ตอนที่ 162นักโทษ
แม้ว่ากลุ่มคนที่คิดจะก่อตั้งพรรคสำนักเหล่านี้จะกลัวสำนักนอกรีตบุกมาถล่มพรรค สำนักที่เพิ่งสร้างก็ตาม
แต่บางคนที่คิดว่าหากยอมเชื่อฟังอยู่ใต้อำนาจสำนักนอกรีตก็มีสิทธิ์รอดตายได้ และพรรคสำนักอาจไม่ต้องล่มสลายอีกด้วย เมื่อตนเองยอมจะเชื่อฟังสำนักนอกรีตเหล่านั้นแล้ว
และแทนที่จะมานั่งต่อสู้ขัดขืนแบบพรรค สำนักที่ล่มสลายไปก่อนหน้านี้ให้เสียเวลาแล้วยังมีโอกาสเสียชีวิตอีกด้วย
เพราะตอนนี้รับรู้ฝีมือ ความร้ายกาจของคนสำนักนอกรีตแล้วว่า แข็งแกร่งแค่ไหนจึงไม่คิดจะต่อต้านอีกต่อไป
ทำให้ใครบางคนคิดไปว่าหากยอมเชื่อฟังอยู่ใต้อำนาจสำนักนอกรีตขึ้นมา ก็มีโอกาสได้รับวิชานอกรีตมาฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตนเองอีกด้วยจึงนับเป็นทางเลือกที่ดีกว่ายิ่งนัก
หลังจากที่ตอนนี้ทุกคนต่างรับรู้แล้วว่า วิชานอกรีต น่ากลัว ร้ายกาจเพียงใด
"เจ้าคนพวกนั้นแย่มาก"
หยางเฟิ่งก่นด่าออกมา เมื่อแต่ละคนต่างต้องการสร้างพรรค สำนัก เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง
แล้วยังคิดจะยอมเชื่อฟังไปอยู่ใต้อำนาจสำนักนอกรีตอีกด้วย
ทำให้เป็นกลุ่มคนที่น่ารังเกียจอย่างมาก
หยางหลงที่เข้าใจแล้วว่า ทำไมสำนักมังกรสุริยัน ถึงเคร่งเครียดกับเรื่องแบบนี้ด้วย
เมื่อสำนักมังกรสุริยันที่ไร้เจ้าสำนักก็มีโอกาสจะโดนเล่นงาน หรือโดนถล่มจากพรรคสำนักที่จะก่อตั้งมาใหม่ได้เพื่อล้มล้างสำนักที่เก่าแก่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอดีตให้หายไปเพื่อจะได้ให้พรรค สำนักใหม่มีโอกาสเติบโต แข่งขันกันอย่างสูสีขึ้นมาแล้วมีโอกาสที่จะทำให้สำนักของตนกลายเป็นสำนักอันดับหนึ่งแทนที่สำนักมังกรสุริยัน
หยางหลงเข้าใจเหตุผลในข้อนี้ดี
ทำให้กลายเป็นหัวข้อประชุมกันอย่างเคร่งเครียดของเหล่าอาวุโสในสำนักมังกรสุริยัน
...
ณ.สถานที่พักสำนักนอกรีต
หลังจากเดินทางมาพร้อมกับคนสำนักนอกรีต
"คารวะท่านเจ้าสำนัก"
ตอนนี้เบื้องหน้าแต่ละคนต่างหันมามอง เต้าซื่อ กับ ซือฟาง รีบทำการคารวะอย่างพร้อมเพรียง
ทุกคนในที่นี้คือคนของสำนักโลหิตสมิง สำนักเดือนเพ็ญ สำนักจันทรคลาสซึ่งเป็นสามสำนักนอกรีตที่มี เต้าซื่อ ซื่อฟาง เสี่ยหายต่างเป็นเจ้าสำนักของสามสำนักนอกรีต
"นักโทษรึ"
ทุกคนต่างหันมามองอาวุโสจิ้นที่เดินทางมาพร้อมกับเต้าซื่อซือฟางด้วย
โดยเต้าซื่อซื่อฟาง ต่างอยู่ซ้าย ขวา ราวกับกำลังคุมตัวนักโทษยังไงยังงั้นทำให้หลายคนคิดแบบเดียวกัน
"ที่นี้สินะ ที่ซ่อนตัวหนูสกปรกพวกเจ้ากัน"
อาวุโสจิ้นสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว ทันที่มาถึงสถานที่นี้
"ที่ซ่อนตัวของหนูสกปรกรึ
"ปากดีจริงนะ รู้จักสถานะตัวเองเสียบ้าง"
คนสำนักโลหิตสมิงพุ่งเข้าเล่นงาน โจมตีใส่อาวุโสจิ้นทันที
ฉั่วะ
ดาบปรากฏในมือฟันใส่คนสำนักโลหิตสมิงจนน้ำพุเลือดพุ่งออกมาจากคอ
"แก กล้าฆ่าคนของสำนักโลหิตสมิงรึ"
"เป็นนักโทษที่โดนจับมา กล้ามากไปแล้ว"
ทุกคนของสำนักโลหิตสมิง ต่างเข้ามาล้อมตัวอาวุโสจิ้น จ้องมองอาฆาตแค้นกันออกมา
"เดี้ยวข้าเอง"
โครงกระดูกที่ถือดาบไม้เสนอตัวออกมาต่อสู้กับคนพวกนี้แทน
"ข้ายังสนุกไม่เต็มที่เลย"
โครงกระดูกที่ต้องการรื้อฟื้นฝีมือในอดีตอย่างมากหลังจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ยังไม่เต็มอิ่ม เพราะคนเข้ามาวุ่นวายเสียก่อน
"คิดจะทำไร"
"ที่นี้พวกเจ้าต้องเชื่อฟังพวกข้า ถ้ายังไม่อยากตาย"
อาวุโสสำนักโลหิตสมิงข่มขู่ด้วยน้ำเสียงดุร้าย
ตุบ
แต่เพียงพริบตาเดียวอาวุโสสำนักโลหิตสมิงก็หัวหลุดจากบ่าล้มลงไป
"ฝีมือแค่นี้ คิดจะมาข่มข้ารึ ช่างไม่เจียมกะลาหัว"
โครงกระดูกที่มองเหยียดหยามเหล่าคนสำนักนอกรีตดั่งมดปลวก
"เจ้าฆ่าอาวุโสสำนักข้ารึ"
"บังอาจนัก"
ซือฟางที่เป็นถึงเจ้าสำนักโลหิตสมิง กล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธจัดราวกับต้องการฉีกกระชากอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆออกจากกัน
จากตอนแรกคนของสำนักตัวเองถูกฆ่าไปแค่คนเดียวยังพอทนได้แต่อาวุโสของสำนักกับถูกฆ่าขึ้นมาด้วยแบบนี้ จึงไม่อาจทนได้อีกต่อไป
แต่ก่อนที่ซือฟางจะทะยานเข้าโจมตีใส่โครงกระดูกกับมีคนมาขวางทางเอาไว้ทันที
"เดี้ยวก่อน"
เป็นเต้าซื่อแห่งเจ้าสำนักจันทรคราส ที่เข้ามาขวางทางซือฟาง
"คิดจะปกป้องพวกมันรึ เต้าซื่อ"
ซือฟางเห็นเช่นนี้ก็จ้องมองเต้าซื่ออย่างโหดเหี้ยม