ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 32 เป็นแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยไม่ได้โชว์ศักยภาพที่แท้จริง

    ซุนอิงมองไปที่ฉินลู่และกล่าวด้วยความชื่นชม “คารมของนายนี่ไม่ธรรมดาจริงๆการเป็นหมอในมหาวิทยาลัยทำให้นายไม่ได้โชว์ศักยภาพจริงๆ”

            “อย่ามาล้อเล่นน่า เธอไปก่อนเถอะ ฉันจะไปเดินเล่นหน่อยไปดูว่าชีวิตของเหล่าคนมีตังค์มันจะสักแค่ไหนกันเชียว” ฉินลู่โบกมืออันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากเป็นแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยหรอก แต่มันไม่มีทางเลือกขัดคำสั่งอาจารย์ไม่ได้...

            “ฮ่าๆๆ ก็ได้ ฉันเข้าไปก่อนนะ” ซุนอิงโบกมือให้ฉินลู่จากนั้นก็เข้าไปในคฤหาสน์

            ซุนหย่งที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นซุนอิงเดินเข้าไปในคฤหาสน์เขาก็ตามเข้าไป ตอนเดินผ่านฉินลู่เขาก็พยักหน้าให้อย่างเป็นมิตร

            ฉินลู่ยิ้มตอบ จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะจัดเลี้ยง หยิบของว่างขึ้นมากิน

            ในเวลานี้ แขกจำนวนมากในคฤหาสน์ก็ล้อมเข้ามาพยายามเข้ามาทักทายและพูดคุยกับฉินลู่ เพราะต้องการรู้จักตัวตนและภูมิหลังของเขา

            คนที่สามารถใกล้ชิดสนิทสนมกับหลานสาวคนโตของตระกูลซุนได้ขนาดนั้นจะเป็นคนธรรมดาเหรอ

            คนในแวดวงธุรกิจเหล่านี้อ่อนไหวต่อผลประโยชน์และเส้นสายมากพวกเขาต้องการทำความรู้จักกับฉินลู่

            “แอ๊ด”

            ขณะที่ทุกคนเข้ามาล้อมฉินลู่ ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออกชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องไปที่ฉินลู่อย่างเย้ยหยันและพูดเสียงดังว่า "โอ้นี่ไม่ใช่หมอฉินลู่ แพทย์ประจำมหา’ลัยหวาชิงหรอกหรือนายก็มาด้วยเหรอเนี่ย”

            บุคคลนี้เป็นหนึ่งในคนที่ตามจีบซุนอิง ชายสวมชุดสูท หม่าเสี่ยวเวย

            เขาจงใจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของฉินลู่เสียงดังบอกกับทุกคนว่าฉินลู่เป็นแค่แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยเล็กๆ เท่านั้นเขาไม่ได้มีภูมิหลังที่ลึกลับอะไร ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมาล้อมเขา

            ทันใดนั้น คนที่อยู่รอบๆ ฉินลู่ก็มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

            ฉินลู่ไม่ได้รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด พูดออกมาอย่างโล่งใจว่า“สวัสดีครับคุณหม่า วันนี้คุณซุนเชิญผมมา ไม่เช่นนั้น แพทย์ประจำมหา’ลัยอย่างผมก็คงจะเข้ามาไม่ได้หรอก”

            คำตอบที่ตรงไปตรงมาของฉินลู่ไม่ได้ทำให้เขาเสียหน้า แต่กลับทำให้ผู้คนต่างมองมาที่เขาอย่างชื่นชม

            หลายคนต่างก็คิดในใจ ความคิดของชายหนุ่มคนนี้ในอนาคตจะทำให้เขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร้ขีดจำกัดแน่นอน

            หม่าเสี่ยวเวยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำตอบของฉินลู่

            เดิมทีเขาเปิดเผยตัวตนของฉินลู่เพราะอยากจะทำให้เขาเสียหน้าไม่มีจุดยืน

            หลังจากที่ฝูงชนแยกย้ายกันไป หม่าเสี่ยวเวยก็เดินไปหาฉินลู่มองเขาด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตร “ฉินลู่ หลายวันมานี้ฉันได้สืบเรื่องของนายมาอย่างละเอียดแล้วและฉันก็รู้แผนของนายแล้วด้วย”

            “แผนของฉัน?” ฉินลู่ถามด้วยความสงสัย“ขอถามหน่อย ฉันมีแผนอะไร ทำไมฉันไม่รู้ แต่นายกลับรู้”

            “เหอะ!”หม่าเสี่ยวเวยแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา และกล่าวว่า “ไม่ต้องมาเสแสร้งนายรู้ความคิดของตัวเองดี นายแค่ต้องการตามจีบซุนอิงไม่ใช่เหรอถึงได้ใช่เล่ห์เหลี่ยมเหล่านั้นต่อหน้าเธอ นายอาจจะปิดบังซุนอิงได้แต่นายผิดบังฉันไม่ได้หรอก ฉันแนะนำให้นายรีบล้มเลิกแผนที่ไร้สาระนี้ไปซะนายไม่รู้เหรอไงว่าตัวเองเป็นใคร เป็นแค่แพทย์ประจำมหา’ลัยเล็กๆแต่อยากจะมาตามจีบซุนอิง รู้จักประเมินตัวเองบ้างไหม”

            ฉินลู่ไม่ตอบแต่ใช้แววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนมองไปที่หม่าเสี่ยวเวย

            หม่าเสี่ยวเวยคิดว่าฉินลู่ฟังอยู่จึงพูดต่อว่า“ทุกเรื่องก็มีระดับของมัน คุณหนูตระกูลซุนอยู่ระดับไหนมีเพียงชายหนุ่มอย่างฉันเท่านั้นที่คู่ควร นายก็ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างว่าตัวเองเป็นใครต่อไปได้โปรดอยู่ห่างจากซุนอิงหน่อย เธอไม่ใช่คนที่นายจะสามารถเข้าใกล้ได้”

            ฉินลู่ถอนหายใจ จากนั้นก็พูดกับหม่าเสี่ยวเวยว่า “อย่างแรกเลยนะฉันไม่ได้มีแผนการอย่างที่นายพูดสักนิด คนที่มีแผนการจริงๆ เป็นนายนั่นแหละ และสองความสัมพันธ์ของฉันกับซุนอิงก็เป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น เราสนิทกันมากแต่มันไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบที่นายคิด สุดท้ายนายก็ควรดูสถานะของตัวเองด้วยนายมีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้ฉันเป็นเพื่อนกับซุนอิง”

            หม่าเสี่ยวเวยเหลือบมองไปที่ฉินลู่ด้วยแววตามืดมนจากนั้นก็เอนตัวเข้าไปใกล้หูของฉินลู่ พูดเบาๆ ว่า “ฉินลู่ ฉันจะบอกนายให้นะเงินก็คือสิทธิ์ และหมัดก็คือสิทธิ์ ฉันแนะนำให้นายฟังคำแนะนำของฉันอยู่ให้ห่างจากซุนอิงไว้ ไม่เช่นนั้นนายจะต้องรับผลที่ตามมาอย่างน่าอนาถเชื่อเถอะว่าฉันทำได้จริง ในเมืองจิงเฉิงมีผู้คนจำนวนมากหายตัวไปจากโลกนี้ทุกวันฉันไม่อยากให้นายเป็นคนต่อไปเลยจริงๆ”

            ฉินลู่หรี่ตามองหม่าเสี่ยวเวยแล้วพูดว่า “เมืองจิงเฉิงอันตรายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”

            “ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู”

            แววตาของฉินลู่เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที“ฉันเข้าใจถูกไหมว่านายกำลังขู่ฉัน”

            “ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย” หม่าเสี่ยวเวยรีบส่ายหัวด้วยท่าทางเสแสร้งแล้วก็พูดอย่างเย็นชา “แต่แน่นอน นายจะเข้าใจอย่างนั้นก็ได้”

            “โอเค” ฉินลู่พยักหน้าและพูด “ฉันเข้าใจแล้ว”

            “เข้าใจแล้วก็ดี” หม่าเสี่ยวเวยตบไหล่ฉินลู่แล้วก็หันหลังเดินจากไป

            ฉินลู่มองตามแผ่นหลังของหม่าเสี่ยวเวย รอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

            หลังจากที่หม่าเสี่ยวเวยจากไปฉินลู่ก็ยังคงกินของว่างที่อยู่บนโต๊ะต่อ

            ต้องบอกเลยว่าเชฟที่ตระกูลซุนเชิญมาไม่ธรรมดาเลยทั้งหน้าตาและรสชาติจัดว่าอยู่ในระดับที่สูงมากทีเดียว

            ฉินลู่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย พลันรู้สึกว่ามีคนกำลังดึงเสื้อผ้าของเขาอยู่ข้างหลัง

            ฉินลู่หันกลับมาด้วยความประหลาดใจซุนอิงยืนอยู่ข้างหลังเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ยังกินอยู่อีกเหรองานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว เราเข้าไปกันเถอะ”

            “โอเค” ฉินลู่พยักหน้าแล้วตามซุนอิงเข้าไปในคฤหาสน์

            สไตล์การตกแต่งคฤหาสน์ของตระกูลซุนนี้ค่อนข้างเรียบง่ายแต่ฉินลู่มองแค่แวบเดียวก็รู้ทันทีว่าอิฐและกระเบื้องทุกชิ้นมีราคาแพงมาก

            โดยเฉพาะกระถางบอนไซสนแดงที่วางอยู่บนชั้นกลางห้องโถง ราคาน่าจะประมาณ200,000 หยวน

            “ฉันจะพานายไปนั่งที่โต๊ะของเพื่อนฉัน” ซุนอิงพูดขณะที่เดินนำฉินลู่ไปที่โต๊ะริมหน้าต่างที่โต๊ะมีหนุ่มสาวหลายคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

            “งานเลี้ยงจัดที่นี่เหรอ” ฉินลู่ถามอย่างสงสัย

            “ใช่น่ะสิ! จัดที่นี่แหละ” ซุนอิงพยักหน้า

            ฉินลู่มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นคนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ด้านนอกเขาจึงถามขึ้น “แล้วคนข้างนอกล่ะ แม้ว่าห้องโถงนี้จะไม่เล็กแต่ก็คงไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากขนาดนั้นได้หรอกใช่ไหม”

            “อ้อ นายหมายถึงคนที่อยู่ข้างนอกนั่นเหรอ” ซุนอิงเหลือบมองผู้คนที่อยู่นอกหน้าต่างแล้วอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ “พวกเขาไม่เข้ามาหรอก”

            “ไม่เข้ามา”

            “ใช่ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ามากินข้าวได้”

            ฉินลู่พยักหน้าและยกนิ้วโป้งให้“คนในเมืองอย่างพวกเธอนี่รู้วิธีเล่นเกมจริงๆ”

            “อย่ามาล้อกันนะ มาเถอะ ฉันจะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก” ซุนอิงพูดแนะนำฉินลู่ด้วยรอยยิ้ม

            “นี่คือเพื่อนสนิทของฉัน ชื่อชุยฮุ่ยฮุ่ย ฮุ่ยฮุ่ยนี่คือเพื่อนใหม่ที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟังฉินลู่”

            ผู้หญิงรูปร่างสง่างามยืนขึ้นจากที่นั่งของเธอ มองฉินลู่อย่างพิจารณาจากนั้นก็ยื่นมือออกมาแล้วพูดว่า“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชุยฮุ่ยฮุ่ย ยินดีที่ได้รู้จัก”

            “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

            ฉินลู่จับมือของหญิงสาว แต่ทันใดนั้นก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ

            เพราะมือของหญิงสาวคนนี้หยาบกร้านมาก!

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน