ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 78 ข้างนอกช่างกว้างใหญ่

          “เซ่าฝู่ ตอนนั้นอาไม่ดีเอง เจ้ายกโทษให้อาด้วย”

      “เซ่าฝู่ เจ้ารีบมานั่งเร็วข้ามียาลูกกลอนสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บมันมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูพลังปราณได้เป็นอย่างดีเลย เจ้ารีบทานเร็ว” ……

      ในห้องโถงใหญ่ของบ้านสกุลตู้ป้าๆ น้าๆ ที่เคยหาเรื่องตู้เซ่าฝู่ในตอนนั้น ต่างกรูกันเข้ามาเอาอกเอาใจตู้เซ่าฝู่อย่างเขินอายพวกนางมีท่าทางเก้ๆ กังๆ

      “พวกท่านคือผู้ใหญ่ในตระกูลเรื่องตอนนั้นข้าลืมไปหมดนานแล้วล่ะ”

          คนทำผิดที่ยอมรับผิดแล้วทำให้ใจอ่อนได้ง่ายๆตู้เซ่าฝู่รู้ว่าป้าๆ น้าๆ ทั้งหลายไม่ได้เป็นคนไม่ดีที่ทำไปก็เพื่อปกป้องลูกของตัวเองเท่านั้นเหมือนกับที่ลุงใหญ่และลุงสองปกป้องตนดังนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้คิดจะทำตัวใจแคบและยังไงซะเขาก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไรไป

      “เจ้าพวกไม่ได้เรื่องมาหาข้าเดี๋ยวนี้”

          เสียงตะโกนดังสนั่นไปทั่วห้องโถง มีผู้เฒ่าคนหนึ่งกำลังลากตัวตู้เฮ่ามาหาตู้เซ่าฝู่นอกจากตู้เฮ่าแล้ว ยังมีตู้เหยียนและคนอื่นๆ เด็กๆกลุ่มนี้ที่เข้ามาหาคือพวกที่มักจะรวมตัวอยู่กับตู้เฮ่า ตู้เหยียน ตู้กุ้ยเป็นต้นและกลุ่มๆ นี้เคยถูกตู้เซ่าฝู่สั่งสอนด้วยกำปั้นกันมาหมดแล้ว

      “ท่านผู้อาวุโสใหญ่”

          เมื่อผู้เฒ่าคนนี้ปรากฏตัว คนของบ้านสกุลตู้ต่างก็คารวะทักทายบุรุษที่น่าเกรงขามผู้นี้คือตู้กวังเย่า เขาคือผู้อาวุโสใหญ่ของบ้านสกุลตู้มีตำแหน่งสถานะในบ้านสกุลตู้สูงมาก และเป็นบุคคลในกลุ่มผู้ที่มีวัยวุฒิสูงในตระกูลคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งต่ำกว่าหัวหน้าบ้านสกุลไม่มาก

      “ท่านผู้อาวุโสใหญ่”

      ตู้เซ่าฝู่รู้จักผู้อาวุโสใหญ่เพียงแต่ผู้อาวุโสใหญ่ในความทรงจำของเขาแต่เล็กก็เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอะไรในสนามประลองวันนี้ผู้อาวุโสใหญ่ท่านนี้ก็มาร่วมชมด้วย

      “เซ่าฝู่ข้าพาเจ้าพวกไม่รักดีมาหาเจ้าแล้ว ให้พวกเขามาตั้งใจขอโทษเจ้าดีๆ”

          ท่านผู้อาวุโสใหญ่มองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าแววตาที่อ่อนโยนอย่างมากจากนั้นก็หันหลังกลับไปจ้องตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าขมึงทึงเขาระเบิดความโมโหออกมา พลันกล่าวว่า “เจ้าพวกไม่รักดีเมื่อก่อนชอบรังแกเซ่าฝู่ หากเมื่อก่อนเซ่าฝู่ไม่อดทนยอมพวกเจ้ามาโดยตลอดไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะกระดูกหักไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ครั้งนี้หากไม่มีเซ่าฝู่  บ้านสกุลตู้ของพวกเราจะคว้าที่หนึ่งมาได้อย่างไรหรือจะให้พึ่งพวกไม่เอาถ่านอย่างพวกเจ้าล่ะ คนของบ้านสกุลฉิน บ้านสกุลไป๋ บ้านสกุลเยี่ยบ้านสกุลอั้น มีคนไหนบ้างที่ไม่แข็งแกร่งกว่าเจ้า”

      ตู้เฮ่า ตู้กุ้ย ตู้เหยียนและคนอื่นๆเมื่อถูกท่านผู้อาวุโสใหญ่ติเตือนก็ก้มศีรษะเงียบไม่กล้าพูดอะไร

      “ท่านผู้อาวุโสใหญ่พวกเขายังเป็นแค่เด็กกัน ช่างมันเถิดน่า”

      ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงและคนอื่นต่างก็ก้าวเข้ามาหาตู้เฮ่าเป็นหลายชายแท้ๆ ของท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่าทีของท่านผู้อาวุโสใหญ่ในตอนนี้ไม่ปกติมีท่าทางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

      “หากไม่จับพวกไม่รักดีพวกนี้มาตีให้เข็ดหลาบอนาคตของทั้งชีวิตนี้ก็คงพังทลายไม่เหลือชิ้นดี แล้วจะสร้างเกียรติให้กับบ้านสกุลตู้ของพวกเราได้อย่างไร”

      ผู้อาวุโสใหญ่ไม่สนใจการห้ามปรามของตู้เจิ้นอู่และตู้จื้อสยงกระชากหูของตู้เฮ่าอย่างโมโห ลากเขาไปยืนด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “รีบขอโทษญาติผู้น้องเซ่าฝู่เร็วต่อไปให้น้องเซ่าฝู่สั่งสอนเจ้าให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างสักหน่อยไม่ว่าต่อไปอาจจะยังพอสร้างเกียรติให้กับบ้านสกุลตู้ได้บ้าง”

      “น้องเซ่าฝู่เมื่อก่อนพวกเราผิดเอง……”

      “ขอให้น้องเซ่าฝู่ยกโทษให้ด้วย” ……

      ตู้เฮ่า ตู้กุ้ย ตู้เหยียนไม่กล้าไม่ทำตามต่างก้มหน้ายอมรับความผิดกัน

      “เรื่องพวกนั้นข้าลืมหมดแล้วพวกเราต่างก็เป็นลูกหลานของบ้านสกุลตู้กัน ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”

      ตู้เซ่าฝู่ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกําเขาพยักหน้าตอบพวกตู้เฮ่าแสดงออกว่ายกโทษให้ เห็นแก่ความเป็นทายาทบ้านสกุลตู้ด้วยกัน

      “นี่ถึงจะถูกต่อไปพวกเจ้าทำตัวดีๆ หน่อย”

      ท่านผู้อาวุโสใหญ่ปล่อยมือจากตู้เฮ่าสีหน้าของผู้เฒ่าคนนี้เริ่มยิ้มออกมา และหันไปบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “เซ่าฝู่ พวกญาติผู้พี่ไม่ได้เรื่องพวกนี้สู้เจ้าไม่ได้สักเรื่องเลยเจ้าก็อย่าไปถือสาพวกเขาที่คิดไม่เป็นพวกนี้เลยนะ ต่อไปมีเวลาก็คอยสั่งสอนชี้แนะพวกเขาหน่อยอย่าให้พวกเขาทำอะไรให้บ้านสกุลตู้ต้องเสียหน้าเสื่อมเสียเกียรติอีก”

      “ท่านผู้อาวุโสใหญ่ยังไม่แก่เลยสมองยังใช้การได้ดีกว่าใครๆ”

      ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงและผู้ใหญ่คนอื่นๆแอบถอนหายใจและแอบนับถือในการกระทำของเขา ผู้อาวุโสใหญ่ทำท่าทีดูเหมือนเอาอกเอาใจตู้เซ่าฝู่ให้เด็กๆไปขอโทษ ทว่าที่จริงแล้วทำไปเพื่อตู้เฮ่าและคนอื่นๆ แน่นอนว่าทำไปเพื่อบ้านสกุลตู้เป็นเป้าหมายหลัก

      “ท่านผู้อาวุโสใหญ่พูดเกินไปแล้ว”

      ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า ตู้เซ่าฝู่จะไม่เข้าใจความคิดที่แท้จริงของผู้อาวุโสใหญ่ได้อย่างไรในใจของเขารู้สึกเคารพนับถือจากใจผู้อาวุโสใหญ่

      “เด็กดี ถิงเซวียนมีบุตรชายที่ดีเลยเป็นเกียรติแก่บ้านสกุลตู้ของพวกเรา”

      ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้านัยน์ตาเป็นประกาย จากนั้นเดินแทรกกลุ่มคนออกจากโถงใหญ่นี้ไป

          ยามโพล้เพล้ ดวงอาทิตย์ค่อยๆแทรกตัวหายไปในกลีบเมฆ ขณะนี้มันกลายเป็นลูกกลมๆสีแสดสาดส่องจนผืนนภาเป็นสีแดงจางๆ จากนั้นแสงตะวันค่อยๆ ลับหายไป และท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีเทา

      ตู้เซ่าฝู่กลับมาถึงเรือนบิดาขี้เหล้าที่ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้หน้าตัวเรือนกอดขวดเหล้าขวดเดิม เหม่อมองตะวันแสงจางๆ ที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป

      “ขวดเหล้าที่ข้าซื้อให้ท่านทำไมท่านไม่ใช้” ตู้เซ่าฝู่เดินมาข้างๆ บิดาขี้เหล้า นั่งอยู่บนพนักพิงแขนของเก้าอี้หันไปตามทางที่บิดามองมองดูตะวันกำลังจะตกดินไปด้วยกัน

      “ใช้นานแล้วรู้สึกผูกพันข้าทิ้งไม่ลง”

      ตู้ถิงเซวียนไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเปิดจุกขวดเหล้า และดื่มเข้าไปอึกใหญ่

      ตู้เซ่าฝู่จ้องมองตะวันตกดินต่อไปทันใดนั้น จู่ๆ ก็พูดออกมาเบาๆ ว่า “การประลองฝีมือของวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลวันนี้ข้าชนะแล้ว”

      ตู้ถิงเซวียนไม่ได้พูดอะไรพ่อลูกสองคนนั่งเงียบๆ ไปด้วยกัน ทว่าดูแล้วทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ

      “ดื่มสักหน่อยเถิด”

      หลังจากเงียบไปสักครู่ ตู้ถิงเซวียนก็ยื่นขวดเหล้าให้กับตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ข้างๆ

      ตู้เซ่าฝู่รับขวดเหล้ามาดื่มก็ดื่มเข้าไปอึกใหญ่แอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นสูงทำให้รู้สึกร้อนในลำคอ เขาเรอออกมามีกลิ่นสุราฟุ้งจากนั้นเขาก็ยื่นขวดเหล้าคืนบิดาขี้เหล้า

      “เมืองสือเฉิงเล็กมากเลย” ตู้ถิงเซวียนรับขวดเหล้ามาแล้ว ก็ยังคงเอนพิงเก้าอี้ไม้โยกต่อไป

      “หากมีโอกาส ข้าเองก็อยากออกไปดูข้างนอก” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

      “ข้างนอกช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน” ตู้ถิงเซวียนพูด

      ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พูดต่อ ตู้ถิงเซวียนก็ไม่ได้พูดอะไรอีกสองพ่อลูกนั่งเงียบอยู่ด้วยกันต่อไปเช่นนี้เป็นเวลานานมากๆ

          จนกระทั่งฟ้ามืดจนดำสนิทเห็นดวงจันทร์ส่องสว่างได้ชัดเจนตู้เซ่าฝู่จึงกลับไปห้องของตน

      ท่ามกลางบรรยากาศรัตติกาลอันมืดมิดคนในเมืองสือเฉิงยังไม่หลับใหล มีเสียงผู้คนสนทนากันดังออกมาจากหลายบ้าน

      “ข้าไม่ยอม ข้ารับไม่ได้”

      ในบ้านสกุลอั้น อั้นหลงกำลังนั่งเหม่อสายตาเหม่อลอยสีหน้าเคร่งเครียด ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เขายังรู้สึกว่าไม่อาจยอมรับได้

      “ตู้เซ่าฝู่กับเฉาฉี่ไท่ต่างแข็งแกร่งมากๆช่างมีพรสวรรค์ที่น่ากลัวกันเหลือเกิน โดยเฉพาะตู้เซ่าฝู่ แปลกพิลึกคนมากเหลือเกิน”

      อั้นชิงซงนั่งตัวตรงสีหน้าก็เคร่งเครียดมากเช่นเดียวกัน เขายิ้มด้วยสีหน้านิ่งสงบ มองไปที่อั้นหลงกล่าวว่า “หลงเอ๋อร์ เจ้าพักรักษาตัวให้ดีการชนะเพียงชั่วคราวไม่ได้ตัดสินว่าใครจะเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง พวกเรายังมีโอกาส เทียบกับการได้โอกาสใหญ่โอกาสนั้นแล้วการเข้าเหลยฉือแทบจะไม่มีประโยชน์อะไร การได้กระดูกหายากกับโลหิตสกัดของพญาอสูรต่างหากที่สำคัญหากเจ้าได้รับมันมา พอถึงตอนนั้นไม่ว่าจะตู้เซ่าฝู่หรือเฉาฉี่ไท่ก็เป็นแค่ที่รองบาทาของเจ้าเด็กวัยเดียวกันกับเจ้าทั้งแคว้นต่างไม่มีใครเทียบเทียมเจ้าได้เป็นที่สุดเหนือกว่าใครๆ ทั้งปวง!”

          “ถูกต้องข้ายังพอมีโอกาส เมื่อเปรียบกับกระดูกหายากกับโลหิตสกัดของพญาอสูรแล้วเหลยฉือเทียบไม่ติดฝุ่นเลย ยอมปล่อยให้ตู้เซ่าฝู่ไปลองเชยชมเสวยสุขไปก่อนหากข้าได้กระดูกหายากกับโลหิตสกัดของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามาข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นเป็นอีกคนไปเลย ต่อไปพวกเขาจะมีใครกล้ามาลองดีกับข้าอีกล่ะ!” อั้นหลงแสยะยิ้มออกมาด้วยสีหน้าชั่วร้าย การชนะหรือแพ้เพียงชั่วคราวไม่อยากสรุปได้ว่าใครคือวีรบุรุษที่แท้จริง……

      ในเรือนเรือนหนึ่งบรรยากาศยามกลางคืนงดงามน่าหลงใหล

      “นึกไม่ถึงว่าตู้เซ่าฝู่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” ฉินจงสยงยกมือขึ้นมากุมขมับสีหน้าเซ็งไม่พอใจ

      “ท่านพ่องั้นตอนนี้พวกเราทำอย่างไรดี?” ฉินเสี่ยวลู่สีหน้าซีดเซียวใบหน้าไร้สีเลือดฝาด

      ฉินจงสยงก้าวออกไปข้างหน้าเล็กน้อยจากนั้นกล่าวว่า “รอสิ บ้านสกุลอั้น บ้านสกุลไป๋ต่างกำลังรอพวกเราก็ต้องรอ รอพวกเขามีความเคลื่อนไหว รอบ้านสกุลเยี่ยเริ่มเคลื่อนไหวและรอบ้านสกุลเฉาจากจังหวัดหลิวอวิ๋นเคลื่อนไหว บ้านสกุลเฉาไม่มีทางยอมแพ้ไปง่ายๆเช่นนี้หรอก”……

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน