ขณะเดียวกับที่จ้าวลี่อิ่งกำลังอุ้มฮัสกี้เล่นหัวคุยกับคนดูในไลฟ์สดอีกฟากหนึ่งของเมือง ในถนนย่านดังแห่งหนึ่งภายในร้านคาราโอเกะหรูหราที่เต็มไปด้วยแสงสี และเสียงเพลงดังสนั่น
ในห้องวีไอพี แสงไฟวิบวับสะท้อนทั่วห้อง เพลงแดนซ์เร้าใจดังลั่นคนกลุ่มหนึ่งกำลังสนุกสุดเหวี่ยง บ้างร้องคาราโอเกะ บ้างเต้นบ้างก็นั่งหัวเราะดื่มเหล้าอย่างเพลิดเพลิน
ท่ามกลางหญิงสาวสวยหลายคน มีชายคนเดียวที่นั่งอยู่กลางโซฟา ซ้ายกอดขวาโอบ รับใช้ปรนเปรอด้วยผลไม้และเครื่องดื่ม คอยเสิร์ฟไม่ขาดมือ
ชายคนนั้นก็คือ โจวเหล่ย
วันนี้เขาอารมณ์บูด เลยออกมาหาความสำราญยามดึก
จู่ๆ มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างขึ้น แสดงสายเรียกเข้า‘กวงโถวเฉียง’
สาวสวยข้างกายรีบหยิบมือถือส่งให้ โจวเหล่ยมองแวบหนึ่งก่อนทำสัญญาณมือทุกคนในห้องก็พลันเงียบ แล้วเขาก็กดรับสาย “ฮัลโหล? กวงโถวเฉียง ทำไมเพิ่งโทรมา จับหมาได้หรือยัง”
ได้ยินชื่อ ‘กวงโถวเฉียง’ (โป๊งเหน่งวิบวับ) เหล่าสาวๆถึงกับกลั้นหัวเราะ
โจวเหล่ยพลันขมวดคิ้ว ตะคอกกลับไปทันที “อะไรนะ! ยังจับไม่ได้อีกเหรอ!ไอ้สวะ! ตอนแรกไม่ใช่บอกว่าจับได้ชัวร์เหรอไง!
“หา? มีหมาตัวอื่นมาช่วยงั้นเรอะแกหาข้ออ้างที่ฮาๆ กว่านี้ไม่ได้แล้วหรือไง!
“ฮัสกี้? ฮัสกี้บ้าอะไรกัน!ตัวที่ฉันให้แกจับนั่น? บ้าไปแล้ว!ดึกป่านนี้มันจะออกมาได้ไง! แกดูผิดตัวแล้วละ!
“แม่ง! แล้วนี่ก็ยังจับไม่ได้ จะโทรมาทำเตี่ยอะไร!
“อะไรนะ บาดเจ็บกันหมด?!
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!พวกแกทำหอกอะไรกันอยู่เนี่ย!
“ฉันอยู่ที่จินหาว! พวกแกรีบมาเลย!
หลังจากวางสายไป สีหน้าโจวเหล่ยยิ่งดำคล้ำหน้าตาบูดบึ้งจนถึงขั้นเดือดดาล เขาตะโกนลั่น “สวะเอ๊ย! ไร้ประโยชน์ทั้งแก๊ง!!”
พอบรรดาสาวๆ รอบตัวเห็นเจ้ามือใหญ่โกรธก็รีบก้มหน้าเงียบกริบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
โจวเหล่ยกวาดตามองพวกเธออย่างหงุดหงิด ก่อนสะบัดมือไล่ “ออกไปๆ!ไสหัวไปให้หมด!!”
เมื่อผู้หญิงทั้งหมดออกจากห้องเหลือเพียงโจวเหล่ยนั่งตัวแข็งอยู่บนโซฟาบรรยากาศที่เคยครึกครื้นก็พลันเงียบกริบลงทันที
“สวะจริงๆ! แค่หมาตัวเดียวก็ยังจัดการไม่ได้!!”
เขายังโมโหไม่หาย จึงตะโกนด่าซ้ำอีกคำก่อนจะยกเท้าถีบโต๊ะน้ำชาตรงหน้าจนไถลไปครึ่งเมตร เหล้าและน้ำบนโต๊ะหกเลอะพื้นหมด
เขาทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอป Douyu แล้วกดเข้าไปในห้องไลฟ์ของจ้าวลี่อิ่ง
เห็นจ้าวลี่อิ่งกำลังอุ้มไอ้เวรฮัสกี้พลางหัวเราะคุยกับคนดูก็ยิ่งเดือดพล่าน มองไปทางไหนก็รู้สึกว่ามันเกะกะหงุดหงิดลูกตาไปหมด
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา
ในห้องวีไอพีหรู โจวเหล่ยยังนั่งอยู่ตำแหน่งเดิมแต่ตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามกลับมีสี่คนเพิ่มขึ้นมา...ก็คือกวงโถวเฉียงกับพรรคพวกนั่นเอง
หนึ่งในนั้น ตัวผอมเล็กนอนแน่นิ่งอย่างอ่อนแรงเหมือนผักต้ม...ฤทธิ์ยาสลบจากเข็มยาสลบยังไม่จางหาย
โจวเหล่ยมองพวกเขาแล้วมุมปากกระตุก กล่าวทีละคำด้วยความเดือดดาล“พวกแกล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม! คิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หรือไงถึงจะเชื่อคำแก้ตัวปัญญาอ่อนพวกนี้!”
เมื่อครู่กวงโถวเฉียงเพิ่งเล่าถึงเรื่องตามล่าทิเบตันมาสทิฟและบังเอิญเจอฮัสกี้แถวด้านนอกหมู่บ้านให้ฟัง
พวกเขาไม่มีข้ออ้างอื่นจะใช้ เพราะร่องรอยบนหน้าแต่ละคนมันฟ้องชัดจะปิดก็ปิดไม่มิด จึงเลือกสารภาพตามจริงแล้วยังหน้าด้านขอค่ารักษาพยาบาลอีกต่างหาก
แม้พวกเขาพูดความจริงทั้งหมดทว่าโจวเหล่ยฟังแล้วกลับรู้สึกไร้สาระจนอดขำไม่ได้
ฮัสกี้ของจ้าวลี่อิ่งไปช่วยทิเบตตันมาสทิฟงั้นเหรอแล้วยังตั้งใจมาดักรอพวกเขานอกหมู่บ้านด้วย? แถมยังเหมือนกลายเป็นภูตซ้อมพวกเขาทั้งสี่เรียงตัวอีก?
เชื่อคำพูดพวกแกคงมีแต่ผีเท่านั้นแหละ!!
ก็จริงอยู่ เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ได้เจอกับตัวเอง ใครจะไปเชื่อได้ลง
ฝ่ายกวงโถวเฉียงกับพวกถึงกับน้ำตาคลอด้วยความคับข้องใจใบหน้าแต่ละคนเศร้าหมอง
กวงโถวเฉียงชี้รอยเท้าบนหน้าให้ดูพลางยิ้มขื่น
"คุณชายโจว คุณดูสภาพพวกเราสิ...นี่มันหน้าตาคนโกหกเหรอครับ อีกอย่าง ถึงจะโกหกผมก็คงไม่แต่งเรื่องเวอร์ขนาดนี้หรอกมั้ง ผมสาบานได้ว่าที่พูดไปเป็นความจริงทุกคำไอ้หมาตัวนั้นมันไม่ธรรมดาจริงๆ!"
"เหอะ ไม่ธรรมดา? จะบอกว่ามันเป็นปีศาจหรือไง"โจวเหล่ยหัวเราะเยาะ "ต่อให้เป็นจริง พวกแกสี่คนที่สู้หมาตัวเดียวไม่ได้ยังจะมีหน้ามาขอค่ารักษากับฉันอีกเหรอ"
กวงโถวเฉียงว่า "คุณชายโจว คุณพูดแบบนี้ก็ใจร้ายไปหน่อย...พวกเราพี่น้องช่วยงานคุณแท้ๆ ตอนนี้พวกเราเจ็บตัว คุณจะไม่รับผิดชอบเลยเหรออีกอย่าง ตอนที่คุณให้เราจัดการงานนี้คุณก็ไม่ได้บอกนี่ว่าฮัสกี้ตัวนั้นไม่ใช่หมาธรรมดา"
โจวเหล่ยฮึดฮัด "ไม่รับผิดชอบ? ฉันให้พวกแกไปจับหมา พวกแกกลับจับไม่ได้แม้แต่ขนสักเส้น แบบนี้ล่ะเรียกว่า'รับผิดชอบ' หรือเปล่า"
กวงโถวเฉียงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนจะกลอกตาไปมาแล้วกัดฟันพูดว่า "งั้นเอาแบบนี้แล้วกันคุณชายโจว คุณช่วยออกค่ารักษาให้พวกเรานิดหน่อยเถอะอย่างน้อยก็ต้องฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าก่อนใช่ไหมครับแล้วเราจะกลับไปจัดการงานให้คุณต่อ"
เขาพูดพลางยกมือขวาชูสามนิ้ว
"ขอเวลาเราอีกสามวัน ภายในสามเราจะจับทั้งทิเบตตันมาสทิฟกับฮัสกี้ตัวนั้นมาส่งให้คุณถึงที่เลย!"
โจวเหล่ยแค่นเสียงเยาะ "ถ้าพวกแกทำไม่ได้ล่ะ"
กวงโถวเฉียงลังเลไปเล็กน้อย "เอ่อ..."
โจวเหล่ยพูดแทนให้ทันที "ถ้าทำไม่ได้ร้านหมาของพวกแกก็อย่าหวังจะได้เปิดต่อ!แล้วก็ไม่ต้องอยู่ป้วนเปี้ยนในปักกิ่งอีก!!"
สีหน้ากวงโถวเฉียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแววโกรธเคืองทว่าก็ไม่กล้าระเบิดออกมา ได้แต่ขมวดคิ้วยิ้มขื่นรู้ดีว่างานที่เคยได้เงินดีตอนนี้กลายเป็นเผือกร้อนเข้าให้แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้
เขากัดฟันพยักหน้า "ตกลง! คุณชายโจววางใจได้เลย!เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอีก!"
"พูดเอาดีเข้าตัวน่ะง่ายต้องทำให้ได้ก่อนค่อยมาคุยกัน!" โจวเหล่ยฮึดฮัดก่อนหยิบกระเป๋าสตางค์ข้างตัวขึ้นมา คว้าบัตรใบหนึ่งจากข้างในโยนลงบนโต๊ะ
"ในนี้มีห้าหมื่น รหัสคือหกตัวท้ายของเลขบัตรไสหัวไปได้แล้ว!"
ดวงตากวงโถวเฉียงเป็นประกายทันที รีบคว้าบัตรมาไว้ในมือแล้วส่งสัญญาณทางสายตาให้พวกพ้องอีกสามคน จากนั้นก็หันกลับมาพูดกับโจวเหล่ย "งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ คุณชายโจวรอฟังข่าวดีได้เลย!"