บทที่10
กวนเสี่ยวถงก้าวขาขึ้นจากอ่างไม้ขนาดใหญ่ สายตากลมมองชุดใหม่ที่สตรีสูงวัยถือไว้ไม่วางตา
“ชุดข้าหรือเ้าค่ะ”
“องค์หญิงพระองค์พูดอะไรน่ะเ้าค่ะ” หวัหน้าแม่ครัวทำหน้าเซ่อ เมื่อครู่นี้นางหูฟาดหรือหัวกระแทรกอะไรมาหรือเปล่าเหตุใดถึงได้ยินอะไรแปลกๆ
“อ่อ ข้าถามว่าชุดที่อยู่ในมือของเ้าใช่ชุดใหม่ของข้าหรือไม่” กวนเสี่ยวถงรีบแก้ หากไม่อยากถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ ไปชั่วชีวิต นางควรวางตัวให้เหมาะสมกับฐานะของตนในเวลานี้
“เ้าคะ รัชทายาทให้หม่อมฉันเข้าเมืองหลวงไปซื้อมาเมื่อเช้าระหว่างที่รอองค์หญิงบรรทม” แม่ครัวเดินถือชุดมาสวมใส่ให้ นึกแปลกใจคนแคว้นเว่ย ให้องค์หญิงแต่งออกมากลับไม่มีสินเดิมมาเลยมีแค่ชุดเ้าสาวที่สวมใส่มาหรืออย่างไรกัน
กวนเสี่ยงถงยกยิ้มแก้มนวลลออขึ้นสี มือบางลูบไล้ชุดใหม่ที่นางสวม เนื้อผ้านุ่มลื่นมือ ไร้รอยปะชุน ในชีวิตนี้นี่คือชุดใหม่ชุดแรกที่นางได้ใส่ หากไม่นับที่เขาลงมือทำร้ายนางเมื่อคืน ที่นางได้แต่งออกมากับรัชทายาทแคว้นเว่ยก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป นางจะอาศัยฐานะที่มีอยู่เกาะเขาเอาไว้ให้แน่น เรียนรู้การใช้พลังจากเขา อนาคตข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที
เมื่อก้าวผ่านม่านกั้นออกมาก็พบว่าจ้าวหยุ่นหลงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่ ไม่ไกลนักมีบุรุษสวมชุดเกาะเบายืนอยู่กวนเสี่ยวถงมองไปบนโต๊ะเห็นอาหารมากมายหลายอย่าง เสียงท้องน้อยๆ ร้องปะท้วงขึ้นมาทันที
องค์รักษ์ชางพรูลมหายใจออกมาทันทีที่นางปรากฏตัว เมื่อคืนเขาได้ยินเสียงองค์หญิงกรี้ดร้องเสียงดังลั่น ไม่นานเสียงนั้นก็เงียบหายไป เขานอนเงี่ยหูฟังทั้งคืน แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดถออกมาจากกระโจมของรัชทายาทอีกเลย เมื่อรู้ว่าทหารถือถังน้ำเข้ามาให้องค์หญิงอาบ เขาก็รีบเดินตามเข้ามาดูสถานการณ์ทันที เมื่อเห็นนางยังสภาพร่างกายครบถ้วนไม่ได้าเ็ไปมากกว่าเมื่อคืนที่เขาเห็น องครักษ์ชางก็หมดห่วง
จ้าวเสี่ยวถงมองดรุณีน้อยในชุดสีเขียวสดใส ช่างเหมาะกับนางเสียเหลือเกิน พอล้างเครื่องสำอางค์ออกยิ่งเผยดวงหน้าอ่อนเยาว์ แต่ดวงตานางกลับแข็งกร้าวราวกลับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ตลอดเวลา ทำเอาเืในกายหนุ่มสูบฉีดแม้นางจะหวาดกลัวเขาแต่ลึกลงไปในดวงตาดำขลับั้นกลับแฝงไปด้วยการต่อต้านในที
“หม่อมฉันขอประทานอภัยที่ทำให้พระองค์รอนาน” กวนเสี่ยวถงเดินมาที่โต๊ะ ตากลมโตมองที่อาหารบนโต๊ะ นางไม่เคยเห็นอาหารแบบนี้มาก่อนเลย ไก่เป็ตัวๆ เนื้อชิ้นใหญ่ๆ แล้วนั้นๆ ขาหมูใช่หรือไม่ ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“นั่งลงแล้วทานก่อนที่อาหารจะเย็น” นี้ไงล่ะคาดการณ์เอาไว้แล้วว่านางต้องหิว เดินออกมามาแทนที่จะมองบุรุษรูปงามอย่างเขา ตานางกลับจ้องมองอาหารบนโต๊ะไม่กระพริบ
“พอใจหรือยังชางเจี้ย” จ้าวหยุ่นหลงทำไมจะเดาอาการที่องครักษ์คู่ใจพลุนพลันเข้ามาหาเขาที่กระโจมโดยไม่มีเื่ด่วนอะไร คงจะเป็ห่วงภรรยาตัวน้อยของเขาล่ะสิ ถึงนางจะยังไม่ใช่เต็มตัวก็เถอะ
องครักษ์ชางยิ้มแหย่ ยอมรับว่ากลัวรัชทายาทลงมือหนักกับองค์หญิงจนเกินควร
จ้าวหยุนหลงมองคนตัวเล็กที่นั่งลงเรียบร้อยแต่ก็ยังไม่ยอมหยิบตะเกียบขึ้นมา ทั้งๆ เสียงท้องร้องดังออกมาถึงฝั่งที่เขานั่ง จึงหันไปโบกมือไล่หัวหน้าแม่ครัวออกไป มือหนาหยิบตะเกียบขึ้น เมื่อห็นแบบนั้นกวนเสี่ยวถงรีบหยิบตะเกียบตามไม่รอช้าก็รีบคีบเนื้อขาหมูเข้าปาก
“ไม่ต้องรีบ ข้าไม่แย่งเ้าหรอก” จ้าวหยุ่นหลงหันไปคีบเนื้อผัดซีอิ๊วใส่ชามข้าวของกวนเสี่ยวถง เห็นความปราบปลื้มในดวงตาของนางเพียงแค่เนื้อชิ้นเล็กชิ้นเดียว เขาก็ยิ่งนึกสงสาร นางคงผ่าน่เวลาที่ยากลำบากมาไม่น้อย ก่อนจะหันไปบอกองครักษ์ “ ชางเจี้ยเ้าให้ม้าเร็วเอาจดหมายไปให้ไป๋อี้ผิงให้กลับมารวมทัพที่เมืองนอกด้าน จะได้กลับแคว้นเว่ยพร้อมกัน”
“แล้วภารกิจของไป๋อี้ผิงล่ะ เขาเพิ่งจะขึ้นเขาอูไถ่ไปไม่กี่วันก่อนน่าจะยังสำรวจไม่ถึงๆ ไหน”
“ไม่ต้องหาแล้ว”
องครักษ์ชางยกคิ้วแสดงความประหลาดใจ ทั้งๆ ที่ก่อาขึ้นมาทั้งหมด ผู้คนอาจมองว่าจ้่วหยุ่นหลงกระหายเืแต่จริงๆ แล้วในการาของจ้าวหยุ่นหลงแฝงไว้ด้วยบางอย่าง จ้าวหยุ่นหลง้าสำรวจทุกแคว้นโดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ เพื่อหาคนผู้หนึ่ง
“ข้าเจอแล้ว”
องครักษ์ชางก็คงยืนงุนงง
“เจอที่ไหนกัน คนผู้นั้นอยู่ที่ใดข้าจะรีบไปพาตัวมา อยู่ในเมืองหลวงใช่หรือไม่”
จ้าวหยุ่นหลงบุ้ยปากไปทางดรุณีน้อยที่ตั้งหน้าตั้งตาคีบอาหารคำโตๆ เข้าปากเล็กจิ้มลิ้ม แก้มสองข้างบวมตุ้ยราวกับกระรอกน้อยกำลังกักเก็บเอาไว้ในกระพุ้งแก้มเพื่อกลับไปกินที่รัง
“ถงเออร์”
จากทำหน้าเช่อเื่ที่รัชทายาทหาคนพบโดยที่เขาไม่รู้ ตอนนี้องครักษ์ชางหูอื้ออึงราวกับได้ยินเสียงประหลาด เขายังอยู่ในห้วงฝันอยู่หรือไร เมื่อคืนนี้คิดหนักจนนอนไม่หลับเก็บเอามาฝันกลางวันเป็แน่ รัชทายาทไม่มีทางเรียกสตรีใดด้วยความสนิทสนม
“เพค่ะ”
ไม่ได้ฝัน เขาไม่ได้ฝัน รัชทายาทเรียกองค์หญิงแปดจริงๆ องครักษ์ชางยืนอ้างปากค้าง
จ้าวหยุ่นหลงหลบกลอกตา ทำเป็ไม่สนใจอาการบ้าๆ บอๆ ขององครักษ์สนิทที่รั้งตำแหน่งสหายด้วย
“เ้าเป็อะไรกับมู่หรงฉี”
“เรียนฝ่าาตามตรงหม่อนฉันไม่รู้จักมู่หรงฉี แต่แม่นมบอกว่ามารดาของหม่อมฉันแซ่มู่หรง” กวนเสี่ยวถงกลืนอาหารลงคอก่อนจะหันมาตอบ นางรู้เท่าที่แม่นมเล่า คาดว่าจ้าวหยุ่นหลงคงจะรู้อะไรมากกว่าหรืออาจให้ข้อมูลอะไรที่นำพานางไปสู่ตระกูลเดิมของมารดาได้
“องค์หญิงแปด! ท่านคือสายเืตระกูลมู่หรงที่หายสาบสูญ ไม่น่าเชื่อเป็ไปได้อย่างไร”
รัชทายาทก่อาาหลายแคว้นเพื่อตามหาคนสกุลมู่หรงที่หายไปเพราะองค์้ารวบรวมพลังปราณบริสุทธิ์ทั้งห้า ดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างของรัชทายาทตอนนี้มีปราณอยู่สองสายแล้วเหลืออีกเพียงสองปราณทุกสิ่งที่พระองค์หวังก็จะสำเร็จ
“นางคือผู้พลังปราณไฟโลกันต์ เมื่อคืนนี้นางใช้พลังกับข้าจนข้าเผลอป้องปัด ฝ่ามือเลยไปโดนดวงหน้าของนางเล็กน้อย” จ้าวหยุ่นหลงแก้ข้อพิพาทที่ทำชางเจี้ยและกวนเสี่ยวถงเข้าใจเขาผิด เขาไม่ได้ตั้ใจทำร้ายนาง
“เดิมพลังปราณทั้งห้าจะต้องถูกถ่ายทอดมายังบุตรคนแรกของตระกูล ข้าเดาว่าตอนที่มารดาของนางตั้งครรภ์ปราณแท้ไม่สมบูรณ์นางน่าจะอายุยังไม่ถึง 18 ปราณนั้นจึงถูกส่งมาให้กวนเสี่ยวถง ทำให้ถงเออร์ของข้าใช้พลังได้ทั้งๆ ที่ปราณแท้ยังคงหลับไหลอยู่ในกาย”
กวนเสี่ยวถงพยักหน้า มารดาของนางตอนที่ตั้งครรภ์นางอายุเพียง 16 หนาวเท่านั้น จึงหลงไหลคำหวาน ถูกล่อลวงจากบุรุษได้ง่าย
อยู่ๆ รัชทายาทก็อยากแต่งงานเอาองค์หญิงไปเป็องค์ประกัน แต่ฮองเต้แคว้นเว่ยกลับส่งบุตรสาวบุญุมาแทน กวนเสี่ยวถงกลับเป็คนที่จ้าวหยุ่นหลงตามหามานานหลายปี บทจะง่ายก็ง่าย ์ลิขิตให้พระองค์พบนางในรูปแบบนี้ใต้หล้าคงอยู่ใต้ฝ่าเท้านรัชทายาทในไม่ช้า องครักษ์ชางมองหนึ่งษุรุษหนึ่งดรุณีที่นั่งรับประทานอาหาร หากคำทำนายนั้นเป็เื่จริง หวังว่าารวมรวบทุกแผ่นดินเป็หนึ่งเดียวคงไม่นองเืมากนัก

