ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่192 วีรบุรุษช่วยสาวงาม

ท้องฟ้ายังมีสายฟ้าจำนวนหนึ่งพุ่งลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ทุกครั้งที่มันปรากฏ ชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวต่างก็ส่งเสียงเชียร์สนุกสนาน

บ้างก็ยกมือขึ้นมากราบไหว้ บ้างก็คุกเข่าแล้วท่องคาถาบางอย่าง

เจมส์ไม่ได้สนใจคนงมงาย ยังคงปั้มตราจักรพรรดิเรื่อยไป กระทั่งลังไม้พาเลทหมดจึงหยุดมือ แต่ถึงกระนั้นด้านนอกไร่ยังพลุกพล่านด้วยคนจำนวนมาก พวกเขากินและดื่ม สนุกสนานไปกับเสียงเพลงเสียงดนตรีและย่างบาร์บีคิวกับครอบครัว

....

“ไอด้า นอนเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า” อั้มสะกิดเพื่อนสนิท

“อื้ม นั่นสินะ” ไอด้าพยักหน้า เลื่อนบานหน้าต่างปิด ก่อนจะหมุนตัวแล้วทิ้งตัวนอนบนเตียง

ความจริงหล่อนคุ้นเคยกับบ้านของเจมส์แล้ว แต่วันนี้ได้เห็นสายฟ้าของจริงครั้งแรก เป็นเรื่องปกติที่จะนอนไม่หลับ กว่าจะปิดตาลงได้ก็เกือบตีสี่ ตื่นหกโมงกว่าขอบตายังดำคล้ำ

“เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ?” เจมส์ถามระหว่างมื้ออาหารเช้า

“ฉันหลับสบายดีค่ะ” ไอด้าตอบ และอั้มก็เช่นกัน

“งั้นก็ดีแล้ว วันนี้เข้าไปทำงานได้เลย ผมให้คุณจัดการทุกอย่าง เรื่องนี้คุณคงไม่มีปัญหาใช่ไหม”

“ยินดีค่ะ แต่คนงานพวกนั้นจะฟังฉันหรือเปล่าเนี่ยสิคะ”

“ทำไมจะไม่ฟังล่ะ คุณน่ารักออกขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องรักต้องชอบเป็นธรรมดา” เจมส์แค่พูดตามปกติ แต่สำหรับไอด้านี่คือการหยอดมุกจีบหญิงระหว่างมื้ออาหาร

....

กินอาหารเช้าแสนหรูหราเสร็จ ไอด้าเดินเข้าไปในไร่ ไม่สิขึ้นรถกอล์ฟไปกับอั้มต่างหาก

ไม่ว่าจะมองทุเรียนผลยักษ์สักกี่ครั้งบนต้น ก็นับเป็นภาพที่ประทับใจ

ไอด้าเคยลองทานทุเรียนราคาแพงที่คุยโม้ว่าอร่อย เกรดส่งนอกมาก็เยอะ หรือแม้แต่ของเน็ตไอดอลที่โฆษณาก็เคยซื้อกิน แต่อย่างใดก็ดีสิ่งที่กินมาทั้งหมดแค่ราคาคุยเท่านั้น

รถกอล์ฟขับมาเอื่อยๆ ตอนเช้าตรู่ถึงโดมเพาะปลูกองุ่น จอดรถไว้ตรงเส้นปุ ไอด้าเปิดประตูเข้าไปด้านในพร้อมกับอั้ม

ทั้งคู่สวมเสื้อกราวสีขาวตัวยาว นี่คือชุดปฏิการในโรงเพาะปลูก

ด้านในโดมมีพนักงานกำลังตอกบัตร โดยแต่ละคนต่างก็มีรูปลักษณ์แข็งแรง แถมในบางครั้งไอด้ายังรู้สึกว่าหน้าตาคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับพนักงานหลายคนในไร่

ซึ่งก็ไม่แปลกที่คิดแบบนั้น เพราะทั้งหมดคือหุ่นยนต์จากศตวรรษที่ 41

“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันไอด้าได้รับหน้าที่ให้มาดูแลที่นี่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ไอด้าไม่ใช่คนเย่อหยิ่งหรือบ้าอำนาจ วิธีเข้าหาลูกน้องคือใช้ความอ่อนโยนสยบความแข็ง

พนักงานทั้งหมดรู้อยู่แล้วว่าไอด้าคือใคร ดังนั้นจึงไม่รู้สึกแปลกใจ ต่างก็ทยอยเดินเข้ามาทำความรู้จัก

......

เจมส์ไม่เป็นห่วงการทำงานของไอด้า เรื่องนี้หล่อนมีประสบการณ์มากกว่าเขา

สำหรับไวน์ไม่รีบเร่งที่จะผลิตใส่ขวดออกสู่ตลาด เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายคือพวกเศรษฐี จำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์สูงส่งให้แบรนด์ เพราะเหตุนั้นกระบวนการผลิตจึงค่อนข้างล่าช้า และมีความซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง

จัดการเรื่องที่ไร่ตอนเช้าเสร็จ เจมส์ที่อยู่ในชุดนักศึกษาเดินเข้าไปใน'ประตูสายรุ้ง'แล้วขึ้นรถไปเรียน

พอมาถึงวิทยาลัยจอดรถได้ไม่ทันไร อาจารย์หนุ่มเดินเข้ามาหา ดูเหมือนเขาจะรออยู่นานแล้ว

“มีอะไรเหรอครับอาจารย์ หน้าตาดูเครียดเชียว” เจมส์สังเกตได้ไม่ยาก

อาจารย์หนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ “เกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์เกรซ ทำไมเธอถึงถูกไล่ออก!”

“ทำไมคุณถึงมาถามผม?” เจมส์เอียงคอนึกสงสัย

“อย่ามาเล่นลิ้น! อย่านึกนะว่าฉันจะไม่รู้ว่าวันนั้นเธออยู่ในห้องสองต่อสองกับอาจารย์ มันต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่อาจารย์เกรซถึงโดนไล่ออก!” อาจารย์หนุ่มเลือดลมพลุ่งพล่าน

ยิ่งเห็นหน้าคนร้ายตรงหน้าไม่สะทกสะท้านมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตา อยากอัดสักทีสองที

แต่เขาต้องยับยั้งชั่งใจ เพราะที่นี่เป็นเขตวิทยาลัย

“อยู่สองต่อสองแล้วยังไง อาจารย์เกี่ยวอะไรด้วยเหรอครับ หรือว่าเป็นแฟนของเธอ...” เจมส์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง มองดูอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ

อาจารย์หนุ่มกัดฟันกรอด “ฉันไม่ได้เป็นแฟน แค่อยากจะบอกว่าการที่อาจารย์อยู่กับลูกศิษย์สองต่อสองมันไม่ใช่เรื่องที่สมควร เธอควรจะละอายใจซะบ้าง!”

“อ๋อเหรอ แต่นั่นมันเป็นอดีตนะครับ ตอนนี้อาจารย์เกรซไม่ได้เป็นอาจารย์แล้ว ผมจะทำยังไงกับเธอก็ได้จริงไหม”

“นี่แก...!” อาจารย์หนุ่มคว้าคอเสื้อเจมส์ ซึ่งทำให้เกิดภาพลักษณ์แย่ๆ พอกลุ่มนักศึกษาเห็นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเขาจึงรีบลดมือลงทันที

“อาจารย์ อยากโดนไล่ออกเหรอครับ?” เจมส์กระซิบข้างหู ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่แสนเย็นชา

“คนชั่วต้องถูกลงโทษ และถ้าหากแกทำให้อาจารย์เกรซเสียใจล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยแกไว้แน่ ต่อให้แกมีท่านอธิการบดีหนุนหลังก็ตาม!” อาจารย์หนุ่มประกาศเป็นศัตรูชัดเจน หลังจากนั้นจึงหมุนตัว เดินเข้าไปในอาคารเรียนด้วยใบหน้าขึ้นสี

“เกิดอะไรขึ้นวะเจมส์?” กันต์และคริสเดินเข้ามาถาม

ชายหนุ่มกระชับเนคไท “ไม่มีอะไร แค่เผลอเหยียบมดเท่านั้นเอง”

ทั้งสามคนเดินเข้าไปในอาคารเรียน พูดคุยเกี่ยวกับงานในบริษัทและโครงงานที่ต้องจัดการสำหรับนักศึกษาปี 3

.........

เที่ยงวันอาจารย์หนุ่มกำลังเดินไปทานข้าวที่โรงอาหารตามปกติ

แต่ครั้นเห็นเจมส์ขึ้นรถกำลังขับออกไป เขาจึงเปลี่ยนแผนแล้วเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ของตน

หลังจากตามมาได้พักหนึ่ง รถคันหรูขับเข้าไปในคอนโด อาจารย์หนุ่มไม่สามารถเข้าไปได้นอกจากมีบัตรแสดงตัวตน ไม่ก็มีคนจากด้านในติดต่อลงมา

อาจารย์หนุ่มทำได้เพียงรออยู่บนรถหน้าคอนโด ใช้เวลาไม่นานรถคันเดิมขับออกมา

แม้จะอยู่ไกลอาจารย์หนุ่มยังมองเห็นคนด้านในรถได้ไม่ยาก

นั่นคืออาจารย์เกรซอย่างไม่ต้องสงสัย!

“ไอ้เจมส์สันดานหมา กูคิดไว้แล้วว่ามันต้องเกี่ยวกับมึงที่ทำให้อาจารย์เกรซถูกไล่ออก!” อาจารย์หนุ่มยอมรับไม่ได้ อาจารย์คนสวยที่มักจะยิ้มแย้มเสมอต้องตกเป็นของคนอื่น แถมยังถูกไล่ออกจากอาชีพที่ชอบเพราะอำนาจเงิน

“ไอ้เจมส์ กูไม่สนว่ามึงจะเป็นใครแต่มึงมันชั่วจริงๆ ถ้าหากกูไม่อัดคลิปมึงไปประจาน กูก็ไม่ใช่คน!” ความจริงอาจารย์เกรซแอบมีใจให้เขาตั้งแต่วันแรก นั่นคือสิ่งที่หนุ่มรู้สึก

พวกเขาจบในสายงานอาชีพเดียวกัน เป็นเหมือนกิ่งทองใบหยก ไม่มีอะไรเหมาะสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว

แต่อย่างใดก็ดีดอกไม้งามกลับถูกเด็ดดอมไปต่อหน้า แถมยังถูกบังคับขืนใจ อาจารย์หนุ่มทนไม่ไหวต้องการทวงความยุติธรรมให้เธอ!

....

ขับตามรถหรูอีกครั้ง คราวนี้เส้นทางค่อนข้างไกล

พวกเขามาถึงร้านบางอย่างที่ถูกปิด การตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส มีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนรอที่หน้าร้านพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่

พอเจมส์เดินลงจากรถ หล่อนดูจะนอบน้อมเป็นพิเศษ

เห็นแบบนั้นอาจารย์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่น “หรือว่าหล่อนคือแม่เล้า ส่วนไอ้เจมส์เป็นแมงดาหลอกอาจารย์เกรซมาขาย สถานที่นัดซื้อขายคือคาเฟ่ที่ถูกปิด!”

คงไม่มีใครมาทำเรื่องดีๆ ในคาเฟ่ร้างหรอก อีกอย่างคือมันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้จริงๆ นอกจากเรื่องอย่างว่า

“ไอ้เจมส์! ชาติชั่วนักนะมึง นี่สินะแหล่งทำเงินของมึง หลอกผู้หญิงมาขายตัว ดีล่ะวันนี้กูจะกระชากหน้ากากมึงเอง” อาจารย์หนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมา ใบหน้าแสดงความอาญหาญ คล้ายกับตำรวจจราจรออกใบสั่ง

.........

“สวัสดีค่ะคุณเจมส์” ปุ้ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ชายตรงหน้าคือลูกค้าวีไอพี เป็นตู้เอทีเอ็มเดินได้

“สวัสดีครับ” เจมส์พยักหน้า ก่อนจะแนะนำปุ้ยและเกรซให้รู้จักกัน

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเกรซ ที่นี่คือร้านคาเฟ่ของชาวต่างชาติ แต่เกิดปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวที่เมืองนอก เขาจึงตัดสินใจประกาศขาย ของด้านในยังใหม่อยู่ ลองเดินเข้ามาดูก่อนสิคะ” ปุ้ยหยิบกุญแจออกมาและไขประตู

“ขอบคุณค่ะ” เกรซพยักหน้า เป็นจังหวะที่กำลังจะเดินเข้าร้านแต่เพราะพื้นค่อนข้างลื่นเมื่อคืนฝนตกหนัก หล่อนเสียการทรงตัว โชคดีที่เจมส์รับไว้ได้ทันไม่งั้นคงเท้าแพลง

“ไม่เป็นไรนะครับ” เจมส์ถาม ในสภาพดังกล่าวเขารู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มจากร่างกายหญิงสาววัย 28 ปี

เกรซส่ายหน้าร้อนผ่าว “ไม่เป็นไร แต่เธอช่วยปล่อยอาจารย์ได้แล้วมั้ง ตอนนี้มือน่ะกำลังโดนนะ...”

เจมส์พึงได้สติ ที่แท้มืออีกข้างจับหน้าอกนี่เองถึงได้นุ่มนัก หลังจากดึงมือกลับมาเขาบอกด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “เราไม่ใช่ศิษย์อาจารย์กันแล้วนะครับ ตอนนี้ผมคือเจ้านายคุณ เข้าใจไหมครับ”

เกรซกัดริมฝีปาก ไอ้ความมั่นหน้าของเขาไม่ว่าจะมองสักเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกสบอารมณ์เลย

ปุ้ยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และคิดว่าเกรซเป็นคนโชคดีมาก มีชายหนุ่มร่ำรวยซื้อคาเฟ่ให้ แถมยังดูแลเอาใจใส่ชนิดว่าห้ามมีบาดแผล เห็นแล้วก็นึกถึงทอย เมื่อไหร่จะว่างมาหาอีกนะ

....

“ไอ้เจมส์ ชัดเลยมึงต้องการทุบหัวของอาจารย์เกรซ ถ้าหากหล่อนไม่ไหวตัวทันเมื่อกี้คงสลบไปแล้ว ไม่ได้การกูต้องออกไปช่วย!” อาจารย์หนุ่มวิ่งจากที่ซ่อนพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ ราวกับว่าเขาคือวีรบุรุษช่วยสาวงาม

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน