ตอนที่ 49 Dead Line
" มาถึงสักทีน่ะนางาตะ" ทั้ง 3 คนยืนมองไปที่เมืองที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขา พร้อมกับเดินเข้าไปข้างใน
ช่วงหลายวันมานี้พวกเขาไม่ได้ใช้พาหนะเลยเพราะในกลุ่มของพวกเขาไม่มีใครรู้จักเกี่ยวกับเรื่องกลไกของรถยนต์เลยสักคน ทำให้ต้องใช้การเดินเท้า
หลังจากเดินเข้าไปในเมืองได้สักพัก พวกเขาสังเกตุเห็นว่าแถวนี้มีซอมบี้แค่เล็กน้อยเท่านั้น
" มาสเตอร์หรือว่าเมืองนี้จะมีไอ้ยักที่ตัวสูง 30 เมตรอีกตัว" แคทเทอรีนน่า ปมในใจของเธอนั้นยังไม่หาย ความรู้สึกหวาดกลัวต่อซอมบี้อ้วนนั้นได้เข้าไปลึกจนถึงกระดูกของเธอ
ริวจิสังเกตเห็นอาการของเธอที่แสดงออกมาเขาจึงเลือกที่จะพูดขึ้นให้เธอสบายใจ
" ไม่ต้องห่วง ! คราวนี้ฉันจะไม่รออะไรอีกแล้ว " ริวจินั้นเขารู้สึกผิดต่อโจเซฟ ถ้าเขาเปิดใช้โหมด Berserk ตั้งแต่เเรกโจเซฟอาจจะไม่ต้องมาตายก็ได้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ริวจิเลือกที่จะเก็บไว้คนเดียว
พวกเขาเดินไปเรื่อย ๆจนกระทั่งพบเจอกับคนคนหนึ่ง ร่างกายของเค้านั้นค่อนข้างอ้วนและศีรษะของพวกเขาก็โล้น
" เอ่อขอโทษที พี่ชายฉันอยากรู้ว่าเมืองนี้มีค่ายของผู้อพยพรึเปล่า " เมื่อริวจิได้พูดจบ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกนี่พูดตลกดีนะ ที่นี่ไม่รับผู้อพยพหรอกนะ พวกฉันรับแต่ทาสถ้าพวกแกมาเพื่อขอข้าวกินละก็กลับไปซะเถอะ ชิ่ว ๆ " ชายหนุ่มร่างอ้วนได้พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเยาะและไล่พวกเขากลับไป
" ฉันไม่ได้ขอกินอะไรทั้งนั้นแหละ บอกมาว่าค่ายอยู่ที่ไหน " ริวจิเขาเสียเวลามามากพอแล้ว และเขาต้องรีบไปโตเกียวเพื่อที่จะไปส่งอายู และต้องรีบไปหาแม่และน้องของเขาซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเป็นหรือตาย ตอนนี้มันก็ผ่านมาถึง 2 เดือนแล้ว เขาจะมัวมาเอ้อระเหยไม่ได้แล้ว ตอนนี้ริวจิได้เปลี่ยนวิธีการของเขา นับจากที่เห็นโจเซฟตาย และคนที่แกล้งทำเป็นคนดีเขากลับหลอกวางยาสลบในอาหารอีก ถ้าเขายังอ่อนต่อโลกแบบนี้ เขาต้องตายแน่ในภายภาคหน้า แน่ ๆ นับจากนี้ต่อไปเขาไม่ติดแล้วว่าใครจะอะไรยังไง ถ้าใครไม่เชื่อฟังคำสั่งของเขาหรือมุ่งร้ายต่อเขา ริวจิจะฆ่าคนพวกนั้นให้หมด
" แกกล้ามากรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร ฉันคือชินตะ และอันดับของฉันใน Red Tower ต่ำถึงอันดับที่ 960 ของโลกเชียวน่ะแกกล้ามากที่มาพูดแบบนี้กับฉัน"
" ฉันจะให้เวลานาย 3 วิ ชินตะบอกทางไปค่ายมา "
" นี่แกคิดจะขู่ฉันอย่างงั้นหรอ กล้านักน่ะ!!!" ใบหน้าของชินตะนั้นได้โกรธขึ้นและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาเริ่มพุ่งเข้าโจมตีริวจิ
" นายเหลือเวลาอีก 2 วินาทีชินตะ ไม่อย่างงั้นฉันจะฆ่านายทิ้งสะ " จากนั้นจิตสังหารก็ได้แผ่ออกมาจากตัวของเขา ทำให้ชินตะที่อยู่ต่อหน้านั้นถึงกับคุกเข่าและกระอั้กเลือดออกมา
อึก
อั๊กก
" โอเค โอเค ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว " ชินตะได้พูดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความกลัวตายแต่ในใจของเขานั้นไปคิดว่า
"ไอ้พวกเวรนี้ หลังจากไปถึงที่ค่าย ฉันจะให้หัวหน้าฆ่าพวกแกให้หมด ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
" งั้นก็ดีนำทางไปได้แล้ว "
30 นาทีต่อมาพวกเขาก็มาถึงค่ายของชินตะ
เมื่อถึงค่ายชินตารีบเปิดปากออกมาอย่างรวดเร็ว
" ฉันได้ไปรึยัง "
" เดี๋ยวๆ เรียกหัวหน้าของที่นี้มาหาฉันทีฉันอยากจะคุยกับเค้า " เขาต้องการรถในการเดินทางที่มีกุญแจรถและต้องเป็นรุ่นที่อายูนั้นขับเป็น เขาจึงเลือกที่คุยกับหัวหน้าเพราะมันง่ายกว่าที่จะมาคุยกับพวกปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้
เมื่อชินตะได้ยินคำพูดของริวจิเขาก็ได้คิดในใจ " มันคิดว่ามันเป็นใครใหญ่มาจากไหนว่ะ ถึงมีสิทธิในการเรียกหัวหน้าไปพบแบบนี้ " แต่ถึงเขาจะคิดแบบนั้น ชินตะก็เลือกตอบตกลงไปเพราะ เขานั้นตั้งใจจะไปบอกหัวหน้าให้มาจัดการพวกริวจิอยู่แล้ว
" งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แหละ " จากนั้นชินตะก็เดินหันหลังกลับไป
ณ ห้องแห่งหนึ่ง
" มีเรื่องอะไรอย่างงั้นเหรอ ทำไมนายถึงรีบขนาดนี่ชินตะ "
ชินตะได้พูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
" หัวหน้า! หัวหน้า ! มีคนนอกมันบุกเข้ามาในค่าย และมันยังขู่ฆ่าผมอีกด้วย "
" มันกล้ามากเลยน่ะที่กล้าบุกมาถึงทีนี้ นี่มันหยามกันต่อหน้าชัดๆ แล้วมันเป็นใครมีกันกี่คน "
" 3 คนครับ "
เพรี้ยะะะะ!
เสียงหัวหน้าตบไปที่ใบหน้าของชินตะ พร้อมกับพูดขึ้น
" แล้วแกจะมารายงงานฉันทำซากอะไร! มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยรีบพาพวกไปจัดการพวกมันสะ พวกมันมีแค่ 3 คน "
" แต่ว่าหัวหน้าของพวกมันแข็งแกร่งมากเลยน่ะ เอ่อ ผมกลัวว่าจะไม่ไหว "
แต่ถึงชินตาจะพูดออกมายังไงหัวหน้าของเขาก้ดูไม่ได้สนใจและบอกตัด
" เอาล่ะๆ แกทำฉันเสียเวลามามากแล้ว ไอ้หมูอ้วนชินตะ จัดการเสร็จแล้วมารายงานฉัน "
หลังจากนั้นเขาเดินเข้าไปทำกิจกรรมกับสาวๆ ของเขาต่อในห้องของเขาต่อ
จากนั้นชินตะก็จำใจและเดินออกจากห้องไป
ส่วนทางด้านของริวจิ
" มาสเตอร์ว่ามันแปลกๆ มั้ยคะ ทำไมไอ้หมูอ้วนนั้นไปนานจัง "
" รออีกสักหน่อย ถ้าพวกมันตุกติกละก็ฆ่าทิ้งให้หมด ยังไงพวกมันก็เลวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด" หลังจากฟังที่ริวจิพูดหญิงสาวทั้ง 2 คนก็ไม่ได้พูดอะไรแทรกขึ้นมา พวกเธอทั้ง 2 คนเข้าใจความรู้สึกสูญเสียเข้าไปถึงไขกระดูกเรียบแล้ว และตอนนี้พวกเธอจะไม่เมตตาอีกต่อไป ถ้าริวจิสั่งให้ฆ่าพวกเธอก็จะฆ่าโดยไม่ลังเล
อีก 5 นาทีต่อมาชินตาก็นำพวก Hunter ทั้งหลายร้อยคนมาและพวกเขาก็เดินเข้าไปหาริวจิ
ริวจิได้กวาดสายตามองรอบ ๆ และใช้สกิลประเมินรอบๆและไม่เห็นมีคนไหนเป็นขั้น 2 เลยสักคน
" แล้วไหนล่ะหัวหน้าของพวกนาย "
เมื่อได้ยินเสียงที่ไร้มารยาทของริวจิ เพราะมันไม่มีคำว่าครับต่อท้าย แถมอายุของริวจิก็ดูน้อยกว่า 20 ปีทำให้คนในกลุ่มในตะโกนขึ้นเสียงดัง
" นี่แกกล้าพูดกับคุณชินตะแบบนี้ได้ยังไง แกรู้รึป่าว เขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยของค่ายของพวกเรา แถมเขายังติด Top 1000 ในการจัดอันดับ Red Tower อีกด้วย แกไม่ห่วงชีวิตแล้วหรือไงเด็กน้อย
พวกคุณหลายรอยคนก็ตะโกนด่าทอริวจิและเตรียมที่จะโจมตีเพื่อสังหารเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
" สาวสวยที่อยู่กับแกนี่โคตรสวยเลยว่ะ แถมหุ่นก็ดีอีกต่างหาก หลังจากฆ่าแกเสร็จเดี๋ยวฉันจะรับมาใช้ต่อเองน่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
หลังจากเสียงจบ
ฉั้ว
คอของเขาก็ขาดออกและตกลงบนพื้น
ตึบ
ตึบ
หัวของเขาได้กลิ้งลงไปบนพื้น
" ไอ้พวกสารเลว !! ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด " อายูตะโกนขึ้นเสียงดัง เธอโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เพราะเธอค่อยค้างซีเรียสกับเรื่องที่โดนลวนลามอยู่แล้ว
หลังจากที่คอของชายหนุ่มที่พูดจาลวนลามทางเพศได้ขาดลง ทำให้พวกเขาทั้งหลายร้อยคนตกใจ
" พวกมันกล้าฆ่าคนของเรา !!! ย๊าาาาฆ่าพวกมันให้หมด "
แต่ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งเข้าไปริวจิก็ใช้ดาบของเขาขีดเส้นบนถนน
" มันทำบ้าอะไรของมันว่ะ "
จากนั้นเสียงของริวจิก็ดังขึ้น
" ถ้าใครผ่านมาเกินเส้นนี้ ตาย !!! "
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ