เฮือกกก!
หลิวซานจี๋คนเดิมรู้สึกตัวตื่นหลังจากหมดลมหายใจไปแค่ไม่กี่นาทีปฏิกิริยาแรกที่เกิดขึ้นกับมวลร่างกายคือการหอบเหนื่อยสลับกับสำลักอากาศอย่างรุนแรงพอเริ่มตั้งหลักและเริ่มปรับตัวได้ เด็กหญิงผมแกะก็ลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกผสมกับมึนงงเล็กน้อย
“ที่นี่คือที่ไหน?”
หลิวซานจี๋ที่เพิ่งตายแล้วฟื้นดูเหมือนจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้วท่าทางอ่อนแอกระเสาะกระแสะที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แทบไม่เหลือให้เห็นแล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่ามันเกิดเื่เหนือธรรมชาติอะไรขึ้นกันแน่ เพราะจู่ ๆร่างกายที่ขึ้นสีซีด รวมถึงริมฝีปากที่บวมฉึ่งออกสีม่วงตอนนี้กลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว
ท่าทางกระฉับกระเฉงนั่นดูแข็งแรงสมบูรณ์อย่างกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน!
ขณะนี้นิ้วมือเล็ก ๆของซานจี๋ค่อย ๆ ชูขึ้นแล้วลูบคลำไปตามร่างกายของตัวเองช้า ๆ สีหน้าแววตาของเ้าตัวมันเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เขาล่ะ? เขาบนหัวหายไปไหน? หูนิ่ม ๆ ก็ไม่มีแล้วด้วย?”
หลิวซานจี๋ทำตาเหลือกเมื่อรู้ว่าอวัยวะบางอย่างหายไปจากร่างกายเด็กน้อยรีบดันก้นลุกขึ้นยืน จากนั้นวิ่งดุ่ม ๆ ไปที่แอ่งน้ำเล็ก ๆในป่าชื้นแห่งนั้น หลิวซานจี๋ได้เห็นหน้าตาตัวเองเพียงรางๆเนื่องจากน้ำในแอ่งไม่ได้ใสสะอาดเท่าไหร่แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สามารถสะท้อนสัดส่วนร่างกายตลอดจนโฉมหน้าของเ้าตัวได้พอสมควร
“นี่มันตัวอะไรกันรูปร่างประหลาดพิลึก แก้มขาว ๆ อวบ ๆ เนื้อหนังนุ่มนิ่มจ้ำม่ำ ั์ตาสีอ่อนดูมีเสน่ห์และน่ารักน่าเอ็นดูอืม…จะว่าไปก็เหมือนพวกภูตหัวไชเท้าเหมือนกันนะ!?”
หลิวซานจี๋ยืนจ้องกายหยาบของตัวเองอย่างชั่งใจพร้อมกับพูดงึมงำเบาๆ ตามประสาคนขี้สงสัย
“นี่! เด็กน้อย!บ่นอะไรอยู่คนเดียวน่ะ รีบ ๆ ไปเก็บเห็ดได้แล้ว ชักช้าอืดอาดยืดยาดเดี๋ยวก็ได้โดนคนที่บ้านรังแกอีกหรอก”
“ใครเก็บเห็ดใครเด็กน้อย ใครรังแกใคร แล้วทำไมต้องเก็บเห็ด?”
ซานจี๋พูดทวนคำพูดปริศนาที่ดังมาจากทางไหนก็ไม่ทราบก่อนจะหันซ้ายแลขวาแล้วเหลือบไปเห็นนกน้อยขนปุยตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ดวงตาของมันจ้องมาหาซานจี๋ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเสียงนั่นจะเป็เสียงของนก ซานจี๋คิดว่าอาจเป็เสียงของสัตว์ประหลาดตัวอื่นที่อาศัยอยู่แถวนี้
“เห้อพวกมนุษย์นี่โง่จริง ๆ ฟังภาษานกก็ไม่รู้เื่ จะสื่อสารแต่ละทีก็แสนลำบากนี่มันน่าเบื่อเกินไปแล้ว”
เ้านกน้อยพูดเจื้อยแจ้วไปตามประสาเพราะแต่ไหนแต่ไรมันก็ไม่เคยเป็จุดสนใจของใครอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่มันพูดกับซานจี๋มันพยายามพูดกับซานจี๋หลายครั้งแล้วเพียงแต่ซานจี๋ฟังภาษานกไม่รู้เื่เท่านั้นเอง
“นะ…นกพูดได้!!!” O...O'
ซานจี๋อุทานเสียงดังพร้อมกับชี้นิ้วมืออ้วนไปหานกน้อยในทางกลับกันเ้านกน้อยก็ใไม่ใช่เล่น มันเพิ่งบ่นไปหลัด ๆ ว่าพวกมนุษย์หน้าโง่ฟังภาษานกไม่รู้เื่ แล้วทำไมจู่ ๆเด็กน้อยคนนั้นกลายเป็เข้าใจภาษานกขึ้นมาซะได้ล่ะ?
อึก!!!?
“เดี๋ยวก่อนนะฉันเองก็พูดได้นี่ แล้วภาษาที่ใช้ก็ไม่ใช่ภาษาของชาวภูตอีกด้วย”
หลิวซานจี๋แทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดภาษาแปลกประหลาดและในตอนนี้เอง จู่ ๆ หลิวซานจี๋ก็รู้สึกถึงความเจ็บร้าวที่ลามลึกเข้าไปถึงไขกระดูกขณะเดียวกันภายในหัวกะโหลกเล็ก ๆก็รู้สึกหนักอึ้งคล้ายมีคนเอาอะไรบางอย่างมายัดเข้าไปในนั้นทีละมาก ๆ
และดูเหมือนว่าสิ่งที่ถูกยัดเยียดเข้ามามันจะไม่ใช่สิ่งของและไม่ใช่สิ่งที่สามารถจับต้องได้แต่มันเป็ความทรงจำของใครบางคนต่างหาก!
หลิวซานจี๋ยืนโยกตัวไปมาพร้อมกับยกสองมือกุมขมับหวังให้อาการปวดหน่วงหายไปสักทีตอนนี้ซานจี๋เห็นภาพความทรงจำในแต่ละเหตุการณ์ของเ้าของร่างอย่างชัดเจนซึ่งมันเป็เหตุการณ์ั้แ่เล็กยันโต แค่ไม่กี่นาทีก็ทำให้หลิวซานจี๋คนใหม่รับรู้ได้เองว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับร่างนี้และเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่...
ใช่แล้วล่ะเด็กหญิงวัยแปดขวบที่เป็เ้าของร่างนี้ตายเพราะกินเห็ดพิษอันที่จริงจะโทษเห็ดอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะอิงจากที่เ้าภูตน้อยกำลังคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดลออ ก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าหากไม่ใช่ว่าร่างนี้กำลังป่วยอยู่ ไหนยังมีภูมิต้านทานต่ำเป็ทุนเดิมการเผลอกินเห็ดพิษชนิดนั้นเข้าไปก็อาจจะแค่หน้ามืด อาเจียน ท้องร่วงหรืออาจมีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อนเข้ามาบ้างแต่พักรักษาตัวโดยการกินยาพื้นบ้านที่มีฤทธิ์ขับพิษก็น่าจะกลับมาหายดี
แต่ที่หลิวซานจี๋ดันอาการทรุดหนักในระยะเวลาสั้นๆ จนถึงแก่ชีวิต สาเหตุหลักก็มาจากการที่ซานจี๋ไม่ค่อยสบาย มีสภาวะร่างกายขาดสมดุลภูมิต้านทานบกพร่อง อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ เืลมไหลเวียนไม่ดีตับและม้ามปั่นป่วน เมื่อรับพิษจากเห็ดเข้าไปอีกจึงส่งผลทำให้อวัยวะภายในทำงานหนักขึ้นสุดท้ายก็ตายลงไปในที่สุด
ส่วนสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่แฝงเข้ามาอยู่ในร่างกายของเด็กหญิงวัยแปดขวบไม่ใช่คนจากโลกใบนี้ แล้วก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับซานจี๋ด้วยเพราะแบบนี้ไงล่ะ พอลืมตาตื่นขึ้นมาและได้รู้ว่าตัวเองมาโผล่ที่โลกใบใหม่ แล้วก็ได้มาแฝงอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้เ้าของลมหายใจถึงได้ดูตื่นตูมจนตาเหลือกอย่างนั้น!