ครั้นส่งน่านฟ้าเข้าห้องนอนเรียบร้อยแล้วจึงเดินขึ้นเตียงโดยไม่พูดไม่จา สายนทีเอ่ยปากถามว่าทำไมวันนี้ดูไม่สบายก็ไม่ยอมตอบ ได้แต่นอนหันหน้าหนีไปอีกทาง
ทว่า คนเป็นพี่ไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ ซุกตัวเข้าผ้าห่มหนาแล้วกอดร่างบางอย่างเคย ทำทีเป็นหลับไปทั้งอย่างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ จากคนในอ้อมกอด
“นรินทร์” เสียงกระซิบทำให้ร่างบางตกใจจนชะงักไป พยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ “ไม่บอกพี่จริง ๆ เหรอว่าช่วงนี้ไม่สบายใจเรื่องอะไร”
“...” เขาทำท่าว่าสายนทีหูแว่ว นิ่งเฉยให้เหมือนคนที่หลับไปแล้ว เพราะไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดที่ตรงไหน
สายนทีจึงเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟแล้วพลิกตัวคนตรงหน้า ภาพที่เห็นทำให้เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำตาคลอเบ้าเอ่อเปื้อนแก้มสองข้าง แม้ว่านรินทร์จะเบือนหน้าหนีแต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยผ่านจนกว่าจะได้พูดกันให้รู้เรื่อง
“นายร้องไห้เพราะพี่เหรอ”
“...”
“บอกหน่อยได้ไหมว่าพี่ทำอะไรผิดไป”
“...”
“นรินทร์ ถ้าคืนนี้ยังไม่ยอมพูด พี่จะไม่ให้นายนอน” สีหน้าของเขาจริงจัง ดวงตาสีน้ำเงินจ้องเขาไม่วางตา รอฟังคำอธิบายว่าทำไมหมู่นี้นรินทร์จึงทำเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจอะไร
“...”
“นายรู้ใช่ไหมว่าพี่รอนายได้ทั้งคืน พี่จะจ้องหน้านายแบบนี้แหละ” สายนทีไม่พูดเปล่าเอามือตัวเองโอบหน้านรินทร์เอาไว้ไม่ให้เขาหันหนี ก่อนจะเริ่มขยับใบหน้าของตัวเองมาใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นทีละนิด ๆ จนปลายจมูกแตะกัน
ฟีโรโมนกลิ่นฝนค่อย ๆ ฟุ้งรอบตัวพวกเขา สายนทีทำอย่างนั้นเพื่อปลอบใจนรินทร์เหมือนอย่างเคยแล้วกอดร่างบางแนบแน่น กระซิบอีกครั้ง “ไม่ชอบเลยที่เห็นนรินทร์เป็นแบบนี้ รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วง กำลังคิดอะไรอยู่คนเดียวอีกแล้วเหรอ พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่านายยังมีพี่อยู่”
“...” นรินทร์ไม่พูดอะไรมีเพียงเสียงสะอื้นที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
“จำสัญญาของพี่ได้ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะอยู่ข้างนาย จะรักแล้วก็ดูแลตลอดไป” คนเป็นพี่เอ่ยปาก พร่ำบอกคนในอ้อมกอดถึงความรู้สึกของเขา “ครั้งนี้พี่คงจะทำผิดมากเลยใช่ไหม นายถึงไม่ยอมพูดอะไร พี่นี่แย่จริง ๆ”
“...”
น้ำเสียงอู้อี้ของเขาทำให้สายนทีได้ยินไม่ชัดจึงคลายอ้อมกอด เช็ดน้ำตาให้นรินทร์แผ่วเบาแล้วรอฟังอีกครั้ง “จะด่าจะว่าอะไรพี่ก็แล้วแต่นายเลย” เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับการลงโทษ
“มีคนเคยบอกว่าอัลฟ่ายีนเด่นที่ผูกพันธะฟีโรโมนแล้วจะตกอยู่ในภวังค์” เขาสะอื้นแล้วเล่าต่อ “ไม่ใช่ความรักจริง ๆ”
“ใครกล้าพูดแบบนั้น” คิ้วหนาขมวดรู้สึกว่าคนคนนั้นพูดอะไรไม่เข้าเรื่องเลยจริง ๆ
“ถึงตอนแรกจะรักกันดี แต่ว่าพอนานไปจะยังเหมือนเดิมได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะภาวะหลงฟีโรโมน” ดวงตาสีส้มอ่อนคลอด้วยน้ำตาอีกครั้ง “พอผมเลิกปล่อยฟีโรโมน พี่ก็ไม่เหมือนเดิม แล้วพี่ก็มีคนอื่น”
“หือ คนอื่นเหรอ” เขาเลิกคิ้วสงสัยว่าไปทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ “พี่นี่นะมีคนอื่น”
“ไม่ต้องแก้ตัวหรอก ผมเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”
“ไม่นะ นายเข้าใจผิดแล้ว พี่จะไปมีใครได้ ในเมื่อคนที่รักที่สุดก็อยู่ตรงหน้าแล้ว” สายนทียังคงยืนยันคำเดิม
“ไม่ต้องมาทำไขสือเลย ผมเห็นกับตาตัวเอง ไม่ต้องอ้างว่าเป็นลูกค้าด้วย” ร่างบางปล่อยโฮไม่ปิดบังอีกต่อไป “ตอนเย็นผมเห็นพี่เอาดอกไม้ช่อใหญ่ให้เขา แล้วก็ยิ้มแล้วก็โอบไหล่ แล้ววันนี้พี่ก็กลับบ้านช้า พี่มัวแต่ไปไหนกับเขาล่ะ แล้วก็...”
“นรินทร์ หยุดก่อน” สายนทีกำลังใช้สมองคิดอย่างหนักว่าคนที่นรินทร์เห็นคือใครเพราะวันนี้เขาทำงานอยู่ที่ออฟฟิศจนเลิกช้าต่างหาก “นายบอกว่าเห็นพี่ที่ไหนนะ”
“ร้านอาหารไม่ไกลจากโรงเรียนลูก”
คล้ายกับว่าสายนทีเพิ่งจะนึกเรื่องบางอย่างออกจึงเปิดมือถือขึ้นมาแล้วถามนรินทร์ว่า “คนที่นายเห็นใส่ชุดสูทสีดำใช่ไหม”
“อือ” เขาตอบสั้น ๆ พลางปาดน้ำตาตัวเอง
“วันนี้นายเตรียมเสื้อผ้าสีอะไรให้พี่ใส่ไปทำงาน”
“สีเทา” นรินทร์จำได้แม่นเพราะว่าเขาแบ่งชุดตามวันแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“แล้วจำอีกฝ่ายได้ไหมว่าใส่ชุดสีอะไร ตัวสูงเท่าไหร่” สายนทีถามต่อ สายตายังคงดูรูปในมือถือ
“สีขาว สูงน้อยกว่าพี่นิดหน่อย”
สายนทีอดรนทนไม่ไหวบีบแก้มนรินทร์เบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวแล้วยื่นมือถือให้เขาดูภาพนั้นก่อนจะถามว่า “พี่ควรจะทำยังไงกับนายดี ที่บอกว่าเห็นนี่ยืนอยู่ไกลแค่ไหน พี่ต้องพานายไปตัดแว่นไหมถึงได้จำหน้าพี่สลับกับแสงทิวา”
แสงทิวา ลูกพี่ลูกน้องอัลฟ่ายีนเด่นผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเหมือนกับสายนที เย็นวันนี้แต่งตัวดีเป็นพิเศษเพราะมีนัดออกเดตกับแฟนหนุ่มเป็นครั้งแรก
ร่างบางขยี้ตาตัวเองแล้วมองภาพในจอมือถืออีกครั้งให้แน่ใจพลันเบือนหน้าหนีแต่ถูกจับคางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน
“คนที่นายเห็นใช่คนในรูปไหม” คนเป็นพี่ถามซ้ำอีกครั้ง
นรินทร์อึกอักพูดพึมพำ “ปกติน้องใส่แต่เสื้อยืดนี่นา ผมก็ยาว ๆ แต่ว่าวันนี้ทำไมเซตทรงผมแบบพี่ล่ะ”
“เจ้าสองคนนั้นมีเดตไง เดตครั้งแรก แต่ว่านายอย่าเปลี่ยนเรื่อง มองหน้าพี่ชัด ๆ แล้วบอกหน่อยสิว่านายจำสามีตัวเองไม่ได้เหรอ” เขาทำท่าทางเศร้า “น่าน้อยใจ น้อยใจจริง ๆ”
“ขอโทษ เรื่องนี้ผมผิดเอง ก็ตอนนั้นน้ำตามันบังตาแล้วก็เห็นจากไกล ๆ คิดว่าพี่ไม่รักก็เลยคิดว่าพี่มีคนอื่น” นรินทร์โพล่งออกมาไม่หยุด ระบายความอัดอั้นที่เก็บมาหลายวันจนหมดเปลือก
ในที่สุดสายนทีจึงเข้าใจว่าช่วงนี้นรินทร์เป็นอะไรไปจึงกอดคนตรงหน้าแล้วจุมพิตริมฝีปากนุ่มนวล “ได้ยินเสียงหัวใจไหม นายคนเดียวที่ทำให้มันเต้นแรงแบบนี้”
“ถ้าพี่อยู่ในภาวะหลงฟีโรโมน พี่ก็เลยพูดแบบนี้ได้”
สายนทีจับมือของนรินทร์มาแตะร่างกายของตัวเอง “พูดอะไรสักอย่างสิ ไม่ต้องใช้ฟีโรโมน ลองดูว่าพี่จะมีอาการอะไรไหม” เขาท้าทายคนตรงหน้าพลางย้ำสิ่งที่เคยบอกตั้งแต่ตอนขอคบกันครั้งแรก “นรินทร์ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่ตกหลุมรักนายตั้งแต่เพศรองอัลฟ่ายังไม่แสดงออกมา ไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีฟีโรโมนหรือไม่มีพี่ก็รักนาย”
“...”
“พูดสิ อะไรก็ได้” เจ้าตัวยังคงรออยู่ ท่าทีสบายทำให้นรินทร์นึกอยากพิสูจน์จึงตั้งใจพูดอะไรที่ไม่เคยพูดออกมาเป็นครั้งแรกโดยไม่ให้คนเป็นพี่ตั้งตัวได้ทัน
“คืนนี้ผมอยากให้พี่...ตรงนี้ผม แล้วก็ลูบ...ตรงนี้ จากนั้นก็...ข้างหลัง แล้วก็...ให้แรง ๆ” เขาไม่พูดเปล่าพลางเลื่อนมือไปตามร่างกายชี้ตรงจุดโน้นจุดนี้ไปด้วย แล้วบอกคำสุดท้ายว่า “มีลูกอีกคนไหมครับ”
แน่นอนว่าสายนทีอึ้งไปชั่วขณะเพราะไม่เคยได้ยินเขาพูดแบบนั้นจริง ๆ ดวงตาสีส้มอ่อนที่มองมายังคงเว้าวอนอ้อนให้เขาตกหลุมพราง แม้ไม่มีฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบแต่สายนทีราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองตอนที่นึกภาพตาม
ทันใดนั้นเสียงนรินทร์ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ “พี่! เลือดกำเดาไหลแล้ว”
สายนทีคว้าคนตรงหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบบอกว่า “ช่างเลือดกำเดาไปเถอะ พี่เคยเป็นแบบนี้ครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ นายบอกว่าอยากมีลูกใช่ไหม”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ก็พี่บอกพูดอะไรก็ได้ ผมเลยลองพูดไปไง” นรินทร์แก้ตัวยกใหญ่ว่าไม่ได้หมายความอย่างที่พูด
“นายพูดเล่นแต่พี่คิดจริง” พอได้ยินคำพูดแกล้งหยอกแบบนี้อีกครั้ง นรินทร์จึงเผลอปล่อยฟีโรโมนตัวเองออกมาอีกจนได้ “นรินทร์จ๋า คืนนี้มามีน้องให้น่านฟ้ากันเถอะ”
“ไม่นะ ผมล้อเล่น”
คนเป็นพี่ยิ้มมุมปากแล้วถามอีกฝ่ายว่า “ข้างล่างพี่เป็นแบบนี้แล้ว พี่จะนอนหลับได้ยังไง”
นรินทร์จึงถึงบางอ้อ คนที่อยู่ในภาวะหลงฟีโรโมนคงจะเป็นตัวเองมากกว่า เมื่อก่อนเคยคิดว่าพี่เป็นคนที่พิเศษอย่างไร ตอนนี้ก็ยังคิดว่าเพราะเป็นพี่ เขาถึงยอมได้ทุกอย่างเหมือนเดิม
“รอบเดียวพอนะ” ร่างบางเขินอายเพราะนึกถึงวันแรก ๆ สายนทีมักจะตื่นเต้นจนเลือดกำเดาไหลเวลาแบบนี้อยู่เสมอ
“สองรอบ ไม่ ๆ สามรอบ พรุ่งนี้วันหยุด” รอยยิ้มมุมปากของสายนทีมีเลศนัย “รู้ไหมว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมา พี่อดใจมากแค่ไหน ตอนนี้พี่หิว”
ปิ๊ง! กลิ่นกุหลาบลอยฟุ้ง จนสายนทีเลิกคิ้วจับได้ว่าคนตรงหน้ากำลังใจเต้นตึกตักเพราะถูกแกล้งก่อนจะพร่ำบอกประโยคหวานเลี่ยนที่เคยพูด
“ดวงตาสีส้มอ่อนสวยมาก”
“ใบหน้านายยังสวยเหมือนเดิมเลย”
“จมูกเล็ก ๆ นี่ก็น่ารัก”
“ฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบหอมชื่นใจ”
“รักนายนะนรินทร์”
“รักตั้งแต่วันแรกที่เจอ จะรักตลอดไปด้วย นับตั้งแต่วันที่ผูกพันธะ ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เปลี่ยนใจ”
ปิ๊ง! ปิ๊ง! ปิ๊ง! ปิ๊ง! ฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
นรินทร์กุมขมับรู้ตัวว่าเวลาอยู่กับสายนทีไม่เคยควบคุมฟีโรโมนของตัวเองได้เลยถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดในใจว่า นายนั่นแหละ หลงพี่หัวปักหัวปำ