“ ใช่ นายอยากจะกินเหรอ ? ” หยางหลิวถามจ้าวหาน
“ ไม่ล่ะ ฉันไปกินอาหารที่เขาทำไว้ดีกว่า ไปละ ! ” จ้าวหานพูดจบเขาก็เดินจากไปในทันที
เห็นจ้าวหานเดินจากไปหยางหลิวก็ทำได้เพียงส่ายหัวเบา ๆ พร้อมกับคิดในใจ‘ ถ้านายมาขอกินทีหลังก็ฝันไปเถอะ ! ’
หลังจากที่ลู่เอินมาถึงโต๊ะไม่นาน หยางหลิวก็นำอาหารของเขามาเสิร์ฟ หลาย ๆ คนหันมามองทางหยางหลิวสาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะหยางหลิวใจกล้ามากที่กล้าทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าจิ่นลี่ แต่เหตุผลหลักเลยเพราะสิ่งที่อยู่บนมือเขา จานอาหารนี้ส่งกลิ่นหอมลอยมาแต่ไกล แค่กลิ่นก็สามารถดึงดูดทุก ๆ คนในที่นี้ได้ ถึงขนาดที่ว่าลูกค้าจากโต๊ะอื่นยังหันมามองต้นตอกลิ่นของอาหารจานนี้
“ ผมว่าจานนี้อร่อยกว่าจานที่แล้วนะ ” หยางหลิวพูดพร้อม ๆ กับวางจานอาหารลงบนโต๊ะ
“ ขอบใจนะ ” ลู่เอินกล่าวขอบคุณหยางหลิวอีกครั้ง พร้อมกับมอบรอยยิ้มให้กับเขาด้วย
หยางหลิวเหลือบมองไปยังจิ่นลี่ที่ใบหน้าเริ่มจะบิดเบี้ยว หยางหลิวแสยะยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ ลู่เอิน เดี๋ยววันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะ รู้สึกว่าสุนัขของเธอมันค่อนข้างดุไปหน่อย ”
“ แก ! มันจะมากเกินไปแล้วนะ แกมาทางไหนไสหัวไปทางนั้นเลย ” จิ่นลี่สติแตก เขาไม่พยายามอดทนอดกลั้นต่อหน้าลู่เอินอีกต่อไป เขาเริ่มก่นด่าหยางหลิว กลับกันเป็นหยางหลิวเองที่ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว หยางหลิวพูดกับลู่เอินจบเขาก็เดินออกจากห้องโถงไป
เพื่อนทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก หยางหลิวที่พวกเขารู้จักกับหยางหลิวในวันนี้กลายเป็นคนละคนไปอย่างสิ้นเชิง หยางหลิวที่ไม่ค่อยพูด ในวันนี้กลับด่าจิ่นลี่ซึ่งหน้า กล้าที่จะท้าทายเขา อาจจะเป็นเพราะมันคือวันสุดท้ายที่พวกเขาจะเจอกันก็จริง แต่อิทธิพลในจังหวัดนี้ของตระกูลหวังก็ไม่ใช่น้อย ๆ
จิ่นลี่ตอนนี้อารมณ์ไม่ดีสุด ๆ เขาพยายามที่จะระบายอารมณ์ของเขา และในตอนนั้นเองที่เขามองไปยังจานอาหารของหยางหลิว จิ่นลี่เอื้อมมือไปยังจานอาหารจานนั้น เขาตั้งใจที่จะหยิบจานแล้วก็จะเอาไปฟาดลงพื้นเพื่อระบายความโกรธในใจ แต่จู่ ๆ ก็มีมือขาว ๆ ดูบอบบางข้างหนึ่งมาบังขวางมือของจิ่นลี่ไว้ และมีเสียงดังขึ้นมาจากลู่เอิน“ จะทำอะไรน่ะ จิ่นลี่ ”
มือของจิ่นลี่หยุดชะงัก เขามองไปยังใบหน้าของลู่เอินตอนนี้หน้าของลู่เอินดูจริงจังเป็นอย่างมาก เขาพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา สุดท้ายเขาก็กลืนถ้อยคำเหล่านั้นลงไป จิ่นลี่ไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท
หลังจากเหตุการณ์วุ่น ๆ ได้จบลง ลู่เอินก็ค่อย ๆ จัดการกับอาหารด้านหน้าเธอกินอาหารจานนี้อย่างมีความสุข หลายคนในครั้งแรกก็ล่อลวงด้วยกลิ่นของอาหารจานนี้ แต่ในครั้งนี้แต่ละคนก็เริ่มเห็นปฏิกิริยาของลู่เอิน กลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ มีบางคนทนไม่ไหวกับความหอมของมันที่ลอยมา เธอใช้ส้อมจิ้มเข้าไปที่อาหาร
เธอแย่งอาหารลู่เอิน ! ลู่เอินเห็นส้อมนี้จิ้มลงไปในอาหารตรงหน้าเธอ เธอพยายามจะขวางแต่มันก็ไม่ทันซะแล้ว เพื่อนคนที่เหลือเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่อยู่กับลู่เอินมา ลู่เอินไม่เคยหวงอาหารแม้แต่นิดเดียว แสดงว่าครั้งนี้มันต้องมีอะไรที่พิเศษอย่างแน่นอน เพื่อนสนิทคนที่เหลือไม่รอช้าหยิบส้อมไว้ยังมือข้างซ้ายและจิ้มไปยังอาหารของลู่เอิน ตอนนี้ลู่เอินเกือบจะร้องไห้ออกมา แต่เธอก็ไม่ปริปากออกมาสักคำ
คนที่ได้ลองชิมอาหารจานนี้ต่างไม่หยุดอยู่แค่นั้น พวกเธอยังพยายามแย่งอาหารจากลู่เอินต่อสุดท้ายลู่เอินก็ยอมรับความพ่ายแพ้และแบ่งอาหารให้กับเพื่อนสนิทเธอที่เหลือ
เพื่อนในห้องทุกคนต่างแปลกใจกับเหตุการณ์นี้ และจิ่นลี่ก็เริ่มโกรธหยางหลิวมากขึ้นเรื่อย ๆ แค่จานอาหารจานนี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าลู่เอินชอบอาหารที่หยางหลิวทำ ไม่ใช่ที่เชฟหลักเขาทำให้ จิ่นลี่เสียหน้าให้กับหยางหลิวมากเกินไปแล้วในวันนี้
ทันใดนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งสวมสูทชุดดำเดินเข้าไปใกล้ ๆ จิ่นลี่ เขาก้มลงไปกระซิบข้าง ๆ หูของจิ่นลี่“ นายน้อยครับ นายน้อยต้องการให้ผมไปจัดการสั่งสอนเจ้าหมอนั่นไหมครับ ? ”
จิ่นลี่ตกตะลึงในชั่วขณะ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยแกล้งคนมาก่อน แต่เขาก็ไม่เคยลงไม้ลงมืออะไรที่รุนแรงนัก จิ่นลี่เริ่มคิด เขาคิดถึงความจองหองของหยางหลิว หยางหลิวหยามหน้าเขาหลายครั้งเกินไปแล้ว ตอนนี้จิ่นลี่ไม่สนถูกและผิด
ในที่สุดจิ่นลี่ก็ตัดสินใจได้แล้ว เขาต้องการสั่งสอนหยางหลิว
“ ดีสั่งสอนมันให้เข็ด ! ” จิ่นลี่หันไปบอกกับชายชุดดำ
“ ได้ครับนายน้อย ผมเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ผมส่งคนไป 2คน เพื่อสะกดรอยตามมันไป เหลือแค่คำสั่งให้ลงมือเท่านั้นครับ ”
จิ่นลี่ “ ดีจัดการมันเดี๋ยวนี้ ! ”
จิ่นลี่แสยะยิ้มและคิดในใจ ‘ กล้าดีนี่ที่มาท้าทาย งั้นแสดงว่าแกพร้อมรับชะตากรรมที่รอแกยู่แล้วสินะ ’
“ หึหึ ” เสียงหัวเราะที่ค่อนข้างพึงพอใจดังออกมาจากจิ่นลี่
และในตอนนี้เองที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งหยางหลิวกำลังเดินกลับบ้าน พร้อมกับมีเงาคนสองเงากำลังเคลื่อนไหว