นและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ห้าปีนับจากนี้จะไม่มีวันใดทีพวกมันนอนตาหลับอีกต่อไป ้นื่องจากคำพูดของเฟยหรงที่พูดเอาไว้จะเป็นดังเงาที่ตามหลอกหลอนพวกมัน
ตัดกลับมาทางด้านเฟยหรงหลังจากที่ช่วยหญิงสาวทั้งสองออกมาแล้วแน่นอนว่าในระหว่างที่กำลังกลับไปยังหอกระบี่ดาวตกนั้นเฟยหรงได้ทำการผสานพลังปราณมังกรของเขาเข้ากับเส้นลมปราณของพวกนางและใส่กลับไปที่ตัวของพวกนางเอง และเนื่องด้วนเฟยหรงมีปราณของเทพมังกรการผสานเส้นลมปราณของมังกรเข้าสู่ร่างกายของพวกนางนั้นย่อมง่ายดายยิ่ง ในเวลาแค่ไม่ถึงสามวันพวกนางก็ได้กลับมาเป็นปกติพร้อมกับตบะระดับนิพพานขั้นเก้าทั้งคู่และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พวกเขามาถึงยังหอกระบี่ดาวตกพอดี
"พวกเจ้าตามพวกสาวใช้ไปที่ห้องพักแล้วกัน พักผ่อนให้เต็มที่นับจากนี้พวกเจ้าคือคนของหอกระบี่ดาวตกไม่ใช่ตระกูลหลงอีกต่อไป"เฟยหรงกล่าวขึ้น หญิงสาวทั้งสองได้ฟังอยู่ดีๆพวกนางก็ร้องไห้ออกมากันยกใหญ่และคุกเข่าต่อหน้าชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์
"ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าคะ ชีวิตนี้ของข้าทั้งสองคนจะไม่มีวันลืมบุญคุณ หากท่านเจ้าการให้พวกเราบุกน้ำลุยไฟ หลงเหม่ยอิงและหลงเหม่ยเหม่ยย่อมไม่ลังเล"หลงเหม่ยอิงผุ้เป็นน้องกล่าวขึ้นน้ำเสียงสั่นเคลือ ส่วนหลงเหม่ยเหม่ยผู้เป็นพี่สาวนั้นตอนนี้นางตื้นตันใจอย่างถึงที่สุดจนพูดไม่ออก ในที่สุดชีวิตที่สิ้นหวังมานานนับปีก็ได้พบแสงสว่างอีกครั้งทั้งยังเป็นแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่อีกต่างหาก เรียกได้ว่าโชคของพวกนางที่สะสมเอาไว้คงใช้หมดไปแล้วเมื่อพบเจอกับชายคนนี้
"ไม่จำเป็นต้องมากพิธี ในเมื่อข้าเป้นอาจารย์ของพวกเจ้าเช่นนั้นต่อไปก็ตั้งใจฝึกฝนให้ดี อีกห้าปีข้าจะให้พวกเจ้าได้แก้แค้นอย่างที่ใจเจ้าต้องการ"เฟยหรงกล่าวขึ้น แรงแค้นถือเป็นการกระตุ้นชั้นดีสำหรับพวกนาง นี่คือเหตุผลที่เฟยหรงปล่อยให้ตระกูลหลงยังเหลือรอด และเขามั่นใจว่าอีกห้าปีด้วยการสั่งสอนของเขาและทรัพยากรณ์ของหอกระบี่สองพี่น้องนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเกิดจินตนาการอย่างแน่นอน
เฟยหรงบอกให้พวกนางไปพักผ่อนส่วนตัวเขาแน่นอนว่าได้ไปหาแม่ของตนเองที่ตอนนี้กำลังดื่มชาและคุยอยู่กับเฟยหงและหยุนอู่หลิงอย่างสนุกสนาน
"ท่านแม่"เฟยหรงวิ่งเข้าไปกอดเป่ยอิงอิงจากทางด้านหลังด้วยความคิดถึงทางฝั่งเป่ยอิงอิงก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตีมือลูกชายตัวแสบไปหนึ่งที"เจ้าเด็กคนนี้ทำแม่ตกใจหมด แล้วหลานๆไปไหนซะละ??"
"เอ่อ พวกนางไม่ยอมกลับขอรับ ข้าก็เลยให้อยู่กับแม่ๆของนางที่พระราชวังเยือกแข็งน่ะขอรับ"เฟยหรงกล่าวตามตรงเมื่อหยุนอู่หลิง เป่ยอิงอิงและเป่ยลู่หลินได้ยินก็ถึงกับทำสีหน้าประหลาดใจ พระราชวังเยือกแข็งให้นำเด้กเข้าไปง่ายเช่นนั้นเลยหรือ แค่ที่เฟยหรงเข้าไปได้นี่ก็ถือว่าประหลาดมากแล้วสำหรับความคิดของพวกนาง
"ท่านแม่ทำไมถึงมองข้าเช่นนั้นลพขอรับ มองข้าราวตัวประหลาดไปได้"เฟยหรงทำหน้ามุ้ยก่อนที่จะเทชาขึ้นมาดื่มทันใดนั้นคำถามของเป่ยอิงอิงก็ดังขึ้น"เจ้าตัวดีบอกแม่มาว่าเจ้ากับนางมารเหมันต์ปฐกาลเกี่ยวข้องกันอย่างไร?"
"พรวด!!"
ชาอุ่นๆพุ่งออกจากปากของเฟยหรงในทันที ก่อนที่เฟยหรงจะหันหน้าไปมองที่เป่ยอิงอิงด้วยความประหลาดใจ แม่เขาเขาจะน่ากลัวเกินไปแล้ว อย่าบอกนะว่านางเดาความสัมพันธ์ของเขากับเสวียเหม่ยออก "ทะ ทำไมท่านแม่ถึงถามเช่นนั้นละขอรับ" เฟยหรงกล่าวถามด้วยรอยยิ้มเหยเก
"ก็ลูกถึงขนาดเข้าไปพระราชวังเยือกแข็งได้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติทั้งไปตั้งหลายวัน นี่ยังไม่รวมที่ฝากเจ้าตัวแสบทั้งสองเอาไว้ที่นั่นได้ เรื่องพวกนี้ท่านยายของเจ้าเคยบอกแม่ว่านอกจากนางมารเหมันต์ปฐมกาลแล้วไม่มีใครสามารถทำเช่นนี้ในพระราชวังเยือกแข็งได้ แม้ภรรยาของลูกจะเป็นศิษย์ของนางก็ตามก็ยังไม่สามารถทำได้ การที่คนนอกจะเข้าได้นั้นนอกจากการรับศิษย์ก็มีแต่นางมารเหมันต์ปฐมกาลเป็นฝ่ายเชิญด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้"เป่ยอิงอิงกล่าวอธิบาย เฟยหรงถึงกับเหม่ยลอยในทันที มิน่าเมื่อเขาเข้าไปเหล่าผู้อาวุโสมากมายถึงได้มาดักเขาเอาไว้เช่นนั้น
"เอ่อ......ก็มีนิดหน่อยขอรับ ฮ่าๆๆๆ"เฟยหรงกล่าวตอบอย่างเป็นนัยย์เรื่องนี้จะให้เขาตอบไปทั้งหมดคงไม่ได้เพราะว่าเสวียเหม่ยยังไม่ได้ยินยอมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ แต่ถึงกระนั้นคำตอบของเขาสำหรับเป่ยอิงอิงและทุกคนมันกลับชัดเจนแจ่มแจ้ง เจ้าตัวร้ายผู้นี้โชคดีเรื่องผู้หญิงเสียจริงไปเพียงสองเดือนกลับได้หญิงสาวที่กล่าวได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งเรื่องความงามและแข็งแกร่งไปเสียได้
"เห้อ ช่างเถอะๆลูกเนี้ยนะ คิดจะมีสักกี่คนกัน"เป่ยอิงอิงกล่าวอย่างถอนหายใจ เฟยหรงเมื่อได้ยินคำถามนี้เหมือนหึกเหิมในใจอย่างที่สุดและกล่าวตอบแม่ของเขาอย่างไม่ลังเล "อย่างน้อยยี่สิบขอรับ!!"
บรรยากาศทั่วบริเวณนิ่งเงียบในทันทีคราวนี้ไม่มีใช่อิงอิงผู้เป็นแม่ที่ปวดหัว แต่กลับเป็นเฟยหงผู้เป็นปู่แทนเนื่องจากเขาไม่คิดว่าหลานที่เขาเลี้ยงมากับมือจะมีเป้าหมายในเรื่องเช่นนี้ชัดเจนขนาดนี้ ในใจคิดว่าชาตินี้เจ้าหลานบ้านี่เกิดมาเพื่อหาภรรยาหรืออย่างไรกัน
"หึ....พวกเสเพล!!"เป่ยลู่หลินเค้นเสียงอย่างแดกดันเบาๆ นางไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีเป้าหมายแบบนี้ด้วย แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มีพรสวรรค์มากมาย แต่การประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนขนาดนี้เห็นจะมีเพียงเฟยหรงเท่านั้นที่ทำ และไม่รู้ว่าเพราะอะไรนางถึงไม่ค่อยพอใจนัก
เฟยหรงที่ได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นเขาก็หันไปนางเป่ยลู่หลินในทันทีพร้อมกับใบหน้าที่ประดับรอยยิ้ม ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่หันไปเป่ยอิงอิง เฟยหง และหยุนอู่หลิงเองก็เช่นกัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่น่าอย่างเอ็นดูจนเป่ยลู่หลินถึงกับร้อนรนยกใหญ่ดูเหมือนว่าการคิดในใจของนางจะดังมากเลยทีเดียว
"ขะ ข้าขอตัวเจ้าค่ะ"เป่ยลู่หลินกล่าวก่อนที่นางจะเดินออกไปในทันทีเฟยหรงที่เห็นลักษณะอาการของนางนี้ก็แอบลอบยิ้มในใจ หญิงสาวคนนี้ช่างคาดเดาได้ง่ายเสียจริงๆ