มองเห็นตะขาบตัวใหญ่ถูกขับออกมาจากรูขุมขน หลินอู๋เฉินคว้ามันไว้ ตามด้วยบดขยี้ในทีเดียว
จ้าวลี่ค่อยๆ ลืมตาตื่น วงหน้าของเธอเป็นสีแดงเรื่อ ร่างกายมีเม็ดเหงื่อผุดพราย ส่งกลิ่นหอมของกายสาวอันน่าค้นหา
“พี่ลี่ พี่ตื่นแล้ว!”
“จ้าวหานเหรอ...”
เธอมองตามต้นเสียงระคนมีความสุข ก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมยุ่งเมื่อเห็นน้องสาวอยู่ในสภาพโป๊เปลือย
“จ้าวหาน ยืนแก้ผ้าทำไมเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นก็มาเห็นหรอก!” ในฐานะพี่สาว เป็นธรรมดาที่เธอต้องดุ
“คะ...ใครจะเห็นละคะ เราอยู่กันในห้องที่อพาร์ทเม้นท์เปาเปา นี่คือบ้านของเรา ไม่มีคนอื่นหรอกค่ะ นอกจากนั้นอย่าเพิ่งรีบลุกขึ้นมาจะดีกว่า สภาพร่างกายของพี่ยังไม่แข็งแรง ควรจะนอนพักผ่อนอีกหน่อย เดี๋ยวฉันจะต้มโจ๊กให้ทานเอง”
จ้าวหานรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าพี่สาวจะล้มลง
“ตลกน่า พี่ไม่รู้สึกป่วยเลยสักนิด พี่รู้สึกว่าร่างกายมันดีมาก ดีกว่าตอนที่ทำงานซะอีกแน่ะ”
“จะ...จริงเหรอ...แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้กินอะไรเลยนะ นอกจากจะให้น้ำเกลือ” จ้าวหานแทบไม่อยากจะเชื่อ ต้องหันกลับไปมองหลินอู๋เฉินทีหนึ่ง ราวกับเธอคิดเรื่องบางอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาได้
สังเกตน้องสาวมองไปยังมุมหนึ่งของห้อง จ้าวลี่หันศีรษะมองตาม จ้าวหานกลัวว่าพี่สาวจะตกใจจนเผลอกรีดร้องออกมา แต่แทนที่จะเป็นแบบนั้น วงหน้าของเธอกลับยิ่งขึ้นสีแดง ลมหายใจร้อนผ่าวถึงกับทำให้เลือดลมปั่นป่วนไปหมด
หลินอู๋เฉินเดินเข้ามา ในสภาพโป๊เปลือย ตามด้วยกล่าว “ไม่แปลกหรอกที่เธอจะแข็งแรง ตลอดเวลาที่นอนหลับ ฉันเป็นคนฝังเข็มให้เธอ นอกจากนั้นยาต้มสูตรพิเศษของฉันก็ให้ผ่านทางสายน้ำเกลือ ร่างกายของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยสารอาหาร นอกจากนั้นยังแข็งแรงมากกว่าเดิมหลายเท่า”
“จ้าวหาน...คนนี้คือ...” จ้าวลี่แทบไม่ฟังสิ่งที่เขากล่าว เอาแต่จดจ่อกับสิ่งเร้าตรงหน้าจนแทบไม่กระพริบตา
“เอ่อ...นี่คือแฟนคุณหนูเหวิน พี่เองก็รู้จักเธอ เขามีความสามารถในการฝังเข็ม เขานำพิษออกจากร่างกายของพี่ พี่ถึงได้ตื่นขึ้นมาไง นอกจากนั้นที่เราสามคนอยู่ในสภาพนี้ ก็เพราะว่าต้องฝังเข็ม” เพราะกลัวพี่สาวจะโกรธ เลยต้องรีบอธิบายจนลิ้นพันกัน
“คุณหนูเหวิน...” จ้าวลี่รู้จักเด็กสาวดี ชื่นชอบเครื่องยนต์และความแรง เวลาว่างมักจะไปไหนมาไหนกับน้องสาวเธอบ่อยๆ
หลินอู๋เฉินเก็บของใส่กระเป๋า ก่อนจะสวมชุดลงบนร่างกาย “งานของฉันเสร็จแล้ว จ้าวหาน เธอจำได้ไหมว่าสัญญาอะไรกับฉันไว้ อย่าลืมล่ะ”
“มะ...ไม่ลืมอยู่แล้ว” จ้าวหานผงกศีรษะรับ เมื่อเขาทำได้อย่างที่คุยโม้ เธอก็เป็นคนที่รักษาสัจจะพอ
จ้าวลี่ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่พอเห็นหลินอู๋เฉินกำลังจะเดินออกจากห้องไป จิตใจของเธอราวกับจะแหลกสลาย ราวกับถูกมือของใครบางคนบีบไว้แน่นจนหายใจไม่ออก
ภายใต้ความอึดอัดนี้ เธอรีบลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณแล้วมาขวางเขาไว้หน้าประตูห้องนอน
“พี่...” จ้าวหานตกตะลึง ไม่คิดว่าพี่สาวจะลุกขึ้นวิ่งไปแบบนั้น
“เธอจะทำอะไร” หลินอู๋เฉินถาม
“ฉัน....ฉัน...”
“พูด ไม่งั้นจะกลับไปนอนแล้วนะ”
“เอ่อ...ฉันรู้สึกดีกับคุณมากตั้งแต่แรกเห็น ถึงแม้ว่าคุณจะมีแฟนแล้วก็ตาม ฉันไม่สนใจว่าตัวเองจะอยู่ในสถานะใด ขอแค่ให้คุณรู้ไว้ว่าฉันรักคุณมาก” มีความลังเลอยู่ในใจเธอตอนแรก แต่พอพูดทุกอย่างออกมาสายตากลับดูมุ่งมั่น
“นี่มัน...” หลินอู๋เฉินผงะ ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภรรยาปลอมๆ หยางลู่ซือ
เห็นว่าเขาเอาแต่เงียบ จ้าวลี่จึงกล่าวต่อว่า “ฉันสามารถเป็นกิ๊กของคุณได้ ขอแค่คุณอยู่กับฉันหนึ่งวัน...ไม่สิวันละชั่วโมงก็ยังดี ฉันขาดคุณไปไม่ได้เพราะงั้นได้โปรด!”
“พี่...” จ้าวหานเองก็รู้สึกแบบนั้นต่อหลินอู๋เฉินไม่ต่างกัน แต่เพราะเป็นเพื่อนกับเหวินจิง เธอเลยไม่กล้าพูดความในใจออกมา
หลินอู๋เฉินอมยิ้มเล็กน้อย รวบเอวหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นขึ้นจากการหลับใหลเข้ามา จ้าวลี่ตกใจคราวแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความสุขล้น รีบซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอกเขาด้วยความรักใคร่
“ความรู้สึกของเธอฉันรู้แล้ว แน่นอนว่าฉันยินดีจะรับมัน”
“ขอบคุณ ดีใจจัง ดีใจที่สุดเลย”
จ้าวลี่ถึงกับน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ความรู้สึกที่มีต่อเขาลึกล้ำมาก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเธอถูกฝังเข็มมาหลายครั้งหลายคราว แถมยังเป็นแค่คนธรรมดาในขณะที่เขาเป็นผู้บ่มเพาะพลัง ทุกอย่างเลยกลายเป็นเรื่องธรรมดา
“เอาล่ะนี่ก็ดึกแล้ว ฉันคงต้องไปก่อน ไว้เจอกันนะ” หลินอู๋เฉินแสร้งยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา จากนั้นผละออกจากเธอ แล้วเดินออกจากห้องไป
จ้าวลี่ทำได้เพียงยืนส่ง กระทั่งเขาไปลับตาเธอถึงกับถอนหายใจ แล้วหันหน้ามามองน้องสาว
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเขามาทุกอย่าง”
“ขะ....เข้าใจแล้วค่ะ”
.........
ฉู่หลง
หลินอู๋เฉินขับรถมาที่นี่ พอเข้ามาในบ้านพักก็พบกับหยางลู่ซือที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนเดินออกมาจากบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
“สามี กลับมาแล้ว”
เธอรักษาสีหน้างดงามไว้ ก่อนจะมองเขาแปลกๆ เมื่ออยู่ในระยะใกล้
“มีอะไรเหรอ”
“กลิ่น...ฉันได้กลิ่นผู้หญิงจากตัวคุณ และกลิ่นพวกนี้ยัง..ไม่ใช่กลิ่นที่ดีเท่าไหร่!”
หลินอู๋เฉินไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธหรือคนธรรมดา พวกนี้มักจะเซ้นส์แรง ดูสิเนี่ยมาถึงบ้านยังไม่มีหลักฐานก็พูดถูกทุกอย่าง จะเก่งเกินไปแล้ว
“ฉันเรียน ก็ต้องมีเพื่อนผู้หญิงเข้าใกล้เป็นธรรมดา”
“เรียน...ฉันอยากไปที่นั่นจัง”
“หืม...ไปเหรอ แต่เธอเป็นอาจารย์สอนที่สำนักต้าเทียนนี่นา สอนอยู่ที่นั่นก็ดีแล้ว ไม่ต้องอยากเป็นนักศึกษาหรอก”
“ถ้าสามีว่าอย่างนั้นละก็...”
“เข้าไปข้างในกันเถอะ เธอทำข้าวไว้แล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ทำไว้หลายอย่างเลย คุณรีบมากินมันเถอะก่อนจะเย็น หลังจากนั้นอาบน้ำกัน ฉันอยากจะเล่นกับมังกรดำของคุณ”
เล่นกับอวัยวะเพศของเขา....หึหึ เมื่อไหร่กันเนี่ยที่มันถูกมองว่าเป็นของเล่น แต่เอาเถอะ ความไร้เดียงสาของเธอก็คือความสุขอย่างหนึ่งของเขาเหมือนกัน
............
เช้าวันต่อมา มหาลัยชุนเหลียน
หลินอู๋เฉินเพิ่งจะจอดรถได้ไม่ทันก็มีคนมาเคาะกระจก เขาเหลือบมองครู่หนึ่งก่อนจะยกมุมปากกว้าง
“คุณหนูเหวินนี่เอง มีธุระอะไรเหรอถึงได้มาหากันแต่เช้า หรือว่าคิดถึงฉัน”
เหวินจิงบุ้ยปาก “ใครคิดถึงนายกัน คนหลงตัวเอง ฮึ่ม!”
“แล้วมาหาทำไม ถ้าหากไม่ได้คิดถึง”
“ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะนายทำให้พี่สาวของจ้าวหานตื่นขึ้นมา ฉันคงไม่มาดักรอนายที่นี่”
หลินอู๋เฉินเหลือบมองรุ่นพี่ปี 2 ที่ยืนอยู่ตรงด้านหลังเหวินจิง จ้าวหานพอถูกมองก็รู้สึกเขินอาย
“แล้วไงต่อ”
“อะไรนะ...”
“ฉันทำให้จ้าวลี่ตื่นขึ้นจริง แต่แล้วยังไง เธอต้องการอะไรจากฉัน”
“ถามแปลก ครอบครัวแฟนตัวเองมีโรงพยาบาลอยู่ในเมือง ก็ต้องอยากให้ไปช่วยงานน่ะสิ” เหวินจิงตอบเถรตรง
“อะไรนะ จะให้ฉันไปช่วยคนที่ถูกกัดเหรอ” หลินอู๋เฉินเดาเจตนาได้ไม่ยาก
เหวินจิงพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว ในเมื่อนายมีความสามารถงั้นก็ควรใช้มันออกมา นอกจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งนับวันยิ่งน่ากลัว มีคนถูกกัดส่งเข้ามาในโรงพยาบาลเรื่อยๆ และทุกคนก็...หยี๋ ฉันไม่อยากจะพูดถึงมัน!”
เหวินจิงทำท่าอยากจะอาเจียน ก่อนจะเสริมว่า “ในฐานะแฟนนายต้องช่วย นอกจากนั้นงานนี้ไม่ได้ทำกันฟรีๆ มีค่าจ้างให้”
“เหวินจิง เธอคิดง่ายเกินไปแล้ว”
“อะไรนะ นายหมายความว่ายังไง”
“ประมาณว่า…ฉันไม่ได้เป็นหมอ ไม่มีใบรับรองแพทย์ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่หมอในโรงพยาบาลชุนเหลียนจะยอมรับ นอกจากนั้นฉันยังเรียนอยู่ไม่เห็นเหรอ” หลินอู๋เฉินแบมือว่า
“ฉันเข้าใจ แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ฉันจะคุยกับแม่เอง คุณแม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง ขอแค่เป็นคำสั่งแม่ หมอพวกนั้นจะกล้าปากดีอยู่อีกเหรอ”
“จะได้แน่เหรอ” หลินอู๋เฉินทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
เหวินจิงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ได้ก็ต้องได้ ตอนนี้เพื่อปิดข่าวการตายปริศนาในโรงพยาบาล แม่ของฉันต้องใช้เงินไปหลายล้านหยวน เพื่อชื่อเสียงของโรงพยาบาล ดังนั้นหากมีวิธีแก้ไขปัญหาที่ไม่มีใครสามารถแก้ได้ ขอแค่นายแสดงให้แม่ได้เห็น รับรองว่าเธอจะต้องยอมรับ!”
“เฮ้อ...น่าเบื่อจัง”
“ช่วยหน่อยนะๆ ถ้าหากนายช่วย...จะยอมให้มีอะไรด้วยก็ได้” เหวินจิงพูดด้วยน้ำเสียงชวนเสน่หา
หลินอู๋เฉินดีดหน้าผากเธอไปทีหนึ่ง “ตลกแล้ว เธอเป็นของฉันอยู่แล้ว ยังมีหน้ามาพูดอีก”
เหวินจิงแลบลิ้นเมื่อถูกจับได้ “ก็จริงของนาย แต่พวกเราก็ยังไม่ได้มีอะไรกันไม่ใช่เหรอ นอกจากนั้นครอบครัวของแฟนกำลังตกอยู่ในวิกฤต นายคงไม่นิ่งดูดายหรอกใช่ไหม”
“เฮ้อ...ก็ได้ แต่ฉันไม่รับปากนะ ต้องให้แม่เธอยืนยันก่อน ไม่งั้นมันอาจเกิดปัญหาภายหลังได้”
“แน่นอน ฉันจะรีบคุยกับแม่ รับรองว่าเธอต้องเห็นด้วยกับฉัน!”