เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ความโลภไม่ทำให้งูกินช้างได้

            งูหลามตัวเริ่มสั่น และลำตัวเริ่มบิดงอ มันแสดงท่าทีเจ็บปวดกว่าเมื่อครู่เป็นร้อยเท่า

            ตอนนี้ลำตัวครึ่งหนึ่งของงูหลามอยู่ในร่างของถังเหล่ย ส่วนอีกครึ่งอยู่ที่แขนของเยียนหลิงซาน เมื่อเยียนหลิงซานสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของวิญญาณยุทธ์ เขาก็รู้สึกร้อนรนใจ

            เยียนหลิงซานเพิ่งใช้วิชากลืนวิญญาณเป็นครั้งแรก  เขาจึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้น

            เยียนหลิงซานเรียกวิญญาณยุทธ์ของตัวเองกลับไปสุดชีวิต ทว่าต่อให้งูหลามยักษ์ดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่อาจออกมาจากร่างของถังเหล่ยได้

            งูหลามยักษ์อ้าปากด้วยความเจ็บปวด และแสงสีทองแสบตาพลันพุ่งออกมาจากปากของมัน

            ถังเหล่ยตกใจ เขาเห็นว่าในร่างกายของงูหลามยักษ์เริ่มส่องแสง เกล็ดเงางามของมันกลายเป็นเหมือนเปลือกไม้แห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็ว แล้วแสงสีทองก็ค่อยๆ ทะลุออกมาจากใต้เกล็ด

            ในยามนี้ร่างของงูหลามยักษ์ดูเหมือนกับตะแกรงเปล่งแสง

            ในขณะเดียวกันเยียนหลิงซานก็กำลังแบกรับความเจ็บปวดอันมหาศาล เขาสัมผัสได้ว่าวิญญาณยุทธ์ของตัวเองกำลังบาดเจ็บสาหัส เลือดของเขาไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างไม่อาจควบคุมได้ วิญญาณยุทธ์สาหัสมากเกินไป

            ถังเหล่ยพยายามสำรวจภายในร่างกายของตัวเอง แต่เป็นเพราะผลกระทบของหินสะกดวิญญาณ เขาจึงสัมผัสกับวิญญาณยุทธ์ในร่างกายไม่ได้  และไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

            งูหลามยักษ์ถูกลำแสงยิงทะลุผ่านไปทั่วร่าง จนสภาพของมันคล้ายกับรังผึ้ง

            และแล้วแสงสีทองแสบตาสายหนึ่งก็ทะลวงออกมาจากด้านหลังของงูหลามยักษ์ แสงสีทองนั้นคือมังกรคชสารที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยเกล็ดสีทอง

            ยามนี้ดวงตาของมังกรคชสารเปิดออกแล้ว มันจ้องไปที่งูหลามยักษ์ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

             “วิญญาณยุทธ์ระดับวิญญาณตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ถึงกับกล้าท้าทายอำนาจข้า ‘เจ็ดวิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิด’ ใครกันที่ให้ความกล้ากับเจ้า?  เมื่อข้าตื่น จักรวาลล้วนสั่นไหว เมื่อข้าตื่น หมื่นสรรพสิ่งล้วนศิโรราบ!”

            เสียงระฆังกึกก้องเสียงหนึ่งดังกังวานอยู่ในร่างของถังเหล่ย

            ถังเหล่ยกับเยียนหลิงซานตกตะลึงจนพูดไม่ออก

            วิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิดหรือ? นี่คือวิญญาณยุทธ์แบบไหนกัน ต่อให้ถังเหล่ยชาติที่แล้วที่เป็นถึงราชันนักปรุงยาและเคยท่องไปทั่วโลก ก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อของวิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิดมาก่อน

            ถังเหล่ยรู้เพียงว่าเหนือกว่าวิญญาณยุทธ์ระดับนภาก็คือวิญญาณยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ เหนือวิญญาณยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ก็คือวิญญาณยุทธ์ระดับจักรพรรดิ

            แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงวิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิดมาก่อน!

            อีกทั้งจากคำพูดนี้ ถังเหล่ยก็ค้นพบบางอย่างที่น่าตกใจ วิญญาณยุทธ์มังกรคชสารในร่างมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง 

            เมื่อผู้ฝึกตนปลุกวิญญาณยุทธ์ขึ้นมาแล้ว วิญญาณยุทธ์ก็คล้ายกับทารกแรกเกิด ต้องรอให้ถึงระดับยอดยุทธ์ ผู้ฝึกตนถึงจะค่อยๆ ติดต่อกับวิญญาณยุทธ์ได้ แต่วิญญาณยุทธ์มังกรคชสารในร่างของถังเหล่ยกลับบอกว่ามันตื่นขึ้นมาแล้วหรือ?

            หรือว่าก่อนหน้านี้มันหลับลึกมาตลอด?

            ไม่มีเวลาให้ถังเหล่ยคิดมากนัก เยียนหลิงซานสัมผัสได้ถึงพลังของวิญญาณยุทธ์สีทองในร่างถังเหล่ยผ่านวิญญาณยุทธ์ของเขา ตอนนี้วิญญาณยุทธ์ของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ อย่าพูดเรื่องจะไปกลืนกินอีกฝ่ายเลย แค่ความคิดต่อสู้ยังไม่มี

            เยียนหลิงซานไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองเจอกับสัตว์ประหลาดอะไรกันแน่ ตอนนี้เขาคิดเพียงเรียกวิญญาณยุทธ์กลับมาจากร่างถังเหล่ยให้ได้

            แต่ต่อให้เยียนหลิงซานจะกระตุ้นก็แล้ว เรียกก็แล้ว วิญญาณยุทธ์ที่เชื่อมต่อชีวิตกับเขามาหลายสิบปีกลับนิ่งราวกับท่อนไม้ มันไม่ยอมตอบสนองเลยสักนิด

            ภายใต้สถานการณ์คับขัน เยียนหลิงซานคิดจะสังหารถังเหล่ย ถ้าถังเหล่ยตายไป บางทีวิญญาณยุทธ์ของเขาอาจไม่ถูกวิญญาณยุทธ์ในร่างถังเหล่ยกดข่ม และฟื้นฟูกลับมาได้อีกครั้ง

            แต่เยียนหลิงซานเพิ่งจะรู้ตัวว่าร่างกายของตัวเองขยับไม่ได้ เขาใช้ปราณแท้พลังยุทธ์ในร่างตอนใช้วิชากลืนวิญญาณไปหมดแล้ว เพราะเมื่อครู่วิญญาณยุทธ์บาดเจ็บ ในร่างจึงเกิดอาการบาดเจ็บไปด้วย

            ไม่ต้องพูดว่าจะสังหารถังเหล่ย แม้แต่จะลุกยืนยังลำบาก

            ในขณะที่ถังเหล่ยไม่อาจติดต่อกับวิญญาณยุทธ์ในร่างกายได้ เขาก็ทำได้เพียงตรวจดูในร่างกายตัวเอง และชมเหตุการณ์น่าสนุกนี้เท่านั้น

            แม้ร่างกายของมังกรคชสารจะไม่ใหญ่เท่างูหลามยักษ์ แต่ภายใต้การจับจ้องจากมังกรคชสารสีทอง งูหลามก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ

             “กินวิญญาณยุทธ์ระดับวิญญาณตัวเล็กๆ อย่างเจ้า นับว่าทำให้ปากของข้าแปดเปื้อน เจ้าไม่มีเกียรติถึงขนาดนั้น บทลงโทษสำหรับเจ้ามีเพียงบดขยี้ร่างกายเป็นผุยผง!”

            เมื่อเสียงมังกรคชสารดังขึ้นอีกครั้ง ถังเหล่ยก็เข้าใจ วิญญาณยุทธ์ในร่างของเขาคิดจะสังหารวิญญาณยุทธ์ของเยียนหลิงซาน

             “อย่านะ อย่ามากลัวแปดเปื้อนอะไรพวกนั้นเลย เจ้ากินมันเข้าไปเถอะ เจ้าไม่ขาดแคลน แต่ข้าขาดแคลน!”

            ถังเหล่ยที่กำลังสับสน เริ่มเรียกวิญญาณยุทธ์ในร่าง ถ้ากลืนกินวิญญาณยุทธ์ที่เยียนหลิงซานบ่มเพาะมาหลายสิบปีได้ พลังของเขาต้องก้าวกระโดดไปไกลแน่

            แต่ใช่ว่าวิญญาณยุทธ์มังกรคชสารจะฟังเสียงของถังเหล่ย กรงเล็บมังกรสีทองตะปบงูหลามยักษ์เบาๆ จนขาดเป็นสองท่อน

             “ไม่นะ!”

            เยียนหลิงซานแผดเสียงคำรามด้วยความสิ้นหวัง เขาบ่มเพาะวิญญาณยุทธ์มาหลายสิบปีอย่างยากลำบาก จนมาถึงระดับยอดยุทธ์ ถ้าวิญญาณยุทธ์ในร่างถูกทำลาย เขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนพิการคนหนึ่งแล้ว

            ต่อให้พลังกายของเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่มีโอกาสฟื้นตัวอีกตลอดชีวิต เขาจะกลายเป็นแค่ไอ้คนพิการชั่วชีวิต

             “ถังเหล่ย ข้าขอร้อง ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอสาบานว่าจะไม่ยุ่งกับเจ้าอีก ข้ายอมเป็นวัวเป็นม้าให้เจ้าเลย!”

            ยามนี้เยียนหลิงซานคิดเพียงรักษาวิญญาณยุทธ์ของตัวเองเอาไว้ การโจมตีเมื่อครู่ทำให้วิญญาณยุทธ์ของเขาบาดเจ็บสาหัส แต่ยังไม่ถึงชีวิต ขอเพียงวิญญาณยุทธ์ไม่ถูกทำลาย ด้วยพลังของเขาจะต้องหายามาฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ได้แน่ แค่เสียเวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้เท่านั้น

             “ข้ายอมให้เจ้าทุกอย่าง ข้าจะเอาของทุกอย่างให้เจ้า พี่ใหญ่ของข้าคือรองผู้บัญชาการของกองทัพหลินอวี่แห่งจักรวรรดิเทียนอวี่ ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป พี่ใหญ่ของข้าพร้อมให้เจ้าเข้าร่วมกองทัพหลินอวี่ และทำให้เจ้ากลายเป็นคนใหญ่โตในจักรวรรดิเทียนอวี่!”

            เยียนหลิงซานคิดเพียงจะรักษาวิญญาณยุทธ์ของตัวเองเอาไว้ ไม่ว่าถังเหล่ยมีเงื่อนไขอะไร เขาในตอนนี้พร้อมรับปากหมด

             “รองผู้บัญชาการกองทัพหลินอวี่!”

            สีหน้าของถังเหล่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย สิ่งที่เยียนหลิงซานกล่าวมาอาจเป็นความจริง ไม่เช่นนั้นเยียนหลิงซานที่เป็นแค่ระดับยอดยุทธ์คนหนึ่ง จะเรียนรู้วิชากลืนวิญญาณมาได้เยี่ยงไร

            แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ถังเหล่ยอยากหยุดก็หยุดได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่คิดจะปล่อยเยียนหลิงซานไปอยู่แล้ว ยิ่งพี่ใหญ่ของเยียนหลิงซานที่เป็นรองผู้บัญชาการกองทัพหลินอวี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต่อให้พ่อของมันจะเป็นราชันตง ถังเหล่ยก็พร้อมสังหารได้อย่างไม่ลังเล!

            มังกรคชสารสะบัดกรงเล็บด้วยความเกียจคร้าน  ร่างกายของงูหลามยักษ์ที่เข้าไปในร่างของถังเหล่ยพลันขาดสะบั้นเป็นชิ้นๆ

            ขณะที่ถังเหล่ยคิดว่ามังกรคชสารจะบดขยี้ร่างกายของงูหลามอีกครึ่งหนึ่งไหมนั้น มันกลับปิดตาลง แล้วลอยเข้าไปในจุดตันเถียนของถังเหล่ยเหมือนเดิม

             “เสร็จแล้วหรือ?”

            ถังเหล่ยคิดในใจ มังกรคชสารตัวนี้คิดจะทำอะไรกันแน่? ขณะที่วิญญาณยุทธ์มังกรคชสารเข้าไปในจุดตันเถียน วิญญาณยุทธ์ของเยียนหลิงซานก็กลับมามีปฏิกิริยาอีกครั้ง

            วิญญาณยุทธ์อีกครึ่งท่อนถูกเรียกกลับเข้าร่างเยียนหลิงซาน ถังเหล่ยลืมตาขึ้น และสบตาเข้ากับเยียนหลิงซานพอดิบพอดี นอกจากความหวาดกลัวแล้ว ก็ไม่มีความรู้สึกใดอื่นอีกในดวงตาของอีกฝ่าย

            ปราณแท้วิญญาณยุทธ์ในร่างเยียนหลิงซานแทบจะหมดสิ้น วิญญาณยุทธ์ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส หลังจากมันกลับเข้าร่างก็หลับลึกทันที

            ยามนี้เยียนหลิงซานที่หวาดกลัวสุดชีวิตมีเพียงความคิดเดียว

            หนี!

            หนีไปให้ไกลที่สุด!

            ใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อหลบหนี!

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน