Chapter 15
แมวกับยามเช้า
โนบิลตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่
ตอนนี้เป็นเวลาตีห้า ห้าสิบห้านาที
เขาเอื้อมมือไปปิดการทำงานของ ‘เรสท์อินพีซ’ จากนั้นจึงหยิบนาฬิกาข้อมือที่หัวเตียงมาปิดเสียงปลุก
โนบิลตั้งเวลาปลุกไว้ที่หกโมงเช้า เผื่อกรณีที่ไม่ได้ตื่นเอง
ไม่ว่าจะนอนหลับเวลาไหน เขาก็จะตื่นในเวลานี้ตามความเคยชิน เว้นแต่จะเข้านอนตอนเกือบเช้า หรือรู้สึกเหนื่อยมากจริง ๆ
หลังจากเดินไปอาบน้ำและแปรงฟันเสร็จเรียบร้อย โนบิลที่เปลี่ยนชุดแล้วก็เดินไปที่โต๊ะทำงาน เขามองไปยังตู้ของโนร่าด้วยความสงสัย เพราะอีกฝ่ายยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
โนบิลเปิดคอมพิวเตอร์แล้วนั่งหาข้อมูลพร้อมกับท่องเว็บฯ ไปอีกพักใหญ่ จนถึงเวลาเจ็ดโมงครึ่งเขาก็หันมองไปทางตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง
“คงไม่ใช่ว่าต้องให้ปลุกหรอกนะ?”
เพราะใกล้จะถึงเวลาทานอาหารเช้าแล้ว และโนบิลก็ตั้งใจจะเริ่มพูดคุยเรื่องงานกับโนร่าต่อทันที เขาจึงคิดว่าควรไปบอกอีกฝ่ายสักหน่อย
โนบิลไม่ได้นัดล่วงหน้าเพราะคิดว่ายังไงโนร่าก็น่าจะตื่นแต่เช้า หรือควรตื่นพร้อม ๆ กับเขา ซึ่งดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น
แต่ไม่แน่ว่าบางทีเธออาจตื่นแล้ว แค่ยังไม่ออกจากตู้เสื้อผ้า
โนบิลเดินไปยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เขาเคาะเบา ๆ สองครั้งเป็นการแจ้งบอกตามมารยาท ก่อนจะเลื่อนเปิดประตู
แล้วเขาก็พบว่าโนร่ายังหลับอยู่จริง ๆ
เธอสวมชุดนอนพาจาม่าสีเหลืองที่มีลวดลายเป็นแมวตัวน้อยหลากหลายชนิด คลุมตัวด้วยฟูกลายลูกแมวสีเหลืองขอบขาว นอนหนุนหมอนสีขาวใบใหญ่ และใช้ผ้าปิดตาสำหรับนอนเป็นรูปตาแมว
ริมฝีปากของเธอกำลังยิ้มอย่างมีความสุข
โนบิลครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจปลุกอีกฝ่าย
“โนร่า”
“อืม…”
โนร่าเพียงยู่หน้าลงแล้วพลิกตัวไปอีกข้างโดยหันหลังให้กับโนบิล
โนบิลครุ่นคิดอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจใช้นิ้วสะกิดพร้อมกับเรียก
“โนร่า”
“หืม…?”
ในที่สุดโนร่าก็ตื่น เธอถอดผ้าปิดตาออก เผยให้เห็นใบหน้าสะลึมสะลือ เมื่อเห็นว่าโนบิลมายืนรออยู่ เธอก็เด้งขึ้นจากที่นอน
“อ๊ะ เช้าแล้วเหรอ!? ขอโทษทีนะ! แป๊บนึงนะ!”
โนร่ารูดปิดบานประตู โนบิลจึงไปนั่งรอที่เตียงของเขา ไม่นานอีกฝ่ายก็เปิดตู้ออก แล้วลงมาในชุดกระโปรงเอี๊ยมที่ใส่ประจำ
“ขอโทษทีนะ พอดีไม่ได้ตั้งเวลาไว้ก็เลยเพลินไปหน่อย”
“สรุปแล้ว การนอนเป็นยังไงบ้าง?”
“โอ้ ดีมาก ๆ เลยล่ะ รู้สึกเบา แล้วก็ใส ฉันคิดว่าฉันฝันด้วย”
“ฝันเหรอ?”
โนบิลเลิกคิ้วขึ้น
“อื้ม มันเป็นวีดีทัศน์ของสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่มาจากการปะติดปะต่อของข้อมูลแบบสุ่ม ค่อนข้างประหลาด แต่ก็ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดี”
โนร่าอธิบายด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เธอฝันเห็นอะไร?”
“ฉันเห็นเธอกำลังเดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แล้วจู่ ๆ ก็มีงูตัวใหญ่มากโผล่ออกมา ตัวมันยาวเป็นกิโลเมตร ปากมันกว้างพอจะกลืนรถยนต์ได้ทั้งคน มันเลื้อยไปตามถนนแล้วผ่านหน้าเธอไป แต่เธอก็ไม่สนใจแล้วเดินเข้าไปซื้อของต่อ พอกลับออกมา ส่วนหางมันก็ปัดมาโดนไอติมที่เธอถืออยู่จนหล่น เธอเลยโมโหแล้วขับมอเตอไซค์ไล่ตามมันไป เธอขับมอเตอไซค์ขึ้นไปบนตัวมันเหมือนกับเป็นพื้นถนน พอถึงส่วนหัวเธอก็เบรค แล้วงูตัวนั้นก็สลบไป”
โนบิลนิ่งเงียบไปพักใหญ่
เขาไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องปกติหรือไม่ปกติสำหรับซินเทซิส
ไม่รู้ว่าทำไมโนร่าฝันเห็นเรื่องราวของเขา แทนที่จะเป็นตัวเธอเอง
ตามคำโบราณ ถ้าฝันเห็นงูแปลว่าจะเจอเนื้อคู่ แต่ถ้าหุ่นยนต์สาวแมวฝันเห็นตัวเขาเจองูยักษ์ ควรตีความว่าอะไรดี?
ยิ่งขบคิดถึงเรื่องนี้ โนบิลก็ยิ่งมีคำถาม เขาจึงตัดจบว่า ช่างหัวมันละกัน
บางทีโนร่าอาจแค่เพี้ยนเองก็ได้
“เธอทานอาหารเช้ามั้ย?”
“ถ้ามีก็ทานนะ”
“น่าจะเป็นไข่ดาวกับแฮมทอด โอเคมั้ย?”
“ไม่ขัดข้อง”
โนบิลเดินไปเตรียมอาหารที่เคาน์เตอร์ ส่วนโนร่าก็นอนกลิ้งเล่นบนเตียงของอีกฝ่าย
“ไข่ดาวสุกมั้ย?”
โนบิลเอ่ยถาม
“ขอไม่สุกฟองนึง แล้วก็กรอบ ๆ ฟองนึง”
เพียงไม่นานโนบิลก็เดินกลับมาพร้อมกับจานที่มีไข่ดาวสองฟองและแฮมทอดสามแผ่นอยู่ข้างใน
โนบิลนำโต๊ะเตี้ยสำหรับตั้งพื้นออกมา จากนั้นจึงวางจานและช้อนให้กับโนร่า ก่อนจะเดินไปหยิบจานของตัวเองแล้วมานั่งลง
โนร่าลงจากเตียงแล้วนั่งลงบนพื้นฝั่งตรงข้าม เธอมองไข่ดาวสองฟองที่แตกต่างกันสุดขั้วด้วยแววตาเป็นประกาย
โนบิลนำชุดเครื่องปรุงออกมาจากช่องมิติ มันประกอบไปด้วยพริกไทย, เกลือ, ซอสถั่วเหลือง, ซอสมะเขือเทศ, และซอสพริก
แต่ละคนเริ่มใส่เครื่องปรุงลงในอาหารของตนเอง โนบิลโรยพริกไทยแล้วราดซอสมะเขือเทศตาม ส่วนโนร่าตัดแบ่งแฮมกับไข่ออกเป็นหลาย ๆ ชิ้นแล้วใช้เครื่องปรุงทุกชนิดอย่างละนิดอย่างละหน่อยเพื่อทดลองรสชาติ
ทั้งสองไม่ได้สนทนากันระหว่างทานอาหาร แต่โนร่าก็ส่งเสียงในลำคออย่างพึงพอใจเป็นระยะ
เพียงไม่นานทั้งคู่ก็ทานอาหารจนหมด โนบิลนำกาแฟกระป๋องออกมาดื่มปิดท้าย ส่วนโนร่าก็เอาขนมที่เหลือจากเมื่อวานออกมากินด้วย
“เดี๋ยวเราจะลงไปที่สวนด้านล่างกัน เมื่อวานฉันซื้อซากจักรกลมาหลายตัว อยากให้เธอแยกส่วนประกอบให้หน่อย เราจะใช้วัตถุดิบในการสร้างฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับหมุดหมายแรกของโปรเจกต์”
โนบิลเข้าประเด็นทันที ส่วนโนร่าที่ยังเคี้ยวขนมอยู่ก็พยักหน้ารับ
เมื่อกลืนขนมแล้ว เธอก็กล่าว
“ทำไมต้องลงไปข้างล่างด้วยล่ะ ทำที่นี่ไม่ได้เหรอ?”
“ห้องนี้แคบเกินไป ฉันไม่อยากให้ห้องเลอะเทอะด้วย”
“ตรงนี้ก็ยังว่างอยู่นะ”
โนร่าชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าฝั่งซ้าย โนบิลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่นานก็พยักหน้า
“อืม งั้นก็ใช้ตรงนี้ก็ได้”
เมื่อได้รับอนุญาตจากโนบิล โนร่าก็สร้างแบบจำลองสามมิติของห้อง ๆ หนึ่งขึ้นบนมือ ก่อนจะแตะอีกมือไปที่ประตูตู้เสื้อผ้า ทำให้มีแสงสีฟ้าวูบหนึ่งเล็ดรอดออกมาจากบริเวณขอบประตู
เธอลุกขึ้นแล้วเลื่อนเปิดประตูตู้ออก เผยให้เห็นห้องอันโอ่โถงที่อยู่ภายใน
เท่ากับว่าตู้เสื้อผ้าตู้นี้ถูกใช้เป็นทางเชื่อมไปยังห้องมิติสองแห่ง ประตูฝั่งขวาคือห้องนอนของโนร่า ส่วนฝั่งซ้ายใช้เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับโปรเจกต์
โนบิลเดินเข้าไปในตู้เสื้อผ้าซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นห้องปฏิบัติการ ภายในเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาวซึ่งมีความกว้างประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตร และเพดานสูงจากพื้นประมาณห้าเมตร
โนร่าเก็บขนมที่เหลือแล้วเดินตามเข้ามา โนบิลจึงนำซากจักรกลทั้งสามตัวออกมาวางให้อีกฝ่ายทำการวิเคราะห์ หลังจากเดินวนดูซากจักรกลแต่ละซากจนครบ โนร่าก็พยักหน้า
“วงจรข้างในได้รับความเสียหายอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ทำให้ส่วนประกอบเกิดการสูญเสียหรือเปลี่ยนสภาพไป แบบนี้ควรจะได้วัตถุดิบจากการแยกส่วนประกอบมากกว่า 90%”
“คิดว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่?”
“ไม่เกินสองชั่วโมงก็น่าจะเสร็จ”
“ฉันอยากให้หลอมส่วนที่เหลือทั้งหมดด้วย เหล็กกับโลหะผสมที่เป็นโครงสร้างและเปลือกนอกนี่ ถึงเราจะไม่ได้ใช้ แต่มันก็เอาไปขายได้ โดยเฉพาะเหล็กที่หลอมโดยวิทยาการของซินเทซิสจะมีค่าความบริสุทธิ์สูง พวกช่างตีเหล็กจะชอบมากเพราะนำไปสร้างเป็นอาวุธและชุดเกราะคุณภาพสูงได้ง่าย แบบนี้จะทำให้เรามีทุนในการวิจัยมากขึ้น”
“นี่เป็นกระบวนการที่เราจะทำอีกหลายครั้ง จำนวนของซากจักรกลที่ต้องแยกส่วนประกอบก็อาจมากขึ้นด้วย ฉันเข้าใจถูกมั้ย?”
“ถูกต้อง”
“ถ้างั้นฉันคิดว่าควรสร้างนาไนท์เพิ่ม ตอนนี้ฉันมีนาไนท์อยู่แค่เพียงพอกับการบำรุงรักษาตัวเอง เป็นจำนวนที่ไม่เพียงพอต่อการทำงานในสเกลใหญ่ ถ้าเอาซิลิก้าที่ได้จากการแยกส่วนรอบนี้มาสร้างนาไนท์เพิ่มก่อน อัตราความเร็วในการแยกส่วนครั้งต่อ ๆ ไปจะสูงขึ้นอีกหลายเท่า”
โนบิลครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
“ตกลง ดำเนินการได้เลย”
“ถ้ามีนาไนท์มากขึ้นก็จะทำงานได้เร็วขึ้น ควรจะเสร็จภายในเวลาสองชั่วโมงเหมือนเดิม”
“โอเค ถ้างั้นฉันไปซื้อซากมาเพิ่มก่อน ฝากด้วย”
“คราวหน้าให้ฉันไปด้วยนะ”
“อืม”
กล่าวจบโนบิลก็เดินออกจากห้องไป
นอกจากความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัวแล้ว โนร่าคิดว่าหากให้เธอไปช่วยประเมินความเสียหายของซากจักรกลจะทำให้ได้ซากที่มีวัตถุดิบดี ๆ กลับมามากกว่านี้ เพราะเธอสามารถทำการวิเคราะห์ได้ละเอียดกว่า แต่เพราะการพูดแบบนั้นดูจะเป็นการเสียมารยาทต่อโนบิล เธอจึงไม่ได้เอ่ยออกไป
โนร่าแตะมือลงบนซากจักรกลตัวหนึ่ง ไม่นานก็มีสสารสีเงินแผ่ออกมาจากฝ่ามือของเธอแล้วแผ่ขยายไปบนพื้นผิวของซาก เมื่อโนร่าปล่อยมือออก สสารสีเงินกลุ่มนั้นก็เคลื่อนตัวผ่านรอยต่อของชิ้นส่วนแล้วแทรกซึมเข้าไปภายในซากจักรกล
หลังจากผ่านไปพักหนึ่งสสารสีเงินก็ซึมกลับออกมาจากรอยต่อ แต่คราวนี้มันมีจำนวนมากกว่าเดิมกว่าเท่าตัว สสารสีเงินเหล่านั้นคือนาไนท์ที่ถูกสร้างเพิ่มด้วยวัตถุดิบที่ได้จากการหลอมแผงวงจรภายในซากจักรกล จำนวนนาไนท์เพิ่มมาถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจแล้ว แต่โนร่าก็ยังรู้สึกว่าเป็นการสิ้นเปลือง
อันที่จริงการแยกส่วนประกอบและหลอมวัตถุถือเป็นงานหยาบ ในขณะที่นาไนท์หรือจักรกลระดับนาโนเมตรนั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานที่ซับซ้อนและมีความละเอียดอ่อนกว่านี้มาก การแยกส่วนประกอบเป็นสิ่งที่ใช้ศักยภาพของนาไนท์ไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ แม้การมีนาไนท์เก็บไว้เป็นจำนวนมากจะมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ด้วย แต่ ณ ขณะนี้ถ้าแค่เพิ่มจำนวนนาไนท์เพื่อนำมาใช้แยกส่วนประกอบของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวก็ดูจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่
โนร่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเธอก็ได้ไอเดียขึ้นมา
ถ้าสร้างเป็นนาไนท์ที่ทำหน้าที่เฉพาะทางแทนล่ะ?
นาไนท์ที่โนร่ามีอยู่คือ ‘ออมนินาไนท์’ มันเป็นนาไนท์ระดับสูงซึ่งมีคุณสมบัติในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตัวเองได้ ทำให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบ แต่คุณสมบัตินี้ทำให้ต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์ศักยภาพสูงร่วมกับการใช้ไนทินอลเป็นวัตถุดิบหลัก หากเปลี่ยนเป็นนาไนท์เฉพาะทางที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ก็สามารถใช้วัตถุดิบเกรดต่ำลงมาอย่างนาโนเมทัลหรือนาโนคาร์บอนได้ แบบนั้นจะสามารถผลิตนาไนท์เฉพาะทางได้เป็นจำนวนมากกว่าออมนินาไนท์หลายเท่าตัว
นาไนท์เฉพาะทางเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องคิดหรือประมวลผล แค่รับคำสั่งและปฏิบัติตามเหมือนกับเป็นอวัยวะ โดยที่มีออมนินาไนท์เป็นตัวสั่งการ ซึ่งออมนินาไนท์หนึ่งตัวควรจะควบคุมนาไนท์เฉพาะทางได้หลายร้อยตัวในเวลาเดียวกัน
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว โนร่าก็เริ่มดำเนินการทันที เธอแตะมือไปที่สสารสีเงินบนซากจักรกลอีกครั้ง ทำให้เกิดวงกระเพื่อมคล้ายกับผิวน้ำที่มีวัตถุตกกระทบ
นี่เป็นการสั่งการให้ออมนินาไนท์ทำการแยกส่วนซากจักรกลแล้วนำวัตถุดิบมาสร้างนาไนท์เฉพาะทาง
เพียงไม่นาน พื้นผิวของซากจักรกลบริเวณที่ถูกนาไนท์ปกคลุมก็เริ่มยุบตัวลงคล้ายกับถูกกัดกร่อน การยุบตัวขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับสสารสีเงินที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันผงโลหะที่เป็นส่วนเกินของการผลิตก็ร่วงพรูลงมาราวกับเม็ดทราย อัตราการสลายตัวของซากจักรกลยิ่งนานไปก็ยิ่งเร็ว จนท้ายที่สุดชิ้นส่วนทั้งหมดก็หลุดออกจากกัน แต่เพราะมีนาไนท์เกาะอยู่มันจึงไม่ร่วงกราวลงกับพื้น เพียงค่อย ๆ ทรุดตัวคล้ายกับถูกหลอมละลาย
พริบตาเดียวซากจักรกลที่เคยตั้งตระหง่านก็กลายเป็นผงโลหะกองหนึ่ง
นาไนท์สีเงินที่ปกคลุมผงโลหะนั้นอยู่เริ่มแยกออกเป็นสามกลุ่ม สองกลุ่มแยกย้ายกันไปหาซากจักรกลอีกสองตัวที่เหลือเพื่อทำกระบวนการเดียวกันนี้ ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่ยังคงอยู่ก็เริ่มการจำแนกและหลอมผงโลหะให้ขึ้นรูปกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บจัดเก็บ
โนร่ายิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะวิธีการนี้ทำให้เธอได้นาไนท์มากกว่าที่ตั้งใจไว้หลายเท่าตัว แม้เกือบ 80% จะเป็นนาไนท์เฉพาะทางที่ทำได้แค่แยกส่วนและหลอมวัตถุดิบ แต่ก็นับว่าตรงกับความต้องการแล้ว
เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซากจักรกลทั้งสามซากก็ถูกแปรสภาพจนหมดเกลี้ยง โนร่าเก็บนาไนท์บางส่วนกลับมา โดยเหลือบางส่วนไว้สำหรับทำงานครั้งหน้า วัตถุดิบที่เหลือจากการสร้างนาไนท์ก็ถูกหลอมเป็นแท่งโลหะหลากหลายชนิด มันถูกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เพียงรอให้โนบิลมาเก็บไป
---------------------------------------------------------------------------