ตอนที่ 21
ซูม!!!
เมื่อได้ยินเสียงของแสงที่พุ่งขึ้นสู่ฟ้าไป๋กุนหลางก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำล้างหน้าแปลงฟันกินข้าวเตรียมตัวไปปฏิบัติกิจธุระของตนเอง
เวลานี้ไป๋กุนหลางกำลังนั่งให้ปินปินเขียนคิ้วให้ส่วนสองมือก็ลูบไล้ไปทั่วตัวหาเศษหาเลยกับปินปิน
ตอนนี้ก็ผ่านมาสองเดือนแล้วนับั้แ่ที่ไป๋กุนหลางวิเคราะห์หาตัวยาเพิ่มพลังซึ่งใช้เวลามากกว่าที่ไป๋กุนหลางคำนวณไว้ถึงหนึ่งเดือนที่เป็แบบนี้ก็เพราะว่าแค่การวิเคราะห์ตำราปรุงยาไม่สามารถทำให้เ้าระบบคิดค้นสูตรยาได้ไป๋กุนหลางจึงต้องไปสแกนตำราเกี่ยวกับสรรพคุณและโทษของสิ่งต่างๆในโลกแห่งนี้เพื่อเป็องค์ความรู้เพิ่มเติมให้เ้าระบบจนในที่สุดเ้าระบบก็สามารถสร้างสูตรยาขึ้นมาได้
แต่เ้าระบบบอกว่าสูตรยานี่มันซับซ้อนเกินไปคงมีแต่เทพยุทธ์ที่เข้าใจเื่การปรุงโอสถชั้นสูงเท่านั้นถึงจะปรุงขึ้นมาได้เพราะอย่างนั้นมันจึงต้องเห็นกรรมวิธีการปรุงโอสถนี้ก่อนจึงจะวิเคราะห์แล้วลดความซับซ้อนเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถที่มีระดับต่ำกว่าเทพยุทธ์ปรุงขึ้นมาได้ซึ่งไป๋กุนหลางเองก็มีทางออกสำหรับเื่นี้แล้วทางออกที่เรียกว่า "เส้นทางของพระเอก"
ในนิยายเมื่อพระเอกได้เข้ามาเรียนในหอคอยแห่งความรู้แล้ว มีอยู่วันหนึ่งเขาเกิดอารมณ์สุนทรีย์จึงออกไปเดินเล่นชมเมือง (เน้นย้ำๆว่าเดินเล่น) แล้วเขาก็ได้ไปสะดุดเอากับตำราเล่มหนึ่งและด้วยภูมิปัญญาัเพียงเปิดตำราดูตัวพระเอกก็รู้ว่านี้เป็สูตรยาชั้นสูงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
เห็นดังนั้นพระเอกสอดสายตาไปทั่วเพื่อหาเ้าของตำรา
จนกระทั่งเห็นชายแก่คนหนึ่งกำลังเดินก้มหน้าเหมือนหาของที่ตกอยู่จึงได้เข้าไปทักทายถามไถ่และก็ใช้ตำรานี้เป็ของชายแก่พระเอกจึงได้ชักชวนสนทนาตีสนิทเพราะเขาคิดว่าคนที่เขียนตำราชั้นสูงเล่มนี้ได้ต้องไม่ใช่ตาแก่ธรรมดาๆแน่นอนและพ่อพระเอกของเราก็คิดถูกเพราะชายแก่คนนี้คือ "หัตถ์เทวะยื้อนรกโฮ่วตงนั่นเอง"
โฮ่วตงผู้นี้คือผู้ก่อตั้งสมาคมยื้อนรกและยังเป็เทพยุทธ์ชั้นสูงคนหนึ่งอีกด้วย (แล้วท่านทำตำราตกได้เยี่ยงไร)
ด้านโฮ่วตงก็รู้สึกถูกใจในภูมิปัญญาและความมีมารยาทของพระเอกจึงได้มอบยาโอสถทองให้พระเอกสิบเม็ดซึ่งสำหรับพระเอกที่มาจากตระกูลเล็กๆใต้อาณัติของสมาพันธ์เทพนักสู้แล้วถือว่าเป็ของมีค่ายิ่งกว่าทองคำสิบกิโลกรัมเสียอีก
ก่อนจากกันก็ได้บอกที่อยู่ของตัวเองให้พ่อพระเอกของเรารู้ซึ่งไป๋กุนหลางก็จะไปตามที่อยู่นี้แหละเพื่อขอแลกเปลี่ยนสูตรปรุงยาที่เ้าระบบคิดได้กับการที่ยอมให้เขาได้ดูขั้นตอนการปรุงยา
"องค์ชายเพคะ! มืออย่าขยุกขยิกนักสิเพคะเดี๋ยวหม่อมฉันก็เขียนคิ้วของพระองค์พลาดหรอกเพคะ" ปินปินที่โดนไป๋กุนหลางลูบไล้จนนางไม่มีสมาธิก็เอ็ดขึ้น
"ถ้าเ้าบังอาจเขียนคิ้วของข้าผิดพลาดหรือไม่สวยละก็ข้าจะจับเ้าแก้ผ้าและให้ปรนนิบัติข้าทั้งวันด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า" ไป๋กุนหลางคาดโทษไว้
"โธ่...องค์ชาย..ก็มัน"
ไม่รอให้ปินปินค้านไป๋กุนหลางก็ได้สั่งต่อไปว่า "นี่ก็สายมากแล้วข้าให้เวลาเ้าอีกสามนาทีถ้าตอนนั้นยังเขียนไม่เสร็จเย็นนี้เ้าต้องแก้ผ้าป้อนข้าวข้าเข้าใจไหม"
อือ…..
แม้จะสั่งอย่างนั้นแต่ไป๋กุนหลางก็เข้าใจความลำบากของปินปินจึงคลายมือที่กำลังบีบส่วนบนของนางอยู่แล้วเลื่อนมือทั้งสองข้างของตนเองไปบีบขย้ำส่วนพิเศษของปินปินที่เขาชื่นชอบบีบปล่อย,บีบปล่อยขยำอย่างมันมือ
ความจริงไป๋กุนหลางก็อยากเกี่ยวก้อยพาปินปินท่องเที่ยวูเาวูซันแต่น่าเสียดาย่นี้เขาต้องเพ่งสมาธิกับการหายาเพิ่มพลังเลยต้องระงับไปก่อน
"เสร็จแล้วเพคะ" ปินปินกล่าว
เมื่อส่องกระจกแล้วเห็นว่าปินปินเขียนคิ้วให้ตนเองได้เหมือนจริงมากจนถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะมองไม่ออกไป๋กุนหลางจึงกล่าวชื่นชมว่า "เขียนได้สวยมากมานี่มะข้าจะให้รางวัล"
ว่าแล้วก็ได้ดึงปินปินเข้าไปกอดและก็จูบทันที
"อื้อ!!!!!" ปินปินเบิกตาค้างอย่างใ
เมื่อจูบเสร็จไป๋กุนหลางก็กล่าวกับปินปินที่กำลังตะลึงว่า "จำเอาไว้เ้าเป็ของข้า"
"เพคะ" ปินปินตอบรับอย่างเขินอาย
แล้วไป๋กุนหลางก็ได้เลื่อนมือข้างหนึ่งที่กำลังกอดเอวปินปินอยู่ไปบีบก้นของนางแล้วกล่าวว่า "ตรงนี้ก็เป็ของข้า,ข้าจะทำอะไรกับมันก็ได้เข้าใจไหม!!"
"แต่ว่า..นี่มันก้นของ…."
เพี๊ย!!!!!
"โอ้ย!!..เพคะ!มันเป็ขององค์ชายเพคะพระองค์จะทำอะไรกับมันก็ได้เพคะ!" เมื่อเห็นว่าไป๋กุนหลางไม่ยอมรับฟังคำคัดค้านใดๆปินปินก็รีบตอบรับ
"ดีมาก...เดี๋ยวข้าจะออกไปทำธุระก่อนขากลับข้าจะซื้อของมาฝากเ้าด้วย" ว่าแล้วไป๋กุนหลางก็หอมแก้มปินปินอีกทีหนึ่งแล้วคว้ากระบี่ัขนดขึ้นสะพายหลังเดินออกจากตำหนักไปโดยมีปินปินยืนมองส่งเขาจนลับสายตาไป
"องค์ชาย...คนบ้า"