บทที่ 137 สิทธิประโยชน์ของพลทหารพิเศษ
“จี๊ด!”
ว่าที่ราชาหนูขาวลายทองประกาศเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีหนูขาวกลายพันธุ์ตัวไหนต่อต้านอีก ภาพที่เห็นหลังจากนี้น่าอัศจรรย์อย่างมาก
หลังจากที่แน่นอนแล้วว่าใครจะเป็นราชาตนใหม่ของพวกมัน หนูขาวเหล่านี้ก็ปล่อยพลังงานบางอย่างออกมา มองไกลๆแล้วเหมือนกับมีไอน้ำออกมาจากตัวพวกมัน หลังจากนั้นก็เข้าไปที่ตัวของว่าที่ราชาหนูขาวลายทอง ซึ่งบัดนี้กลายเป็นราชาของพวกหนูกลายพันธุ์ไปเสียแล้ว...
“จี๊ด จี๊ด” ว่าที่ราชาหนูขาวลายทองส่งคำสั่งออกเป็นครั้งแรก หนูขาวกลายพันธุ์ที่อยู่ในความสับสน จู่ๆก็แหวกทางออก เปิดให้ซูหยวนและพลทหารพิเศษเหล่านั้นมีช่องว่างในการเดินทาง
“สำเร็จแล้วสินะ” ซูหยวนคลี่ยิ้มให้กับเจ้าว่าที่ราชา ซึ่งตอนนี้กลายเป็นราชาตัวจริง
ตอนที่เธอนัดหมายกับมันเพื่อทำภารกิจนี้ ยังคิดอยู่ว่าภารกิจอาจจะไม่สำเร็จก็ได้ ต่อให้พวกเธอจับราชาหนูขาวกลายพันธุ์ได้แล้ว ต่อไปจะต้องเจอกับปัญหาอย่างการรุมกลุ้มโจมตีอย่างรุนแรง ซึ่งแน่นอนว่าพลทหารพิเศษทั้งสามเองก็เตรียมพร้อมรับมือมาแล้ว สังเกตได้จากอุปกรณ์ที่พวกเขาพกพามา นอกจากอุปกรณ์โจมตีวงกว้างอย่างระเบิดแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีก แสดงให้เห็นว่าภารกิจนี้เป็นภารกิจเน้นความเร็ว
ขอแค่บอกว่าต้องวิ่ง ทั้งสามคนก็พร้อมจะวิ่งหนีแล้ว...หรือต่อให้จวนตัวจริงๆ ราชาหนูขาวกลายพันธุ์ที่น่ารำคาญนี้ยังสามารถตกตายได้อยู่
พวกผู้นำพูดเองว่าภารกิจของซูหยวนไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร แต่ภารกิจปกป้องทหารพิเศษอันของพวกเขาจำเป็นต้องสำเร็จ!
ซูหยวนนำกรงจับเจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์ออกมา เธอค่อยๆทำมันอย่างระมัดระวัง ซึ่งตอนนั้นเองที่เจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์พยายามจะแสดงอำนาจของตนเองออกมา มันร้อง “จี๊ดๆ” โวยวายอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็เพิ่งได้รู้ว่าหนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้ได้ทอดทิ้งตนเองแล้ว
พวกมันได้ถอนการเป็นข้ารับใช้กับตน แล้วไปรับหนูขาวตัวอื่นเป็นราชาแทน! ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าเจ็บใจจริงๆ ให้ตายเถอะ!!
“เงียบได้แล้วน่า...” ซูหยวนอดที่จะบ่นไม่ได้ เจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์ตัวนี้ฤทธิ์มากจริงๆ โดยเฉพาะฝีปากน่ะ
แม้ซูหยวนจะไม่เข้าใจ เพราะมันไม่ใช่หนูขาวที่เกิดจากฟาร์มของเธอ แต่ดูจากท่าทางโวยวายของมันแล้วก็เข้าใจไม่ผิดเลย
ทางด้านทหารพิเศษทั้งสาม หลังจากเห็นสถานการณ์นี้ พวกเขาก็รีบเข้ามาตรงตำแหน่งของอันซูหยวนทันที สีหน้าของทั้งสามเต็มไปด้วยความชื่นชมที่มีต่อเธอหลังเห็นฉากนี้ อดทำให้ซูหยวนเขินอายอยู่บ้าง...
“ฮ่าๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีวันที่หนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้เห็นฉันแล้วไม่คิดอยากจะลากไส้กันออกมา”
“จริงด้วย ทหารพิเศษอันยอดเยี่ยมมากจริงๆ”
“นี่แปลว่าภารกิจสำเร็จแล้วใช่ไหม? อย่างนั้นพวกเราก็ไปฉลองกันเถอะ” ทั้งสามดีใจกันมาก ไม่ใช่แค่ภารกิจของพวกเขาสำเร็จไปด้วยดีเท่านั้น พวกเขาก็ยังได้เป็นสักขีพยานของความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเหตุการณ์ขึ้นครองตำแหน่งของราชาหนูขาวกลายพันธุ์เลยนะ จะเรียกว่าเป็นเรื่องทั่วไปได้อย่างไร
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ สัตว์เลี้ยงของทหารพิเศษอันก็น่าจะไม่ว่าอะไร ถ้าพวกเราขอใช้เวลาในการเก็บแกนพลังงาน...”
“จี๊ด!!” ราชาคนใหม่ของหนูขาวกลายพันธุ์คำรามเสียงต่ำ ทำเอาทหารพิเศษทั้งสามคนได้แต่หัวเราะ
“ฮ่าๆ พวกเราเข้าใจแล้ว ไม่สามารถยอมให้แกนพลังงานกับพวกเราสินะ” ทหารพิเศษคนหนึ่งยักไหล่ ถึงจะน่าเสียดาย...แต่แกนพลังงานในเขต D ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพวกเขามากแล้ว สงสารก็แต่ทหารพิเศษอันที่เพิ่งเริ่มต้น หากได้แกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์จำนวนมากพวกนี้ เธอคงจะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน
“จี๊ด!”
“อะไร? ทำไมครั้งนี้รู้สึกเหมือนจะบอกว่า “ไสหัวไป” เลยไม่ใช่หรอ?” พลทหารพิเศษคนหนึ่งพูดขึ้นมา เขาไม่เข้าใจหรอกว่า “จี๊ด” นี้แปลว่าอย่างไร แต่น้ำเสียงและท่าทางมันทำให้เขาคิดแบบนั้นได้จริงๆ
แต่ว่า...หนูขาวพวกนี้ มันมีความคิดความอ่านที่ยอดเยี่ยมเหมือนมนุษย์ได้เลยหรอ? ไม่ใช่ว่ามันก็แค่สัตว์กลายพันธุ์ธรรมดาๆหรือไง? หากพูดเรื่องนี้....เขตพื้นที่ล่าระดับต่ำอย่างเขต D ไม่ควรจะปรากฏให้เห็นไม่ใช่หรือ? แล้วทำไม...
สายตาของทุกคนมองไปยังอันซูหยวนใหม่ พวกเขากำลังคิดไปไกลเหมือนประธานจาง ยิ่งเห็นความไม่ชอบมาพากลแบบนี้ ก็ยิ่งคิดได้...บางทีอันซูหยวนคนนี้ก็มีคนจาก “พื้นที่นั้น” สนับสนุนอยู่ก็เป็นได้
หากหนูขาวที่เป็นสัตว์เลี้ยงของทหารพิเศษอันไม่ใช่หนูขาวธรรมดาๆ แต่เป็นหนูขาวที่เติบโตใน “พื้นที่นั้น” อาจจะพัฒนาจนทำให้มีสติปัญญาดีก็เป็นได้
“จี๊ด จี๊ด”
“ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นค่ะ บางที...การควบคุมหนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ดังนั้นก็เลยกลัวว่าจะควบคุมไม่ได้นานค่ะ”
“โอ้..” ฟังคำอธิบายของซูหยวนก็สมเหตุสมผลอยู่บ้าง ดังนั้นทั้งสามคนจึงพยักหน้าให้กัน ภารกิจนี้สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของอันซูหยวน เพราะแบบนั้น...เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างแกนพลังงานระดับต่ำก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ทั้ง 4 คนตัดสินใจได้ทันที พวกเขารีบก้าวออกไปข้างหน้า ซึ่งไม่มีหนูขาวกลายพันธุ์ตัวไหนกล้าเข้ามาขวางสักตัวเดียว
หนูขาวกลายพันธุ์แหวกทางออกเป็นสองฝั่ง เว้นระยะให้ขบวนของพลทหารพิเศษและซูหยวนผ่านออกไปได้อย่างง่ายดาย ซูหยวนหันไปมองเจ้า “ว่าที่ราชาหนูขาวลายทอง” ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น “ราชาของหนูขาวกลายพันธุ์” แล้ว เธอเพียงพยักหน้าให้มันครั้งหนึ่งเท่านั้น
ดูเหมือนหลังจากนี้...เธอและเจ้าหนูตัวน้อยคงจะไม่ได้เจอกันอีกพักใหญ่ๆ แน่นอนว่าสำหรับเรื่องอาหารดีๆจากในฟาร์ม เธอจะคอยนำมามอบให้มันเรื่อยๆ เพื่อที่มันจะได้พัฒนาขึ้นไปอีก
เจ้าว่าที่ราชาหนูขาวลายทอง ผู้ที่เพิ่งถือกำเนิด มันยังเหมือนเด็กน้อยที่ต้องการความรักจากพ่อแม่ เห็นว่านายท่านของตนเองจะไปแล้ว ท่าทางของมันเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยเล็กน้อย
ถ้าไม่ใช่เพราะนายท่านคาดหวังในตัวมัน มันเองก็คงจะอ้อนวอนขอกลับไปพร้อมกับนายท่านแล้ว แต่ตอนนี้มันต้องเติบโตขึ้น คอยอยู่ที่นี่เพื่อรวบรวมแกนพลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์ให้กับนายท่าน ตราบเท่าที่มันทำผลงานได้ดี นายท่านจะต้องสร้างกองทัพหนูขาวพิเศษตามที่ต้องการแน่ และพื้นที่พิเศษที่นายท่านครอบครอง ก็จะมีกองทัพหนูขาวพิเศษคอยปกป้องอยู่
ถึงจะเจ็บปวดใจที่ต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่ตามลำพัง แต่มันก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถ!
ซูหยวนไม่ได้รับรู้ความคิดทั้งหมดของอีกฝ่าย เธอมอบหมายงานสำคัญให้มันแล้วก็ต้องการจากไป ปล่อยพื้นที่นี้เอาไว้ให้เจ้าว่าที่ราชาหนูขาวลายทองดูแล ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ...แกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์ที่ถูกทิ้งเอาไว้จากการล่าครั้งนี้ มันจะต้องรวบรวมแล้วเก็บเอาไว้ให้เธอ ไม่ควรปล่อยให้แกนพลังงานพวกนี้เสียเปล่า หรือถูกคนอื่นขโมยไป
ตอนที่ทั้ง 4 คนกำลังจะเดินออกพื้นที่ล่า เสียงของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
“อย่า อย่าเพิ่ง...ไป อ่อก!!”
เสียงดังที่คุ้นหูทำให้พลทหารทั้ง 3 รวมถึงซูหยวนต้องหันไปมอง ปรากฏเป็นร่างของพลธนูอี้ที่ได้รับบาดเจ็บหนัก แม้เขาจะมีอุปกรณ์มากมายที่ใช้ต่อสู้กับหนูขาว หรือต่อให้มีผงยาไล่หนูขาวก็ตาม ทว่า...ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ถูกโจมตีเลย นอกจากนี้...ที่สำคัญที่สุดก็คือปัญหาจากผงไล่หนูขาวที่กำลังออกฤทธิ์
เนื่องจากอีกฝ่ายเทมันไปที่ร่างตัวเองโดยตรง ฤทธิ์ที่จะทำให้ร่างทั้งร่างถูกกัดกร่อนอย่างช้าๆกำลังทำงานมากขึ้น สภาพของพลธนูอี้ในตอนนี้จึงเหมือนกับเพิ่งลงไปนั่งเล่นในบ่อเลือด
“โอ้ พลธนูคนนั้นก็ยังไม่ตายหรอเนี่ย...” พลทหารพิเศษคนหนึ่งหัวเราะออกมา เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเจ้าพลธนูคนนี้ยังมีชีวิตอยู่
“เหอะ เก่งกาจไม่เบาเลย แต่น่าเสียดาย...” ทั้งสามสบตากัน ก่อนที่พลทหารพิเศษคนหนึ่งจะเคลื่อนไหว
ความเร็วของพวกเขาสูงมากจนมองเห็นเป็นเส้นสีดำๆจากการเคลื่อนไหวเท่านั้น ไม่นานก็กลับมายืนที่เดิม พร้อมกับร่างของพลธนูอี้ที่ถูกแยกออกเป็นสองซีกโดยที่ดวงตาของเจ้าตัวยังไม่ทันได้ปิดลงด้วยซ้ำ
“ถึงจะน่าเสียดาย แต่เงื่อนไขภารกิจนี้ก็สำคัญที่สุด”
“ใช่ เพราะผู้นำบอกว่า...ภารกิจนี้จะบอกคนนอกไม่ได้ ดังนั้น...ถ้าคนนอกบังเอิญมารู้เรื่องเอง สิ่งที่จะทำให้ภารกิจของพวกเราสำเร็จก็คือการกำจัดทิ้งอย่างไรล่ะ”
“ฮ่าๆ โชคดีจริงๆเลยนะที่ทหารพิเศษอย่างพวกเราฆ่าคนแล้วไม่มีความผิด ไม่อย่างนั้นคงจะโดนลดเงินเดือนแน่” ทั้งสามพูดคุยหยอกล้อกันราวกับเรื่องการฆ่ามนุษย์ตรงหน้าเป็นแค่เรื่องพูดคุยเล่นๆเท่านั้น
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอได้รับข้อมูลพิเศษจากบทสนทนานี้อีกแล้ว
พวกเขาไม่ได้บอกว่าพลทหารพิเศษอย่างพวกเขาฆ่าคนได้โดยไม่มีความผิดงั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นในอนาคต..เมื่อเธอถูกแต่งตั้งเป็นพลทหารพิเศษเต็มตัวแล้ว เธอก็สามารถลงมือกับศัตรูโดยไม่มีความผิดใช่ไหม
“เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ก็จัดการทั้งหมดเสร็จแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็รีบไปส่งภารกิจกัน”
“ใช่แล้วพลทหารพิเศษอัน ภารกิจในวันนี้สนุกมากๆ หวังว่าในอนาคตพวกเราจะได้ร่วมมือกันอีกนะ” พลทหารคนหนึ่งขยิบตาให้เธออย่างขี้เล่น
ซูหยวนมองดูการแสดงออกของพวกเขา เข้าใจว่าการสังหารพลธนูอี้ที่นี่ ส่วนหนึ่งแล้วเป็นเพราะต้องการเอาคืนให้เธอ เนื่องจากพวกเขารู้ว่าพลธนูอี้มาที่นี่ก็เพื่อเธอ แล้วซูหยวนตอนนี้...ถึงพวกเขาจะเรียกว่าเป็นพลทหารพิเศษอัน ทว่าความจริงแล้วยังไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จะถูกตั้งประเด็นสอบสวนเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นแทนที่จะปล่อยให้มีความเสี่ยง สู้ให้พวกเขาจัดการเองเลยจะดีกว่า
“วันนี้ขอบคุณมากนะคะ ฉันเองก็ชอบที่ได้ทำงานร่วมกันกับพวกคุณเหมือนกัน”
“ว้าว เป็นเด็กดีจริงๆ”
“ใช่แล้ว เด็กดีแบบนี้ น่าเสียดายจริงๆที่เป็นคนของเจ้าคนแซ่จางคนนั้น”
“ใช่ เจ้านั่นน่ะ....เห็นแก่ตัวมากเลยรู้ไหม ทั้งเรื่องมาก ทั้งเห็นแก่เงินเป็นที่สุด ก่อนหน้านี้เคยถูกทาบทามมาเป็นทหารพิเศษอย่างพวกเราด้วยนะ แต่รู้ไหมว่าเจ้านั่นถามว่าอะไร...”
“ถามว่าอะไรหรอคะ” ซูหยวนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ถ้าเธอรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหัวหน้าเพิ่มอีกสักหน่อย ต่อไปจะได้วางตัวได้เหมาะสมมากขึ้น
“ก็ถามว่า...ถ้าเป็นทหารพิเศษแล้ว นอกจากจะต้องทำงานเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิมแล้ว เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นเท่าไร? แบบนี้น่ะสิ แถมพอได้คำตอบว่าเงินเดือนไม่เพิ่ม แต่มีสิทธิต่างๆและสวัสดิการมากมาย เขากลับโบกมือแล้วบอกว่า งั้นก็ไม่น่าสนใจ แล้วก็เดินหนีไปเลย”
“ฮ่าๆ ฉันก็จำได้นะเหตุการณ์นั้น มันน่าตลกมากเลย เพราะเจ้าคนสกุลจางทำแบบนั้น ทางพวกผู้นำจึงได้ประชุมครั้งใหญ่ แล้วก็ปรับเงินเดือนให้พวกเราเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปกติ ด้วยกลัวว่าพวกเราจะลาออกไปบ้าง”
“ใช่ ฉันยังรู้สึกขอบคุณเจ้าคนแซ่จางคนนั้นอยู่ เรื่องนี้ถือว่าติดค้างบุญคุณกันหนึ่งครั้ง”
ซูหยวนหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยินเรื่องในอดีต ปรากฏว่าประธานของเธอก็มีพลังที่น่าสนใจจนถูกเชิญมาเป็นทหารพิเศษเหมือนกันงั้นหรอ? หรือว่า...พลังที่ใช้ดาบใหญ่ในการต่อสู้ของเขาจะไม่ใช่พลังทั้งหมดกันนะ?
“เธอทำงานกับเจ้านั่นต้องระวังหน่อยนะ ถ้าไม่สามารถทำประโยชน์ให้ได้แล้ว อาจจะถูกทิ้งก็ได้”
“นี่ อย่าไปข่มขู่ทหารพิเศษอันเลย ต่อให้เธอทำภารกิจให้กับองค์กรของคนแซ่จางไม่ได้แล้ว เธอก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ จะต้องมีสวัสดิการที่มากพอให้อยู่แล้ว”
“ฮ่าๆ นั่นสินะ ดังนั้นอย่าลาออกจากกองทัพเพียงเพราะเป็นคนของสกุลจางล่ะ” ซูหยวนไม่รู้ว่าพวกเขาพูดเพราะหวังดีกับเธอจริงๆ หรือกำลังกลัวว่าเธอจะลาออกจากการเป็นทหารพิเศษหรือไม่ สายตาของพวกเขาเหมือนกับกำลังวางแผนกล่อมเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น
ส่วนเรื่องที่ประธานจางจะทิ้งคนของเขาหลังจากทำประโยชน์ให้ไม่ได้แล้ว ซูหยวนได้อ่านสัญญาก่อนเข้าร่วมทั้งหมด ในนั้นมีบอกอยู่แล้วว่าถ้าได้รับบาดเจ็บจากภารกิจ พวกเขาจะดูแลเธอและครอบครัวอย่างดีไม่ปล่อยให้อดอยาก ดูแล้วเป็นสวัสดิการที่ดีกว่าของกองทัพด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าทหารพิเศษเหล่านี้ไม่รู้ หรือพวกเขารู้แต่ต้องการดึงรั้งเธอเอาไว้กันแน่...
………………………………………………………………