ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่570 ความห่างชั้นของขั้นพลัง ราชันสวรรค์

ทว่าอี้เฉินก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็น คุณชายวังจิน มาด้วยตนเอง แม้ว่าเขา จะไม่ได้เข้าร่วมศึกต่อสู้ กับราชันสวรรค์ชราผู้นั้นก็ตาม 
 

อี้เฉินกล่าวเตือน กลุ่มคนที่เผชิญหน้า  กับราชันสวรรค์ อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่มีหวาดเกรง “พวกเจ้าอย่าได้ประมาท ชายชราผู้นั้นเชียว”

 


         หลายคนได้ยินคำพูดของอี้เฉิน ต่างก็พยักหน้า ขานรับคำของอี้เฉิน ระเบิดปราณพลังออกมาพรั่งพรู อย่างไม่มีเก็บออม ส่งริ้วคลื่นความน่าคร้ามเกรงซัดสาด ออกมาไม่ขาดสาย พร้อมตั้งท่า เตรียมต่อสู้อย่างสุดกำลัง ศาสตราวุธ ชุดเกาะ ถูกนำออกมาใช้สำแดงพลังทั้งหมดที่มี

 


         หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ เขาถึงกับต้องแค่นเสียงดุดันแข็งกร้าว ออกมาด้วยความเดือดดาล เมื่อเห็นเหล่าผู้สูงส่ง มายืนประจันหน้ากับเขา อย่างไม่มีหวาดเกรง “แค่มดปลวกมาเพิ่มอีก 8คน กับอีก2ตัว พวกเจ้าคิดจริงหรือว่า จะทำอะไรข้าได้ ..เหมือนว่าผู้สูงส่งดินแดนเทพ อยากจะสูญพันธุ์ กันไม่น้อยสินะ”

 


         ฉับพลัน ร่างที่วูบไหวของชายชรา ก็พุ่งปราดออกไปด้วยอายสังหารที่บ้าคลั่ง เข่นฆ่าออกไปด้านหน้า อย่างไม่มีเก็บออม รอบด้านเต็มไปด้วยแรงกดข่มของ ขั้นพลังราชันสวรรค์ ส่งให้กายเนื้อพวกเขา สั่นไหวไม่หยุดในทันใด

 


         ทว่าเมื่อพวกเขาเห็น ร่างเจ้าสมิงน้อยที่ว่องไว ปานสายฟ้าฟาด ของมันพุ่งออกไปโจมตีพร้อมกับ งูกลืนสวรรค์ เยว่ เยว่ ที่ซีเยว่ประสานการควบคุม มันก็ทำให้หลายๆ คนหนังหัวชาวาบ เมื่อเห็นความรวดเร็วของราชันสวรรค์ ราวกับพวกเขาดูเชื่องช้า ไปในเสี้ยวพริบตา ก่อนที่ร่างของสัตว์วิเศษทั้งสอง จะลอยกระเด็นออกมา ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาคำใหญ่

 


ซีเยว่ นางถึงกับหน้ามืดทะมึน ไต่ถามสัตว์วิเศษ ที่นางควบคุมสอดประสานการโจมตี ด้วยความกังวล “พวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”

 


เจ้าสมิงน้อย รีบบอกกล่าวผู้เป็นนาย ในทันใด “พวกข้าไม่เป็นไร ซีเยว่ เจ้าจดจ่อกับการป้องกันเถอะ”

 


          ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิงเขากล่าวสั่งการ กลุ่มคนภายในกลุ่มอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นพลังการสู้รบของ ราชันสวรรค์ สูงกว่าพวกเขาเหล่าเทพสวรรค์ไปมาก หากเข้าไปโจมตีสุ่มๆ ได้ตายไร้ที่กลบฝังแน่ “ข้าราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง มารพุทธ ทงอี้ องค์ชายชิงไป๋ยี่ จะเป็นคนรับหน้าราชันสวรรค์ผู้นี้เอง …ส่วนคนที่เหลือ จดจ่อกับการโจมตีเป็นหลัก”

 


          ครั้นพวกเขาพยักหน้าให้กันได้ ต่างก็ไปประจำตำแหน่งของตนในทันใด ฉับพลันเสียง “ฆ่า!” ก็ถูกพวกเขา คำรามออกมาเสียงดังกึกก้อง ส่งให้บริเวณที่พวกเขาอยู่กลายเป็น ศึกต่อสู้ ตะลุมบอนครั้งยิ่งใหญ่ในทันที

 


          หมู่มารต่างก็ร่ำไห้ ร้องโหยหวน เมื่อแรงปะทะดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า ฉีกกระชากสวรรค์ปฐพี แตกออกจากกัน เป็นเสี่ยงๆ สะเทือนก้องไปทั่วเขตแดนอาณา แม้แต่ผู้คนที่ทำสงครามเข่นฆ่า ยังหยุดชะงักฝีเท้า หันมาจ้องมอง ท้องฟ้าสูง ที่มิติแตกสลายเป็นทางยาว

 


          “ดูนั้นเร็ว ใครสู้กันอยู่ตรงนั้น” จากพลังที่ปะทะกันดังออกมาก้องฟ้า ทำให้นักรบหลายๆ คน ที่จ้องมองท้องฟ้าที่แตกสลาย สูดลมหายใจเข้าไปลึกพร้อมกับหัวใจที่สั่นไหว กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ อย่างไม่รู้ตัว

 


           ทว่าชายชรา ขั้น ราชันสวรรค์ ที่ต่อสู้ตะลุมบอนกับคนรุ่นหลัง ไปหลายสิบหลายร้อยกระบวนท่า ในไม่กี่ชั่วอึดใจ เขาถึงกับต้องหลี่ดวงตาจนเล็กแคบ แม้กระทั่งเหล่าผู้สูงส่งดินแดนเทพ ที่ปะทะกับ ชายชรา หยุน ฟ่านซื่อ ยังต้องประหลาดใจ ในศักยภาพ พลังรบของ ซีเผิง จากเพลิงสีฟ้าคราม ที่สอดประสานการโจมตี ดาบใหญ่ในมือของเขา หวดฟาดจนทำให้ ราชันสวรรค์ ผู้ยิ่งใหญ่ถอยร่นออกไปได้สองสามก้าว ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่กระจัดกระจาย

 


          จนราชันสวรรค์ หยุน ฟ่านซื่อผู้นั้น ต้องแค่นเสียงดุดัน แข็งกร้าวออกมาอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยการเข่นฆ่าออกมา ด้านหน้าอย่างไม่มีเก็บออม    ค่ายกลป้องกันที่โม่กวาง หมุนฝ่ามือโคจร สำแดงการป้องกันสนับสนุนคนอื่นๆ แตกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา จากการโบกสะบัดฝ่ามือ อย่างรุนแรงของชายชรา ส่งให้โม่กวางริมฝีปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ไม่กี่ชั่วอึดใจ หลายคนก็เริ่มหอบหายใจ เหนื่อย ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา จากการสูญเสียปราณพลัง

 


          ริมฝีปากของกลุ่มคนที่ออกไปประจันหน้า กับราชันสวรรค์ ชรา อย่างไม่มีหวาดเกรง เริ่มเปรอะเปื้อน ไปด้วยคราบโลหิต แขนที่ถือศาสตราวุธ กรงเล็บของสัตว์วิเศษ ถึงกับบิดงอสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด จวนจะถืออาวุธในมือไม่ไหวอีกต่อไป แววตาเริ่มฉายแววหวาดหวั่น ขึ้นมาในกรอบสายตาอย่างช่วยไม่ได้ รับรู้ถึงความห่างชั้น ได้เป็นอย่างดี ว่าพวกเขายามนี้ ไม่ใช่คู่ต่อกรกับ ขั้นราชันสวรรค์

 


          อี้เฉินที่พักฟื้นปราณพลังข้างๆ กายเยว่ชิงเซียน เห็นสภาพของ ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง มารพุทธ ทงอี้ องค์ชายชิงไป๋ยี่ ที่ออกไปรับหน้าประจัญบานกับ ราชันสวรรค์ ซึ่งๆ หน้า หากทัพหน้าแตกพ่าย ได้มีคนตายตกแน่ เขาออกจากการปิดขั้นพลังในทันใด เมื่อเห็นสถานการณ์รบยามนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก

 


           เยว่ชิงเซียน ที่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอี้เฉิน นางรีบรั้งตัวชายหนุ่มในกรอบสายตา นางไว้ในทันใด ใบหน้าที่เย็นชาพลันสลาย หายไปจนสิ้น พร้อมกับแววตา ที่เต็มไปด้วยความกังวล ที่ไม่อาจเก็บซ่อน จากอี้เฉินได้อีกต่อไป “ปราณพลังของเจ้ายังไม่ฟื้นคืนเลยนะอี้เฉิน อาการบาดเจ็บของเจ้าก็มีไม่น้อย ข้าว่ารออีกหน่อยไม่ดีกว่าหรือ?”

 


          อี้เฉินเอื้อมฝ่ามือไปกอดเอวคอด ของหญิงสาว  ดึงเข้ามาใกล้ชิดตัวเขาในทันที ..ทำให้วังจินที่มองชม ฉากการต่อสู้ เห็นสตรีงามเพริศพริ้ง ในกรอบสายตา มาอยู่ในใต้อ้อมแขนของอี้เฉิน มันก็ทำให้เขาไม่สบอารมณ์ “ไอ้เวรอี้เฉิน นี่มันช่างมีโชควาสนา กับสตรีงามเพริศพริ้ง เสียจริง”

 


“เจ้า! เจ้า! ทำบ้าอะไรช่วงเวลาเช่นนี้ เจ้ายังจะเล่นอีก” เยว่ชิงเซียน อายจนต้องม้วนใบหน้าแดงหนี สายตาชายหนุ่ม

 


           อี้เฉินคลี่ยิ้มทอประกาย ราวกับแสงอรุณยามเช้า ให้หญิงสาวในกรอบสายตา ด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ แม้แต่เยว่ชิงเซียน ที่เห็นรอยยิ้มนั้นของอี้เฉิน นางยังหัวใจสั่นไหวขึ้นมา เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจัง ของอี้เฉินกล่าวพูดออกมา

 


“เยว่ชิงเซียนสำหรับเจ้า   ข้าไม่เคยมองเจ้าเป็นของเล่นของข้า  แม้ข้าตายข้าก็ไม่เสียดาย เมื่อเห็นเจ้าห่วงข้า เช่นนี้”

 


          ทว่าไม่ทันใดที่นางตกอยู่ภายในภวังค์ ความใสซื่อบริสุทธิ์ ของเด็กหนุ่มในกรอบสายตา เยว่ชิงเซียน กลับมองค้อนมาที่อี้เฉินสะดุ้งโหยงในทันใด “เจ้าคนกะล่อน เหมือนว่าเจ้าชักจะเอาใหญ่แล้วนะ รีบปล่อยข้าเดียวนี้ ฝ่ามือเจ้า ลูบคลำไปตรงส่วนไหนของข้ากัน”

 


          อี้เฉินขำ “แหะๆ” ใบหน้าตีเนียนขึ้นมาทันใด   ก่อนจะบอกกล่าวเยว่ชิงเซียน ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าไม่รู้หรอกนะ ว่าเหตุใด เจ้าไม่ถูกกฎเกณฑ์กาลเวลา ขั้นราชันสวรรค์ ขวางกั้น แต่ยามนี้ เจ้าต้องถอยไปพร้อมกับคนอื่นๆ ก่อน …ข้าจะเปิดเส้นทางหนีให้”

 


           “แล้วเจ้าล่ะอี้เฉิน” ทว่ายังไม่ทันจะสิ้นคำพูดของ เยว่ชิงเซียน รอยยิ้มอี้เฉิน คราสุดท้าย มันก็ตราตรึงหัวใจ หญิงสาวในกรอบสายตาไม่น้อย ประหนึ่งชายหนุ่มไม่ให้ นางกล่าวพูดสิ่งใดออกมาอีกต่อไป

 


            ฉับพลันร่างที่วูบไหวของอี้เฉิน สำแดง ญาณ วิเศษ ตราประทับเลือดขึ้นมาใช้ในทันใด ทำให้พลังรบ ของอี้เฉินพุ่งพรวดพราด ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง หอกเลือดในมืออี้เฉินเรียกออกมา หวดฟาดออกไปด้านหน้าอย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน หยุดฝ่ามือ ของชายชราหยุน ฟ่านซื่อ ไว้ในพริบตา

 


ก่อนอี้เฉิน จะแค่นเสียงบอกกล่าวมิตรสหาย ที่ร่วมศึกต่อสู้ “พวกเจ้าถอยกลับไปตั้งหลักก่อน ตรงนี้ข้าจะยันไว้ให้เอง”

 


ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิงหันมาถามอี้เฉินในทันใด พร้อมกับริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนคราบเลือด “เจ้าเอาจริงหรือ อี้เฉิน”

 


ซีเผิงเขาเองก็เป็นกังวลเช่นกัน กล่าวไต่ถามอี้เฉินออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าคิดว่าจะรับมือราชันสวรรค์ผู้หนึ่ง ไหวจริงๆ หรืออี้เฉิน”

 


         แม้แต่โม่กวาง ซีเยว่ เจ้าสมิงน้อย ยังไม่ค่อยจำยอมกับคำพูด ของอี้เฉินเท่าใดนัก ทว่าเมื่อได้ยินคำสั่ง พวกเขาก็ต้องถอยห่างออกไป อย่างเลี่ยงไม่ได้

 


        ในเสี้ยววินาทีที่อี้เฉินพุ่งเข้าปะทะ กับราชันสวรรค์ชราอย่างบ้าคลั่ง กริชสีดำทมิฬในมือของ  หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ก็ปรากฏออกมาในเสี้ยวพริบตา หมายมั่นจะฆ่าสังหารอี้เฉินลง ส่งให้หอกเลือด อี้เฉิน ที่ถูกตัดผ่าแตกเป็นเสี่ยงๆ จากการโจมตีผ่าแยกมิติในทันใด

 

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน