“นอนดึกอะไร! มันไม่เห็นหัวข้าเลยต่างหาก!”หว่านกัวฉายะโอย่างโมโห “ดูอย่างตอนแรกที่มันมาขอหมั้นซิ มันหมั้นกับอี้เอ๋อร์ไม่กี่วันมันก็ทำเื่บัดสีไปได้เสียกับหรงเอ๋อร์จนต้องแต่งกับหรงเอ๋อร์เนี่ยนะมันถอนหมั้นง่ายๆ เลยนะ มันไม่เห็นหัวข้าเลยสักนิด!”
“ท่านพี่อย่าเพิ่งโมโหไปเ้าค่ะใจเย็นๆ” อนุรองรินชาให้สามี นางประคองถ้วยชาส่งให้เขา “ท่านพี่น้ำชาเ้าค่ะ”
“เฮอะ!” หว่านกัวฉายปัดถ้วยชาจนตกแตก เพล้ง!
“อ่ะ!” อนุรองใ หว่านกัวฉายสะบัดแขนเสื้อนั่งหน้าทะมึน อนุรองจึงได้แต่หันไปสั่งสาวใช้“เข้ามาเก็บไปซิ”
“เ้าค่ะ”สาวใช้รับคำสั่ง รีบเข้าไปเก็บเศษถ้วยแตกออกไป อนุรองรินชาถ้วยใหม่ประคองส่งให้“ท่านพี่ ใจเย็นก่อนนะเ้าคะถึงอย่างไรเราก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยลูกเขยเยี่ยนอยู่ไม่น้อยเลยอย่างเช่นเื่ตำแหน่งของท่านพี่ หากว่าได้ลูกเขยเยี่ยนช่วยพูดสักหน่อยท่านต้องได้เลื่อนตำแหน่งใหญ่โตมากกว่านี้แน่นอนเ้าค่ะ”
“เฮอะ!” หว่านกัวฉายแค่นเสียงอย่างอารมณ์เสียก็เพราะเขาหวังจะพึ่งพาเ้าเด็กหนานกงเยี่ยนน่ะซิ เขาถึงได้ยอมยกลูกสาวให้ไม่เช่นนั้นเขาจะยอมยกลูกสาวให้ง่ายๆ ได้อย่างไร แต่ดูมันทำซิมันปล่อยให้เขารอั้แ่เช้าจนสายป่านนี้ก็ยังไม่โผล่หัวมาเลย มันน่าแพ่งกระบาลนัก! ฮึ่ม!
อนุรองมองสีหน้าสามีแล้วจึงบอก“เช่นนั้น ข้าไปรอที่ห้องโถงนะเ้าคะถ้าลูกเขยเยี่ยนมาถึงแล้วข้าจะให้เด็กมารายงานเ้าค่ะ”
“หึ!” หว่านกัวฉายโบกมือไล่ อนุรองจึงเดินออกไป
จนกระทั่งยามอู่(11.00 – 12.59 น.)หนานกงเยี่ยนจึงลืมตาตื่น เขามองฮูหยินที่หลับอยู่ในอ้อมกอดของเขาเขาไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวนางตื่น ร่วมเตียงกับนางมา 3 คืนแล้วเขาจึงรู้ว่าทันทีที่เขาขยับตัวจะปลุกให้นางตื่นขึ้นมา นางเป็คนหลับง่ายก็จริงแต่ตื่นไวเช่นกัน เขานอนนิ่งๆ มองนางอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งล่วงเข้ายามเว่ย* หว่านหรงจึงได้ตื่นขึ้นมานางขยับตัวลุกขึ้น หนานกงเยี่ยนยิ้มให้นาง “ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำเถอะ”
(ยามเว่ย (未:wèi)คือ 13.00 – 14.59 น.)
“ท่านพี่ตื่นนานแล้วหรือเ้าคะ”หว่านหรงถาม หนานกงเยี่ยนพยักหน้า “อืม”
เขามองนางพลางบอก“ดูเ้านอนน้ำลายไหลก็น่ารักดีนะ”
หว่านหรงรีบลุกขึ้นยกมือเช็ดๆมุมปากทั้งสองข้าง ครั้นพบว่าไม่มีคราบน้ำลายซะหน่อยนางจึงรู้ตัวว่าถูกสามีแกล้งเสียแล้ว นางจึงต่อว่าเขา “ท่านพี่แกล้งข้า”
นางทุบเขาทีหนึ่งหนานกงเยี่ยนจึงดึงนางไปกอด ทำให้ดอกบัวชนกับหน้าเขา หว่านหรงร้อง “อ่ะ!”
หนานกงเยี่ยนจึงอ้าปากดูดดอกบัวหว่านหรงสะดุ้ง “อุ้ย!”
หนานกงเยี่ยนดูดยอดดอกบัวสีชมพูระเรื่ออย่างหิวกระหายหว่านหรงเสียวซ่านจนคราง “อา...ท่านพี่...”
นางพยายามดันตัวออกแต่หนานกงเยี่ยนกดแผ่นหลังของนางเอาไว้ซ้ำยังเอาหน้าคลุกเคล้ากับทรวงอกอ่อนนุ่มของนาง หว่านหรงเสียวซ่านจนตัวอ่อนระทวย“อือ...ท่านพี่...”
หนานกงเยี่ยนดูดดอกบัวทั้งสองข้างอยู่นานดูดจนหนำใจแล้วเขาจึงผละออก เขาจับเอวนางยกขึ้นจนนางตัวลอย หว่านหรงร้อง “อุ้ย!”
หนานกงเยี่ยนวางนางให้คร่อมศีรษะเขาพลางกดสะโพกนางลงมาเขาแลบลิ้นเลียดอกไม้งาม หว่านหรงเสียววาบ “อุ้ย!ท่านพี่...”
หนานกงเยี่ยนเลียไล้ไปทั่วกลีบดอกไม้งามเขาใช้นิ้วแหวกกลีบดอกไม้ออกแล้วเลียเกสรกลางดอกไม้หว่านหรงเสียวจนตัวอ่อนระทดระทวย “อา...ท่านพี่เ้าขา...”
นางเกาะพนักหัวเตียงยกสะโพกหนีลิ้น แต่หนานกงเยี่ยนจับสะโพกนางกดลงไม่ยอมให้หนีแลบลิ้นเลียระรัวไปทั่ว หว่านหรงเสียวจนคราง “อื้อ...ท่านพี่...”
นางถูกเขาเลียๆ ดูดๆจนนางเสียวไปหมด นางไม่รู้ตัวเลยว่านางกำลังบดสะโพกใส่ปากเขาลิ้นเขาช่างร้ายกาจทำนางเสียวไปหมด เสียวจนแทบขาดใจตายแล้ว“อา...ซี๊ด...ท่านพี่เ้าขา...”
หนานกงเยี่ยนดูดจ๊วบๆเลียแผล๊บๆ ยิ่งดูดยิ่งเลีย น้ำหวานยิ่งหลั่งรินออกมาจนหน้าเขาเปียกเปื้อนไปครึ่งหน้าแล้ว
จนกระทั่งหว่านหรงตัวเกร็งกระตุก “อ้าาาาา...”
น้ำหวานไหลเยิ้มออกมาหนานกงเยี่ยนเลียกินจนหมด หว่านหรงยันตัวลุกขึ้นไปนอนหอบอยู่ข้างๆ เขานางมองเขาอย่างรักใคร่หลงใหล พลางต่อว่าต่อขานเสียงเบา “ท่านพี่น่ะ รังแกข้า”
“ก็เมียข้าน่ารังแกถึงเพียงนี้ข้าจะอดใจไหวได้อย่างไรต้องโทษเ้า” หนานกงเยี่ยนปัดความผิดให้นาง หว่านหรงเขินอายจนสู้สายตาเขาไม่ไหวนางจึงจับผ้าห่มมาพันตัวแล้วลุกออกจากเตียงไป หนานกงเยี่ยนหัวเราะเบาๆพลางลุกขึ้นจัดอาภรณ์ให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินออกจากห้องนอนไปไปอาบน้ำที่เรือนข้างๆ
หว่านหรงก้าวเข้าไปในห้องอาบน้ำด้านหลังนางร้องสั่งสาวใช้ว่า “เติมน้ำร้อนที”
“เ้าค่ะนายหญิง”สาวใช้รับคำ หว่านหรงนั่งลงที่เก้าอี้ รอให้สาวใช้เติมน้ำร้อนใส่อ่าง
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว หว่านหรงก็ไปนั่งกินข้าวร่วมกับสามี หนานกงเยี่ยนคอยเอาอกเอาใจฮูหยินจนพวกบ่าวไพร่แทบจะเคลิ้มละลายไปกับบรรยากาศที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักของนายท่านแล้ว
หลังจากนั้นหนานกงเยี่ยนก็พาฮูหยินไปเยี่ยมบ้านเดิมตามธรรมเนียม รถม้าขับออกจากบ้านตระกูลหนานกงมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลหว่าน
เมื่อไปถึงจวนตระกูลหว่าน รถม้าก็จอด หนานกงเยี่ยนลงจากรถม้า หว่านหรงก้าวลงตามสามีหนานกงเยี่ยนประคองนางราวกับแก้วตาดวงใจทำให้บ่าวไพร่จวนตระกูลหว่านแทบเคลิ้มละลายไปกับบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความรักของคู่ข้าวใหม่ปลามันคู่นั้น
หว่านหรูอี้ที่เห็นภาพเช่นนั้นนางกัดฟันกรอดๆ กำมือแน่นอย่างโกรธขึง ไม่รู้ว่าเป็เพราะอิจฉาหรือว่าริษยากันแน่
อนุรองเดินไปต้อนรับอย่างวางท่าของเ้าบ้านมีความเย่อหยิ่งถือตัวแฝงอยู่ในท่าทีนั้น นางเอ่ยว่า “หรงเอ๋อร์มาแล้ว มาๆเข้าบ้านก่อน ท่านพี่รอเ้าั้แ่เช้า ไยจึงเพิ่งมาเอาป่านนี้เล่า?”
หว่านหรงยังไม่ทันตอบอะไรหนานกงเยี่ยนก็พูดแทรกว่า “ข้าตื่นสายพวกท่านก็เคยผ่านคืนเข้าหอมาแล้วคงรู้ดีว่าเพราะอะไรถึงทำให้ตื่นสายกระมัง”
เขาพูดพลางมองกราดไปทางทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นทำให้อนุรองและอนุคนอื่นๆ ทำหน้าไม่ค่อยถูก แก้มคล้ายจะเห่อร้อนกันหน่อยๆคิดไม่ถึงว่านายท่านหนานกงจะพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างไม่อายปากเช่นนี้เื่แบบนี้มันใช่เื่ที่ควรเอามาพูดอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้เรอะ!
หว่านหรงหน้าแดงระเรื่อเขินอายจนได้แต่ก้มหน้ามองพื้น นางแอบหยิกสามีเบาๆ ทีหนึ่งหนานกงเยี่ยนทำไม่รู้ไม่ชี้
“เข้าไปข้างในกันเถอะข้างนอกแดดร้อนนัก” เขาประคองฮูหยินเดินเข้าไปในห้องโถงแม่นมจางกับจางลี่เดินตามหลังไปติดๆ อนุรองจึงรีบก้าวนำไปในฐานะเ้าบ้านอนุคนอื่นๆ ก็เดินตามเข้าไป พวกสาวใช้ก็ตามเ้านายของตนไปเป็โขยงหนึ่ง
“ลูกเขยเยี่ยนเชิญนั่ง” อนุรองกล่าวพลางผายมือ หนานกงเยี่ยนมองอนุรองแล้วบอกว่า “อนุรองเ้าควรจะเรียกข้าว่านายท่านหนานกงนะ เ้าเป็เพียงแค่อนุรองมีสิทธิ์อะไรมาเรียกข้าว่าลูกเขยข้าจำได้ว่าคนที่มีสิทธิ์เรียกข้าเช่นนี้มีแค่ท่านพ่อตากับท่านแม่ยายซึ่งก็คือฮูหยินเอกผู้ล่วงลับไปแล้ว”
“เอ่อ...”อนุรองหน้าม้านไป อนุคนอื่นๆ แอบยิ้มเยาะหว่านหรูอี้ได้ยินหนานกงเยี่ยนพูดเช่นนั้น นางรีบก้าวไปยืนข้างท่านแม่ทันที“น้องเขย เ้าพูดเช่นนี้ไม่ถูกนะ ถึงอย่างไรท่านแม่ข้าก็เป็ฮูหยินของท่านพ่อถือว่าเป็แม่ยายของเ้าคนหนึ่งเช่นกัน”
หนานกงเยี่ยนประคองฮูหยินนั่งลงเขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ นางแล้วมองหว่านหรูอี้ด้วยสายตาเ็าเอ่ยน้ำเสียงเฉยชาว่า “ฮูหยินเหรอ?ข้าไม่ยักได้ยินข่าวว่าท่านพ่อตายกย่องอนุรองเป็ฮูหยินั้แ่เมื่อไหร่ลูกอนุเช่นเ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้าแบบนี้จะให้ข้ายกย่องนางบำเรอของท่านพ่อตาเป็แม่ยายเนี่ยนะ”
“เ้า!” หว่านหรูอี้โกรธจนหน้าแดง นางยกมือชี้หน้าหนานกงเยี่ยนอย่างโกรธจัด
อู้ว! อนุคนอื่นๆ ชมดูงิ้วฉากนี้อย่างสนุก พวกนางล้วนมองอย่างสะใจยิ่งแม่ลูกคู่นี้ถือว่าตัวเองเป็คนโปรดของท่านพี่จึงได้ทำตัวอวดเบ่งมานานมากมาวันนี้เจอคนไม่ไว้หน้าอย่างนายท่านหนานกง นี่ช่างสนุกจริงๆ ฮ่าๆๆๆ...
หนานกงเยี่ยนนั้นไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็ต้องไว้หน้าแม่ลูกคู่นี้ เอาจริงๆเขายังไม่ได้เอาเื่ที่แม่ลูกคู่นี้หลอกลวงเขาเลยเริ่มแรกที่เขาส่งคนมาขอหมั้นหมาย เขานั้น้าสู่ขอลูกสาวของฮูหยินเอกแต่ว่าในตอนนั้นอายุของหว่านหรงยังไม่ถึงวันปักปิ่นจึงยังถือว่าเป็เด็กไม่ถึงวัยออกเรือนอนุรองเห็นหนานกงเยี่ยนทั้งร่ำรวยและรูปงามจึงคิดอยากจะได้เป็ลูกเขยนางจึงเสนอกับสามีว่าให้หว่านหรูอี้หมั้นกับหนานกงเยี่ยนแทนหว่านหรงหว่านกัวฉายเห็นดีเห็นงามด้วยจึงได้ตอบตกลงไป
หนานกงเยี่ยนในตอนนั้นก็ไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากนักรู้แค่ว่าหว่านหรูอี้เป็คุณหนูใหญ่ของจวนตระกูลหว่านเขาก็คิดว่านางเป็ลูกฮูหยินเอกจึงได้ตกลงหมั้นด้วยเขามารู้ทีหลังว่าหว่านหรูอี้เป็ลูกอนุรองก็จนการหมั้นหมายทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาในตอนนี้ี้เีที่จะเอาเื่เอาราวจึงได้ปล่อยผ่านไปคิดจะรับหว่านหรูอี้เป็ฮูหยินของเขา แต่ว่านางกลับไม่อยากแต่งกับเขาเองวางแผนผลักน้องสาวต่างมารดามาแทนซ้ำยังวางแผนให้เขากลายเป็คนชั่วช้าในสายตาคนอื่นความผิดนี้เขายังไม่ได้เอาเื่เอาราว คิดจะปล่อยผ่านไปแต่วันนี้นางกลับจะให้เขาเรียกแม่ของนางว่า ‘แม่ยาย’ เนี่ยนะ! เฮอะ!
“คนพิการเช่นเ้าต่อให้ร่ำรวยล้นฟ้าข้าก็ไม่อยากแต่งด้วยหรอก” หว่านหรูอี้พูดโพล่งออกมา “เ้ากลายเป็ขันทีแล้วยังอยากจะแต่งภรรยาช่างน่าขันนัก ฮ่าๆๆๆ...”
นางหันไปมองหว่านหรงแล้วพูดว่า“ต่อให้เ้าเสพสุขบนกองเงินกองทองแล้วอย่างไรแต่เ้าก็ไม่ได้เสพสุขรสชาติความเป็ผัวเมีย ชีวิตเ้าก็ไม่ต่างจากแม่หม้ายหรอก”
หนานกงเยี่ยนมีสีหน้าทะมึนขึ้นมาอ่อ ที่แท้นางก็รู้ความลับของเขาแล้วนี่เองถึงได้ไม่อยากแต่งงานกับเขา!
สิ้นเสียงหัวเราะของหว่านหรูอี้แล้วทั้งห้องพลันเงียบกริบ! ทุกคนต่างมีสีหน้าอึ้งงันไปสายตาของแต่ละคนตกลงบนตัวหนานกงเยี่ยน มองไปที่ตรงกลางกายของเขาเป็จุดเดียว คำว่า‘พิการ’ คำว่า ‘ขันที’ดังก้องอยู่ในหัวพวกเขาวนไปวนมา
หนานกงเยี่ยนหันไปมองฮูหยินของเขาเห็นนางมองเขา มองจ้องตรงกลางกายของเขา เขาจึงลุกขึ้นคว้าข้อมือนางดึงให้เดินไปขึ้นรถม้าเขาสั่งสารถีด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า “กลับ!”
“เอ่อ...ขอรับๆ”สารถีรับคำสั่งอย่างงงๆ หนานกงเยี่ยนแทบจะอุ้มพาฮูหยินเข้ารถม้า
หว่านหรงซึ่งยังอึ้งๆงงๆ ไม่หายจึงเข้าไปนั่งในรถม้าด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ในหัวนางเต็มไปด้วยคำว่า ‘พิการ’ คำว่า ‘ขันที’ ดังก้องอยู่ในหัว คำพูดของพี่สาวต่างมารดาดังวนไปวนมาอยู่ในหัวนางจนกระทั่งผ่านไปพักใหญ่นางถึงได้เอ่ยปากขึ้นมา “ท่านพี่...”
หนานกงเยี่ยนมีสีหน้าทะมึนแผ่กลิ่นอายน่ากลัว จนหว่านหรงรู้สึกกลัวๆ นางจึงไม่กล้าถามไม่กล้าพูดอะไรอีก แม่นมจางกับจางลี่ที่นั่งอยู่ข้างสารถียังรู้สึกหนาวเยือกพวกนางขนลุกชันอย่างประหลาด แอบมองไปทางประทุนรถม้าด้านหลังเป็ระยะๆพวกนางก็สงสัยคำพูดของคุณหนูใหญ่หว่านหรูอี้ สามีของคุณหนูของพวกนาง ‘พิการ’ จริงหรือ?
เป็ ‘ขันที’ จริงๆ อย่างที่คุณหนูใหญ่บอกหรือ?
หลังจากหนานกงเยี่ยนกลับไปแล้ว อนุรองก็หันไปถามลูกสาว“ที่เ้าพูดเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไรอี้เอ๋อร์?”
อนุคนอื่นๆกับสาวใช้บ่าวไพร่ก็รอฟังกันหูผึ่ง หว่านหรูอี้บอก“หนานกงเยี่ยนก็เป็ขันทีอย่างที่ข้าบอกนั่นแหละท่านแม่ เขาไม่มีแท่งหยกแล้วจริงๆเื่นี้ข้ารู้มาจากสาวใช้อุ่นเตียงของเขา ข้าถึงไม่อยากแต่งงานกับเขาใครจะอยากได้สามีเป็ขันทีกัน”
“โอ!” ผู้คนอุทานออกมา อนุรองตกตะลึงไป “นี่!”
กว่าทุกคนจะตั้งสติได้และแยกย้ายกันไปก็ผ่านไปพักใหญ่ซึ่งแน่นอนว่าเื่ที่หนานกงเยี่ยนกลายเป็ ‘ขันที’ แล้วย่อมแพร่กระจายไปในไม่ช้านี้แน่ๆ
รถม้ากลับถึงบ้านตระกูลหนานกง สารถีร้องบอก “นายท่านขอรับ ถึงบ้านแล้วขอรับ”
“อืม”หนานกงเยี่ยนส่งเสียงรับรู้ เขาสั่งว่า “จางลี่ แม่นมจาง พวกเ้าลงไปซะ”
“เอ่อ...เ้าค่ะ”จางลี่กับแม่นมจางรับคำอย่างงงๆ พวกนางลงจากรถม้า หนานกงเยี่ยนก็สั่งอีก“ใครก็ได้ไปตามเจ๋อิมา ข้าจะไปแช่น้ำพุร้อน”
“ขอรับ”บ่าวคนหนึ่งรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งไปตามพ่อบ้านเจ๋อิหว่านหรงที่นั่งอยู่ในรถม้าจึงถาม “ท่านพี่ไม่ลงจากรถหรือเ้าคะ?”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวเจ๋อิมาแล้วข้าก็จะไปเลย” หนานกงเยี่ยนบอก หว่านหรงได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจ นางรู้สึกอึดอัดใจอยากจะถามเื่ราวให้กระจ่างแจ้ง แต่ว่าสามีทำหน้าขรึม ดูดุดันเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย ราวกับว่าถ้าเปิดปากถามเื่นั้นแม้ครึ่งคำอาจจะถูกฆ่าตายั้แ่ถามยังไม่จบเลยด้วยซ้ำ นางจึงได้แต่นั่งตัวเกร็งๆ กลัวๆั้แ่ขึ้นรถม้าแล้ว
จนกระทั่งเจ๋อิมาถึงข้างรถม้า เขากุมมือ “นายท่าน”
“ข้าจะไปเรือนเหมันต์เ้าสั่งคนให้ดูแลบ้านดีๆ แล้วตามข้าไปเร็วๆ” หนานกงเยี่ยนสั่ง เจ๋อิรับคำสั่ง“ขอรับ”
“ไปเรือนเหมันต์”หนานกงเยี่ยนสั่ง สารถีรับคำสั่ง “ขอรับ”
จากนั้นเขาก็ขับรถม้าออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังเรือนเหมันต์ ซึ่งเป็เรือนพักในหุบเขาธารร้อนที่นั่นมีธารน้ำร้อนไหลผ่านตลอดปี อากาศอบอุ่นทุกฤดูกาล แม้หน้าหนาวก็ไม่หนาวมากหุบเขาแห่งนั้นอยู่นอกเมือง นั่งรถม้าไปราวๆ 2 ชั่วยามก็ถึงหุบเขาแห่งนั้นเป็สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าคนรวยของเมืองนี้ตรงต้นแม่น้ำเป็พระราชวังเหมันต์ซึ่งฮ่องเต้และคนในราชวงศ์มักจะไปอยู่ที่นั่นใน่ฤดูหนาว
ถัดจากพระราชวังเหมันต์ก็เป็เรือนเหมันต์ของตระกูลหนานกงส่วนเรือนพักผ่อนของเศรษฐีคนอื่นๆ ก็เรียงรายลดหลั่นกันไป ตรงปลายๆแม่น้ำจะเป็โรงเตี้ยมเล็กใหญ่ แน่นขนัดไปหมดเรือนเหมันต์ของตระกูลหนานกงอยู่ติดกับอาณาเขตของพระราชวังเหมันต์แสดงให้เห็นถึงอำนาจของตระกูลหนานกงที่มีอำนาจรองจากฮ่องเต้ แน่นอนว่าราคาที่ดินในหุบเขาธารร้อนแพงพอๆกับที่ดินรอบๆ พระราชวังในเมืองหลวงเลยทีเดียว
ดังนั้นใครที่เป็เศรษฐีจึงต้องพยายามซื้อที่ดินในเขตหุบเขาธารร้อนให้ได้เพราะมันไม่ได้แสดงถึงความร่ำรวยเพียงอย่างเดียว แต่ยังแสดงถึงอำนาจในมืออีกด้วยแต่ว่าตอนนี้เป็ฤดูคิมหันต์ ทำให้หุบเขาธารร้อนไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่จึงมีน้อยคนที่จะไปที่นั่น หุบเขาธารร้อนจะคึกคักมากใน่ฤดูเหมันต์ในฤดูคิมหันต์ที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้จึงเงียบเหงามากจริงๆ
รถม้าขับไปได้สักพัก เจ๋อิกับเหล่าผู้คุ้มกันก็ขี่ม้าตามไปทันพวกเขาเข้าล้อมรถม้าจัดรูปขบวนอารักขาความปลอดภัยโดยที่รถม้าไม่จำเป็ต้องหยุดเลยหนานกงเยี่ยนเลิกม่านหน้าต่างขึ้นมอง เห็นเจ๋อิขี่ม้าอยู่ข้างรถม้าก็เบาใจเขาแน่ใจว่าหลังจากวันนี้ไปข่าวที่ว่าเขากลายเป็คน ‘พิการ’กลายเป็ ‘ขันที’ ย่อมแพร่ออกไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีกเขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรแต่ว่าเขาต้องหาทางทำให้ฮูหยินของเขาทำใจยอมรับเื่นี้ให้ได้ ถ้านางทิ้งเขาไปเขาทำใจไม่ได้จริงๆ ดังนั้นเขาจึงได้คิดที่จะไปหาสถานที่สงบๆ ปรับความเข้าใจกับนางเขาคิดที่จะ ‘กล่อม’ นางให้เชื่องเชื่อทำใจยอมรับเื่นี้ให้ได้!
เขามองฮูหยินแล้วส่งถุงหนังใส่น้ำให้นาง“หิวน้ำหรือไม่?”
“เ้าค่ะ”หว่านหรงรับถุงน้ำมาเปิดจุกยกขึ้นดื่มอยู่ในรถม้าที่กำลังวิ่งไปด้วยความเร็วระดับนี้ไม่สะดวกที่จะรินชาใส่ถ้วยดื่มเพราะน้ำชาจะกระฉอกหกออกมาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้ นางดื่มน้ำอึกๆ แล้วปิดจุกหนานกงเยี่ยนดึงนางเข้าไปกอด หว่านหรงเบียดตัวกอดเขา เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูถมึงทึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านพี่เ้าคะ...”
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยนะหรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนพูดแทรก น้ำเสียงค่อนข้างดุ เขาจับเอวนางยกขึ้น หว่านหรงร้องคำหนึ่ง“อ่ะ”
หนานกงเยี่ยนยกนางมานั่งบนตักตัวเองหว่านหรงหน้าแดงเขินอาย “ท่านพี่”
หนานกงเยี่ยนไม่พูดอะไรเขาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของนาง หว่านหรงสะดุ้ง “อ่ะ!”
นางจับมือเขาเอาไว้กระซิบบอกเสียงเบาว่า “อย่าเ้าค่ะ”
“หรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนเรียกเสียงแหบพร่าอยู่ข้างหูนาง หว่านหรงได้ยินเสียงเขาแล้วหน้ายิ่งแดงมากขึ้นหนานกงเยี่ยนล้วงเข้าไปใต้เอี๊ยมบีบคลึงดอกบัวตูมคู่นั้นหว่านหรงอยากจะห้ามแต่ว่านางสู้แรงสามีไม่ไหวนางจับมือเขายื้อยุดไว้แต่ว่าเขาก็ยังล้วงเข้าไปได้อยู่ดี
หนานกงเยี่ยนก้มลงไปซุกไซ้ต้นคอขาวที่ซับสีเืจางๆเพราะความอาย หว่านหรงเสียวสยิวจนขนลุกชัน นางเม้มปากกลั้นเสียงครางเอาไว้แน่นใจเต้นตึกๆ หนานกงเยี่ยนบีบคลึงดอกบัวตูมคู่นั้นไปมานิ้วคลึงบี้ยอดดอกบัวจนมันชูชันสู้มือ หว่านหรงบิดตัวไปมานางอยากจะลุกหนีแต่ว่ามือไม้อ่อนแรงไปหมดนางรู้สึกเสียวซ่านจนไร้แรงจะต่อต้านขัดขืน นางกลั้นเสียงครางอยู่ในปากจนเสียงดังอือๆ
หนานกงเยี่ยนบีบคลึงดอกบัวคู่นั้นจนคนตัวเล็กบนตักได้แต่พิงหลังซบอกเขาอย่างอ่อนระทวยเขาเลื่อนมือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปใต้กระโปรงพลางสั่งเสียงเบาข้างหูว่า“อ้าขาซิหรงเอ๋อร์”
“อื้อ!” หว่านหรงส่งเสียงประท้วงไม่ยอมทำตาม นางหนีบขาเอาไว้ไม่ยอมให้มือเขาล้วงได้สะดวกๆหนานกงเยี่ยนสั่งอีก “อ้าขาซิ ข้าจะทำให้เ้ามีความสุขอย่างไรล่ะหรงเอ๋อร์ไม่ชอบหรือ? อ้าขาซิ เด็กดี”
มือเขาก็ดันต้นขานางให้อ้าออกหว่านหรงอยากจะขัดขืนแต่ว่านางก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตามจนได้นางถูกเขาบีบดอกบัวจนรู้สึกเสียวซ่านไปหมด นาง้ามากกว่านี้้าให้เขาพานางไปแตะขอบ์ หนานกงเยี่ยนสอดมือเข้าไปจับเนินเนื้อนุ่มนิ่มหว่านหรงนั่งตัวเกร็งเสียวซ่าน นางขบริมฝีปากกลั้นเสียงคราง หน้าแดงระเรื่อ“อื้อ...”
หนานกงเยี่ยนบีบคลึงกลีบดอกไม้อ่อนนุ่มแทรกนิ้วเข้าไปในรอยแยกเขี่ยคลึงเกสรกลางดอกหว่านหรงเดี๋ยวตัวเกร็งเดี๋ยวตัวอ่อนระทดระทวย นางแทบจะกลั้นเสียงครางไม่อยู่แล้วท่วงท่าของสามีช่างร้ายเหลือ “อื้อ...”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ