ตอนที่หกสิบเอ็ด Red string of fate 5
คุณได้รับบัตรผ่านVVIP ตลอดชีพ
ถ้าผมมีระบบตอนนี้คงขึ้นค่าสถานะอย่างนั้นแล้ว
แต่พอมาเป็นเหตุการณ์จริงทำให้ผมต้องรับมาอย่างครุ่นคิดว่า
ตูจะไปเสี่ยงตายในงานคอนเสิร์ตดีไหมฟะ?
อย่างที่ทุกคนมีประสบการณ์เล่นเกมส์หรืออ่านนิยายจีนมานับพันชั่วโมง
ไม่มีงานเลี้ยงใดมีเจตนาดี
ว่าพอมีงานเลี้ยงปุ๊บมันต้องมีคนฆ่ากันทุกครั้งหรือเหตุการณ์ร้ายแรงจะเกิดขึ้นทุกครั้งราวกับเป็นอีเวนท์บังคับของทุกจักรวาล
ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงฉลองของเด็กแว่นนักสืบหรือไปจนถึงผู้หมวดแม็คเคลนที่ต้องการฉลองคริสมาสต์กับครอบครัว
มันต้องมีเหตุการณ์วินาศสันตะโรเสมอในงานเลี้ยง
ผมจำใจต้องกัดฟันกล่าวจากใจ
ไม่มีทางเลือกนี่หว่าอีกฝ่ายฟังจากน้ำเสียงได้ว่าเราโกหกหรือไม่
“ต่อให้ผมต้องเจอนักฆ่าอันดับหนึ่งของจักรวาลผมก็จะไปครับ”
คุณโคยูกิฟังคำพูดของผมนั้นหน้าเปลี่ยนด้วยความรวดเร็ว
จากเขิน เป็นตาเบิกกว้าง จากนั้นกลับมาแก้มแดงฉานอีกครั้ง
“คุณแมททิวล่ะก็-”
คุณโคยูกิหันหน้าไปทางด้านข้างและม้วนผมกับเขย่งปลายเท้าไปมาราวกับต้องการมองไปทุกทางยกเว้นทางที่ผมยืนอยู่
“ไม่รู้ด้วยล่ะคะ สัญญาแล้วนะ”
ก่อนที่คุณโคยูกิจะหันหลังวิ่งออกไป
หลังจากที่กล่าวได้ว่าพยายามจะเชิญผมไปลานประหารหากคุณเป็นตัวประกอบ
เอายังไงดีฟะนี่?
นักฆ่าอันดับหนึ่งในจักรวาลสการ์เล็ตฮันเตอร์ที่สามารถสังหารคนได้ด้วยการสัมผัสจะมาในงานแล้วตูจะรอดไหมนี่?
แน่นอน แผนการและเนื้อเรื่องเบื้องหลังมันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่เฉลยว่าสการ์เล็ตนั้นมีเหตุผลที่ดีที่จะทำลงไปในภายหลังแต่นั่นก็ทำให้คนเล่นเกมส์ด่าคนเขียนบทไปเหมือนกัน
แต่มันราวกับจะเป็นฉากบังคับที่คนเขียนบทพยายามผลักดันตัวละครใหม่ๆมาให้ผู้เล่นเปย์ในเกมส์กาชะให้มากขึ้นเรื่อยๆเพื่อหลอกเอาเงินจากกระเป๋าผู้เล่น
เปรียบง่ายๆคือ
เบจิต้า
จากดราก้อนบอลละกัน
ว่าเรารู้ว่าเบจิต้ากลายเป็นพวกเดียวกับเราได้มีลูก มีเมีย เป็นพ่อบ้านได้
แต่ให้นึกภาพเบจิต้าตอนปรากฏตัวแรกๆก่อนที่เขาจะมีการพัฒนาการของตัวละครและเราเป็นหนึ่งในศพที่โดนเบจิต้าฆ่าหรือหนึ่งในเอเลี่ยนที่เบจิต้าย่างกินนั่นล่ะ
มันไม่ใช่เรื่องตลกนะโว๊ย
ผมหันหน้ากลับไปเจอกับคุณโคยูกิที่พยายามจะจูบแก้มผมพอดี
ทำให้ริมปากเราประสานกันแบบแนวเลิฟคอมมีดี้