บทที่ 136
แผนการผลิตผ้าไหม
แผนการผลิตผ้าไหมในครั้งนี้หลังจากที่ได้ลองสอบถามข้อมูลจากแม่ลูกตระกูลอัน
ทำให้จางหยวนร่วงรู้ว่าการผลิตนั้นสามารถผลิตได้อยู่ในขอบเขตระดับใด
สองแม่ลูกตระกูลนั้นในตอนนี้พวกเขาเป็นเพียงแค่คนที่เริ่มทำการเราะไหมเพื่อที่จะมองดูตัวอย่าง
เรียกได้ว่าไหมที่พวกเขาทำการเพาะเลี้ยงในตอนนี้เป็นแค่ระดับเริ่มต้น
แม้ว่าพวกมันจะมีคุณภาพดีขึ้นระดับนึงแต่พวกเขาทั้งสองคนก็มั่นใจว่าจะได้มากกว่านี้
โดยในตอนนี้แผนการผลิตพวกเขาทั้งสองคนสามารถทำผ้าไหมพวกนี้ออกมาได้ประมาณเดือนละสามผืนใหญ่ๆ
โดยทั้งสองคนลงมือทำเพียงแค่สองคนไม่มีลูกมือ
แล้วในตอนนี้เองก็เพิ่งเริ่มทำการเพาะเลี้ยงจำนวนของพวกมันเลยยังไม่มากนักยังไม่สามารถขยับขยายแล้วก็เพิ่มจำนวนให้มากกว่านี้โดยเร็ววัน
แต่เพียงแค่ประมาณสามผืนใหญ่ๆถ้านำมาประยุกต์ใช้แล้วก็ตัดออกเป็นชุดก็ได้ประมาณสิบชุด
โดยจางหยวนคิดว่านี่เองก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีลองทำการเอานำผ้าไหมพวกนี้มาตัดเป็นชุดปล่อยขายประมาณเดือนละสิบชุดถือว่าเป็นการทดลองนั้น
จางหยวนกำลังตามหาช่างเย็บปักฝีมือดี
โดยตัวของสองแม่ลูกตระกูลอันก็เป็นคนที่เพาะเลี้ยงไหมได้และก็สามารถตัดเย็บพวกชุดได้เช่นเดียวกัน
เพียงแต่ว่าพวกเขาอาจจะไม่มีความรู้มากนักตำราจากบรรพบุรุษที่สืบทอดต่อมาสิ่งที่เน้นย้ำคือการเพาะเลี้ยงไหม
วิชาในการตัดชุดมีเพียงการสืบทอดมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
พวกเขาฝีมือไม่ได้ดีมากนะอยู่ในระดับพื้นฐานของช่างและในตอนนี้หน้าที่ส่วนใหญ่เพียงแค่ทำการดูแลไหมในแต่ละวันมันเองก็หมดแล้ว
เพราะแบบนั้นถ้าจะให้พวกเขาทั้งสองมาทำการตัดเย็บชุดพวกนี้อีกมันเองก็คงจะเหนือกว่าแรงของพวกเขาไป
จางหยวนเลยมองเห็นว่าเขาต้องการหาช่างตัดเย็บฝีมือดีที่จะมาช่วยเกี่ยวกับเรื่องนี้
จางหยวนมีไอเดียในการออกแบบเพียงแต่ว่าเขาไม่ได้มีทักษะในการตัดเย็บชุดพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะแบบนั้นเลยจำเป็นต้องหาคนที่มีความสามารถเข้ามาทดแทนถ้าอยากจะทำการเปิดร้านขายผ้าไหมหรือร้านขายเสื้อผ้า
ในตอนนี้ก็ได้รู้กำลังผลิตโดยที่สามารถทำได้แล้ว
โดยกำลังผลิตในตอนนี้ที่สามารถทำได้เป็นที่น่าพึงพอใจจางหยวนให้เงินกับสองแม่ลูกตระกูลอันมากขึ้นไปอีกเพื่อให้พวกเขานั้นใช้ในการพัฒนาผ้าไหมให้มันมีระดับดีมากขึ้น
โดยสองแม่ลูกตระกูลอันยืนยันว่าพวกเขาสามารถทำให้ผ้าไหมพวกนี้มีคุณภาพสูงขึ้นได้มากกว่านี้
ผ้าไหมพวกนี้ถูกพวกเขาเรียกว่าผ้าไหมหมื่นจันทรา
เป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพดีโดยพาไม่มีเนื้อเป็นสีขาวสะอาดตา แต่ในขณะเดียวกันมันเองกลับดูงดงามส่องประกายแวววาว
โดยผ้าชนิดนี้มีคุณสมบัติเบาแต่ก็มีความคงทนถ้าโดนพวกกิ่งไม้หรือว่าโดนของแหลมคมถ้าไม่เข้ามาปะทะจังๆเสื้อผ้าก็สามารถทนได้
ซึ่งบอกเลยว่าไหมชนิดนี้มีความคงทนสูงเหมาะกับการทำมาเป็นชุดสวมใส่เป็นอย่างมาก
จางหยวนคิดว่าการที่นำมันเอามาทำเป็นชุดสวมใส่การนำมันเอามาทำเป็นชุดสวมใส่ของคนชั้นกลางที่เอาไว้ใส่ทำงานถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี
ถ้าเขานำเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาขายให้กับพวกคนชั้นกลางในการสวมใส่ไปไหนมาไหนคงจะเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก
จางหยวนคิดว่าตอนนี้ตลาดผ้าไหมและก็พวกทำการค้าขายพวกเสื้อผ้าและเครื่องสวมใส่
ตระกูลสวีภายในเมืองแห่งนี้ทำการค้าขายพวกเครื่องสวมใส่ของชนชั้นสูงพวกนั้นมีราคาสูงเป็นอย่าง
แต่ว่าทางด้านของตระกูลสวีกลับแทบไม่มีพวกการค้าขายโดยที่เค้าขายพวกเครื่องสวมใส่ของคนชั้นกลางเลย
ทั้งที่ทั้งภายในเมืองหลวงและก็ทั้งเมืองแห่งนี้คนชั้นกลางถือเป็นประชากรที่เยอะที่สุดและก็เป็นแหล่งเงินทุนจำนวนมหาศาล
ไม่ว่ามองอย่างไรแล้วในครั้งนี้การลงทุนมันเองก็ไม่ขาดทุนเลยแม้แต่น้อย
จางหยวนมองเห็นแต่ผลกำไรที่มันกำลังจะได้พบเจอ
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เขาเองก็ต้องเตรียมการเอาไว้กับการหาคนที่จะตัดเย็บชุดและก็รวมไปถึงการลงทุนในการเข้าสู่ตลาดผ้าไหมด้วยเช่นเดียวกัน
จางหยวนยืนอยู่บริเวณหน้าสวนผักวิญญาณของตนเอง
เขาใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองสวนผักวิญญาณที่ตอนนี้พวกพืชผลกำลังเจริญเติบโต“ การเดินทางกลับมาในครั้งนี้ใช้เงินจำนวนมากไปกับการซื้อน้ำวิญญาณแล้วก็ปุ๋ยวิญญาณภายในระบบร้านค้า”
“ มันทำให้กักตุนพวกมันเอาไว้เป็นจำนวนมากคงจะสามารถใช้งานได้อีกนาน”
จางหยวนมีเงินทุนจำนวนมากเพราะแบบนั้นเขาก็สามารถใช้เงินพวกนั้นในการซื้อพวกน้ำวิญญาณหรือปุ๋ยวิญญาณจากระบบได้ทันที
เขาทำการซื้อพวกมันและก็กักตุนเอาไว้เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ในแต่ละวัน
โดยในการกักตุ๋นพวกของที่จำเป็นและต้องใช้เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเขาจะกักตุนเอาไว้ให้ใช้ในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน
“ ท่านพี่เจ้าคะท่านพี่ที่ดินพวกนี้เป็นของท่านหมดเลยอย่างงั้น” จางหลินซินที่ยืนอยู่ข้างกายเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงแหลม
จางหยวนที่ยืนอยู่หันมองน้องสาวของตนเองที่ยืนอยู่ข้างๆมองที่ดินใหญ่โตที่อยู่ด้านหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างอบอุ่นเขาพยักหน้าตอบรับกลับไปใช้มือยื่นไปลูบศีรษะน้องสาวของตนเอง“ ใช่แล้วทั้งหมดนี้เป็นของพวกเราหมดเลย ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของเด็กน้อยยิ่งเป็นประกายมากขึ้น
ตัวของนางไม่เคยพบเจอและไม่เคยคิดว่าท่านพี่ของตนเองจะมีที่ดินใหญ่โตขนาดนี้แถมยังมีคนงาน
พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะทาสผู้ต่ำต้อยการจะมีที่ดินเป็นของตัวเองถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว
ยามนี้มาพบเห็นท่านพี่ของตนเองฝ่าฟันบากบั่นจนมีที่ดินใหญ่โตที่อยู่ด้านหน้าแววตาจึงเปล่งประกายขึ้นอย่างทันที
จางหยวนยื่นมือของตนเองรูปศีรษะน้องสาวอย่างอบอุ่นและ “เสี่ยวซินจ้าอยากเขาเรียนภายในสถานศึกษาหรือไม่”
นางใช้ดวงตาของตนเองหันมามอง “ข้าสามารถเข้าเรียนได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
ภายในสถานศึกษาถือว่าเป็นสถานที่ที่มีแต่พวกลูกเศรษฐีเข้าเรียน
โดยทั่วไปแล้วชนชั้นกลางก็สามารถส่งบุตรของตนเองเข้าไปเรียนได้เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่แต่ละบ้านจะล้วนส่งเหล่าบุรุษเข้าไปลูกสาวนั้นไม่ได้รับสิทธ์นั้น
เพราะแบบนั้นสตรีส่วนใหญ่ที่เข้าไปเรียนภายในสถานศึกษาใดล้วนแล้วแต่เป็นพวกสตรีชั้นสูง
พวกนางล้วนแล้วเป็นคนที่มาจากตระกูลใหญ่เป็นคุณหนูหรือว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเศรษฐีทั้งสิ้น
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “แน่นอนว่าย่อมได้ตอนนี้พี่ใหญ่สามารถส่งเจ้าเรียนภายในสถานศึกษาได้ทุกที่ ”
“ ว่าอย่างไรอยากเรียนหรือไม่ ”
เด็กน้อยทำการตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว “อยากเรียนเจ้าค่ะอยากเรียน!!!!”
“ ดีถ้าเช่นนั้นตัวของเจ้าก็เตรียมตัวเอาไว้ ”
“ รอพี่ใหญ่ไปทำธุระต่างเมืองกลับมาก่อนจะพาเจ้าไปสมัครเรียนที่สถานศึกษา” จางหยวนพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
ในตอนนี้เขาจำเป็นจะต้องเดินทางเพื่อไปทำธุระต่างเมืองที่ยังคงค้างเอาไว้
เวลาในการเดินทางเขาเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้พร้อมกับคุณหนู
มุ่งตรงไปยังเมืองไท่ซานที่อยู่บริเวณใกล้ๆใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามก็สามารถเดินทางไปถึง
จางหยวนเดินทางไปครั้งนี้เขาเดินทางไปเพื่อที่จะจัดการเกี่ยวกับเรื่องธุระที่ดินของตนเองให้เสร็จเรียบร้อย
เดินทางมุ่งตรงไปยังเมืองไท่ซานในช่วงยามเช้ามุ่งตรงไปยังที่ดินจำนวนประมาณห้าสิบหมู่ของตนเองอย่างรวดเร็ว
จบบท