นิกายวายุโลหิตแล้วอย่างไร?
ภาพในห้องโถงของคฤหาสน์ตระกูลมู่ ที่เคยเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองของงานมงคลก่อนหน้านี้ ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นภาพแห่งความน่าหวาดกลัวที่เต็มไปด้วยเลือด
ไม่พูดไม่ได้ว่ามันน่าหวาดกลัวมาก เลือดอาบทั่วพื้น ร่างกายที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ ต่างเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
“พะ...พ่อพวกเราจะทำยังไง?” มู่อี้กู่ลูกชายคนโตของตระกูลมู่ได้พูดออกมาเสียงสั่น ถามผู้เป็นพ่ออย่างมู่อินกวง
มู่อินกวงจะตอบอะไรได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง หลินเฉินในสายตาของเขานั้น น่าหวาดกลัวเกินไป สามารถฆ่าผู้คนมากมายได้โดยที่ไม่แม้แต่จะกระพริบตา
และด้วยเรื่องที่เขาบังคับให้มู่อิงเสวี่ยแต่งงานกับชิงอู่ปัง เขาไม่เชื่อว่าหลินเฉินจะปล่อยเขาและตระกูลมู่ไป โดยเฉพาะมู่อี่กง ลูกชายของเขา
เรื่องที่มู่อี่กงพยายามฆ่าหลินเฉินหลายครั้ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ แต่เขาเพียงทำเป็นไม่เห็นเท่านั้น เพราะหลินเฉินทำให้ตระกูลมู่เสื่อมเสียชื่อเสียง
สิ่งที่มู่อี่กงลูกชายของเขาทำนั้น นับว่าสมควรทำอย่างยิ่ง แต่มาในตอนนี้ เขาไม่คิดว่ามันสมควรอีกต่อไป เขามีเพียงความเสียใจที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดเท่านั้น
‘พ่อเมื่อไหร่คุณจะกลับมา...’ ภายในใจของมู่อินกวงได้แต่หวังว่าพ่อของเขาจะกลับมาทัน เพราะในความคิดของเขา คงมีแต่พ่อของเขาที่จะจัดการเรื่องนี้ได้
จัดการที่ว่าไม่ใช่ว่าเป็นการฆ่าหลินเฉิน แต่เป็นการพูดคุยประนีประนอมให้หลินเฉินยุติเรื่องนี้
นี่ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้พ่อของตัวเองฆ่าหลินเฉิน มันล้วนเป็นเพราะว่าแม้แต่ชิงปู้เถียนยังถูกฆ่า พ่อของเขาที่เป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายเช่นเดียวกัน ไหนเลยจะมีความสามารถฆ่าหลินเฉินได้
เกรงว่าจะถูกฆ่าตายเหมือนกับชิงปู้เถียน เว้นแต่ว่าพ่อของเขาจะกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับราชาดวงดาวแล้วเท่านั้น ถึงจะฆ่าหลินเฉินได้!
หมานหูไห่ที่ยืนอยู่ที่มุมห้องโถง ร่างกายไม่อาจหยุดสั่นได้ นี่ไม่ใช่ว่าร่างกายของเขาสั่นเพราะความกลัว หากแต่เป็นสั่นเพราะความโกรธ
หลินเฉินกล้าฆ่าคนของเขาต่อหน้าต่อตาของเขาแบบนี้ มันเท่ากับเป็นการไม่เห็นหัวเขา เมื่อเป็นแบบนี้ เขาจะไม่รู้สึกโกรธได้ยังไง
เขาพลันหายตัวมาปรากฏตรงหน้าของหลินเฉิน
“เจ้ากล้าดียังไง ถึงฆ่าคนของข้า?” หมานหูไห่ถามเสียงเย็นชา
ในห้องโถงนี้ นอกจากหลินเฉินแล้ว ไม่มีใครได้ยินเสียงหรือมองเห็นตัวเขา เนื่องจากเขายังคงใช้พลังปราณปกปิดตัวตนเอาไว้
“มันคิดจะฆ่าข้า มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ข้าไม่ฆ่ามัน?”
หลินเฉินตอบอย่างเรียบเฉย ขณะเดียวกันเขาก็ทำให้มู่อิงเสวี่ยในอ้อมกอดของเขาสลบ ก่อนที่จะส่งเธอเข้าไปไว้ภายในมุกมิติและฝากให้เสี่ยวไป๋ดูแลเธอ
จากจุดนี้ เห็นได้ชัดว่าหมานหูไห่นั้นตึงมือสำหรับเขา เขาไม่อาจที่จะต่อสู้กับหมานหูไห่ไปพร้อมกับปกป้องมู่อิงเสวี่ยได้
หมานหูไห่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้เห็นการกระทำที่รวดเร็วของหลินเฉินในการทำให้มู่อิงเสวี่ยหายตัวไป
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยสักนิด สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว นั่นก็คือการฆ่าหลินเฉิน เพื่อระบายความโกรธที่เขามี
“ไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นใคร ข้าคือหมานหูไห่ ผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายวายุโลหิต!”
สาเหตุที่หมานหูไห่พูดเช่นนี้ไม่ได้มีเหตุผลใดอื่น นอกจากการทำให้หลินเฉินรู้สึกหวาดกลัว ก่อนที่จะฆ่าทิ้งก็เท่านั้น
ด้วยความที่หลินเป็นเป็นผู้ฝึกตน เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าหลินเฉินจะไม่รู้จักนิกายวายุโลหิต หนึ่งในสี่นิกายที่ซ่อนอยู่อันมีชื่อเสียงเลี่ยงลือและน่าเกรงขามหาใดเปรียบ
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของหลินเฉินหาได้แสดงความหวาดกลัวอันใดออกมาไม่ หลังจากที่เขาได้ฟังคำพูดของหมานหูไห่ เขายังคงสงบ และเพียงพูดออกมาอย่างเย็นชา “นิกายวายุโลหิตแล้วอย่างไร?”
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” คำพูดของหลินเฉิน แน่นอนว่ามันทำให้หมานหูไห่โกรธจนแทบบ้า เขาคิดไม่ถึงเลยว่าในโลกนี้ ยังมีคนที่ไม่หวาดกลัวต่อนิกายวายุโลหิตของเขาอยู่
ฟูม!
ทันใดนั้น หมานหูไห่ก็ระเบิดพลังออกมา อากาศรอบด้านของเขาแตกออก เวทีที่เขายืนอยู่ล้วนแล้วแต่พังทลายลง
หลินเฉินที่ยืนอยู่บนเวทีไม่ได้เสียสมดุลลงไป เนื่องจากเขายืนอยู่บนอากาศได้อย่างง่ายดาย
“วันนี้ถ้าข้าไม่ทรมานเจ้าจนตาย ข้าจะไม่ขอใช้แซ่ว่าหมานอีกต่อไป!” หมานหูไห่คำรามออกมา ก่อนที่จะยกฝ่ามือขึ้นคว้าออกไปที่ร่างของหลินเฉินที่ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงห้าก้าว
พริบตาที่มือของหมานหูไห่คว้าออกไป มือขนาดใหญ่สีแดงก็ปรากฏขึ้นมา ตรงไปที่ร่างของหลินเฉิน “ฝ่ามือโลหิต!”
หลินเฉินยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง อย่างไรก็ตาม เขาก็เคลื่อนไหวในที่สุด มือพลิกวูบหนึ่งกระบี่สีดำก็ปรากฏ
เมื่อกระบี่สีดำปรากฏขึ้นมาในมือ หลินเฉินก็ฟันออกไปครั้งหนึ่ง เกิดคลื่นการฟันสีฟ้าสดใสขึ้นมา พุ่งตัดแยกฝ่ามือโลหิตของหมานหูไห่ออกเป็นสองส่วน
ใบหน้าของหมานหูไห่แปรเปลี่ยน ฝ่ามือโลหิตนั้นเชื่อมกับมือของเขา เมื่อถูกหลินเฉินฟันจนแยกออก มือของเขาก็มีสภาพเดียวกัน
มองไปที่มองข้างหนึ่งของเขาตอนนี้ มันเป็นที่น่าหวาดกลัวมาก ถูกฟันแยกเป็นสองส่วนมีเลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ หมานหูไห่ก็ไม่ได้ร้องโหยหวนออกมาเลยสักนิด เพียงแสดงความเจ็บปวดออกมาทางใบหน้าเล็กน้อยเท่านั้น
เห็นได้ชัดเลยว่าหมานหูไห่ เป็นคนที่มีความอดทนต่อความเจ็บปวดไม่น้อยเลย
“อาวุธระดับกลาง!” ในเวลานี้เองที่หมานหูไห่ได้เห็นกระบี่สีดำในมือของหลินเฉินที่ใช้ฟันฝ่ามือโลหิตของเขาชัดตา ดวงตาของเขาต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ
จากนั้นภายในใจของเขาก็มีความตื่นเต้นดีใจขึ้นมา หากว่าเขาฆ่าหลินเฉินได้ อาวุธระดับกลางในมือของหลินเฉินก็จะตกเป็นของเขา
ถ้าได้อาวุธระดับกลางมา การตายของชิงปู้เถียนและผู้ฝึกตนตระกูลชิงทั้งหมดก็ไม่นับเป็นอะไรทั้งนั้น
จากจุดนี้ชัดเจนเหลือเกินว่าชีวิตของพวกชิงปู้เถียนเทียบไม่ได้กับสมบัติล้ำค่าอย่างอาวุธระดับกลาง
‘ข้าต้องได้มันมา เมื่อข้าได้มันมา ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นและตำแหน่งผู้อาวุโสก็จะสูงขึ้น!’ หมานหูไห่คิดในใจด้วยความโลภ
โดยไม่ลังเล เขาใช้พลังปราณระงับความเจ็บปวดและเลือดที่กำลังไหลออกมาราวกับสายน้ำไว้ ก่อนที่จะพุ่งทะยานร่างเข้าหาหลินเฉิน
สองดวงตาฉายชัดให้เห็นถึงความโลภและความต้องการฆ่า
“พายุโลหิต!” หมานหูไห่คำรามเสียงต่ำ พลันปรากฏพายุโลหิตอันรุนแรงขึ้นมา พุ่งเข้าหาหลินเฉิน หวังบดขยี้ร่างกายของเขาให้กลายเป็นเศษเนื้อ
หลินเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถอย เขาใช้สองมือกุมด้ามกระบี่ก่อนที่จะตวัดฟาดฟันขึ้น
คลื่นคมกระบี่ที่แหลมคมพลันผ่าพายุโลหิตของหมานหูไห่ได้อย่างง่ายดาย
ใบหน้าของหมานหูไห่เปลี่ยนสี เขารีบพุ่งทะยานร่างขึ้น เพื่อหลบคลื่นคมกระบี่ที่ยังไม่หายไปที่หลินเฉินฟาดฟันออกมา
ตูม!
อาจจะเป็นเพราะว่าหมานหูไห่เร่งรีบที่จะหลบคลื่นคมกระบี่ของหลินเฉินมากไป จึงทำให้ศีรษะของเขากระแทกกับเพดานห้องโถงจนมันแตกระเบิดออกเป็นรูขนาดใหญ
เศษวัสดุของเพดานต่างหล่นลงมาทับคนของตระกูลมู่และตระกูลชิงจนตายไปบางส่วน!
จบบทที่ 115