เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

บทที่ 204

เช้าวันรุ่งขึ้นในฟาร์มกลางหุบเขาลึกลับ ท้องฟ้าของที่นี่ยังคงแจ่มใสเช่นเคยดั่งวันแรกที่ภามมาอยู่ที่นี่ แม้ว่าในเวลานี้จะเข้าสู่ฤดูหนาวที่หิมะใกล้จะตกเต็มทีแล้วก็ตาม และกิจวัตรยามเช้าของเจ้าของฟาร์มก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คือนั่งจิบกาแฟชมพระอาทิตย์ขึ้นบนดาดฟ้าของบ้านหลังน้อย แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือชายหนุ่มในวันนี้ไม่ได้มีสีหน้าที่สดชื่นนัก เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงตีสี่แล้วจากการทดลองอุปกรณ์มากมายภายในฐานทัพที่ปรับปรุงใหม่ของเขา ซึ่งอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนภายในฟาร์มกว้างใหญ่แห่งนี้ ก็คืออาคารกระจกทรงแปดเหลี่ยมนั่นเอง มันคืออาคารขนาดใหญ่ทรงแปดเหลี่ยมชั้นเดียว รอบด้านของมันเป็นกระจกใสมองจากด้านนอกเข้าไปก็เห็นเครื่องมือไฮเทคมากมายภายในได้อย่างชัดเจน ส่วนหลังคาก็เป็นกระจกใสแผ่นใหญ่ราบเรียบ ถ้ามองจากด้านในก็เห็นท้องฟ้าสีครามได้เด่นชัด แต่ความจริงแล้วพื้นที่ของฐานทัพแห่งนี้ใหญ่โตกว่าที่เห็นอีกหลายเท่าตัว เพราะส่วนใหญ่แล้วซ่อนตัวอยู่ใต้ดินนั่นเอง เรียกได้ว่าโดมแก้วแปดเหลี่ยมนี้เป็นเพียงแค่ทางเข้าเท่านั้น และความลับเกี่ยวกับอาคารแห่งนี้ยังคงมีอีกมากมาย เพราะมันถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการอันบรรเจิดของภามนั่นเอง เจ้าของฟาร์มนั่งจิบกาแฟต่อไปด้วยความง่วงเหงา แม้ว่าเขาจะสามารถนอนต่อไปได้โดยไม่มีใครมาปลุก แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ยังมีอยู่มาก เพราะตัวแทนของเขาในแต่ละหน้าที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ ปัจจุบันภามจึงยังต้องบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ยกเว้นก็แต่“ท่านภามเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ได้ยินว่าเมื่อคืนท่านนอนดึกอย่างนั้นเหรอ?” ชายวัยกลางคนผู้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าคนงานภายในฟาร์ม เดินขึ้นมาทักทายชายหนุ่มถึงบนดาดฟ้า“น้าอลันเองเหรอ? รู้สึกว่าช่วงนี้เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะ มีอะไรรึเปล่าถึงมาหาข้าตั้งแต่เช้า” ภามรู้สึกแปลกใจที่ผู้ช่วยของเขาคนนี้เข้ามาหาตนเวลานี้ เพราะตั้งแต่สร้างโรงอาหารพนักงาน และที่พักแยกออกไป ทั้งสองคนก็ไม่ได้มาคุยกันบนดาดฟ้าตรงนี้อีกเลย“ข้าต้องขอบพระคุณท่านภามอีกครั้งขอรับที่ช่วยชีวิตลูกสาวของข้าไว้ บุญคุณที่ท่านช่วยเหลือครอบครัวของข้านั้นใหญ่หลวงนักชาตินี้คงไม่อาจตอบแทนได้หมดจริงๆ” อลันก้มศีรษะขอบคุณภามจากใจจริง ในหัวใจของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความปลื้มปีติกับการดูแลของภาม“ครอบครัวของเจ้าก็เหมือนครอบครัวของข้า ที่ฟาร์มของเรามีผลผลิตดีๆออกมาในทุกวันก็เพราะน้าอลัน ได้ทานอาหารอร่อยทุกมื้อก็เพราะน้าเมมี่ เด็กๆทุกคนตั้งใจฝึกฝน และเรียนหนังสือก็เพราะมีอามินกับแอนเน่เป็นตัวอย่าง แถมพวกคนหนุ่มยังขยันขันแข็งก็เพราะมีแม็กซ์เป็นผู้นำ ข้าขอขอบคุณจากใจจริง” ภามเข้าไปประคองอลันให้ยืนตรง พร้อมบรรยายความรู้สึกในใจออกมาเสียยืดยาว“ทั้งหมดก็เพราะมีท่านภามคอยชี้แนะพวกเราต่างหาก ถ้าพวกเราไม่ได้ความเมตตาจากท่านในวันนั้นพวกเราก็คงไม่ได้มีความสุขในวันนี้หรอกขอรับ” ชายกลางคนยังคงชื่นชมในตัวของผู้มีพระคุณอย่างทราบซึ้ง“ฮะๆๆ เอาเถอะๆข้ารับรู้ความรู้สึกในใจของเจ้าแล้ว ข้าก็ดีใจมากๆที่พวกเราได้มาอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้พวกเราก็ไปกินข้าวเช้ากันเถอะนะ” ภามรีบตัดบทของอลันก่อนที่น้ำตาแห่งความซาบซึ้งของชายกลางคนจะไหลออกมา แล้วก็เดินนำหน้ามุ่งไปที่โรงอาหารทันที ที่โรงอาหารในเช้าวันนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนเช่นเคย พวกเขาต่างก็ทำความเคารพต่อภามโดยไม่เว้นแม้แต่คนเดียว เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นในทุกๆวัน และสำหรับอดีตทหารนี่ก็เป็นเรื่องที่คุ้นเคยอยู่แล้วตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนนายสิบ แต่บรรยากาศตรงนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ แน่นอนว่าสำหรับเจ้าของฟาร์มแล้วอาหารของเขาได้ถูกเตรียมแยกไว้เป็นพิเศษ อยู่บนโต๊ะยาวประจำของเหล่าหัวหน้างานที่ที่พวกเขาจะได้คุยกันระหว่างทานอาหารก่อนเริ่มงานในเช้าวันใหม่ แม้ว่าภามเคยบอกว่าจะต่อแถวเช่นเดียวกับคนอื่น แต่เมมี่ก็เตรียมไว้ให้ภามเสมอในทุกวัน ที่นั่งตรงข้ามกับภามยังคงเป็น อองรี และเลนก้า สองสามีภรรยาตระกูลมูเน่ ถัดไปเป็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมแอดเลอร์ ส่วนด้านข้างของภามก็คืออลัน ถัดไปอีกคนก็คือหัวหน้าหน่วยป้องกันเบ็นนั่นเอง ปกติแล้วเมื่อเริ่มทานอาหารอดีตบารอนจะเป็นผู้เริ่มรายงานเรื่องราวต่างๆขึ้นมาก่อน แต่ในวันนี้เขากลับไม่พูดไม่จา ตอนแรกภามก็กินซุปครีมข้าวโพดหอมกรุ่นของตนเข้าไปด้วยความหิวโดยไม่คิดอะไร แต่บรรยากาศภายในโต๊ะของเขามันแปลกเกินไป เพราะไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทานซุปอย่างรีบเร่งจนมีพิรุธ แม้แต่อลันก็เงียบ และซดซุปเข้าปากอย่างเร็วที่สุดทั้งที่มันยังร้อนอยู่“มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า? ข้ารู้ว่าเมื่อวานพวกเรามีงานด่วนเข้ามาจนแทบไม่ได้พักผ่อน แต่ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงของพวกท่านก็คงจะไม่เป็นกังวลอย่างนี้ ยังไงก็ขอให้บอกข้ามาเถอะ” พวกเขาต่างก็หยุดชะงักเมื่อภามจับได้ถึงพิรุธ และพร้อมเพรียงกันส่งสายตาไปที่อดีตบารอนมูเน่ ซึ่งสิ่งนี้ก็บ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าอองรีต้องเป็นคนรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ประจวบเหมาะกับท่าทาง และสายตาแปลกๆที่ชายชราแสดงออกมาตอนคุยกับภามเมื่อคืน นั่นก็หมายความว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน“ท่านอองรีบบอกมาเถอะ ถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่เราจะได้ช่วยกันแก้ไขได้โดยเร็วยังไงล่ะ” เจ้าของฟาร์มจดจ้องไปที่ชายชราตรงหน้า แม้ไม่ใช่สายตาที่ข่มขู่แต่เพราะว่าเป็นภามอองรีจึงรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก“เอ่อ...คือ...” อดีตบารอนพยายามกล่าวออกมา แต่ก็อ้ำอึ้งไม่พูดเสียที จึงถูกขัดขึ้นก่อน“เดี๋ยวข้าพูดแทนสามีเองเจ้าค่ะ” สตรีผมแดงขานอาสาที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น“ข้ารอฟังอยู่ท่านเลนก้า” ภามยืดตัวตรงตั้งใจฟัง เพราะดูเหมือนว่าเหล่าผู้สูงวัยจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้“บีดีเลียกับเดอริกหายตัวไปเจ้าค่ะ พวกเราพยายามติดต่อแล้วก็ไม่ตอบกลับมา แต่จากที่พวกเราช่วยกันคิดหาสาเหตุแล้ว คิดว่าทั้งสองคนน่าจะไปหาท่านดยุค แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะบุกเข้าไปชิงตัวออกมาหรือแค่เข้าไปแอบดูสภาพความเป็นอยู่เท่านั้น” อดีตบารอนเนสอธิบายเรื่องราวได้อย่างรวบรัดเข้าใจง่าย สายตาของเลนก้าจับจ้องอยู่ที่ภาม สีหน้าของเธอบ่งบอกว่ากลัวว่าชายหนุ่มจะโกรธ ซึ่งภามก็เข้าใจได้ทันทีเช่นกัน เพราะคนทั้งสองที่หายตัวไปก็เป็นหลานของเธอนั่นเอง และเพราะการกระทำโดยไม่ได้บอกใครของสองคนนั้น ย่อมส่งผลต่อแผนการของซีเคร็ทการ์เด้นอย่างแน่นอน ภามยังคงนั่งคิดเงียบๆไม่พูดอะไร ซึ่งนั่นยิ่งทำให้คนทั้งโต๊ะรู้สึกเป็นกังวลใจไปด้วย พวกเขาไม่เคยเห็นภามโกรธมาก่อน รวมทั้งว่าไม่มีใครอยากเห็นความพิโรธของผู้ที่แข็งแกร่งระดับมหาจอมเวทย์อย่างแน่นอน และในระหว่างที่คิดไปเพลินๆนั้นภามก็หันไปเห็นกลุ่มคนที่โต๊ะด้านข้างเข้าพอดี ทั้งมีอา วานีล เมโลเอ้ แม็กซ์ และอามิน ที่จับจ้องสายตามาที่ตัวของเขาก็รีบหลบสายตากันอย่างมีพิรุธ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาก็รู้เรื่องนี้แล้วเช่นกัน‘อืม...เรื่องน่าจะเกิดขึ้นเมื่อวานตอนกลางวันที่เราไปช่วยแอนเน่ กว่าพวกเขาจะรู้ก็คงปาเข้าไปมื้อเย็นแล้ว ส่วนเรญ่าก็เริ่มเตรียมการที่ฐานทัพตั้งแต่เย็น และก็คงจะไม่มีใครอยากขอร้องนางเท่าไร ส่วนพวกเขาเองก็เป็นผู้หลบหนีการตามล่าที่เราสั่งไว้แล้วว่าห้ามเข้าเมืองฮาเวสตี้เด็ดขาด รวมทั้งเรายังทำงานต่อจนดึกพวกเขาคงจะเกรงใจที่เรายังไม่ได้พักผ่อนเลยสินะ’ เจ้าของฟาร์มคิดวิเคราะห์เรื่องราวเป็นขั้นเป็นตอน ถึงแม้ว่าเลนก้าจะไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดออกมา แต่ภามก็รู้ได้ว่าทุกคนพยายามตามหาตัวสองคนนั้นทั่วฟาร์มแล้วแน่นอน

คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน