สุดยอดนักผจญภัย

ความลับของโลก

ออรัคพาไลท์มาที่เตียงขนาดเล็กก่อนที่จะบอกว่าตอนนี้องค์ชายน้อยกำลังหลับอยู่

ไลท์เดินไปดูภายในเตียงก็พบว่าเป็นมนุษย์วิหคตัวเล็กพอๆกับเด็กทารกกำลังนอนหลับอยู่

มนุษย์วิหคที่ตอนนี้ยังมีร่างกายสีชมพูอ่อนราวกับเพิ่งฟักออกมาจากไข่ แต่ถ้าหากสังเกตดีๆจะพบว่าตามตัวของมนุษย์วิหคตัวน้อยนั้นเริ่มที่จะมีขมเล็กๆโผล่ออกมาแล้ว 

“ น่ารักดีมากเลยนะลูกของนาย ” ไลท์ยิ้มพร้อมกับมองไปที่องค์ชายตัวน้อย

“ ฮ่าฮ่าขอบคุณมากครับท่านไลท์ ” ออรัคยิ้มอย่างมีความสุข

“ แล้วชื่อขององค์ชายน้อยนี้นายคิดเอาไว้แล้วหรือยัง? ” ไลท์ถาม

“ ชื่อออราเคิลครับ ” ออรัคพูดขึ้น

“ เป็นชื่อที่ดี ” ไลท์ยิ้ม

ไม่นานมนุษย์วิหคทีกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้นพร้อมกับหาวออกมาเล็กน้อย จากนั้นเธอก็มองดูรอบๆก่อนที่จะเห็นออรัคยืนคุยกับมนุษย์คนหนึ่ง

เธอมองดูมนุษย์คนนี้ด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะพบว่าเธอรู้สึกคุ้นหน้ากับมนุษย์คนนี้มากแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน

“ ท่านพี่ ” ราชินีมนุษย์วิหคพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ออรัคที่ได้ยินเสียงเรียกก็หันไปมองก็พบว่าราชินีได้ตื่นขึ้นมาแล้ว 

“ ตื่นแล้วหรอเวลล์? ” ออรัคพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ราชินีของเมืองสเกียน่ามีชื่อว่าเวลล์ 

“ ท่านพี่มนุษย์ผู้นี้คือ? ” เวลล์ถามด้วยความสงสัยและนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นองค์ราชันพามนุษย์เข้ามาภายในพระราชวังแบบนี้

“ อ่อ ท่านผู้นี้คือท่านไลท์ที่ฉันพูดถึงบ่อยๆยังไงล่ะ ” ออรัคพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ดวงตาของเวลล์เบิกกว้างขึ้น ทันใดนั้นเธอก็จำได้ทันทีว่าเธอเคยเห็นหน้าของไลท์ที่ไหน ที่แท้ก็ในรูปโปสเตอร์ที่ออรัคชอบนำมาให้ดูตลอดเวลา นอกจากนี้เธอก็ได้รู้ข้อมูลของท่านไลท์มาจากออรัคอีกด้วย

“ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“ เช่นกันค่ะท่านไลท์ ” เวลล์พูดด้วยรอยยิ้มและพยายามที่จะลุกขึ้นมา

“ เธอไม่ต้องลุกขึ้นมาหรอก ” ไลท์ห้ามเอาไว้

หลังจากที่พูดคุยกันสักพักไลท์ก็บอกให้ออรัคพาเขาไปยังห้องที่เคยผนึกเฮลเฟลชเพราะเขามีธุระที่จะต้องเข้าไปในมาเบิ้ลฮิล

เมื่อมาถึงไลท์ก็บอกให้ออรัคออกไปรอด้านนอกก่อนก็ได้เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ เดี๋ยวผมจะสั่งให้ทหารมาเฝ้าที่ด้านนอกให้นะครับ ” ออรัคพูดขึ้น

ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ

ออรัคก็โค้งคำนับให้เล็กน้อยก่อนที่จะออกไปด้านนอก

ไลท์เดินไปที่มาเบิ้ลฮิลและใช้มือจับเบาๆ

ทันใดนั้นภาพทุกอย่างก็เปลื่ยนไป กลายเป็นสถานที่ที่ไลท์เคยมาตอนที่พบคูเลย์ซิน 

ทุ่งหญ้งที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยกลิ่นของผืนดินและสายลมอ่อนๆพัดผ่านทำให้รู้สึกเย็นสบาย

“ กลับมาแล้วหรอหนุ่มน้อย? ” เสียงของคูเลย์ซินดังมาจากด้านหลังของไลท์

ไลท์หันกลับไปมองเห็นคูเลย์ซินเดินมาแล้ว

คูเลย์ซินมองไปที่ไลท์จากนั้นเขาก็ยิ้มขึ้นและพูดว่า “ ดูเหมือนว่าเธอจะใช้เวลาไม่นานในการพัฒนามาถึงขั้นนี้ได้แต่จากที่ฉันดูพลังของเธอไม่ใช่พลังเวทย์อีกด้วยแต่เป็นพลังอย่างอื่นที่แข็งแกร่งกว่าพลังเวทย์? ” 

ไลท์หรี่ตาลงและมองไปที่คูเลย์ซินด้วยแววตาประหลาดใจเพราะไม่มีใครที่สามารถมองลมปราณของเขาออก มีคูเลย์ซินเป็นคนแรกเลยที่มองออกแบบนี้

“ เธอไม่ตอบก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะฉันก็พอที่จะคาดเดาได้ ” คูเลย์ซินยิ้มจากนั้นเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาวยามค่ำคืน

“ เอาล่ะในเมื่อเธอมาที่นี้แล้วก็คิดว่าเธอน่าจะแข็งแกร่งในระดับSSSแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะบอกข้อมูลของโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ให้กับเธอฟัง ”คูเลย์ซินพูดขึ้นพร้อมกับวาดมือเบาๆ จากนั้นที่โต๊ะหินและเก้าอี้หินก็ปรากฏขึ้น

“ นั่งก่อนสิ ” คูเลย์ซินยิ้มจากนั้นเขาก็นั่งลง 

ไลท์ก็นั่งลงเหมือนกัน

" ที่โลกภายนอกในอดีตกาลนานมาแล้วก็น่าจะสักหลายแสนปีเห็นจะได้ ในตอนนั้นพื้นที่ของโลกภายเป็นเพียงโลกธรรมดาที่ไม่มีเวทย์มนต์ มนุษย์ต่อสู้โดยใช้ดาบและหอกเป็นหลัก พวกเขาฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งเพียงแค่ดาบเดียวก็สามารถฟันภูเขาที่สูงใหญ่ให้ขาดได้

ภายหลังหอคอยแห่งนิรันดร์ก็ปรากฏขึ้น ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรหรือใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา แต่ความจริงแล้วหอคอยแห่งนิรันดร์ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังของผู้สร้างสรรพสิ่ง หรือที่เรียกว่า ‘ พระเจ้า ’ 

พระเจ้าได้สร้างหอคอยแห่งนิรันดร์มาเพราะว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีทรัพยากรหลงเหลืออีกแล้วทำให้พระเจ้าต้องสร้างหอคอยแห่งนิรันดร์เพื่อที่จะให้มนุษย์มีทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น 

แน่นอนว่าภายในหอคอยแห่งนิรันดร์เองก็มีสิ่งที่เรียกว่าเวทย์มนต์อยู่ ทำให้มนุษย์จากโลกภายนอกได้ร่ำเรียนเวทย์มนต์จากภายในหอคอยแห่งนิรันดร์แล้วก็มาฝึกฝนที่โลกภายนอก

เมื่อหอคอยแห่งนิรันดร์ปรากฏขึ้น พลังเวทย์จากภายในหอคอยแห่งนิรันดร์รั่วไหลอกมาทำให้โลกภายนอกมีพลังเวทย์ปรากฏขึ้น

เนื่องจากการฝึกฝนเวทย์มนต์นั้นง่ายกว่าการที่จะต้องฝึกฝนร่างกาย ทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาฝึกฝนเวทย์มนต์แทนและทำให้การฝึกฝนร่างกายค่อยๆหายไปจนในที่สุดก็กลายเป็นเวทย์มนต์ที่ปกครองแทนการฝึกฝนร่างกาย

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพระเจ้านั้นสร้างหอคอยแห่งเวทย์มนต์ขึ้นมาทำไม 

ส่วนอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ก็คือ…เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยพูดแล้วกัน ว่าแต่เธอรู้ไหมว่าหลายแสนปีก่อนมีสงครามขนาดใหญ่ของเผ่าพันธุ์โบราณทั้งสิบที่เรียกว่าสงครามแห่งการพังทลาย? " คูเลย์ซินถาม

ไลท์พยักหน้าเขาเคยได้ยินสงครามแห่งการพังทลายมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้เขายังประหลาดใจกับการที่โลกนี้มีตัวตนที่เรียกว่าพระเจ้าอยู่ด้วย

“ ในเมื่อเธอรู้จักก็ง่ายขึ้นมาหน่อย ” คูเลย์ซินพูดขึ้น 

“ เธอคงรู้สินะว่าสงครามครั้งนั้นรุนแรงจนทำให้มิติปั่นป่วนและเกิดดันเจี้ยนขึ้น ” คูเลย์ซินถามออกมา

ไลท์พยักหน้ารับเขาก็จำได้ว่าเพราะการต่อสู้ในครั้งนั้นนั่นแหละที่ทำให้เกิดดันเจี้ยนขึ้น

" แล้วเธอก็รู้ใช่ไหมว่ามันกินเวลามานานหลายแสนปีแล้ว เพราะแบบนั้นทำให้มิติภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ใกล้ที่จะพังทลายแล้ว และเมื่อมิติภายในหอคอยแห่งนิรันดร์พังทลาย ทุกสิ่งที่อยู่ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ก็จะออกไปสู่โลกภายนอก ทุกเผ่าพันธุ์ก็จะไปโผล่โลกภายนอกทั้งหมด นอกจากนี้ดันเจี้ยยเองก็จะไปโผล่ที่โลกภายนอกเหมือนกันด้วย 

เธอคงรู้สินะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น? 

ใช่แล้วล่ะความวุ่นวาย สงครามและความตายจะปรากฏขึ้นทั่วทุกมุมโลก และจะไม่มีที่ไหนที่มีสงคราม และเมื่อยิ่งความตายมากขึ้นเรื่อยๆโลกก็จะเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบ เผ่าปีศาจที่ชอบพลังงานด้านลบอยู่แล้วพวกมันก็จะยิ่งฝึกฝนตัวเองได้เร็วขึ้นและหลังจากนั้นเผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งก็ต้องบุกโจมตีเผ่าพันธุ์อื่นๆ

สงครามจะปะทุอย่างยาวนานหลายสิบปีหรืออาจจะกินเวลาเป็นร้อยปีก็ได้ แต่ด้วยพลังของตัวตนระดัSSSของเผ่ามังกรอย่างเฮลเฟลชก็จะช่วยต่อสู้กับเผ่าปีศาจได้ เพราะแบบนี้ฉันถึงบอกว่าพลังของเฮลเฟลชจะมีประโยชน์ในอนาคต 

และสิ่งที่อันตรายในอนาคตก็คือพวกเทพปีศาจทั้งสามสิบหกตัว พวกมันแต่ละตัวแข็งแกร่งในระดับSSS และเทพปีศาจสิบอันดับแรกนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมาก แม้แต่ฉันก็ยังทำได้แค่เสมอกับพวกมันและในอนาคตเมื่อโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์พังพินาศ 

ผนึกที่ผนึกพวกมันก็จะพังทลายไปด้วย ทำให้พวกมันสามารถออกมจากผนึกได้ แต่โชคดีที่พวกมันออกมาแล้วความแข็งแกร่งของพวกมันจะอยู่ในระดับAหรือระดับSเท่านั้น และพวกมันจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมา ซึ่งเรื่องเวลานั้นฉันก็ไม่รู้ว่าเทพปีศาจแต่ละตัวจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมา " คูเลย์ซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ แล้วทำไมพวกฑูตสวรรค์ถึงไม่ปรากฏตัวออกมาช่วยพวกเราสู้ล่ะ? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความสงสัย

“ เพราะพวกฑูตสวรรค์ได้กลับไปอยู่กับพระเจ้าแล้วและพระเจ้าจะไม่ส่งพวกฑูตสวรรค์มาจนกว่าทุกสรรพสิ่งจะถูกสังหารโดยเผ่าปีศาจ ถ้าหากทุกเผ่าพันธุ์สามารถเอาชนะปีศาจได้ พวกฑูตสวรรค์และเทพธิดาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกโรง ” คูเลย์ซินพูดด้วยแววตาเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร

ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เขานึกไม่ถึงเลยว่าฑูตสวรรค์ทั้งหมดได้กลับไปอยู่กับพระเจ้าแล้วและจะไม่ออกมาจนกว่าเผ่าปีศาจจะครองโลก

“ แล้วคุณคิดว่าอีกนานไหมกว่าโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์จะพังทลาย? ” ไลท์ถามออกมาเพราะถ้าหากเขารู้เวลาที่แน่นอนเขาก็จะสามารถวางแผนการณ์ได้

“ เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่มั่นใจนักแต่คิดว่าอีกประมาณยี่สิบปีเห็นจะได้ ถ้าหากไม่มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นล่ะก็นะ ” คูเลย์ซินตอบพร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง

“ แล้วคุณรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความสงสัย เขาสงสัยว่าคูเลย์ซินรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

คูเลย์ซินยิ้มและมองมาที่ไลท์ 

ฟุบ

ขนนกสีทองหล่นลงมาจากท้องฟ้า 

ไลท์มองไปที่คูเลย์ซินด้วยแววตาตกใจ เพราะด้านหลังของคุเลย์ซินมีปีกนกสีทองสิบหกปีกปรากฏขึ้น

“ ฉันขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันคูเลย์ซิน หนึ่งในยี่สิบสองฑูตสวรรค์ ความจริงแล้วนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของฉันที่ยังเหลืออยู่ในโลกมนุษย์ ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ว่าฉันคือฑูตสวรรค์ก็ตอนที่ฉันอยู่ในมาเบิ้ลฮิลแล้ว ” คูเลย์ซินพูดด้วยรอยยิ้ม

“ เธอเก็บขนนกของฉันไปก็ได้เพราะขนนกนั้นมีพลังเวทย์มหาศาลอัดอลแน่นอยู่มันอาจจะช่วยเธอได้นะ ” คูเลย์ซินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ไลท์มองไปที่ขนนกสีทองสามชิ้นที่อยู่บนโต๊ะ เขาสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์อันมหาศาลที่อยู่ภายในขนนกสีทอง มันมากกว่าสมบัติที่ไลท์เคยเจอมาทั้งหมดหลายสิบเท่าเลยทีเดียว

ไลท์สัมผัสได้ว่าถ้าหากคนธรรมดาดูดซัพพลังเวทย์จากขนนกสีทองนี้ล่ะก็พลังของคนๆนั้นจะทะยานเข้าสู่ระดับSได้อย่างไม่มีปัญหาเลย นี้เพียงแค่ขนนกชิ้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ตอนนี้ไลท์มีถึงสามชิ้นแค่นี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว

ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว

“ อย่าคิดเชียวนะ ” คูเลย์ซินกรอกตาก่อนที่จะเก็บปีกสีทองของเขาทันที แน่นอนว่าตอนเก็บไปก็มีขนนกอีกสิบชิ้นหล่นลงมา

“ ฉันให้แค่นี้ก็มากพอแล้วนะ ” คูเลย์ซินส่ายหน้าเบาๆ มีอย่างที่ไหนจะมาถอนปีกศักดิ์สิทธิ์ของคนอื่นแบบนี้ 

ไลท์หัวเราะเบาๆและเก็บขนนกเหล่านั้นไว้ในแหวนมิติ ความจริงแล้วเขาไม่รู้ว่ามันจะตามเขากลับไปที่ด้านนอกไหม 

“ มันตามไปแน่นอนเพราะมิติภายในแหวนมิติเป็นมิติเอกเทศน์สามารถเก็บสมบัติจากภายในนี่ได้ ” คูเลย์ซินพูดขึ้น

 “ ดูเหมือนว่าคุณจะมีความสามารถในการอ่านใจคนอื่นนะเนี้ย ” ไลท์หัวเราะขึ้นเบาๆ

“ ความสามารถอันน้อยนิดเท่านั้นแหละ ” คูเลย์ซินส่ายหน่าจากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ ตอนนี้ฉันก็บอกความจริงกับเธอหมดแล้วเพราะฉะนั้นในอนาคตฉันก็ขอฝากโลกไว้กับเธอด้วยนะ ” 

“ เป็นคำขอที่ยากเกินไปจริงๆ แต่ผมจะทำเต็มที่เพื่อไม่ให้เสียใจภายหลังแน่นอน…แล้วทำไมคุณถึงเป็นห่วงโลกเหลือเกิน? ” ไลท์ถามขึ้น

“ ก็เพราะฉันชอบโลกใบนี้ ชอบทุกๆเผ่าพันธุ์และฉันก็ไม่อยากให้เผ่าปีศาจครองโลกและทำลายเผ่าพันธ์ุอื่นๆทั้งหมด ” คูเลย์ซินพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา

“ ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะทำให้เต็มที่แต่ขอบอกก่อนนะว่าผมจะทำเท่าที่ผมสามารถทำได้ ” ไลท์พูดขึ้น

“ เข้าใจแล้วและฉันก็ขอให้เธอขอให้โชคดีนะและหวังว่าพวกฉันคงไม่ต้องมาที่โลกอีกนะ ” คูเลย์ซินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะส่งไลท์ออกมาจากภายในมาเบิ้ลฮิล

หลังจากที่ไลท์กลับมาได้สติอีกครั้ง เขาก็พบว่ามาเบิ้ลฮิลก็เกิดรอยร้าวขึ้นจากนั้นมันก็แตกสลายไปเป็นผุยผง

ไลท์ลองหยิบขนนกสีทองออกมาจากแหวนมิติ

ขนนกสีทองที่ยาวประมาณสิบห้าเซ็นติเมตร มีพลังเวทย์หมุนเวียนอย่างมหาศาล

“ ไม่รู้ว่าสิบสามชิ้นนี้จะช่วยทำให้ฉันทะลวงเข้าสู่ขั้นจิตวิถีพระเจ้าได้ไหมนะ อีกอย่างฉันก็ต้องแบ่งพลังเวทย์ครึ่งหนึ่งให้กับเจ้าฮุ่ยเหยียนด้วย ” ไลท์พึมพำออกมาเบาๆจากนั้นเขาก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาและติดต่อไปหาเบเรียลเพื่อที่เขาจะบอกว่าเขาจะฝึกฝนตัวเองที่นี้หลายวันขอให้ทุกคนรอเขาก่อน

ส่วนเจ้าฮุ่ยเหยียนที่ไลท์พูดถึงก็คือเทพอสูรฮุ่ยเหยียนที่เขาต้องยืมพลังของเทพอสูรเพื่อที่จะเอาชนะราชาปีศาจบาร์เฮลม

จากนั้นไลท์ก็ทำการดูดซัพพลัวเวทย์จากขนนกสีทองทันที

พลังเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างกายของไลท์ ออร่าสีทองปะทุออกมาจากร่างกายของไลท์อย่างต่อเนื่อง

ร่างกายของไลท์ก็ค่อยๆเปลื่ยนไปด้วยไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือเส้นเอ็นต่างๆก็ดูเปลื่ยนใหม่และดูแข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้น

พริบตาเดียวก็ผ่านไปประมาณสิบหกวัน 

ทันใดนั้นออร่าที่แข็งแกร่งก็ปะทุออกมาจากร่างกายของไลท์ 

ออร่าสีทองหมุนวนรอยตัวของไลท์เอาไว้จนกลายเป็นรังไหมสีทอง

ไลท์รู้ดีว่านี้คือการเปลื่ยนแปลงทางร่างกายจะทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ร่างกายของไลท์ภายในรังไหมจะถูกทำลายและสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์จากทักษะบ่มเพาะของเขา

เพียงแต่เขารู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อยเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะออกมาจากรังไหมได้เมื่อไหร่และไม่รู้ว่าพวกเบเรียลจะเป็นอย่างไรบ้าง เขาก็ขอได้เพียงอย่างเดียวว่าขอให้พวกเพื่อนๆของเขาปลอดภัยก็พอแล้ว

 

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
5.95M 1357
อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.85M 1165
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
3.06M 3586
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
699K 1189