
ดาวโหลด Ebook ได้ที่เว็บ MEB นะคะ
สองหนุ่มจัดการอาหารตรงหน้าไปพลางพูดคุยกันไปไม่นานก็เรียบร้อย และระหว่างรอโทรศัพท์ใหม่ ธนภูมิก็เคลียร์งานส่วนที่ค้างของตัวเอง แม้ที่นี่ดนัยดูแลเป็หลัก แต่เขาก็เข้ามาช่วยบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าว่างก็คือมาทุกวัน
ธนภูมิทำงานจนเพลินสาย ๆ คนของทางร้านโทรศัพท์ที่ดนัยโทรสั่งก็เอามือถือมาส่ง ยี่ห้อเดิม รุ่นเดิม สีเดิมเปะ ชายหนุ่มเช็กดูความเรียบร้อยเล็กน้อย ให้อีกฝ่ายตั้งค่าต่าง ๆ ให้แล้วจ่ายเงิน จากนั้นก็ชาร์ตแบ็ตทิ้งเอาไว้ หันมาสนใจทำงานต่อจนกระทั่งเกือบห้าโมงเช้า เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็พี่สาว เขาก็ใจหายวาบอย่างคนที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้โทรบอกที่บ้านั้แ่เมื่อคืน
“อยู่ไหน” นิพาดาที่ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ประจำตำแหน่งเอ่ยถามน้องชายเสียงเข้ม
“อยู่ร้าน”
“ร้านไหนล่ะ”
“ร้านมอไซค์คร๊าบบบ...” ธนภูมิลากเสียงยาวอย่างยียวน
“ทำไมไปอยู่ที่นั่น”
“อ้าว...ผมเป็หุ้นส่วน ก็ขอมาทำงานบ้างอะไรบ้างสิครับ เดี๋ยวเพื่อนมันไม่แบ่งกำไรให้ทำไงล่ะ” ธนภูมิพูดติดตลก แต่คนเป็พี่สาวไม่คิดจะตลกด้วย
“แล้วทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน” หญิงสาวถามเสียงเข้ม เมื่อน้องชายตัวดีเงียบเธอจึงพูดต่อ “มือถือน่ะปิดเครื่องทำไม รู้ไหมว่าติดต่อแกไม่ได้คุณแม่เป็ห่วงมากแค่ไหน”
“ผม...ผม...ติดงาน” ชายหนุ่มแก้ตัวเสียงอ่อยระคนรู้สึกผิด
“ติดงานหรือติดหญิงกันแน่ อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ”
“โธ่ ! พี่ติดงานจริง ๆ นี่อยู่ที่ร้านตลอดไม่ได้ไปไหนเลย โทรศัพท์แบตหมดเพิ่งชาร์ตเมื่อเช้านี้เอง” ธนภูมิจำต้องโกหกเพราะไม่อยากให้พี่สาวเป็ห่วง เอาไว้เจอหน้าค่อยสารภาพ
“ไปแก้ตัวกับคุณแม่ที่บ้านเองละกัน” นิพาดาบอกอย่างเหนื่อยหน่ายที่จะต่อปากต่อคำ
“รู้น่า เอาไว้เย็น ๆ ผมกลับไปขอโทษคุณแม่เอง ไม่มีปัญหาหรอก”
“ไม่ได้ แกต้องกลับเดี๋ยวนี้ คุณแม่รออยู่ และต้องกลับให้ทันก่อนกินข้าวเที่ยงด้วย”
“ไม่ได้ !” ธนภูมิปฏิเสธพี่สาวเสียงสูง “ผมติดงาน...ติดลูกค้า...ติด...”
“ติดอะไรก็ไปบอกคุณแม่เองละกัน พี่จะโทรบอกว่าแกอยู่ร้านมอ’ไซค์ ส่วนรายละเอียดแกโทรไปคุยกับแม่เอง ต้องโทรนะถ้าแกยังไม่โทรกลับบ้านไปเตรียมตัวโดนคุณพ่อเล่นงานได้เลย โทษฐานที่ทำให้ภรรยาสุดที่รักของท่านเป็ห่วง เข้าใจไหม”
“คร๊าบ ๆ” ธนภูมิรับคำเสียงยานคางอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อพี่สาวเอาคุณพ่อมาขู่ หลังจากวางสายเขาก็รีบเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านทันที
“งานฉันเสร็จแล้วนะที่เหลือฝากแกด้วย”
“ได้ ขับรถดี ๆ ละ”
ธนภูมิยกมือตอบรับพร้อมกับบอกลาในคราวเดียวกันแล้วเดินถือกุญแจรถออกไปทันที เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเคอร์ฟิวของคนเป็แม่
“กลับมาแล้วค่า” นิพาดาส่งเสียงสดใสบอกคนเป็แม่เลี้ยงและน้องชายที่นั่งอยู่ในบ้าน “ทำอะไรกันอยู่คะ” เธอถามพลางเดินตรงดิ่งไปหาทั้งสองคนที่นั่งสาละวนทำอะไรสักอย่างกันอยู่
“ดูน้องชายเราสิ” นางประณาลีบอกลูกเลี้ยงขณะที่มือยังใช้น้ำเกลือล้างแผลให้ลูกชาย