มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี

    ตอนที่ 48 วารุตสะดุ้งเฮือก!

    กรงเล็บยาวแหลมคมของขาคู่หน้าหมายจับตะปบลงบนขนสีขาวอีกครั้ง แต่ทว่าพอมาถึงจังหวะที่จะเข้าปะทะ จังหวะที่กรงเล็บกำลังจะขย้ำร่าง เจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) กลับกระโดดดีดตัวหลบเปลี่ยนทิศทางและพุ่งผ่านเสือโคร่งโยรุไปเสียดื้อๆ วืด!

     

    ดูเหมือนว่าเป้าหมายของมันในหนนี้จะคือ เจ้าชายภูวดล

     

    อุ้งเท้าทั้งสี่ข้างกระทบพื้นย่นระยะเข้ามาอย่างรวดเร็ว เจ้าชายภูวดลมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่ก็พยายามไม่แสดงมันออกมา 

     

    พระองค์วางมาดจัดแจงท่วงท่าเตรียมพร้อมรับมือ และมันก็เป็นเช่นนั้น หมาป่าตัวใหญ่กระโดดกระโจนเข้าใส่ คมเขี้ยวของมันเกือบจะได้ลิ้มรสเลือดของเจ้าชาย ถ้าหากว่าเจ้าชายภูวดลไม่เอี้ยวตัวหลบมันได้ทันเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ามันจะไม่สนใจความผิดพลาด เจ้าขวานตวัดกลับมามุ่งหน้าวิ่งไล่กัดไล่งับอย่างบ้าคลั่ง จนเจ้าชายไม่มีโอกาสได้ตอบโต้จำต้องเป็นฝ่ายล่าถอยเพียงสถานเดียว

     

    เสือโคร่งโยรุทำท่าว่ามันจะพุ่งเข้ามาช่วย แต่กลับถูกวารุตโผล่มาตัดหน้าขวางทางเอาไว้ 

     

    แม้ภายในใจลึกๆ วารุตเองก็แอบหวาดหวั่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน แต่เขาก็จะขอลองดูสักตั้งว่าจะเป็นยังไง ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็สามารถคาดเดาได้ไม่ยาก เพราะต่างฝ่ายต่างก็เผชิญหน้ากับสัตว์ซาตานด้วยกันทั้งคู่ ใครเป็นฝ่ายพลาดท่าให้กับสัตว์ร่างยักษ์เหล่านี้ก่อน ผู้นั้นก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

     

    ศารทูลผู้เป็นกรรมการการตัดสินและเขาก็เป็นผู้ถือครองเสือโคร่งโยรุในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นการกระทำเช่นนั้นของวารุต เขาก็แอบรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ถ้าหากอ้างอิงถึงกฎกติกาของการประลอง วารุตจะต้องมั่นใจมากว่าเจ้าขวานจะสามารถเผด็จศึกเจ้าชายภูวดลได้ และในทางกลับกันเขาก็ต้องต้านทานเสือโคร่งโยรุเอาไว้ให้ได้ด้วย ซึ่งศารทูลคิดว่าวารุตคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้

     

    'บางทีเขาอาจจะทำได้ก็ได้นะ' 

     

    แต่นี่ไม่ใช่เสียงของศารทูล เป็นเสียงของเมฆาที่พึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

     

    ในขณะที่ทางฝั่งของเจ้าชายภูวดลเองพระองค์ก็รู้สึกหงุดหงิดและเจ็บใจไม่น้อย ที่ถูกเจ้าหมาป่าไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้

     

    “เสด็จพ่อเช่นนี้ไม่ผิดกฎกติกางั้นหรือเพคะ” 

     

    เจ้าหญิงกรรณิการ์นั่งลุ้นจนตัวเกร็งเอ่ยถาม เล็บมือจิกอยู่ตรงที่วางแขน ฝ่ามือของนางหยิกงอไปหมด

     

    “มันไม่ผิดหรอกลูก” 

     

    กษัตริย์สิงหลตอบเสียงอู้อี้ เนื่องจากพระองค์กัดฟันตอบด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว ลุ้นจนตัวเกร็งไม่แพ้ลูกสาว 

     

    ทว่า!

     

    “ดูก่อนสิขอรับองค์หญิง” 

     

    หนึ่งในสองเสนาอำมาตย์ข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้น

     

    “กระหม่อมว่าทางเรากำลังจะเป็นฝ่ายได้เปรียบนะขอรับ หมอนั่นกำลังจะเผชิญหน้ากับเสือโคร่งโยรุ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าช่างเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลานัก” 

     

    เขากล่าวอย่างสำคัญตนราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ให้แสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด

     

    ในขณะเดียวกันนั้นเอง สัตว์กินเนื้อร่างยักษ์ที่ขนของมันเป็นสีแสดและตัดด้วยลวดลายพาดกลอนสีดำ เสือโคร่งโยรุหยุดชะงัก เมื่อจู่ ๆ มีคนโผล่มาขวางทางแถมยังจ้องมองมันอย่างไม่ละสายตา แต่ดูเหมือนว่ามันจะฉลาดพอ พอที่จะประเมินสถานการณ์เองได้ มันจึงไม่พยายามสนใจบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าอย่างวารุต

     

    เจ้าเสือโคร่งพยายามจะกระโดดกระโจนวิ่งฉีกหนีออกไปอีกไปด้าน ทางซ้ายที ขวาที เพื่อที่จะสลัดให้หลุดจากผู้ที่ขวางทาง หมายจะรีบเข้าไปช่วยเจ้าชายภูวดล แต่มันกลับถูกวารุตสกัดกั้นเอาไว้ทุกครั้ง

     

    วารุตสะดุ้งเฮือก! เมื่อเสือโคร่งโยรุแผดเสียงคำรามก้องกังวานดังสนั่น ดูท่าว่ามันจะไม่ค่อยสบอารมณ์ที่วารุตคอยโผล่มาสกัดกั้นขวางทาง มันแยกเขี้ยวใส่เขาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด สายตาก็พลาดจ้องเขม็ง บางทีมันอาจจะตอบรับศาลท้ารบของวารุตเข้าซะแล้ว

     

    ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ยังไม่ทันแม้แต่จะตั้งท่ารับมือ เพียงแค่มันตวัดขาแค่ไม่กี่ครั้ง มันก็สามารถทะยานเข้ามาประชิดร่างของวารุตได้ 

     

    สองอุ้งเท้าคู่หน้าที่มาพร้อมกับกรงเล็บยาวแหลมคม โผทะยานยกขึ้นสูง วารุตคิดว่านี่คงไม่ใช่การทักทายจากมันอย่างแน่นอน สองอุ้งเท้าคู่หน้าร่วงหล่นกระทบพื้นทำให้สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ตึง!

     

    สภาพคงจะออกมาไม่สวยนัก ถ้าหากถูกกรงเล็บแหลมคมและเรี่ยวแรงอันต้านมหาศาลนี้ตะปบเอา

     

    วารุตถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากที่กระโดดหลบการโจมตีของเสือโคร่งโยรุได้ทันอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี ที่คุณอ่าน