16 | ศึกชิงความยิ่งใหญ่ เ้าแห่งตำหน่อปลาร้าหอยดอง
ที่โรงเรียนยูโดซัน การเรียนการสอนในวันนี้เป็ไปตามปกติ จนถึงเวลาเลิกเรียนตอนสองทุ่ม นักเรียนคลาสยูโดเบื้องต้นของชัชแสนย์กับคลาสขั้นสูงของโคชโอห์มก็ทยอยกลับบ้าน จนกระทั่งทั้งยิมเหลือกันเพียงห้าคนคือ ชัชแสนย์ โคชโอห์ม ทอรุ้ง ปลาคาร์พ และมะกอกซึ่งเทียววิ่งเข้าวิ่งออกเตรียมจานชาม ชัชแสนย์ก็หันไปพยักหน้าให้ลูกศิษย์สาวทั้งสองเป็เชิงว่าเริ่มได้
แล้วศึก่ชิงความยิ่งใหญ่ เ้าแห่งตำหน่อปลาร้าหอยดอง...ก็เริ่มต้นขึ้น
สองสาวผู้ท้าชิงยึดเคาน์เตอร์ยาวคนละด้านเป็ฐานที่มั่น ทอรุ้งเทตำหน่อซึ่งเพลงพนัสเพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ เมื่อตอนห้าโมงครึ่งลงในชาม เพื่อนแยกน้ำส้มตำสีเข้มขุ่นมาให้ต่างหากด้วย จะได้ไม่เซ็งเสียก่อน กลิ่นปลาร้าหอมตลบขึ้นมาจนแอบน้ำลายสอ ต้องยอมรับว่าฝีมือของลูกไม้ผู้เป็แม่ครัวของเพื่อน ๆ ไว้ใจได้ทีเดียว ยิ่งครั้งนี้เ้าตัวคงปรุงสุดฝีมือ หลังจากซ้อมทำมาไม่รู้กี่ครกต่อกี่ครก
ทอรุ้งใช้ช้อนคลุกเคล้าหน่อไม้ชิ้นพอดีคำกับหอยดองสีส้มให้เข้ากันจนดูน่ารับประทาน แล้วยิ้มหวานยกไปเสิร์ฟตรงโต๊ะกระจกหน้าชุดโซฟายาวซึ่งบัดนี้พี่แสนย์ โคชโอห์ม และมะกอกนั่งรออยู่
แต่เมื่อมาถึง หญิงสาวต้องชะงักเมื่อพบว่าบนโต๊ะมีตำหน่อของคู่แข่งวางอยู่ก่อนแล้ว และมิใช่เพียงแค่นั้น ยังมีจานใส่ผักสด ไก่ย่าง ขนมจีน พร้อมด้วยข้าวเหนียวอีกสามกระติบ วางเคียงกันเป็อย่างดี ในขณะที่ทั้งเนื้อทั้งตัวของทอรุ้งมีแค่ตำหน่อมาชามเดียว
ปลาคาร์พซึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะ สองมือล้วงกระเป๋าผ้ากันเปื้อน เอียงคอเหยียดยิ้ม ยักคิ้วใส่อย่างจงใจเย้ย
ทอรุ้งถลึงตาใส่ แล้วจึงหันไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่มผู้เป็กรรมการ
“รอเดี๋ยวนะคะพี่แสนย์ ของรุ้งยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ”
ร่างอวบกลมกลึงผลุนผลันออกจากห้องยิมไป โชคดีที่ยังมีไม้เด็ดพอจะช่วยกู้หน้ายามคับขันได้นั่นคือน้ำแดงกับน้ำเขียวที่ลูกไม้ให้ไว้ เธอยังเก็บไว้ท้ายรถจึงไปอุ้มขึ้นมาอย่างละขวด
ฝ่ายปลาคาร์พก็ทำหน้าเชิดเหมือนไม่สนใจ แล้วจึงค่อย ๆ แจกทิชชูแผ่นใหญ่ขาวสะอาดให้แก่โคชโอห์ม ชัชแสนย์ และมะกอก คนละสองแผ่น ทั้งยังวางทิชชูเปียกไว้บนโต๊ะอีกด้วย
ทอรุ้งกัดฟัน คิดหนักว่าจะหาอะไรมาสู้อีก นึกได้ก็รีบตรงไปยังล็อกเกอร์ซึ่งอยู่ในห้องแต่งตัว ค้นของในกระเป๋าแล้วรีบวิ่งกลับมา
“นี่ค่ะทุกคน รุ้งมียาแก้ท้องเสีย เผื่อว่าใครกินตำหน่อบางจานแล้วอาการไม่ดีก็เรียกใช้บริการยาหยุดถ่ายท้องของรุ้งได้เลยนะคะ” เธอพูดพลางเหลือบมองจิกจานของฝ่ายตรงข้ามอย่างจงใจ
ปลาคาร์พสวนกลับทันทีว่า “นี่เธอหาว่ากินของฉันแล้วจะท้องเสียเหรอ น้อย ๆ หน่อยนะ ยายฮิปโป”
“อ๊ะ ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าส้มตำของเธอมันเน่า ฉันแค่เตรียมยาไว้เผื่อ ๆ เอาติดตัวไว้สักเม็ดไหมล่ะ จู๊ด ๆ ขึ้นมาจะได้กินทัน”
ปลาคาร์พขยับจะเดินเข้าใส่ แต่ชัชแสนย์ขัดขึ้นก่อน
“เอาละ ๆ พี่ว่าเรามาชิมกันดีกว่า ดูน่ากินทั้งสองจานเลยนะ”
“พี่แสนย์ชิมของปลาก่อนนะคะ”
ผู้เข้าประลองคนที่หนึ่งเอ่ยเสียงหวาน เข้าไปนั่งไขว่ห้างข้างชายหนุ่มบนโซฟา ทำท่าจะตักตำหน่อไม้ของเ้าหล่อนใส่จานให้ ทว่า...ผู้ท้าดวลอีกคนก็ไม่ยอมน้อยหน้า รีบมานั่งเบียดกระแซะ ดึงจานเปล่าของชายหนุ่มหลบเอาดื้อ ๆ
“กินของไม่อร่อยก่อนเดี๋ยวมันติดลิ้นนะคะพี่แสนย์ จะพานกินของรุ้งไม่อร่อยไปด้วย”
“อีทอรุ้ง!”
“อีปลาเน่า!”
“หยุด! หยุดทั้งสองคนนั่นละ” ชายหนุ่มผู้นั่งตรงกลางยกมือขึ้นทั้งสองข้าง มองหน้าน้องคนทางซ้ายทีขวาทีอย่างอ่อนใจ “เอาเป็ว่า พี่กินของน้องปลาก่อนแล้วกันนะน้องรุ้ง ในฐานะที่ยกมาเสิร์ฟก่อน”
ทอรุ้งยิ้ม ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ความจริงไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แค่อยากกวนประสาทใครเล่นก็เท่านั้น
ชัชแสนย์ตักส้มตำของปลาคาร์พเข้าปาก เคี้ยวอยู่ครู่ก็พยักหน้า “อร่อยครับ”
ผู้เป็เ้าของยิ้มจนตาหยี แล้วรอยยิ้มนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ยิ้มเย้ยยามหันไปสบตาทอรุ้ง
กรรมการหนุ่มตักเข้าปากอีกคำหนึ่ง “รสชาติดีทีเดียว พี่ว่าอร่อยเหมือนตำเจ๊นกเลย”
ทอรุ้งตาวาว ยื่นมือไปตักมาชิมบ้าง แล้วก็พบว่าจริงอย่างที่ชายหนุ่มพูด ทั้งเครื่อง ทั้งชิ้นหน่อไม้ รวมไปถึงรสชาติทุกอย่าง เหมือนตำเจ๊นกไม่มีผิด
“นี่! เธอไปซื้อตำเจ๊นกมาใช่ไหม ยอมรับมาเดี๋ยวนี้นะ”
“เปล่าสักหน่อย ก็พี่แสนย์ชอบตำหน่อของเจ๊นก ฉันเลยต้องหัดทำให้เหมือนของเจ๊นกสิ”
“ไม่จริง หน้าอย่างเธอน่ะเหรอจะมีปัญญาตำอร่อยขนาดนี้ ไข่ทอดธรรมดาทำเป็หรือเปล่าเถอะ”
“แล้วเธอมีหลักฐานอะไรมิทราบยะถึงมากล่าวหาฉัน กลัวแพ้เลยพาล สร้างสถานการณ์ละสิ คิดเหรอว่าฉันดูไม่ออก มุกตื้น ๆ”
“เอาละ ๆ” แล้วกรรมการหนุ่มก็ต้องสั่นระฆังพักยกอีกไม่รู้เป็รอบที่เท่าไร “พี่ลองชิมของน้องรุ้งบ้างดีกว่า”
ชัชแสนย์ตักตำหน่อจากชามของทอรุ้งเข้าปาก หญิงสาวจับจ้องไม่วางตาทุกอิริยาบถ ลุ้นแทบลืมหายใจ เขาเคี้ยวสองสามทีก็ขมวดคิ้วนิด ๆ
“มีอะไรเหรอคะพี่แสนย์” หญิงสาวถามเสียงเบาแทบกระซิบ
“ของน้องรุ้งไม่เหมือนเจ๊นก” เขาตอบเพียงเท่านั้น แล้วก็ตักมากินอีก
ทอรุ้งเอื้อมตักมาลองชิมบ้าง ก็จริงอย่างที่เขาพูด คนละคนทำ ตำกันคนละสูตร รสชาติจะไปเหมือนกันได้ยังไง จะว่าไปเธอก็ประมาทไปหน่อยที่ลืมซื้อส้มตำเจ๊นกไปให้ลูกไม้ลองชิมก่อน จะได้มีแนวทางว่าชายหนุ่มชอบรสแบบไหน
เสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ เรียกให้ทอรุ้งหันกลับไปทางกรรมการหนุ่ม เขาวางช้อนแล้ว
“นี่พี่ต้องตัดสินจริง ๆ ใช่ไหม”
ปลาคาร์พรีบตอบเสียงหวาน “ใช่ค่ะพี่แสนย์ วิจารณ์ได้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ปลาจะได้ไปฝึกทำให้อร่อยขึ้นอีกค่ะ”
“ค่ะพี่แสนย์ ตัดสินมาเถอะค่ะ ของใครไม่อร่อยก็พูดมาตรง ๆ เลยค่ะ” ทอรุ้งรีบตอบบ้างไม่ให้น้อยหน้า
“งั้นพี่ขอตัดสินว่า...” เขายกแก้วน้ำแดงขึ้นจิบ สีหน้ายังดูคิดหนัก
ทอรุ้งกับปลาคาร์พก็จ้องหน้าชายหนุ่มลุ้นคำตอบที่เขาจะเอื้อนเอ่ยออกมาชนิดวินาทีต่อวินาที
“พี่ขอตัดสินว่าเสมอกันได้ไหม อร่อยคนละแบบ”
สองผู้แข่งขันประสานเสียงโดยไม่ได้นัดหมาย เป็ครั้งแรกก็ว่าได้ที่ทอรุ้งกับปลาคาร์พสมัครสามัคคีกัน
“ไม่ได้ค่ะ!”
ชัชแสนย์อมยิ้มแล้วส่ายหน้าระอา
“โอเค ๆ งั้นพี่ตัดสินอีกทีก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าพอตัดสินแล้ว เราสองคนจะต้องไม่ทะเลาะกันอีก”
ทอรุ้งพยักหน้า รับคำหนักแน่น คู่แข่งที่นั่งขนาบอยู่อีกด้านก็ยอมตกลงเช่นกัน
“ตำหน่อของน้องรุ้งกับน้องปลาอร่อยทั้งคู่นะ อร่อยกันคนละแบบ แต่ถ้าถามพี่...” ชัชแสนย์เว้นไปครู่ “พี่ชอบของน้องรุ้งมากกว่า หน่อไม้สดดี”
จบคำนั้น ทอรุ้งก็ร้องเย้ แทบลุกขึ้นะโโลดเต้น ถ้าลูกไม้อยู่ตรงนี้ด้วยละก็ เธอจะะโกอดคอเพื่อนให้กลมไปเลย หญิงสาวหันไปตบมือกับมะกอกผู้นั่งรอเวลาได้ชิมบ้าง และยิ้มดีใจให้โคชโอห์มผู้นั่งเงียบมาตลอด สีหน้าเข้ม ๆ ของเขาดูขบขันแกมระอา
“ตอนแข่งสยามยูโดคัพ เอาให้ชนะแบบนี้นะรุ้ง”
โคชประจำตัวเธอบอกมาอย่างนั้น ก่อนที่ชัชแสนย์จะชวนให้ทุกคนล้อมวงกินส้มตำด้วยกัน
เมื่อถึงตอนเก็บล้าง ทอรุ้งก็ขนจานชามไปยืนข้างคู่ปรับสาวอยู่ตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำหญิง เธอจะไม่ซ้ำเติม...ตั้งใจเป็อย่างยิ่งว่าจะไม่ซ้ำเติมอะไรอีก เพราะตอนนี้จบแล้วก็คือจบ ถึงจะเหม็นหน้านักเรียนร่วมสถาบันคนนี้อยู่มาก แต่ยังไงปลาคาร์พก็คือศัตรูของเพื่อน ไม่ใช่ของเธอโดยตรง
“ฉันไม่น่าเสียเวลามาทำเื่ปัญญาอ่อนแบบนี้เลย” ฝ่ายคนแพ้ล้างไปก็บ่นกระแทกกระทั้นไป
“ยังไงก็ตามที่ตกลงกันไว้นะ เธอจะต้องไม่ไปยุ่งกับพี่แสนย์เกินกว่าโคชกับลูกศิษย์อีก อย่าลืมล่ะ” ทอรุ้งพูดอย่างสบายอารมณ์ มือก็ถือฟองน้ำฟอก ๆ ถู ๆ ทำความสะอาดจานชามจนฟองฟอด
“รู้แล้วน่ะ” ปลาคาร์พกระแทกเสียงใส่เหมือนรำคาญ ก่อนจะลอยหน้าลอยตาพูดต่อ “แต่ถ้าพี่แสนย์มาจีบฉันเอง มันก็นอกเหนือข้อตกลงนะ”
“เอ๊ะ อีนี่”
อุตส่าห์ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ทะเลาะด้วยอีก แต่คู่ปรับยังวอนหาเื่จนได้ ทอรุ้งขยับปาก แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ก็ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงก้าวเข้ามา
“มาครับ พี่ช่วยล้าง”
ปลาคาร์พถอนหายใจแรง แล้วยกภาชนะที่ล้างเสร็จแล้วกลับออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทอรุ้งยิ้มพอใจ ถึงยายนี่จะร้ายกาจน่าตบแค่ไหน ก็ยังดีที่รู้จักมีน้ำใจนักกีฬา
“ตำหน่อของน้องรุ้งอร่อยมากจริง ๆ นะ ไม่ยักรู้มาก่อนว่าเราตำส้มตำเก่งด้วย”
คนได้รับคำชมยิ้มปลื้ม หันซ้ายหันขวาดูลาดเลา ก่อนป้องปากกระซิบว่า
“ความจริงแล้ว ไม่ใช่ฝีมือรุ้งหรอกค่ะ”
ชัชแสนย์หันขวับ “อ้าว...โกงนี่”
เธอรีบใช้นิ้วชี้แตะปาก “ไม่ได้โกงค่ะ รุ้งแค่เป็ตัวแทนเฉย ๆ”
คราวนี้ชายหนุ่มยิ่งทำหน้าไม่เข้าใจ ซึ่งมันก็น่าอยู่หรอก แต่ยังไงเธอค่อนข้างมั่นใจว่าเขาจะไม่เอาเื่นี้ไปบอกใคร ไม่มีประโยชน์อะไรจะมากวนน้ำให้ขุ่น ก็เขาไม่อยากให้เธอกับปลาคาร์พมีเื่กันไม่ใช่หรือ
“น้องรุ้งนี่ร้ายไม่เบานะ อย่าทำแบบนี้อีกล่ะ โดยเฉพาะกับพี่โอห์ม พี่เขาถือนักเื่ความซื่อสัตย์”
“ค่ะพี่แสนย์ รุ้งก็ไม่อยากทำหรอก ถ้าไม่จำเป็” หญิงสาวตอบเสียงอ่อย ทำหน้าสำนึกผิด แต่พริบตาเดียวก็เปลี่ยนเป็ร่าเริงตามเดิม “ว่าแต่พี่แสนย์อยากไปเจอคนทำหน่อยไหมคะ เป็เพื่อนสนิทของรุ้งเอง นาน ๆ จะมากรุงเทพฯ ที พรุ่งนี้เราจะมีโฮมปาร์ตีกันด้วย รุ้งอยากชวนพี่แสนย์ไปด้วยกันค่ะ”
“ไม่ดีมั้ง ปาร์ตีกับเพื่อน ๆ ไม่ใช่เหรอ พี่เป็คนนอก เดี๋ยวจะไม่สนุกกัน”
“ไม่หรอกค่ะ เราคนกันเองทั้งนั้น อีกอย่าง ถ้าเพื่อนรุ้งที่เป็คนทำตำหน่อรู้ว่าพี่แสนย์ไปด้วย จะต้องดีใจมากแน่ ๆ”
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “หือ ทำไมล่ะ”
“ก็...เอ่อ ก็พี่แสนย์เป็คนเดียวที่ชอบตำหน่อของเพื่อนรุ้งนี่”
เขาดูแปลกใจไม่น้อย “จริงเหรอ อร่อยออกนะ”
“จริงค่ะ แต่ก่อนเพื่อนของรุ้งคนนี้ทำกับข้าวแทบกินไม่ได้เลยนะคะ แต่อุตส่าห์หัดทำจนเพื่อน ๆ สงสารยอมรับมันเข้ากลุ่ม อย่างตำหน่อนี่ก็หัดตำจนครกแทบแตก สากแทบหัก ขุดหน่อไม้แทบหมดดงกว่าจะได้ พี่แสนย์ไปด้วยกันเถอะนะคะ คิดซะว่าไปเป็กำลังใจให้แม่ครัวตาดำ ๆ คนหนึ่ง”
พูดไปแล้วก็แอบกัดปากตัวเอง ปากไวจนพูดจาให้เพื่อนเสียหายซะแล้ว แต่ก็ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องเรียกคะแนนสงสารไว้ก่อน ถ้าโน้มน้าวเขาได้สำเร็จ ลูกไม้คงไม่ถึงกับด่า หรือถึงด่าก็คงไม่แรง
ผลที่ได้คือ ชายหนุ่มหัวเราะ ยกตั้งจานขึ้นให้สะเด็ดน้ำแล้วเอ่ยว่า
“โอเคครับ พรุ่งนี้พี่ไปด้วย”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
และแล้วก็เป็ที่ประจักษ์ว่า...ใครใหญ่สุดในวงการตำหน่อปลาร้าหอยดอง ฮ่าาา ล้อเล่น
เอาแล้วเอาหลาวว พรุ่งนี้ลูกไม้จะได้เจอคุณแสนย์ไหมน้าาา ^^