บทที่ 158
บ้านข้างเคียงไฟไหม้ จะมองดูเฉย ๆ ได้อย่างไร
ทำไมเซริส ต้องยื่นมือไปยุ่งวุ่นวายเรื่องราวของผู้อื่นด้วย สัมพันธ์ที่เคยมีก็ระหองระแหงมาโดยตลอด อีกฝ่ายถึงกับจองล้างจองผลาญราชวงศ์อินเซนเดียที่หลงเหลือในเซริสอย่างไม่หยุดหย่อน แถมยังน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังของขุนนางชั่วทั้งหลายที่โดนประหารชีวิตล้างตระกูลไปแล้วด้วย
บรรดาลอร์ดยังคงโกรธแค้นคนเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้วก็ตาม
ขณะเดียวกันลอร์ดเดวิดที่มีภารกิจสำคัญต้องจัดการ กลับรู้สึกปวดหัวมากกว่าเก่า นอกจากจะมีเทพแสนงอนนั่งแหมะอยู่ในภูเขาไฟนรกแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่กัดกันเหมือนหมา... ไม่สิ หมามันยังไม่กัดกันขนาดนี้
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถละเลยสถานการณ์ของเพื่อนบ้านที่กำลังร้อนระอุได้ สิ่งที่ท่านตาเอ็ดวินพูดออกมาก็มีเหตุผลสมควร แต่อนาคตล้วนไม่แน่นอน
ถ้าฝ่ายฝักใฝ่อำนาจได้รับชัยชนะ อินเซนเดียที่อุดมสมบูรณ์คงต้องรับศึกจากทางใต้ในเวลาต่อมา ถ้าไม่มีฝ่ายใดชนะ อสูรมานาก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าเพราะได้เชื้อเพลิงอย่างดีในการสร้างตัวเพิ่มจำนวน และที่สำคัญยิ่ง ถ้าเซริสไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเร็ว พรแห่งไฟที่คอยค้ำจุนโลกใบนี้เอาไว้ก็จะถูกปิดตายไปอย่างถาวร
หลังจากนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึงสมดุลของมานาบนโลกอีก เพราะทุกสิ่งคงพังทลายอย่างช้า ๆ คิทจึงตัดสินใจบอกทุกสิ่งที่ทราบออกไปให้ท่านลอร์ดทั้งหลายได้รับรู้เอาไว้ ทุกคนในที่นี้อยู่ภายใต้คำสัตย์สาบานตนอยู่แล้ว จึงไม่มีใครเคลือบแคลงใจว่ามันจะเป็นคำลวงอีก
"ปัญหาลูกโซ่สินะ..." ราชาเอริครับฟังเรื่องราวด้วยความหนักใจ “ช่วยเหลือด้วยเสบียงก็จะเติมเชื้อไฟ ละเลยก็เหมือนกับเผาตัวเองทั้งเป็น... บ้าบอชะมัด”
“ข้าเองก็ไม่ได้คำนึงว่าดินแดนอันกว้างใหญ่คือบ้านของพวกเราร่วมกัน เฮ้อ... ข้าคงแก่ไปเสียแล้ว มัวแต่พะว้าพะวังแต่เรื่องในบ้านจนไม่ได้คิดถึงผลกระทบโดยรวม...” เอ็ดวินยอมรับว่าตนคิดตื้นเขินเกินไป แม้จะเซริสจะไม่ได้มีสัมพันธ์อันดีกับอินเซนเดีย แต่จะปล่อยให้เพื่อนบ้านไฟไหม้จนลุกลามมาบ้านตนเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
“ข้าเพิ่งจะทราบประโยชน์ที่แท้จริงของหอคอยตรึงมานา จะเป็นไปได้ไหม ถ้าเราสร้างพวกมันเพื่อชะลอสถานการณ์จนกว่าจะหาหนทางแก้ไขได้” เลดี้แห่งบลูวาเรียทั้งสองคนออกความเห็น แต่ท่านลอร์ดแห่งแดนเหนือและตัวแทนจากมิคคิลทอฟท์อย่างเจ้าชายเจมส์ ก็ส่ายหน้า
“แม้เราจะมีหน่วยช่างที่แกะสลักหินพวกนั้นได้อย่างรวดเร็ว แต่วิทยาการอักขระมนตราก็ยากเกินไป แม้ข้าจะมีสายเลือดแห่งบาริส ก็ยังใช้ได้แค่บางบทที่ง่าย ๆ เท่านั้น ไม่อาจกระตุ้นพลังของหอคอยได้เหมือนคิทหรอกครับ”
“อักขระมนตรา... เป็นดาบสองคม พวกเราเริ่มคัดเลือกผู้มีความสามารถเพื่อถือคำสัตย์แห่งจิตวิญญาณแล้ว แต่คงอีกนานกว่าคนกลุ่มนั้นจะร่ำเรียนจนสำเร็จ อาจารย์ที่สอนพวกเขาได้ก็ยุ่งมากเสียด้วย คงต้องค่อยเป็นค่อยไป” ออดริคเหล่ตามองบุตรชายเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ อยากอุ้มหลานใจจะขาดแต่เจ้าลูกตัวดีก็ขยันหาเรื่องมาทำให้ตัวเองยุ่งตลอดเวลา
บิดาเห็นแล้วปวดใจ... ญาติฝั่งมารดาก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน
“ที่ออดริคพูดมาก็ถูก แต่อินเซนเดียคงรอเวลาได้ไม่นานหรอกนะ” ท่านซาบิน่าเอ่ยขึ้น ใบหน้าอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด “คงไม่เกินปีเท่านั้น อย่างมากก็แค่สองปี ราชัทไม่ได้ปวกเปียกและเอาแต่ตั้งรับเหมือนอาลี ต่อให้มีสัตว์อสูรคอยขัดขวาง แต่ข้ามั่นใจว่าเขาคงหาทางทำลายเมืองศัตรูและทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้แน่” องค์ราชินีแห่งเซริสรู้จักหัวหน้ากลุ่มกบฏดี พวกมันฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กและคนแก่ ทำได้ทุกสิ่งเพื่อพลังและอำนาจ แม้แต่ครอบครัวตนเองที่ขัดขวางก็ไม่เว้น
แผนที่ใหญ่ของอินเซนเดียที่เคยมีร่างไว้คร่าว ๆ โดยกลุ่มพ่อค้าแห่งมอราลและบอราลถูกนำมากางออก สโตนเกทได้ช่วยปรับปรุงรายละเอียดหลายอย่างที่เคยมีข้อมูลเก็บไว้ จนสถานที่สำคัญชัดเจนขึ้น
กลุ่มของฮาดราห์ราชัท ครอบครองพื้นที่ส่วนกลางตอนบนของทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติทำให้บริเวณนั้นมีโอเอซิสหลายแห่งกระจายทั่วพื้นที่ นับเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในอินเซนเดีย เมืองย่อยถึงหกเมืองถูกก่อสร้างขึ้นอย่างใหญ่โต สถานที่แห่งนี้ยังเป็นเมืองหลวงเก่า บ้านของราชวงศ์แห่งไฟอีกด้วย
ฮาดราห์อาลี พร้อมกับกลุ่มชนชั้นสูงที่รักสันติถูกกดดันจนต้องเคลื่อนตัวออกไป พวกเขาตัดสินใจเริ่มปักหลักตามคาบสมุทรตะวันออก นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มคนอินเซนเดียเพียงกลุ่มเดียวที่ติดต่อทำการค้ากับเซริส และพยายามเชื่อมสัมพันธไมตรีกับทั้งสองดินแดนเรื่อยมา แม้ว่าจะถูกกดดันอย่างหนักจากคนของราชัทก็ตาม
คิทมองแผนที่กว้างใหญ่ทางตอนใต้ด้วยความตื่นเต้น เป้าหมายของเขาเด่นชัดนัก ภูเขาไฟดาร์คิน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ที่แสนจะห่างไกล แต่ถ้าพวกเขาตัดภูเขาไฟและดินแดนอันร้อนระอุจากองค์อิกนัสได้เมื่อไหร่ ดินแดนแห่งนั้นคงจะอุดมสมบูรณ์เหลือแสน มีทะเลทางตอนใต้ เทือกเขาทางตะวันตก แถมยังมีเส้นทางลัดเลาะออกทะเลตะวันตกผ่านลำน้ำแห่งหนึ่งทางตอนเหนือ
แล้วคนอีกกลุ่มที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเล่า... ทำไมถึงไม่มีใครพูดถึง
“เจ้าหมายถึง กลุ่มคนเร่ร่อนหลายแสนคนทางตอนใต้หรือ?” ซาบิน่าย่นคิ้วอย่างไม่รู้จะอธิบายว่าอย่างไรดี ท่านราชินีรวบรวมความคิดอยู่สักครู่ แล้วจึงสรุปออกไป “เราเรียกพวกเขาว่าเป็นกลุ่มก็จริง แต่พวกเขาไม่มีผู้นำอย่างเป็นทางการหรอกนะ เดินทางทำไร่ตามสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนไปเรื่อย ๆ ประทังชีพด้วยการเพาะปลูกและซื้อขายเครื่องเทศ เรียกว่า... เป็นชาวสวนกลางทะเลทรายก็ได้...” ดวงตาของท่านชายเบิกกว้างเล็กน้อย จากนั้นก็กะพริบปริบ ๆ อย่างสนใจ
“ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกชาวไร่ชาวสวนหรอกนะ” ซาบิน่ารีบแก้ตัว “แต่อินเซนเดียที่มีแต่ทรายและดวงอาทิตย์ร้อนระอุ ช่างไม่เอื้ออำนวยต่ออาชีพของพวกเขาเลย คนที่ได้พรจากองค์แลนด์บรูห์ก็มีน้อยมาก แน่นอนว่าพวกเขาสำคัญ... มากจนกระทั่งบางเผ่าถึงกับเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงเลยล่ะ”
“แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่มีกลุ่มผู้นำเหรอครับ” คิทได้แต่สงสัย เพราะเคยเจอตัวอย่างของคนที่ใช้ชีวิตไม่เป็นหลักแหล่งในบาบาริส แต่อย่างน้อย อดีตของเหล่าคนเถื่อนก็มีผู้นำเป็นตัวเป็นตน แม้เกณฑ์การตัดสินจะโหดร้ายไปบ้างก็ตาม
“ที่ข้าพอจะจำได้จากที่เคยร่ำเรียนในวัยเด็ก... ชนเผ่าทางตอนใต้ยึดถือคำทำนายประหลาด ว่าผู้นำที่แท้จริงจะปรากฏตัวสักวัน ดังนั้นพวกเขาจึงรอคอยคนผู้นั้น ไม่บังอาจถือครองอำนาจที่ไม่ควรจะมีเด็ดขาดน่ะ”
(งานงอกแล้วไหมล่ะ) คิทเบ้ปากระหว่างบ่นในใจ ทวยเทพทั้งหลายไม่เห็นบอกเรื่องนี้ให้เขาได้ทราบสักนิด
ภารกิจครั้งที่แล้ว โชคดีที่มีตัวแทนแห่งสายลมรับเคราะห์ปกครองดินแดนไป แต่ว่าครั้งนี้กลับแตกต่างนัก เขายังไม่มีเหยื่อ... ไม่สิ ต้องเรียกว่าตัวแทนที่เหมาะสมกับการปกครองผู้คนจำนวนมาก
หากได้กลุ่มคนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อำนาจต่อรองย่อมมีมากขึ้นแน่นอน และถ้าหากพวกเขาเข้าร่วมกับกองกำลังแห่งสันติภาพ เหตุการณ์ภายในอาจจะไม่เลวร้ายและเกิดการสูญเสียมากนัก บางทีเขาอาจจะจับฮาดราห์ราชัทมาปรับทัศนคติ หรือไม่ถ้าอีกฝ่ายต่อต้านหัวชนฝามากนัก ก็คงต้องตัดหัวทิ้งเพื่อไม่ให้ไปชนฝาที่ไหนอีก
“ข้าคิดว่า พวกเราต้องส่งกำลังลงไปช่วยเหลืออยู่ดีครับ เหตุการณ์วุ่นวายแบบนี้คงรีรอมากไม่ได้ ข้ามั่นใจว่านอกจากอินเซนเดียแล้ว เรายังต้องเจอกับปัญหาจากเวสเทรนในอีกไม่นานแน่นอน ขณะนี้เพียงแค่โชคดีที่ลำน้ำถูกตัดขาดเท่านั้น”
“เวสเทรนก็มีปัญหาหรือ? ปัญหาอะไร พวกข้าจะได้รับมือได้ถูก” เลดี้แห่งบลูวาเรียถามอย่างร้อนรน เธอเป็นห่วงบ้านเกิดมากทีเดียว
“สายลม... บอกกับข้าว่าที่นั่นกำลังจะเกิดโรคระบาด” เจมส์พูดตามที่ได้เตี๊ยมเอาไว้กับน้องชาย “เรื่องนี้อาจจะต้องให้ทางศาสนจักรส่งกำลังนักบวชไปประจำไว้เพื่อรับมือมากหน่อยนะครับ”
“ข้าจัดการเอง ไม่ต้องห่วง” โป๊ปและเหล่าคาดินัลพยักหน้ารับผิดชอบภารกิจนี้ บลูวาเรียยังได้รับการสนับสนุนให้สร้างกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งและสูงใหญ่ขึ้นตลอดลำน้ำวาเรีย ซึ่งทางเซริสจะเป็นคนจัดการเอง แดนเหนือสงบสุขและมีเสถียรภาพจนยิ่งใหญ่แล้ว งบประมาณส่วนที่เหลือ ควรจะจัดแจงใหม่ให้แนวป้องกันแข็งแกร่งมากขึ้น
ท่านชายเดวิดยังคงใช้แผนที่ประกอบการอธิบายสิ่งที่ตนคิดเอาไว้
“ถ้าหากเราใช้เส้นทางเลียบคาบสมุทรตะวันออกของอินเซนเดีย ก็จะผ่านเมืองหลวงของกลุ่มรักสันติพอดี ข้าอยากให้เซริสส่งทหารห้าพันคนไปประจำที่นั่น ระหว่างเดินทางข้าจะตั้งเสาตรึงมานาขนาดเล็กเพื่อเปิดเส้นทางปลอดภัยให้การขนส่งที่จะตามมาไม่หยุดชะงัก เซริสคงต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และข้าคิดว่าพวกเราคงไม่เลือกฮาดราห์ราชัทแน่ ๆ ...” คิทยังอธิบายเพิ่มเติมว่า วาร์ปเกทจะไม่สามารถใช้การได้จนกว่าองค์อิกนัสจะยินยอม และทุกฝ่ายก็เข้าใจดี
“ข้าและทหารอีกส่วนหนึ่งจะเดินทางลงใต้ แต่ว่า...” คิทกำลังมีสีหน้าหนักใจ แม้จะมีมิติส่วนตัวให้หลบภัย แต่มันก็ไม่ได้กว้างใหญ่เพียงพอจะขนคนจำนวนมากเข้าไปในนั้น “แต่ว่าตอนนี้... ข้าไม่มีคนนำทาง และทหารที่จะติดตามลงไปก็มีได้ไม่เกิน 50 คนเท่านั้น”
“ข้าจะไปด้วย” เจมส์รีบเสนอตัวอย่างรวดเร็วเพาะเป็นห่วงน้องชาย ไม่มีความลังเลแต่อย่างใด
“ไม่ได้หรอกพี่” ทว่าคิทกลับส่ายหน้า “บาริสยังคงเป็นแหล่งที่มีมานาสกปรกมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ เพราะสิ่งตกค้างในอดีตที่ถูกปล่อยออกมามีมากเกินไป พี่จะต้องอยู่รักษาแนวป้องกันเพื่อบ้านของพวกเรา” บุตรแห่งสายลมผู้กระตือรือร้น จึงต้องนั่งลงไปด้วยความห่อเหี่ยว
“เรื่องคนและการคัดเลือกทหารติดตาม แดนเหนือจะจัดการเอง แต่ว่าท่านพี่ยังขาดคนนำทางสินะ”
“คนนำทาง... คนนำทาง...” ซาบิน่าครุ่นคิดหลังจากฟังท่านลอร์ดที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้น จากนั้นก็หันไปหาบารอนเนสคนหนึ่งที่ติดตามลอร์ดจากแดนเหนือลงมาประชุมเช่นกัน “เลดี้แอนนา ข้าขอยืมลูกจ้างของเจ้าก่อนได้หรือไม่ เธอเป็นผู้เดียวที่มีสาวใช้สองคนคอยติดตาม และเหมาะสมกับการนำทางลงทะเลทรายแดนใต้มากที่สุด”
ซาบิน่าอมยิ้มเล็กน้อย ปัญหาน่าจะคลี่คลายแล้ว ญาติผู้น้องของเธอนับว่าเจนจัดเรื่องการหลบหนีเพราะต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนในอินเซนเดียมาหลายปี แค่ทะเลทรายทางใต้คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก
คิทเองก็เหมือนจะเกิดประกายความคิดดี ๆ ขึ้นมาในหัว ตัวแทนครอบครองดินแดนก็มีนี่นา... เลดี้อามิร่า มีสายเลือดแห่งไฟที่ดับมอดอยู่ภายในแน่นอน เขาแค่ต้องทำภารกิจให้องค์อิกนัสคลายความโกรธก็เท่านั้น
ผลการประชุมถูกสรุปอย่างรวดเร็ว แผนการทุกอย่างเสร็จสิ้นด้วยดี
ท่านชายเดวิดที่คิดแต่เรื่องส่วนรวมไม่รู้ตัวเลยว่า การเดินทางครั้งนี้ มีเรื่องส่วนตัวให้เขาต้องเจอกับความรู้สึกประหลาดและแปลกใหม่เป็นครั้งแรก
ประกายแรงดึงดูดระหว่างผู้ที่ตัดสินใจเป็น ‘สหาย’ คงจะเป็นบททดสอบอันโหดหินให้เขาได้เรียนรู้ทั้งกายและใจ