ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 14 คล้ายฝันตื่นหนึ่ง

    เฮือก!!เชนลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วหันมองไปรอบๆ ในขณะนี้เชนได้กลับมาอยู่ในโลกสีดำอีกครั้งแล้ว"...เจ้าเป็นอะไร..." เสียงของกลุ่มพลังงานเอ่ยขึ้น เสียงเหมือนจะไกลออกไปทุกที"เมื่อกี้ผมเห็น...เห็นสนามรบขนาดใหญ่ เหมือนผมจะเข้าไปติดในร่างของใครสักคน นั่นใช่ผู้อาวุโสหรือเปล่าครับ? " เชนบอกสิ่งที่เห็น"...ทมิฬดับแสงอยู่กับข้ามานาน...ตอนหลอมรวมคงมีความทรงจำบางส่วนของข้าแทรกเข้าไปทำให้เจ้าเห็นภาพจากความทรงจำข้า...เจ้าบอกเห็นสนามรบแล้วเห็นอะไรอีก..." กลุ่มพลังงาน"ผมเห็นสิ่งมีชีวิตสามตน เหมือนจะเป็นชายสองหญิงหนึ่งกำลังบอกให้ผู้อาวุโสส่งอะไรบางอย่างให้พวกมัน" เชนพูดสิ่งที่เห็นมาให้กลุ่มพลังงานฟังอย่างไม่ปิดบัง"...อย่างงั้นหรือ..." กลุ่มพลังงาน"ผู้อาวุโส...ผมขอเสียมารยาทถาม สิ่งนั้นที่พวกมันว่าคืออะไรเหรอครับ" เชนไม่อาจห้ามความสงสัยจึงเอ่ยปากออกไป สิ่งนั้นที่เชนได้ยินพวกมันพูดจะต้องเป็นต้นเหตุของสงครามในภาพที่เห็นแน่นอน เป็นอะไรกันที่ทำให้เกิดสงครามขนาดใหญ่ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตนับล้านที่ทรงพลังเหล่านั้นต้องต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย"...เป็นสิ่งที่พวกมันคิดว่าข้ามี..." กลุ่มพลังงานเอ่ยตอบ แล้วเงียบหายไปครู่จึงพูดต่อ "...เจ้ายังไม่จำเป็นต้องสนใจ...ตอนนี้ข้ามอบทุกสิ่งให้เจ้าแล้ว เจ้าจะนำพลังที่ข้อมอบให้ไปทำอะไรก็ตามแต่ใจของเจ้า...แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เจ้าซึ่งเป็นผู้สืบทอดของข้าห้ามทำนั่นคือ...อ่อนแอ! " กลุ่มพลังงานเอ่ยออกมาคำพูดนี้เชนสัมผัสได้ถึงความภาคภูมิและความอหังการอย่างที่สุด "..เข้าใจหรือไม่..""เข้าใจแล้วครับ! " เชนรับคำ"...ไปเถอะ...ถึงเวลาต้องจากกันแล้ว ข้าจะส่งเจ้ากลับไปเอง..." กลุ่มพลังงาน"เดี๋ยวครับผู้อาวุโส! ผมขอถามสองอย่างเป็นอย่างสุดท้าย" เชน"...ว่ามาเถอะ..." กลุ่มพลังงาน"ผู้อาวุโสชื่ออะไรครับ ผมอยากทราบชื่อของผู้อาวุโส" เชนจ้องมองไปยังกลุ่มพลังงาน ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเคารพ"...เจ้ารู้ในตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์กับเจ้า อาจจะสร้างอันตรายให้เจ้าด้วยซ้ำ...เรียกข้าว่าผู้อาวุโสตามที่เจ้าเรียกเถอะ...คำถามสุดท้ายล่ะ..." กลุ่มพลังงาน"เรา...จะได้พบกันอีกไหมครับ" เชนมองไปที่กลุ่มพลังงานแล้วเอ่ยถาม แม้ได้พบกันเพียงเวลาสั้นๆ แต่เชนรู้สึกผูกพันกับกลุ่มพลังงานลึกลับที่ตนเรียกว่าผู้อาวุโสนัก"...เรื่องนั้นคงมีแต่ฟ้าที่บอกได้...ไปเถอะ ขอให้เจ้าโชคดี..." ประโยคสุดท้ายเชนสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงอบอุ่นที่แตกต่างจากปกติที่จะเป็นเสียงทุ้มลึกเข้มงวด เมื่อประโยคนั้นจบลงเชนก็รู้สึกง่วงขึ้นมาแล้วหลับตาหลับไปลงอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ตุบเชนที่ร่างกำลังจะกระแทกพื้นเพราะหลับไปในท่ายืนเหมือนมีบางสิ่งมารองรับไว้ ทำให้เขาลงไปนอนกับพื้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรโลกสีดำรอบๆ ด้านสีจางลงจนสุดท้ายก็หายไปทั้งหมด เผยให้เห็นรอบๆ บริเวณที่จริงๆ แล้วก็คือโถงกว้างที่เชนสู้กับกิ้งก่าทมิฬนั่นเอง มายที่ตอนนี้กำลังสลบก็นอนไม่ได้สติอยู่ไม่ไกลกลุ่มพลังงานยังคอยลอยอยู่หน้าเชน รูปร่างของกลุ่มพลังงานในตอนนี้วูบไหวเหมือนเปลวไฟที่พร้อมจะดับลงได้ทุกเมื่อกลุ่มพลังงานกำลังคิดไปถึงเชนที่ดูดซับปราณจากหินแกนปราณได้ครบสิบส่วนทั้งที่ไม่สมควรเป็นไปได้ คิดไปถึงสภาวะประหลาดที่เชนใช้ต่อสู้กับกิ้งก่าทมิฬ และคิดไปถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่ง จมอยู่ในความคิดไม่นานก็เอ่ยขึ้น"...ถ้าเจ้าเป็นสิ่งที่ข้าคิดจริงๆ ...งั้นเจ้าก็อาจเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเราที่ข้าตามหามาตลอด...น่าเสียดาย...ข้าอยาก..เฝ้ามอง..เจ้าให้..มาก..กว่า..นี้.." เสียงกลุ่มพลังงานลึกลับค่อยๆ ขาดตอนหายไป รูปร่างที่เหมือนเปลวไฟวูบไหวนั้นก็กะพริบวูบแล้วหายไปราวกับทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง........"เจ้าหนู...เจ้าหนู! ""อือ.." เชนได้ยินเสียงเหมือนกับใครกำลังเรียกเขาดังอยู่ข้างๆ พร้อมกับโยกตัวเขาไปด้วย"มิ้นท์ ปลุกพี่ทำไมเนี่ย พี่ขอนอนต่ออีกห้านาที" เชนพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่ พร้อมกับพลิกตัวหนีการโยกปลุกนั้นและพูดมาอย่างเคยชิน"ห้านาทีกับผีน่ะสิ! ตื่นได้แล้วโว้ย! "ผลัวะ"โอ้ย! หัวแกแข็งขึ้นรึเปล่าเนี่ย"เชนรู้สึกเหมือนมีใครมาทุบหัว แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลย เชนทนเสียงที่ดังๆ ข้างไม่ไหวจึงลืมตาขึ้นมอง พอเห็นเป็นวีที่กำลังนั่งกุมมือตัวเองอยู่เชนก็อุทานออกมา"เฮ้ย! ลุงวี เข้ามาในห้องนอนผมได้ไง" เชนพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างตกใจ ดูท่ายังไม่ตื่นดีเท่าไหร่นักวีที่นั่งกุมหมัดตัวเองที่ตอนนี้แดงเถือกมองมาทางเชน ถ้าตาไม่ฝาดเหมือนเชนเห็นคิ้วของวีกระตุก"อ๋อ นี่ห้องนอนนายสินะ งั้นฉันต้องขอโทษใช่ไหมที่เข้ามาโดยไม่ได้อนุญาตน่ะ" วีพูดตอบพร้อมมองเชนอย่างเคืองๆ ปนขำเชนได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนจะตาสว่างขึ้นมาพอดู กะพริบตาอยู่ครู่เรื่องราวที่ผ่านมาก็ลอยเข้ามาในหัวของเชน แล้วความง่วงทั้งหมดก็หายไปในทันที"ผู้อาวุโส! " เชนลุกขึ้นพรวดจนทำให้วีที่นั่งในท่ายองอยู่ข้างๆ ตกใจจนล้มหงายหลังไปนั่งอยู่กับพื้น เชนหมุนตัวมองไปรอบๆ ทำให้เห็นว่าตอนนี้เขาอยู่ในห้องโถงกว้างที่สู้กับกิ้งก่าทมิฬ"จะลุกก็บอกกันหน่อยสิเจ้าหนู! ตกลงตื่นยังหรือละเมออยู่" วีที่ตอนนี้นั่งอยู่กับพื้นพูดขึ้นเชนไม่ได้ตอบคำถามของวี แต่คิดไปถึงเรื่องในโลกสีดำนั้น 'หรือเราแค่ฝันไป? ''ไม่ใช่ เราไม่ได้ฝัน! ' เชนที่ทำการสำรวจจุดรวมปราณของตนทำให้เห็นลูกแก้วใสที่มีน้ำวนสีดำทมิฬหมุนวนอยู่นั้น ทำให้ทราบว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเชนไม่ได้ฝันไป"ตื่นก็ดีแล้ว เฮ้อ..เจ้าหนูพอรู้ว่าไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? พอฉันตื่นมาก็ไม่เห็นไอ้กิ้งก่าสีดำแล้ว ประตูทางออกก็เปิดอยู่อีก" เชนมองไปทางที่วีมองก็พบกับประตูน้ำวนที่คาดว่าเป็นทางออกอยู่ไม่ไกลจากตัวเขานัก"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" เชนทำเป็นไม่รู้เรื่องราว เชนไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรจึงทำเป็นไม่รู้เลยน่าจะง่ายกว่า"เอาเถอะ...รอดมาก็ดีแล้ว ที่รอดมามีฉัน นาย กับมายเท่านั้น ส่วนคนอื่น..." วีนิ่งเงียบไปไม่พูดอะไรต่อ"ลุงไม่บาดเจ็บนะ" วีถาม"ไม่เท่าไหร่หรอก...ไปเถอะต้องรีบพามายไปโรงพยาบาล" วีพูดจบก็เดินไปยังมายที่นอนไม่ได้สติแล้วอุ้มขึ้นมาเดินไปยังทางออก เชนเองก็เดินตามไปแต่เดินไปได้ห้าหกก้าวก็หยุดแล้วหันหลังไปมองโถงกว้างนั้นอีกครั้ง"ไปเถอะเจ้าหนู" เสียงวีพูดเรียกขึ้นอีกครั้ง'ขอบคุณมากครับ ผู้อาวุโส' เชนคิดจบก็หันหลังวิ่งไปยังทางออกนั้นแล้วหายไปจากโถงกว้าง ปล่อยให้โถงกว้างกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง