ไป่ฟานเซียนกำลังโกรธ
นางโกรธราชินีมังกรที่อยู่ตรงหน้า
แต่ที่นางโกรธยิ่งกว่าก็คือตัวเอง ทำไมนางจึงไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของราชินีมังกรนี่ได้ตั้งแต่แรก
นางประเมินความแข็งแกร่งของมิตินี้จากระดับพลังของพวกนักสู้และทหารจึงทำให้ย่ามใจว่าคงจะไม่มีสิ่งใดสามารถทำร้ายคนของตนจนเป็นอันตรายได้
เมื่อยิ่งมองไปยังร่างเล็กๆสองร่างที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ด้านล่าง นางก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น
“...เจ้าเป็นใคร!?”
ราชินีมังกรถามอย่างหวาดระแวง ร่างที่ใหญ่โตกำลังตื่นตัวสุดขีด นางจับจ้องไปยังมนุษย์ที่พึ่งปรากฏตัวขึ้น
ไป่ฟานเซียนไม่ได้ตอบคำถาม ร่างของนางกลับไหววูบจนคล้ายกับภาพลวงตา เมื่อราชินีมังกรรู้ตัวอีกทีหญิงสาวคนนั้นก็ไปโผล่ที่ก้นหลุมแล้ว
ไป่ฟานเซียนส่งสัมผัสสวรรค์ของตนเองเข้าไปสำรวจในร่างของถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อ นางประหลาดใจที่เห็นถังเย่เย่สามารถทะลวงผ่านเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแรกได้แล้ว พัฒนาการของนางนั้นน่าชื่นชมอย่างที่คาด
แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือฮุ่ยเอ๋อ
เด็กน้อยที่ไม่เคยสร้างลมปราณของตนเองได้มาก่อน ตอนนี้นางกลับสามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณที่มีธาตุหยางอันรุนแรงไหลเวียนอยู่ในตัวเด็กคนนี้อย่างบ้าคลั่ง!
มันทั้งดุร้ายและเต็มไปด้วยพลัง ราวกับว่าถ้าไม่ระวังมันจะฉีกกระชากออกมาจากร่างเล็กๆนี้ได้ตลอดเวลา!
พลังปราณนี่มาจากไหน?
ไป่ฟานเซียนขมวดคิ้วพลังนี่รุนแรงเกินไปสำหรับร่างกายของเด็กคนนี้ ลมปราณบริสุทธิ์ของนางถูกส่งเข้าไปจัดระเบียบความวุ่นวาย ทันใดนั้นพลังปราณในร่างของฮุ่ยเอ๋อก็ค่อยๆสงบลง ระดับความรุนแรงของมันลดลงมาเรื่อยๆ โดยที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า
ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งลง และไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเด็กคนนี้เงียบๆเท่านั้น
“...ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สิบ?”
ไป่ฟานเซียนพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อกระบวนการทุกอย่างจบสิ้นลง ระดับพลังปราณในร่างของฮุ่ยเอ๋อกลับทะลวงไปจนถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบแล้ว!
หญิงสาวเหลือบสายตาไปมองยังมุกธิดาอัคคีที่อยู่บนตัวฮุ่ยเอ๋อ ในยามนั้นมันไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่ตอนนี้มันกลับตอบสนองกับร่างกายของเด็กคนนี้อย่างประหลาด
มันเรืองแสงจางๆสีแดงและปลดปล่อยเอาไออุ่นออกมาตลอดเวลา
“...นี่มัน”
ไป่ฟานเซียนที่กำลังทุ่มความสนใจไปที่ของวิเศษชิ้นนั้นไม่ได้ใส่ใจราชินีมังกรที่อยู่บนฟ้าเลยแม้แต่นิดเดียว
ร่างที่ใหญ่โตนั้นสั่นเบาๆด้วยโทสะ ตั้งแต่ที่ตัวนางบรรลุมาจนถึงระดับนี้ก็ไม่เคยถูกเมินแบบนี้มาก่อน
“มนุษย์!”
ดวงตาของราชินีมังกรกลายเป็นสีแดงก่ำ ไป่ฟานเซียนสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันรุนแรงด้านบนท้องฟ้า
บอลเพลิงสีแดงฉานที่เกิดจากความโกรธของราชินีมังกรมีขนาดใหญ่หลายสิบเมตร และมันดูจะมีทีท่าว่าจะขยายขนาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ไป่ฟานเซียนจับจ้องราชินีมังกรอย่างพิจารณา ร่างของเด็กน้อยทั้งสองของนางถูกลมปราณที่อ่อนโยนอุ้มขึ้นมาจากพื้น และเป็นวินาทีเดียวกับที่การโจมตีของราชินีมังกรกำลังจะถูกปลดปล่อย
เพลิงมังกรพิโรธ!
หนึ่งในท่าไม้ตายของราชินีมังกร ลูกบอลเพลิงที่ใช้ระยะเวลาในการรวบรวมพลังชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วปลดปล่อยออกมาในจุดเดียว
ความรุนแรงของมันมากกว่าเพลิงยามปกติของนางนับสิบเท่า!
ในบริเวณที่ห่างไปหลายกิโลเมตร ภาพของมังกรตัวใหญ่ยักษ์สามารถถูกมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และยามที่มันปลดปล่อยการโจมตีที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนนั้นก็สามารถทำให้ผู้ที่เฝ้ามองขนลุกซู่อย่างหวาดหวั่น
กลุ่มผู้สนับสนุนมนุษย์ที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศเองก็เห็นภาพนั้นเช่นกัน ขาทั้งสองของพวกเขารู้สึกเหมือนจะก้าวไม่ออก นี่ตนเองกำลังจะไปเผชิญหน้ากับตัวตนเช่นนั้นจริงๆเหรอ?
“...ขอให้ผู้สร้างโปรดคุ้มครอง”
หนึ่งในนั้นแต่งตัวคล้ายคลึงกับนักบวช เขากุมมือไว้กลางหน้าอกแล้วภาวนา ในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่งเขาจะแสดงท่าทางที่ไม่ดีออกมาให้คนอื่นเห็นไม่ได้
แม้ว่ามันจะอันตรายแต่พวกเขาก็ยังมุ่งหน้าตรงไปที่นั่น
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังลังเลนั้นเอง
ลูกบอลที่อัดแน่นเต็มไปด้วยพลังของราชินีมังกรก็ถูกบางสิ่งบางอย่างปัดจนกระเด็นก่อนที่มันจะกระแทกเข้ากับภูเขา!
มันลอยกลับไปเฉียดร่างกายใหญ่โตของราชินีมังกร แล้วระเบิดออกจนสามารถย้อมท้องฟ้าบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดงฉาน!
ราชินีมังกรเบิกตากว้างขณะที่ร่างกายสั่นระริกนางมองไปยังมนุษย์ผู้หญิงที่กำลังยืนโดยไร้รอยขีดข่วนด้วยความพรั่นพรึง
เพราะเมื่อครู่มนุษย์นี่พึ่งจะปัดการโจมตีของนางทิ้งไปได้ด้วยกระบวนท่าเดียว
มนุษย์นี่เป็นใครกัน!!
สัมผัสสวรรค์ของราชินีมังกรแล่นปราดเข้าไปพยายามจะตรวจสอบระดับพลังของไป่ฟานเซียน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรนางกลับไม่สามารถวัดหยั่งพลังที่อยู่ในตัวของหญิงสาวคนนี้ได้
“...ทำไมตัวตนระดับเหนือมนุษย์(เทพเจ้า) อย่างเจ้าจึงหลงเหลืออยู่ในมิตินี้ได้?”
ไป่ฟานเซียนกลับเป็นคนที่พูดขึ้นมาก่อนอย่างสงสัย
ไม่เหมือนกับราชินีมังกรสัมผัสสวรรค์ของไป่ฟานเซียนสามารถรับรู้ถึงระดับพลังของมังกรตัวใหญ่ยักษ์นี้ได้อย่างง่ายดาย
ตัวตนระดับเหนือมนุษย์!
มันเป็นระดับพลังที่แม้แต่ในยุคสมัยของนางก็มีเพียงไม่กี่คนที่บรรลุไปถึงขั้นนี้ได้!
พวกเขาบางคนยังถูกเล่าขานไว้เป็นตำนาน บ้างก็ถูกเรียกว่า “เทพเจ้า”ซึ่งปรากฏในตำนานท้องถิ่นต่างๆทั่วทั้งโลก
ในมิติที่ระดับพลังสูงสุดอยู่แค่ชนชั้นจอมยุทธ์ กลับปรากฏตัวตนหนึ่งเดียวที่มีพลังสูงส่งจนผิดแปลกเช่นนี้ออกมา
“...เจ้าเป็นใครกัน?”
ราชินีมังกรถามด้วยความหวาดระแวง
“...ตอบคำถามข้า”
ไป่ฟานเซียนไม่ใส่ใจคำพูดของราชินีมังกรร่างของนางลอยขึ้นจนอยู่ระดับสายตาเดียวกัน แรงกดดันอันหนักหน่วงของนางไหลทะลักออกมาจนแม้แต่อากาศยังสั่นไหวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ!
“ฮึ่ม!”
ราชินีมังกรไม่ตอบปีกที่แสนใหญ่โตนั้นโบกสะบัด สายลมหอบใหญ่อันรุนแรงพุ่งใส่ไป่ฟานเซียนจนเส้นผมของนางพริ้วไปตามแรงลม หญิงสาวหรี่ตาลงเมื่อเห็นว่าราชินีมังกรเริ่มจะโจมตีอีกแล้ว!
ปากของราชีมังกรอ้ากว้างเปลวเพลิงมหึมาก็ถูกพ่นออกมา หญิงสาวเพียงเคลื่อนตัวหลบหลีกทีหนึ่งและซัดเปรี้ยงเข้าไปที่แก้มจนแม้จะเป็นมังกรก็ยังเซไปหลายสิบเมตร
ไป่ฟานเซียนออมมือเอาไว้แล้ว
นางยังมีเรื่องที่อยากจะรู้จากปากของราชินีมังกรอีกหลายเรื่อง
ดังนั้นจะปล่อยให้ราชินีมังกรเป็นอะไรไปก่อนไม่ได้เด็ดขาด
เปรี้ยง!
หมัดที่สองของไป่ฟานเซียนชกเข้าไปกลางลำตัว ร่างกายที่ใหญ่โตนั้นกลายเป็นเป้าขนาดใหญ่ ก่อนที่หมัดที่สาม สี่ และห้าจะตามมา ราชินีมังกรที่ทรงอำนาจตอนนี้ดูเหมือนกับลูกบอลที่เด้งไปเด้งมาอยู่บนท้องฟ้าก็เท่านั้น!
แน่นอนว่าสถานการณ์นี้ถูกผู้คนจับจ้องตาค้าง เหล่าผู้ต่อต้านมนุษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่มีแม้แต่แรงจะวิ่งหนี พวกเขาทิ้งตัวลงกับพื้นขณะที่มอง “มนุษย์”ที่พวกเขาโกรธแค้นชิงชังกำลังซ้อมตัวตนอย่างราชินีมังกรโดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางสู้!
ความคิดโกรธแค้นที่ถูกปลูกฝังมาแทบจะปลิวหายไป ความจริงแล้วพวกเขาในยุคนี้แทบจะไม่เคยเจอมนุษย์จริงๆมาก่อนด้วยซ้ำแต่เพราะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิด จนตอนนี้แม้แต่บางคนยังไม่รู้ถึงสาเหตที่ตนเองต้องเกลียดมนุษย์เลยด้วยซ้ำ
ถ้าพวกเขารู้มาก่อนว่ามนุษย์ผู้ใหญ่นั้นแข็งแกร่งขนาดนี้ไม่มีทางที่พวกเขาจะกล้าจับมนุษย์เด็กสองคนนั้นมาแน่!
อีกฝั่งหนึ่งเหล่าผู้สนับสนุนและนับถือมนุษย์กำลังน้ำตาไหลพราก พวกเขาเดินทางมาเพื่อช่วยเหลือแต่สิ่งที่ได้พบกลับเป็นว่ามนุษย์ผู้หญิงคนนั้นกำลังสำแดงพลังราวกับพระเจ้า แม้แต่ราชินีมังกรยังถูกรังแกเหมือนกับสัตว์ตัวเล็กๆ พวกเขาก้มตัวลงเพื่อบูชาและสรรเสริญไป่ฟานเซียนด้วยความตื้นตัน
ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงต่อมา กลุ่มผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนยามนี้กำลังนั่งอยู่บนสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายกับนกสีดำขนาดใหญ่มันสามารถบรรทุกน้ำหนักของผู้ใหญ่ประมาณสองสามคนได้สบาย มันเป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในป่าต้องห้ามและมีพลังถึงระดับจอมยุทธ์ขั้นสูงสุด
จุดเด่นที่ล้ำหน้าความสามารถอื่นๆของมันคือความเร็ว พลังอื่นๆของมันอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นมีเพียงความเร็วที่เทียบเคียงได้กับผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ขั้นสูง!
อู๋เจี่ยเลี้ยงพวกมันไว้เป็นพาหนะสำหรับการเดินทางไกล พวกมันสามตัวที่มีเหล่าผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนอยู่บนหลังบินตัดอากาศจนสามารถมาถึงหุบเขาของราชินีมังกรได้ในเวลาไม่นาน
ภาพที่เห็นนั้นสามารถทำให้พวกเขาตาค้าง ร่างที่ใหญ่โตของราชินีมังกรตอนนี้กำลังนอนนิ่งสนิทอยู่กลางปล่องภูเขาไฟที่ดับลงไปแล้วนั่น สภาพที่ลมหายใจกำลังรวยรินและสายตาที่มองไปยังไป่ฟานเซียนเต็มไปด้วยความหวานหวั่นนั้นทำให้อู๋เจี่ยพูดไม่ออก
จางเซียนหยวนกระโดดลงไปบนพื้นเขาสัมผัสพลังของราชินีมังกรอย่างหวาดหวั่น เพราะแม้แต่ตัวเขาที่เกือบจะเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ได้ยังรู้สึกว่าไม่อาจต่อกรกับสภาพที่ร่อแร่แล้วของราชินีมังกรได้ด้วยซ้ำ!
พลังของท่านไป่ฟานเซียนแท้จริงแล้วมีมากมายขนาดไหนกัน!?
“ฝากเด็กสองคนนี้ด้วย...”
ไป่ฟานเซียนที่เหลือบสายตาไปเห็นเหล่าคนของนางเดินทางมาถึงจึงส่งร่างของถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติไปให้ที่แล้วมาทั้งสองคนต้องลอยตามหลังนางขณะที่บินไปบินมานางรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะสะดวกนัก
เป็นเซี่ยซูเหยาที่รีบกระโดดไปรับเธอมองสภาพของเด็กทั้งสองด้วยความว้าวุ่นใจอู๋เจี่ยเองก็พุ่งตรงมาตรวจอาการของทั้งสองคนอย่างช่ำชอง
พลังปราณของเขาหมุนเวียนไปตรวจสอบรอบตัว เขาชะงักกับความแปลกประหลาดของลมปราณในร่างของเด็กทั้งสองคน คนหนึ่งคือหยินที่เย็นเยียบแกคนกลับเป็นพยางที่ร้อนระอุ แต่มันยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาสงสัย
“ไม่ใช่พี่หญิงของเธอบอกว่ามีเด็กคนหนึ่งไม่มีพลังปราณหรอกเหรอ?”
หมอเทวดาถามอย่างไม่มั่นใจ
“ใช่...เป็นเด็กคนนี้” เซี่ยซูเหยาชี้ไปยังฮุ่ยเอ๋อที่หลับสนิท แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจ
สัมผัสสวรรค์ของเธอกลับกำลังบอกว่าเด็กคนนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด!
ไป่ฟานเซียนไม่ได้สนใจอีกต่อไป นางค่อยๆลอยตัวไปใกล้ๆกับราชินีมังกรที่นอนนิ่งอยู่ แต่ตอนนั้นเองนางสามารถสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปใต้หุบเขา
“เจ้ามันก็เป็นแบบข้า...”
ราชินีมังกรเหลือบสายตาขึ้นมามองไป่ฟานเซียน สายตาที่ใหญ่โตนั้นแม้จะมีความชิงชังแต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเหมือนได้พบเจอกับสหายที่เป็นแบบเดียวกัน
“...เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ไป่ฟานเซียนหรี่ตาลงสัมผัสของนางรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ใต้ภูเขานี้เป็นบางสิ่งบางอย่างที่นางคุ้นเคย
เมื่อเห็นว่าไป่ฟานเซียนทำสีหน้าไม่เข้าใจราชินีมังกรก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นางขยับร่างแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบกับไป่ฟานเซียน
“ความแข็งแกร่งของเจ้าไม่มีทางที่จะได้มาแบบปกติ...เจ้าเองก็เป็นบุคคลเห็นแก่ตัวที่ดูดกลืนพลังจากหมื่นสวรรค์นิรันดร์ เช่นเดียวกันสินะ?”
เมื่อนางพูดจบราชินีมังกรก็ขยับร่างที่ใหญ่โตของนางเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน
มันคือโอสถเม็ดใหญ่ที่มีขนาดราวๆสองถึงสามเมตร มันกำลังล่องลอยอยู่กึ่งกลางปล่องภูเขาไฟพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันแปลกประหลาดออกมา
“...หมื่นสวรรค์นิรันดร์”
ไป่ฟานเซียนพึมพำต่อให้นางจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ แต่ว่าโอสถที่อยู่ตรงหน้านี้นางรู้จักอย่างแน่นอน!
มันคือโอสถแบบเดียวกันกับที่หลอมรวมกับตัวนางแล้วพานางข้ามผ่านยุคสมัยมานี่เอง!
“ถึงมันจะยังไม่สมบูรณ์...แต่ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว”
ทันทีที่ราชินีมังกรพูดจบ นางก็เคลื่อนไหวในจังหวะที่ไป่ฟานเซียนกำลังตกใจ ปากของนางอ้าออกจนกว้างแล้วกลืนโอสถขนาดใหญ่นั่นเข้าไปทั้งเม็ด!
วินาทีที่โอสถเม็ดนั้นหายเข้าไปในร่างกาย เสียงที่คล้ายคลึงกับหัวใจขนาดยักษ์ก็ดังขึ้นลั่นหุบเขา
ตุบ!
ไป่ฟานเซียนหรี่ตามองร่างของราชินีมังกรที่สั่นสะท้านบาๆ
ตุบ!
ไป่ฟานเซียนไม่รีรอ นางสะบัดมือแล้วปลดปล่อยลมปราณออกมาสายหนึ่ง พลังปราณสีม่วงดำคล้ายจันทร์เสี้ยวก็พุ่งเข้าใส่ราชินีมังกรที่หลับตาอยู่
ตุบ!
แต่ร่างที่ใหญ่โตนั้นไม่สะทกสะท้าน ไป่ฟานเซียนขมวดคิ้วบาง นางหันไปสั่งให้อู๋เจี่ยรีบไปที่ประตูมิติซึ่งอยู่ในหุบเขานี้ให้เร็วที่สุด
อู๋เจี่ยรีบพยักหน้าเขาแบกเด็กสองคนขึ้นหลังสัตว์อสูร ลุงหวงที่รออยู่รีบรับเด็กทั้งสองคนแล้วควบคุมให้สัตว์อสูรพวกนั้นพุ่งตัวตามอู๋เจี่ยไปที่ด้านหลังของหุบเขาทันที
ตุบ!
เสียงของชีพจรนั้นเริ่มกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ อู๋เจี่ยร่อนลงไปเบื้องล่างของหน้าผ้าที่ไม่มีอะไรอยู่ มือขวาของเขาวางทาบลงไปบนผนังทันใดนั้นก็ปรากฏค่ายกลที่คล้ายคลึงกับในถ้ำของหมู่บ้านใต้เมฆาขึ้น
เขาเคยผ่านค่ายกลนั้นไปแล้วครั้งนี้จึงไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดเดียว
มันคือค่ายกลที่ซ่อนเอาไว้เพื่อปกปิดห้องลับที่มีประตูมิติซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับโลกใบนั้นอยู่!
ตอนนี้มันถูกแรงกระแทกและสั่นสะเทือนอันรุนแรงซ้ำไปซ้ำมาจากการต่อสู้ของไป่ฟานเซียนและการอาละวาดของราชินีมังกรจนค่ายกลโบราณนั้นเสียหาย อู๋เจี่ยแทบจะไม่ต้องพยายามประตูของห้องลับนั้นก็เปิดออกเผยให้เห็นเขตแดนที่เป็นฉนวนป้องกันก้อนแสงกลมๆที่ส่งแสงสีขาวเรืองรองอยู่ภายใน
มันคือประตูมิตินั่นจริงๆ!