ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 104 ยอมพลีชีพไม่ยอมจำนน, ยอมแล้ว

            หลงเซี่ยวอวี่ยื่นนิ้วออกคลึงจี้จุดบนหัวไหล่ของมู่จื่อหลิงสองครั้ง

            มู่จื่อหลิงจึงรู้สึกว่าความเจ็บปวดบนไหล่ตนเองบรรเทาลงไปมาก

            นางเหมือนเข้าใจขึ้นมาในทันทีว่าความเจ็บปวดหลังจากโดนฝ่ามือซื่อเสวียนนั้นมิใช่อาการเจ็บป่วยอันใดดังนั้นระบบซิงเฉินจึงตรวจจับไม่ได้ และผู้ที่มีวรยุทธ์เท่านั้นถึงจะจับสังเกตได้

            ต้องเป็นเช่นนี้แน่ด้วยเหตุนี้หลังจากที่หลงเซี่ยวอวี่จับชีพจรให้นางจึงรู้ว่าเป็นฝ่ามือซื่อเสวียน

            แม้ความเจ็บปวดจะลดลงแต่มู่จื่อหลิงก็ยังตัวอ่อนยวบคุดคู้อยู่ในอ้อมแขนของหลงเซี่ยวอวี่อ่อนแรงเสียจนไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะพูดจา

            นางจึงได้แต่พูดด้วยเสียงแผ่วเบา“วิธีถอนพิษในตัวท่านแม่ก็คือใช้พิษถอนพิษ ใส่หนอนพิษเข้าไปในตัวนาง เล่อเทียนเจ้าโคจรลมปราณใช้กำลังภายในดันหนอนพิษเข้าไปในเส้นลมปราณตลอดทั้งร่างทุกเส้นเลือด ให้หนอนพิษเข้าไปดื่มกินพิษ”

            เพราะมู่เจิ้นกั๋วอยู่ในที่แห่งนั้นด้วยมู่จื่อหลิงจึงไม่กล้าพูดว่ากู่ควบคุมใจออกไปโดยตรงแล้วทำให้เขาคิดมากจึงได้แต่พูดว่าหนอนพิษ

            ใช้พิษถอนพิษนั้นเป็นวิธีถอนพิษที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง

            พอนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ดี

            แต่ว่า

            ต้องนำหนอนพิษเข้าไปในเส้นปราณทั้งร่างนั้นเล่อเทียนไม่เชื่อถือแม้แต่น้อย

            “หวางเฟยเช่นนั้นต้องใช้หนอนพิษมากมายเพียงใด และหนอนพิษต่อให้เล็กก็เล็กไปไม่ถึงไหนไร้หนทางจะเข้าไปในเส้นลมปราณทั้งร่างกายอย่างสิ้นเชิงหากเส้นเลือดถูกหนอนพิษทำให้แตกเข้า คนไข้ก็จะสิ้นชีวิต”

            ไม่ใช่ว่าเล่อเทียนไม่เชื่อมั่นในมู่จื่อหลิงเพียงแต่มู่จื่อหลิงพูดว่าต้องการนำหนอนพิษเข้าไปในเส้นลมปราณทั้งร่างต่อให้หลงเซี่ยวอวี่โคจรกำลังภายในโน้มนำด้วยตนเอง ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีทางสำเร็จอย่างสิ้นเชิง

            หากหนอนพิษดันขึ้นมาทำให้เส้นเลือดแตกออก เช่นนั้นต่อให้เป็นเทพยดาก็ไร้หนทางรักษาแล้ว

            “หลิงเอ๋อร์วิธีนี้สามารถใช้ได้จริงๆ หรือ?” มู่เจิ้นกั๋วเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

            ที่เล่อเทียนพูดก็มีเหตุผลแม้เขาจะไม่รู้การแพทย์แต่เส้นลมปราณสำหรับผู้ฝึกยุทธ์นั้นก็คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าคุ้นเคยเขาเองก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้

            สีหน้าหลงเซี่ยวอวี่ก็ปรากฏความประหลาดใจสตรีผู้นี้ไปนำหนอนพิษขนาดเล็กเพียงนั้นมาจากที่ใด

            วินาทีต่อมาหลงเซี่ยวอวี่ก็รู้ว่าหนอนพิษที่มู่จื่อหลิงเอ่ยถึงคือสิ่งใด?

            ดวงตามู่จื่อหลิงหรี่ลงน้อยๆริมฝีปากไร้ซึ่งสีเลือดยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าพูดวิธีนี้ออกมาย่อมต้องเป็นหนอนพิษที่เล็กอย่างยิ่งแล้วแต่ว่าข้ามีคางคกม่วงที่ยามนี้อยู่ในมือของใต้เท้าเสิ่นแห่งศาลต้าหลี่ ต้องมีคางคกม่วงจึงจะสำเร็จ”

            เพียงคิดถึงกู่ควบคุมใจก็จะคิดถึงความเอื้อเฟื้อของฮองเฮาเมื่อคิดถึงความเอื้อเฟื้อของฮองเฮามู่จื่อหลิงก็อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

            ฉีอ๋องนั้นเฉลียวฉลาดในระดับใดฟังถึงครึ่งประโยคหลัง เขาก็รู้ว่าหนอนพิษที่เล็กยิ่งนักคือสิ่งใด

            มู่จื่อหลิงมิได้ใช้คางคกม่วงถอนพิษกู่ของหลงเซี่ยวหนานหรือ

            เพียงแต่

            ทันใดนั้นสีหน้าของหลงเซี่ยวอวี่ก็เข้มขึ้นเล็กน้อยยื่นแขนเรียวยาวไปรัดรอบเอวคอดบางของมู่จื่อหลิงไว้แน่นราวกับแฝงไปด้วยการลงโทษ

            น่าเสียดายที่มู่จื่อหลิงเดิมทีเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรงผนวกกับความเจ็บปวดบนหัวไหล่ ยามนี้ทำให้นางนั้นไร้ความรู้สึกไปทั้งตัวในชั่วแวบแรกนางจึงไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อย

            ดวงตาของเล่อเทียนที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีกกำลังจะเอ่ยปากถามว่าเป็นหนอนพิษชนิดใดก็ถูกเสียงหนึ่งขัดจังหวะเสียก่อน

            “เรื่องเร่งด่วนเช่นนี้แม่ทัพมู่ไปที่ศาลต้าหลี่นำคางคกม่วงมาเดี๋ยวนี้”หลงเซี่ยวอวี่สั่งมู่เจิ้นกั๋วอย่างเรียบเฉยด้วยสีหน้าเย็นชาทว่าน้ำเสียงกลับมีความน่าเกรงขามที่ยากต่อการโต้แย้ง

            “น้อมรับบัญชาเหล่าเฉินจะไปเดี๋ยวนี้” มู่เจิ้นกั๋วขานรับอย่างนอบน้อม

            แม้มู่เจิ้นกั๋วจะอยากรู้ว่าเป็นหนอนพิษอันใดแต่ยามนี้หลงเซี่ยวอวี่ก็เอ่ยปากด้วยตนเองแล้ว เขาจึงไม่กล้าคิดมาก ไม่ชักช้ารีรอตอบรับด้วยความเคารพแล้วออกไป

            เรื่องราวเร่งด่วนก็คือเร่งด่วน

            เดิมมู่จื่อหลิงกำลังคิดว่ากุ่ยหยิ่งกุ่ยเม่ยตามมาที่สวนจิ้งซินด้วยหรือไม่จะได้ให้พวกเขาไปนำคางคกม่วงกลับมาจากศาลต้าหลี่สักเที่ยวหนึ่ง

            หมอนี่กลับดีนักสั่งให้แม่ทัพมู่ผู้ยิ่งใหญ่วิ่งเต้นให้ ด้วยการสั่งให้ไปเช่นนี้

            แม้ว่าในสมองนางจะคิดหาเหตุผลมากมายว่าจะแยกบิดานางออกไปได้อย่างไร

            แต่คิดไม่ถึงว่าหลงเซี่ยวอวี่จะตรงไปตรงมาออกปากอย่างทรงอำนาจน่าเกรงขามเช่นนี้ก็ให้คนจากไปได้แล้ว

            เพียงแต่ว่าความเฉียบขาดอันน่าเกรงขามของหมอนี่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดจริงหรือ?

            ถึงกระนั้นจะเก็บงำไว้เสียหน่อยมิได้เลยหรือบัญชาผู้อื่นเคร่งครัดเพียงนี้ทำให้คนมิอาจขัดขืนได้โดยง่าย

            จำต้องพูดว่า ฉีหวางเฟยสิ่งที่ท่านคิดนั้นเป็นความจริงความทรงอำนาจน่าเกรงขามของฉีอ๋องนี้มีติดกายมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว

            แต่ว่าในแวบแรกนั้นมู่จื่อหลิงก็ชะงักไปงงงันไป

            ที่นางอยากกันมู่เจิ้นกั๋วออกไปนั้นเป็นเพราะว่าไม่อยากให้เขารู้เรื่องกู่ควบคุมใจ

            แต่หลงเซี่ยวอวี่กันมู่เจิ้นกั๋วออกไปอย่างกะทันหันด้วยเหตุผลใด? หรือว่าอยากให้เขาไปที่ศาลต้าหลี่จริงๆหรือ?

            เล่อเทียนคล้ายจะรู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่ตั้งใจกันมู่เจิ้นกั๋วออกไปแต่ว่าเขามิได้มีใจไปคิดหาเหตุผลนัก

            “หวางเฟยที่พูดถึงคือหนอนพิษอันใด?” ดวงตาที่เปล่งประกายของเล่อเทียนเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

            “เจ้าไปนำกล่องใสที่ข้าวางไว้บนโต๊ะในห้องท่านแม่ข้ามาอย่าเพิ่งเปิดออกล่ะ” มู่จื่อหลิงกระซิบอย่างอดกลั้น รู้สึกว่าบั้นเอวมีสัมผัสของบางสิ่งราวกับสายรัดเอวที่พันรอบเอาไว้แน่นทำให้นางหายใจลำบาก

            “ได้ ข้าน้อยจะไปเอาเดี๋ยวนี้”เล่อเทียนเอ่ยอย่างไม่รีรอ พุ่งออกไปด้วยความเร็วราวกับจรวด

            มู่จื่อหลิงถามด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ“ท่านอ๋อง มือนี่คลายออกได้หรือไม่?”

            หมอนี่เป็นอะไรไป?

            ทำไมต้องรัดตัวนางไว้จนแน่นคงไม่ใช่เพราะกลัวนางตกลงไปใช่ไหม?

            แต่นี่ดูไม่คล้ายว่าจะกลัวนางตกลงไปเลยแม้แต่น้อย!

            หลงเซี่ยวอวี่ไม่พูดจาและแขนก็ยังไม่ขยับเช่นเดิม

            มู่จื่อหลิงกัดฟันยกมือขวาขึ้นอย่างเชื่องช้าคิดจะแกะมืออาชญากรที่รัดแน่นบนบั้นเอวนางออก

            เพียงแต่เดิมทีนางก็อ่อนแรงอยู่แล้วเมื่อเผชิญกับท่อนแขนแกร่งทรงพลังก็เหมือนกับมดเขย่าต้นไม้ใหญ่ท่อนแขนไม่เพียงไม่สะเทือน แต่ยังยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

            “หลงเซี่ยวอวี่ข้าทรมานนัก หายใจไม่ออก ท่านรีบปล่อยมือเร็วเข้า” มู่จื่อหลิงส่งเสียงอย่างอึดอัดทว่าเสียงนั้นกลับเจือสะอื้นโดยไม่รู้ตัว

            ทันทีที่พูดออกไปมือที่อยู่บนบั้นเอวของมู่จื่อหลิงก็คลายออกไปมาก แต่มิได้ปล่อยออก

            ทว่าไม่รอให้นางหายใจหายคอข้างหูก็มีลมหายใจร้อนผ่าวที่ทำให้ใจคนสับสนวุ่นวายเหมือนด้ายพันกันพ่นลมหายใจร้อนผ่าว ถามอย่างเชื่องช้า “ฉีหวางเฟยไม่รู้เรื่องกู่? รังนกไม่มีแล้ว? แล้วกู่ควบคุมใจมาจากที่ใด?”

            มู่จื่อหลิงตื่นตกใจขึ้นมาทันที

            ใช่สินางลืมไปได้อย่างไรว่าคราที่แล้วพูดกับหลงเซี่ยวอวี่ไว้ว่าไม่รู้เรื่องกู่รังนกก็ถูกคางคกม่วงกินหมดแล้ว

            ตอนนี้จู่ๆ ก็มีหนอนควบคุมใจผุดขึ้นมาอีกนางจะอธิบายว่าอย่างไร?

            หรือหมอนี่จะรู้ว่าหนอนพิษคือกู่ควบคุมใจดังนั้นจึงกันบิดานางออกไป?

            ไม่ถูกนางยังมิได้พูดเลยว่าหนอนพิษคือกู่ควบคุมใจ แล้วหมอนี่รู้ได้อย่างไรว่ายังมีกู่ควบคุมใจอยู่?

            แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดมิใช่เรื่องหลงเซี่ยวอวี่รู้ได้อย่างไรแต่เป็นนางควรอธิบายอย่างไรต่างหาก!

            การมีอยู่ของกู่ควบคุมใจนอกจากนางและคางคกม่วงก็ไม่มีคนรู้หลงเซี่ยวอวี่ไม่มีทางรู้ เขาจะขู่ให้ตนตกใจเป็นแน่ เลยพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจ

            “หืม?” เสียงที่เรียบเย็นของหลงเซี่ยวอวี่ขึ้นจมูกเล็กน้อยเหมือนจะแฝงแววอันตรายไว้อย่างเข้มข้น

            ลมหายใจแผ่วเบาของหลงเซี่ยวอวี่อ้อยอิ่งอยู่บริเวณใบหูที่ไวต่อความรู้สึกของมู่จื่อหลิงทำให้ใจนางกระตุกอย่างไม่รู้ตัว

            มู่จื่อหลิงดิ้นรนยันกายขึ้นแต่ทำอย่างไรนางก็ไร้เรี่ยวแรงส่งเสียงหัวเราะอย่างมีพิรุธ “กู่ควบคุมใจอันใด? รังนกถูกคางคกม่วงกินไปหมดแล้ว กู่ควบคุมใจจะมาจากไหนกัน?”

            มู่จื่อหลิงปลอบตนเองเงียบๆในใจ

            อย่าตกใจ อย่าตกใจอย่าตีตนไปก่อนไข้!

            เล่อเทียนก็มองกู่ควบคุมใจไม่ออกรอประเดี๋ยวนำกู่ควบคุมใจมาค่อยแต่งเรื่องว่าหนอนพิษชนิดหนึ่งก็ได้แล้ว

            ใช่มิอาจยอมรับได้โดยเด็ดขาด ยอมตายไม่ยอมจำนน

            ถ้ามู่จื่อหลิงในยามนี้รู้ว่าคำปฏิญาณของนางในหนึ่งวินาทีก่อนหน้า จะถูกตีพ่ายลงในวินาทีต่อมาอย่างง่ายดายไม่รู้ว่านางจะตบปากตนเองหรือไม่

            “ใช่หรือ? ฉีหวางเฟยหลอกลวงเปิ่นหวางเช่นนั้นราคา...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของหลงเซี่ยวอวี่เหมือนกับแฝงไปด้วยไออันน่าสยดสยอง

            หลงเซี่ยวอวี่หยุดชะงักเข้าไปใกล้ใบหูของมู่จื่อหลิงยิ่งกว่าเดิม

            มู่จื่อหลิงคิดอย่างตื่นตระหนกราคาที่ต้องจ่ายในการหลอกลวงฉีอ๋องคือสิ่งใด?

            หัวหลุดจากบ่า? หรือพัวพันไปถึงผู้อื่นด้วย?

            ทันใดนั้น

            มู่จื่อหลิงก็แข็งค้างไปทั้งตัวในทันทีนางตกใจจนแทบจะร้องไห้ออกมา

            คนสารเลวผู้นี้ ถึงกับถึงกับ...กัดใบหูของนาง

            ใบหูที่มีความรู้สึกไวเป็นที่สุด!

            หลงเซี่ยวอวี่กัดใบหูของมู่จื่อหลิงอยู่นานแฝงไปด้วยความนัยของการลงโทษ

            สัมผัสเย็นเฉียบลมหายใจเร่าร้อน ขบกัดอย่างเอาแต่ใจ

            ท่าทางที่เหมือนว่าบางครั้งจะแผ่วเบาบางครั้งก็อ่อนโยน

            “มีกู่ควบคุมใจมีกู่ควบคุมใจ...” มู่จื่อหลิงพลันรับไม่ได้ ม่านละอองน้ำในดวงตาที่เดิมหายไปแล้วก็เตรียมจะเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง

            ในหัวใจของนางราวกับมีมดเป็นพันเป็นหมื่นตัวกำลังไต่อยู่ความรู้สึกคันยุบยิบพุ่งไปสู่จุดสูงสุด

            ร่างกายนางที่อ่อนแรงมาแต่เดิมนั้นตอนนี้อ่อนปวกเปียกจนกลายสภาพเป็น ‘ของเหลว’!

            หมอนี่ ช่างช่างชั่วร้ายเป็นที่สุด!

            เหตุใดระยะนี้จึงได้แต๊ะอั๋งนางทุกครั้งที่มีโอกาสกันคนผู้นี้คือหลงเซี่ยวอวี่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกที่นางรู้จักหรือ?

            ต้องไม่ใช่คนเดียวกันเป็นแน่!

            ฮือๆการลงทัณฑ์ที่น่ากลัวพรรค์นี้ ไม่สู้ให้บั่นศีรษะนางให้หลุดจะได้ทรมานน้อยลง

            พูดไว้เสียดิบดีว่าจะไม่ยอมจำนนเหตุใดเพียงครู่เดียวก็ยอมแล้วเล่า

            มู่จื่อหลิงก่นด่าในใจอย่างอดไม่ได้เจ้าเล่อเทียนสมควรตาย ยังไม่รีบกลับมาช่วยกันอีกห้องของมารดาข้าอยู่ไกลจากห้องรับรองไปไม่กี่ก้าวเอง

            เจ้าโง่ขี่เต่าไปใช่หรือไม่! เต่ายังเดินไวกว่าเจ้าเสียอีก

            หากมู่จื่อหลิงรู้ว่าเล่อเทียนในยามนี้กำลังหากล่องใสที่มีหนอนพิษข้างในไปทั่วห้องนั้น

            ไม่รู้ว่านางจะตบเล่อเทียนจนกระเด็นติดกำแพงแล้วตนค่อยกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธหรือไม่

            เพราะทันทีที่เล่อเทียนเข้าไปในห้องก็เห็นกล่องใสที่ว่างเปล่าอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์เขาก็เข้าใจว่าต้องไม่ใช่กล่องนั้นแน่ๆ

            ดังนั้นเล่อเทียนจึงมองข้ามกล่องใสนั่นไปอย่าง‘เฉลียวฉลาด’

            อันที่จริงหลงเซี่ยวอวี่ก็เกือบเชื่อคำพูดมู่จื่อหลิงไปแล้ว

            แต่เขาไม่คิดว่ามู่จื่อหลิงจะสารภาพเร็วขนาดนี้

            ทว่าหาจุดไวต่อความรู้สึกของหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย

            ความรู้สึกนี้ดูเหมือนว่าจะดียิ่งนัก!

            พักนี้นับวันหญิงผู้นี้ยิ่งใจกล้านักเมื่อก่อนเห็นเขาก็ยังหวาดกลัว ตื่นตระหนก...

            ยามนี้กล้าหลอกเขาแล้ว กล้าโต้เถียงกับเขาเพื่อคนไม่เกี่ยวข้องยังกล้าถลึงตาใส่เขาอีก

            ใช้โอกาสนี้ลงโทษไปในคราเดียวเสีย

            หลงเซี่ยวอวี่กัดลงไปอย่างแรงอีกครั้งราวกับจะระบายความอัดอั้น

            “ข้ารู้เรื่องกู่ข้ารู้เรื่องกู่ รังนกไม่ได้ถูกเสี่ยวไตกูกินหมด กู่ควบคุมใจถูกข้าแยกออกมาหนอนพิษที่เล่อเทียนเอามาก็คือกู่ควบคุมใจ” เสียงของมู่จื่อหลิงอ่อนปวกเปียกนางตกใจจนน้ำตาแทบจะร่วงออกมา เพียงครู่เดียวก็สารภาพออกมาทั้งหมด

            แต่ว่าในใจนางก็ยังหลงเหลือสติอยู่บ้าง ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่มีทางนำเรื่องระบบซิงเฉินไปบอกบุคคลที่สองแน่

            มุมปากของหลงเซี่ยวอวี่ยกเป็นรอยยิ้มบางอย่างพึงพอใจที่มิอาจสังเกตเห็นได้โดยง่าย

            ลมหายใจอุ่นเคลื่อนออกไปจากใบหูมู่จื่อหลิงอย่างเชื่องช้า

            ในเวลานี้เองบุคคลที่มู่จื่อหลิงเพิ่งเฝ้ารอให้มาช่วยเหลือก็มาแล้วเช่นกัน......

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774