บทที่ 1 ลู่หาน
“เออร์วิน! ตั้งสติเร็ว!”
ปังง
ใครกันคือเออร์วิน…
แล้วเสียงที่ดังเมื่อสักครู่มันคืออะไรกัน มันฟังดูเหมือน… เสียงปืน!
“เออร์วิน! ตื่นขึ้นมาเร็วเข้า!”
ตอนนี้ลู่หานรู้แล้วว่าเ้าของเสียงะโนั้นกำลังเรียกตัวเองอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าแปลก หน้าตาคนจีนดั้งเดิมอย่างเขา ไม่ควรมีใครเข้าใจผิดว่ามีชื่อเรียกราวกับคนตะวันตกอย่างชื่อเออร์วินได้ อีกอย่างเขาจำได้ว่าตัวเองกำลังดูหนังสืออยู่ในหอสมุดบริติชเพื่อค้นหาข้อมูลมาทำวิทยานิพนธ์ แล้วเหตุใดกลับมานอนอยู่สถานที่ๆทั้งแข็งและชื้นแบบนี้
ลู่หานสลัดความคิดวุ่นวายออกจากหัว ตอนนี้หากอยากเข้าใจสถานการณ์ เห็นทีเขาควรลืมตาขึ้นก่อนเป็ดีที่สุด เขายกเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะลืมตา เสมือนว่าตัวเขาเองถูกปลุกให้ตื่นขึ้นระหว่างกำลังหลับฝันดีอยู่
ทำไมมันดำมืดไปหมด… ตอนกลางคืนอย่างงั้นหรือ
ลู่หานพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมาเพื่อว่าจะเห็นอะไรได้มากกว่านี้ แต่เมื่อขยับตัวเพียงเล็กน้อย ััอันแสนเ็ปก็พุ่งเข้าจู่โจมเขา
เจ็บ…
ความเ็ปทำให้เขาแทบจะล้มตัวไป
ลู่หานกัดฟันฝืนลุกขึ้นมาโดยไม่สนความเ็ปที่วิ่งพล่านอยู่ หลังจาากลุกขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาทำคือก้มมองสำรวจตัวเองก้มมองสำรวจ มันปรากฏคราบเืสีแดงที่ดูสดใหม่เปอะเปื้อนอยู่บนเสื้อผ้าที่เขากำลังสวมใส่อยู่ อีกทั้งบริเวณ่ท้องของเขายังคงมีเืไหลซึมอยู่ให้เห็นโดยไม่ต้องสังเกต
ลู่หานเห็นเช่นนั้นก็แทบจะะโออกมาว่า นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!
“เออร์วิน มาช่วยทางนี้เร็ว!”
เสียงนี้อีกแล้ว..
ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในใจลู่หาน หลังจากต้องตื่นขึ้นมาในที่ไหนก็ไม่รู้พร้อมแผลขนาดใหญ่บนตัว ยังต้องมาถูกคนแปลกหน้าะโเรียกด้วยชื่อที่เขาไม่เคยจะได้ยินมาก่อน ความเ็ป สับสน และหงุดหงิด สิ่งเหล่านี้รวมกันทำให้เขาแทบจะะเิออกมา
้าให้เขาไปช่วย นี่มันเื่ตลกอะไรกัน!
สภาพเขาตอนนี้ควรเป็คนได้รับการช่วยเหลือถึงจะถูก!
ลู่หานคิดอยากะโกับไปว่า เออร์วินปู่**สิ แต่เมื่อหันไปเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็แทบจะกลืนสิ่งที่คิดจะพูดเมื่อครู่ลงไป
ลู่หานขอถอนความคิดที่ว่าเขาควรเป็คนที่ได้รับการช่วยเหลือ
ทำไมนะเหรอ..
เพราะชายตรงหน้าเขากำลังถูกตัวประหลาดฆ่าตายยังไงละ!
ลู่หานถึงกับเผลอส่งเสียงเล็ดลอดออกมา อุณหภูมิโดยรอบที่แม้จะต่ำอยู่แล้วมันกลับหนาวเย็นกว่าเดิม เส้นขนทั่วล่างเขาลุกชันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงบ่งบอกถึงความหวาดกลัวอย่างที่สุด
เ้าตัวประหลาดด้านหน้าเขานั้นมีขนสีนำตาลปกคลุมรอบตัวมัน ดวงตาสีแดงฉานของมันส่องประกายให้เห็นถึงความดุร้ายได้แม้ในยามราตรี มันยืนด้วยขาทั้งสองข้างอย่างมั่นคง พร้อมใช้มือที่เต็มไปด้วยเล็บอันแหลมคมบีบไปที่ลำคอของชายจนมีเืไหลออกมา
“ชะ..ช่วยข้าที”
ลู่หานหลังได้ยินคำขอของชายตรงหน้าก็สับสนเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อเห็นว่าสายตาของชายคนนี้ก้มลงมองที่พื้นตลอดตลอดเวลา เขาจึงมองตามสายตาคู่นั้นจนไปพบบางอย่างเข้า
มันคือปืน… เป็ปืนลูกโม่ลำกล้องสั้นที่มีวงะุห้านัด สีของมันดำจนแทบจะกลืนไปกับความมืดรอบด้าน แต่โชคดีที่คืนนี้มีแสงจากดวงจันทร์มาช่วยเบาบางความมืดรอบตัวลงทำให้ลู่หานเจอมัน
แม้ทั้งชีวิตของลู่หานจะไม่เคยยิงปืนมาก่อน แต่เขาก็เคยดูหนังประเภทนี้มาบ้าง ปืนลูกโม่นั้นขอเพียงมีะุอยู่ในโม่ก็สามารถยิงออกมาได้ทันที มันต่างจากปืนประเภทกึ่งอัตโนมัติที่ต้องปลดเซฟตี้ก่อน
ลู่หานจับปืนให้มั่นและเล็งไปที่บริเวณศรีษะของมัน เขากดปลายกระบอกปืนให้ต่ำลงเล็กน้อย หลังจากมั่นใจแล้วก็ลั่นไกออกไปทันที
ปัง! ะุนัดนี้พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ก่อนที่จะเจาะ่อกของเ้าตัวประหลาดเป็รูะุ
ตัวประหลาดกรีดร้องเสียงแหลม มันมีท่าทีหวาดกลัวปืนในมือของลู่หานอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากเห็นว่ามันได้ผล ลู่หานจึงยกกระบอกปืนให้สูงกว่าเมื่อครู่ ก่อนจะเหนี่ยวไกอีกครั้งนึง ในคราวนี้เขายิงต่อเนื่องโดยไม่หยุดดูแม้แต่น้อย
ปัง! เสียงปืนดังขึ้นสี่ครั้งติดกัน
ไม่รู้ว่าเพราะยกกระบอกปืนสูงเกินไปหรืออย่างไร ะุปืนในรอบนี้จึงพุ่งผ่านเ้าตัวประหลาดไปเกือบหมด ยังดีที่มีนัดหนึ่งบังเอิญพุ่งเข้าไปในดวงตาของมัน มันถึงกับต้องเอาดึงมือมาปิดบังบริเวณดวงตาอย่างเ็ป ปล่อยให้ร่างของชายที่ถูกบีบคอร่วงหล่นลงพื้นไป
ลู่หานยังคงไม่ลดมือลงแม้ะุจะถูกยิงออกไปหมดแล้ว เขามีความรู้สึกปลอดภัยกว่าที่จะถือมันค้างไว้อย่างนี้ ถึงยังไงเ้าตัวประหลาดตรงหน้าก็คงไม่ฉลาดพอที่จะรู้ว่ามีะุแค่ห้านัด
“เข้ามาสิ แล้วฉันจะยิงแกให้พรุนเลย”
เ้าตัวประหลาดเริ่มมีท่าทีลังเล มันมองมายังปืนที่ลู่หานถือเหมือนจะตรวจสอบอะไรบางอย่าง หลังจากจ้องมองได้สักพักมันก็ดูดุร้ายขึ้นมา ดวงตาที่เหลือข้างเดียวของมันแสดงถึงความกระหายเือย่างเต็มเปี่ยม พร้อมทั้งเดินตรงมายังทิศทางที่ลู่หานอยู่อย่างไม่เกรงกลัว
‘อย่าบอกนะว่า มันรู้ว่าปืนไม่มีะุแล้ว’ ลู่หานใกับสติปัญญาของเ้าตัวประหลาดนี้
เขากลัวจนถอยหลังไปทีละก้าว
ปึก! แผ่นหลังของเขาติดกับกำแพง ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางให้หนีแล้ว
เ้าตัวประหลาดเห็นเขาจนมุมก็ไม่รอช้า มันกางกรงเล็บทั้งห้าออกพร้อมพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
ลู่หานหมดแรงที่จะหาวิธีแล้ว แผลที่ท้องทำให้เขาเสียเืมากจนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่วิ่งหนี เขาได้ยืนนิ่งรอรับความตายที่กำลังพุ่งเข้ามา
ปัง!
เสียงปืนดังมาจากที่ห่างไกลออกไป พร้อมกับมีเสียงะโตามมา
“พบตัวฆาตกรแล้ว! มาทางนี้เร็วเข้า!”
‘ฆาตกรงั้นเหรอ’ ลู่หานคิดในใจ เ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าเขาจะเป็ฆาตกรไปได้ยังไง มันไม่ใช่แม้แต่มนุษย์ด้วยซ้ำ!
เ้าตัวประหลาดเมื่อเห็นว่ามีคนกำลังวิ่งมาทางนี้ มันก็รีบหนีเข้าไปในตรอกลึกทันที ก่อนที่ร่างกายมันจะเลือนหายไปกับความมืดมิดจนหมด มันหันกลับมาจ้องหน้าลู่หานด้วยแววตาอาฆาต บริเวณส่วนที่เป็ปากขยับขึ้นลงเล็กน้อย
“แกจะต้องตาย”
ร่างของลู่หานเย็นเฉียบ เหงื่อทั่วร่างไหลออกมาไม่หยุด
นี่มันบ้าอะไรกัน! เ้าตัวประหลาดนี่มันพูดได้! แล้วที่มันพูดทิ้งไว้มีความหมายอย่างไร หรือว่ามันคิดจะตามล่าเขา!
หลังจากที่อยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดมายาวนาน ทั้งยังมีอาการาเ็ที่ทำให้เสียเืไปไม่น้อย ทันทีที่เ้าตัวประหลาดหายไป เรี่ยวแรงที่ฝืนไว้เมื่อสักครู่ของลู่หานก็หมดลงไปในทันที ตอนนี้เขาพยุงร่างกายตัวเองให้ยืนไว้ยังแทบไม่ได้
ช่างเถอะ… เื่เ้าตัวประหลาดนั้นไว้ว่ากันทีหลัง
ดวงตาของลู่หานเริ่มปิดลงทีละน้อย ร่างกายที่ไร้การควบคุมนั้นโซเซไปมา จนในที่สุดมันก็ชนกับกำแพงด้านหนึ่ง ก่อนที่ตัวเขาจะล้มคว่ำหน้าลงไปที่พื้น
ร่างของลู่หานล้มลงไปได้เพียงชั่วเดียว แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันหลายดวงก็ถูกจุดขึ้นมา เหล่าคนที่สวมใส่เสื้อสีดำแบบเดียวกับลู่หานประมาณสี่ถึงห้าคนต่างวิ่งตรงมายังจุดที่เขาหมดสติอยู่ด้วยท่าทีรีบร้อน
หนึ่งในนั้นเข้ามาตรวจสอบร่างของลู่หานและชายอีกคน ก่อนที่จะะโออกมา
“ตำรวจสองนายได้รับาเ็ รีบพาพวกเขาไปโรงพยาบาลตรงถนนม็อกซ์เร็วเข้า!”
“หัวหน้า แล้วเ้าฆาตกรต่อเนื่องนั้นยังจะตามไปไหม”
ชายผู้เป็หัวหน้ามองไปยังความมืดเบื้องหน้า ก่อนจะส่ายหัวเป็การปฏิเสธ
“ตรอกพวกนี้เชื่อมต่อกับถนนหลายแห่ง พวกเราไม่มีทางรู้ว่ามันเลือกหลบหนีไปในเส้นทางไหน หากคิดจะไล่ตามเห็นทีจะต้องใช้คนมากกว่านี้”
สุดท้ายพวกเขาตัดสินใจไม่ไล่ตาม ก่อนจะนำร่างของผู้าเ็ทั้งสองคนเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ลู่หานในเวลานี้ยังคงไม่ได้สติ ภาพความทรงจำมากมายเริ่มปรากฏในหัวของเขาขณะที่หลับไหลอยู่
ลุค·เออร์วิน…
ตำรวจแห่งเมืองไอเวอร์เรนแห่งอาณาจักรอาร์เด็น...
ปัจจุบันอาศัยอยู่กับมารดา พี่ชาย และน้องสาว…
ภาพเหล่านี้เป็ความทรงจำของใครกัน!
ปวดหัวเหลือเกิน!
ใครก็ได้หยุดมันที!
ทันใดนั้นภาพที่อยู่ในหัวของลู่หานกลับเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิม เพียงแค่ชั่วเดียวความทรงจำนับร้อยพันเื่ทะลักเข้ามาดังสายน้ำไหล เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองอยู่บนเครื่องทรมานบางอย่าง ความเ็ปถาโถมมาภายหัวเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
ไม่ไหวแล้ว…
ลู่หานไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป ความคิดของเขาหยุดนิ่งโดยสมบูรณ์ราวกับเขากำลังจมลงสู่ความมืดมิดที่ไม่มีวันหวนกลับมา
ยามเช้าของวันธรรมดาวันนึง เป็่เวลาที่ถนนเส้นนี้จะล้นหลามไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่ เนื่องจากเป็ย่านที่มีผู้อาศัยค่อนข้างหนาแน่น ด้านซ้ายของถนนแห่งนี้มีอาคารไม้ขนาดใหญ่หลังนึงตั้งอยู่ มันเป็สถานที่รักษาสำหรับผู้ป่วยในละแวกนี้
ประตูของห้องพักผู้ป่วยถูกเปิดออกพร้อมกับบุรุษคนนึงเดินเข้ามาด้านใน การปิดประตูโดยไม่ผ่อนแรง และรองเท้าบูทที่เหยียบย่ำบนพื้นไม้ พฤติกรรมของเขาทำให้เสียงอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นในห้องพักที่เงียบสงบ
หนวกหู...
เสียงนี้ทำให้ลู่หานที่ยังหลับอยู่อย่างไม่ได้สติฟื้นขึ้นมา เขามองรอบข้างอย่างสลึมสลือ เมื่อพบเห็นบุรุษคนนั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเตียงที่ตนนอนอยู่ เขาก็มีสีหน้าใ ดวงตาที่คล้ายจะไม่ตื่นดีเมื่อครู่เบิกโพล่งขึ้นทันที
“คุณเข้ามาที่บ้านผมได้ยังไงกัน!”