ตอนที่ 93
“ทำไมถึงไปส่งพวกเราไม่ได้ !!!” สตีฟได้ยินเสียงของซาร่าพูดถามใครบางคนด้วยน้ำเสียงค่อนข้างมีอารมณ์
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ค่ะ” เสียงโฟว์ตอบกลับซาร่าด้วยน้ำเสียงนิ่งๆไม่บ่งบอกอารมณ์
นี่มันเกิดอะไรขึ้นฟระแล้วเราอยู่ที่ไหน นี่เราหนุนตักซาร่าอยู่งั้นเหรอ !!! สตีฟคิดในใจเขานั้นรู้สึกตัวแล้วแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นมาเพราะสัญชาตญาณบอกว่าให้เขาแกล้งหมดสติต่อไปก่อน
“เพราะอะไรกันคะตอบฉันได้หรือเปล่า” เสียงซาร่าถาม
“ไม่จำเป็นต้องตอบค่ะถึงแม้ฉันจะไปส่งคุณและคุณสตีฟได้จริงๆแต่ฉันก็ไม่มีเวลาว่างพอจะย้อนกลับไปที่อเมริกาก่อนหรอกนะคะเพราะฉันยังมีกำหนดการต้องไปรัสเซียในอีกสองสัปดาห์” โฟว์พูดเธอนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเธอถึงไม่อยากจะอธิบายให้ซาร่าฟังเรื่องสกิลของเธอ
เธอมองดูสตีฟที่ยังนอนหนุนตักซาร่าอยู่แล้วก็รู้สึกไม่ชอบใจเสียขึ้นมาดื้อๆ
“หึพูดแบบเห็นแก่ตัวจังเลยนะคะเราก็แค่ขอให้คุณใช้สกิลของคุณส่งพวกเรากลับอเมริกาเท่านั้น ทั้งๆที่พวกคุณใช้สตีฟไปเสี่ยงอันตรายที่เม็กซิโกแท้ๆ อ้อจริงสิก่อนหน้านั่นสตีฟก็ช่วยคุณมาจากเจ้าตัวที่ชื่อโกทแมนนี่นา ไม่คิดจะตอบแทนสตีฟเขาหน่อยเหรอคะ” ซาร่าพูดเรื่องบุญคุณของสตีฟขึ้นมา
“เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับคุณค่ะมันเป็นข้อตกลงของฉันและคุณสตีฟ” โฟว์พูดออกมาหน้าตาเฉย
ปัง !! ซาร่าที่ได้ยินดังนั้นก็ทุบโต๊ะอย่างรุนแรง
ยัยนี่กล้าบอกว่าฉันไม่เกี่ยวได้ยังไงสตีฟเป็นสามีฉันนะยะ ซาร่าคิดในใจอย่างโกรธๆที่โฟว์พูดออกมาอย่างนี้
ส่วนสตีฟเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วเขาจึงรีบแกล้งตื่นทันที
“อืม....ที่นี่มันที่ไหนกัน” สตีฟพูดก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“ตื่นแล้วเหรอพ่อตัวดี หึ!!!” ซาร่าถามสตีฟอย่างงอลๆเพราะดันไปหมดสติเพราะเรือนร่างของยัยโฟว์เสียได้
“ฟื้นแล้วเหรอคะคุณสตีฟอาการเป็นยังไงบ้างคะปวดหัวหรือเปล่า” โฟว์ถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเป็นห่วงจนซาร่ารู้สึกหงุดหงิด
“สตีฟลุกขึ้นไปกันได้แล้ว ลาก่อนนะคุณโฟว์เราจะหาทางกลับกันเอง” ซาร่าพูดก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาและลากสตีฟขึ้นมาด้วยทันที
“เดี๋ยวก่อนสิซาร่าใจเย็นๆก่อนค่อยๆคุยกันดีกว่ามั้ย” สตีฟพูดพลางพยายามดึงเธอให้นั่งลงก่อน
“จะคุยอะไรกันอีกล่ะยัยนี่ไม่คิดจะช่วยส่งพวกเรากลับไปอเมริกาอยู่แล้วเราหาทางกลับกันเองก็ได้สตีฟขนาดขามาเรายังมากันได้เลย” ซาร่าพูด
“นี่ใจเย็นๆก่อนสินั่งลงก่อนนะที่รักใจร่มๆ” สตีฟรีบพูดก่อนจะดึงซาร่าให้นั่งลงได้ในที่สุดไม่รอช้าสตีฟรีบหันไปถามโฟว์ทันที
“นี่คุณโฟว์ยังไงในฐานะที่ผมเคยร่วมงานกับคุณ คุณพอจะบอกเหตผลให้ผมและภรรยาฟังได้มั้ยทำไมถึงส่งพวกเรากลับไปไม่ได้” สตีฟถาม
ยัยนั่นไม่ตอบหรอกตอนนายหมดสติอยู่ยัยนั่นพูดแต่ว่าไม่ได้ ซาร่าคิดในใจแต่ทันใดนั้นเองจู่ๆโฟว์ก็ตอบออกมาต่างจากตอนที่คุยกับเธอลิบลับ
“เพราะสกิลของฉันมันไม่ได้ใช้ได้ต่อเนื่องน่ะสิคะคุณสตีฟ อย่างที่เคยอธิบายให้คุณฟังไปที่แคนนาดาสกิลประตูมิติของฉันยิ่งใช้เดินทางไประยะไกลเท่าไหร่ก็ยังใช้เวลาเตรียมสกิลนานเท่านั้น แถมมันยังมีเอฟเฟคผลกระทบอีกด้วย” โฟว์อธิบาย
“เอฟเฟคผลกระทบงั้นเหรอครับ” สตีฟสงสัย
“ใช่ค่ะเอฟเฟคนั่นก็คือหลังจากที่ฉันใช้เดินทางจากอเมริกามาฝรั่งเศสนี่แล้วสกิลประตูมิติของฉันจะไม่สามารถใช้ได้ไปอีกสองสัปดาห์ หรือก็คือตอนนี้ฉันกลายเป็นคนไร้สกิลไปแล้วค่ะ” โฟว์พูด
“หือนี่คุณใช้สกิลประตูมิติไม่ได้ไปอีกสองสัปดาห์งั้นเหรอครับเนี่ย !!” สตีฟอุทาน
ยัยนี่ทีสตีฟถามล่ะก็ตอบเสียงอ่อนเสียงหวานแถมยังอธิบายซะละเอียดทีฉันถามตอบแต่ไมได้ๆ ซาร่าเริ่มกำหมัดแน่นตอนนี้เธออยากจะเหาะออกไปต่อยพวกสัตว์กลายพันธ์ให้เละเป็นโจ๊กเพื่อระบายอารมณ์
“อย่างนี้แสดงว่าถ้าผมและภรรยารออีกสองสัปดาห์คุณสามารถไปส่งเราได้มั้ย” สตีฟถาม
“อืม....ถึงแม้จะทำให้กำหนดการณ์ไปรัสเซียของฉันเลื่อนไปอีกหน่อยแต่คิดว่าน่าจะได้ค่ะ” โฟว์คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมาอย่างไม่ลังเลทำให้ซาร่าถึงกับเดือดปุดๆเพราะว่าตอนเธอถามยัยนี่ยังอ้างเรื่องกำหนดการณ์ไปรัสเซียอยู่เลย ทีตอนนี้ดันมาบอกว่าเลื่อนได้ซะงั้น
“โอ้ขอบคุณมากเลยนะครับ” สตีฟรีบพยักหน้าอย่างดีใจเขานั้นไม่ต้องติดอยู่ทวีปยุโรปอีกแล้ว
“ถ้ายังไงระหว่างรอให้ครบสองสัปดาห์ให้ฉันหาที่พักให้คุณดีมั้ยคะยังไงก็พักห้องนี้ก็ได้มันยังมีห้องว่างอีกหลายห้อง” โฟว์พูดโดยไม่ได้เอ่ยถึงซาร่าเลยสักนิดทำให้ซาร่าฟิวส์ขาดทันที
“ไม่ต้องสตีฟไปเราไปหาที่พักกัน แล้วอีกสองสัปดาห์เราจะมาหาใหม่” ซาร่ารีบลุกขึ้นก่อนจะลากสตีฟออกจาห้องของโฟว์ไปถ้าเธออยู่ต่ออีกสักสองสามนาทีมีหวังได้วางมวยกับยัยโฟว์นั่นแน่ๆ
หลังจากออกจากสมาคมฮีโร่มาซาร่าก็เงียบมาตลอดทางจนสตีฟอดถามไม่ได้
“เป็นอะไรไปที่รักอารมณ์เสียอยู่เหรอ” สตีฟถามแต่ซาร่าไม่ตอบสตีฟเห็นดังนั้นก็รถเวสป้าของเขาออกมาเพื่อจะขับไปตามหาที่พัก
“สตีฟพาฉันไปหาสัตว์กลายพันธ์หน่อย !!!” จู่ๆซาร่าก็เดินขึ้นไปนั่งที่เบาะด้านหลังและบอกกับสตีฟ
“หือไม่ไปหาที่พักก่อนเหรอ” สตีฟถามเขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ในที่สุดซาร่าก็ยอมพูดแล้วแสดงว่าอารมณ์เย็นลงบ้างแล้ว
“ไม่ต้องพาฉันไปหาสัตว์กลายพันธ์หน่อยฉันอยากเก็บเลเวล !!!” ซาร่าพูดพลางยกมือขึ้นกอดอก
“ออที่แท้อยากเก็บเลเวลได้สิ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาฮีโร่แถวๆนี้ก่อนจะวิ่งไปถาม
“นี่ๆพี่ชายแถวๆนี้พอจะมีที่ไหนมีสัตว์กลายพันธ์ให้พวกเราไปเก็บเลเวลบ้างมั้ย” สตีฟถาม
“แถวนี้งั้นเหรอลองไปดูที่สวนลักเซมเบิร์กดูสิมันอยู่ห่างไปครึ่งชั่วโมง” ฮีโร่คนนั้นแนะนำ
“ขอบคุณครับพี่ชาย” สตีฟพยักหน้า
“ได้เรื่องแล้วซาร่าเราเราไปกันเถอะมันอยู่ห่างไปครึ่งชั่วโมงเอง” สตีฟพูด
“รีบไปสิไม่อย่างนั้นฉันจะเหาะไปเองแล้วนะ” ซาร่าพูด
“อืมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะขึ้นมาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ย๊าก !!! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! เสียงซาร่าร้องตะโกนออกมาก่อนจะพุ่งเข้าไปต่อยสัตว์กลายพันธ์เลเวลแปดสิบห้าตัวหนึ่งไม่ยั้งจนร่างของมันกลายเป็นเนื้อบด
“อูยไหนบอกว่าจะมาเก็บเลเวลนี่มาระบายอารมณ์ชัดๆแถมมันแค่เลเวลแปดสิบห้าเองเธอจะไปได้ประสบการณ์ได้ยังไงเล่า” สตีฟร้องอย่างเสียวๆ
“แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !!” ซาร่าหอบหายใจก่อนจะสูดหายใจลึกๆและมองหาสัตว์กลายพันธ์ตัวต่อไปทันทีส่วนสตีฟก็มีหน้าที่มาตามเก็บซากเนื้อบดของมันลงกระเป๋ามิติ
“ช่วงนี้ไม่พาเธอไปเจอคุณโฟว์จนกว่าจะครบสองสัปดาห์ท่าจะดีกว่าแฮะ” สตีฟพูดออกมาเบาๆก่อนจะเดินตามซาร่าไปก่อนที่จะคลาดสายตา
ตอนนั้นเองจู่ๆแสงจากดวงอาทิตย์มันก็แยงเข้าตาของสตีฟ
“โอ๊ยแสบตาแสงมาจากไหนฟระ” สตีฟบ่นออกมา
“จากทางนั้นหรือเปล่า” ซาร่าชี้ไปก่อนสตีฟจะเห็นยอดของอะไรสักอย่างคล้ายพีระมิดซึ่งมันกำลังสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์มาทางนี้อยู่พอดี
“นั่นมันยอดของพิพิธภัณฑ์ลูฟรว์งั้นเหรอ” สตีฟพูด (จริงๆพิพิธภัณฑ์ลูฟรว์ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนมองเห็นได้หลายกิโลนะครับผมแค่สมมุติขึ้นมาเพื่อใช้ในการแต่งนิยายเฉยๆ)
“น่าจะใช่นะนึกไม่ถึงอยู่ห่างไปตั้งหลายกิโลยังมองเห็นได้แบบนี้” ซาร่าพูด
“อืมที่นี่ถ้าจำไม่ผิดจากที่เห็นบนป้ายบอกทางน่าจะห่างจากพิพิธภัณฑ์ราวๆสามกิโลเมตรนะ” สตีฟบอกจังหวะนั้นเองจู่ๆสตีฟก็รู้สึกเหมือนเห็นเงาของคนอยู่บนยอดของพิพิธภัณฑ์
“หือตาฝาดงั้นเหรอ” สตีฟยกมือขึ้นขยี้ตาก่อนจะลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นเงาของคนนั่นแล้ว
สงสัยจะตาฝาด สตีฟคิดในใจก่อนจะหันไปถามซาร่า
“นี่ซาร่าพิพิธภัณฑ์ลูฟรว์นี่ใช่ที่ๆเก็บรูปโมนาลิซ่าเอาไว้ใช่ป่ะ” สตีฟถามเพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจนัก
“อือใช่มันเป็นรูปที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ซึ่งถ้าจำไม่ผิดมันถูกวาดเอาไว้โดยเลโอนาร์โด ดา วินชี่” ซาร่าพูด
“นี่ซาร่าเธอว่าพิพิธภัณฑ์มันยังเปิดอยู่ป่ะ” สตีฟถาม
“มันจะไปเปิดได้ยังไงล่ะมันไม่มีนักท่องเที่ยวแล้วซักหน่อย” ซาร่าพูด
“อย่างนั้นเหรอแต่ผมอยากเห็นรูปนั่นสักครั้งจังเลยอ่ะเราไปดูกันมั้ยเธอเองก็เลิกรังแกสัตว์กลายพันธ์พวกนี้เถอะจัดการมันไปก็ไม่ได้ค่าประสบการณ์ ไหนๆเรามาอยู่ฝรั่งเศสทั้งทีมีเวลาอีกสองสัปดาห์เราเที่ยวกันให้ทั่วเถอะนะ” สตีฟพูด
“อืม...ลองไปดูก่อนก็ได้มั้งถ้าเขาเปิดให้เข้าจะลองเข้าไปดูละกันว่าแต่พอนายพูดแบบนั้นแล้วฉันเองก็อยากจะไปหอไอเฟลดูสักครั้ง” ซาร่าพูดเธอเองไม่เคยมาเที่ยวฝรั่งเศสเหมือนกัน
“เยสถ้าอย่างนั้นรีบไปกันเถอะ” สตีฟชกลมอย่างดีใจที่ซาร่ายอมไปไม่รอช้าสตีฟรีบขับรถพาเธอไปทันที
เมื่อมาถึงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟรว์สตีฟก็ต้องอ้าปากค้างกับความโอ่อ่าและกว้างใหญ่ของสถานที่แห่งนี้
“โหโคตรกว้างเลยนี่มันกี่สนามฟุตบอลกันเนี่ย !!!” สตีฟอุทานออกมา
“ว่าแต่ไม่มีคนเลยแฮะเงียบยังกับสุสาน” สตีฟพูด
“ก็บอกแล้วไงล่ะว่ามันไม่มีนักท่องเที่ยวหรอกในยุคแบบนี้ใครจะมีกะจิตกะใจออกมาเที่ยวกันทุกคนต่างดิ้นรนใช้ชีวิตกันทั้งนั้นแหละ” ซาร่าพูดเพราะโลกตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
“อืม..ว่าแต่เราเข้าไปดูกันหน่อยมั้ยดูสิประตูเปิดอยู่ด้วยแหละ” สตีฟพูดพลางชี้ไปที่ประตูทางเข้าซึ่งมันถูกเปิดเอาไว้แง้มๆ
“ไม่ดีมั้งสตีฟดูสิป้ายนั่นมันถูกติดเอาไว้ว่าสถานที่ห้ามเข้านะแถมป้ายยังใหม่อยู่น่าจะเป็นป้ายของใหม่นะไม่ใช่ของเดิม” ซาร่าชี้ไปที่ป้ายที่เขียนเอาไว้ว่าห้ามเข้า
“แต่ผมอยากเห็นรูปโมนาลิซ่าที่คนเขาพูดกันว่ามันสวยนักสวยหนานี่นาแถมไม่แน่ว่าเราจะมีโอกาสมาฝรั่งเศสอีกเสียเมื่อไหร่” สตีฟบอกก่อนจะเดินเข้าไปทันที
“อ๊ะเดี๋ยวก่อนสิสตีฟ” ซาร่าร้องเรียกสตีฟแต่ไม่ทันเสียแล้วสตีฟเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แล้วทำให้ซาร่าได้แต่จนใจวิ่งตามสตีฟเข้าไป
โดยสตีฟและซาร่านั้นไม่ได้สังเกตเลยว่าเหตุใดประตูมันถึงเปิดอยู่ถ้ามองให้ดีๆล่ะก็จะเห็นว่าล็อกที่ใช้ปิดประตูเอาไว้มันถูกตัดโดยเครื่องมือบางอย่าง
จบ...