The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    III บทที่155 สู้6

            บทที่155 สู้6

            การต่อสู้ของเทวาและแอเรสนั้นรุนแรงอย่างมาก หากมันเป็นสถานที่แห่งอื่นไม่ใช่ที่นี่เกรงว่าคงจะเกิดความวินาศที่รุนแรงไปแล้ว เพียงแค่สถานที่แห่งนี้มีพลังลี้ลับที่ทำให้ป้องกันการทำลายล้างระดับเทวาและแอเรสได้สบาย ถึงจะเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงขนาดทำลายดวงดาวขนาดเล็กได้เลย

            เพลิงดำของเทวานั้นรุนแรงอย่างมาก นอกจากความร้อนของเปลวเพลิงสีดำแล้วก็มีคำสาปเผาไหม้ที่รุนแรงที่แม้แต่แอเรสเองก็ยังลำบาก แม้ว่าในด้านอื่นๆเทวาจะด้อยกว่าแอเรสแต่เฉพาะเพลิงดำนี้ก็ทำให้สถานการณ์ของเทวาสูสีกับอีกฝ่ายแล้ว

            เพลิงดำย่อมรุนแรงอยู่แล้ว ก็นี่คือทักษะขั้นปลายของระดับSSR พลังของแอเรสเพียงแค่ใกล้เคียงขั้นปลายของระดับSSRเท่านั้นเอง(พลังของมังกรมิติอยู่ขั้นปลายของระดับSSR)ดังนั้นด้วยความรุนแรงของเพลิงดำจึงทำให้แอเรสตกที่นั่งลำบากพอสมควร

            ด้วยพลังในการเผาไหม้ที่รุนแรงและยังมีคำสาปทำให้เพลิงดำอันตรายอย่างมาก

            เทวาดัดแปลงเพลิงดำมาใช้สำหรับการต่อสู้ประชิดด้วยการใช้ผ่านกำปั้นของเขา เพลิงดำนั้นสามารถปล่อยออกมาได้ทั่วร่างอยู่แล้วแต่โดยปกติแล้วมังกรมิตินั้นจะใช้เพลิงดำผ่านการพ่นไฟจากปากเสียมากกว่า ด้วยการโจมตีเช่นนี้จะยิ่งทำให้เพลิงดำรุนแรงและกระจายมากที่สุดแล้ว

            น่าเสียดายที่เทวาไม่คิดว่ามันเหมาะสมกับเขาที่เป็นรูปร่างมนุษย์เช่นนี้

            หมัดที่อาบด้วยเพลิงดำของเทวาปะทะกับหอกของแอเรสครั้งแล้วครั้งเล่า

            เปลวไฟกระจายออกไปรอบด้านและลุกลามตามพื้น ในรัศมีสองร้อยเมตรปรากฏเพลิงดำอยู่ทั่ว เพลิงดำนี้นอกจากมีคุณสมบัติเผาไหม้ที่รุนแรงแล้วยังมีความสามารถที่ไม่มีวันมอดดับอีกด้วย นอกเสียจากว่าเทวาจะตั้งใจที่ดับมันมันจะลุกโชนเช่นนั้นตลอดไป

            แต่ข้อแลกเปลี่ยนนั้นก็คือเทวาจะต้องจ่ายพลังงานออกไปอย่างต่อเนื่องเช่นกันแม้ว่าปริมาณพลังงานที่จ่ายออกไปจะน้อยมากๆก็ตาม

            ด้วยเพลิงดำทำให้เทวาพอที่จะสร้างดาเมจให้กับแอเรสได้บ้าง นี่ทำให้เขาฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้ระดับหนึ่งและไม่สิ้นเปลืองน้ำยาฟื้นฟูที่เกือบจะหมดสิ้น

            นอกจากเรื่องนี้เทวายังได้เศษชิ้นส่วนชิ้นส่วนจากแอเรสมาจำนวนมากแล้ว ด้วยหนึ่งการโจมตีของแอเรสนั้นสร้างความเสียหายต่อเนื่องตามปริมาณการโจมตีซ้อนทับจริง หากแอเรสโจมตีรวมเป็นหนึ่งจากหอก1ล้านครั้งเทวาก็จะมีสิทธิ์ได้รับ1ล้านเศษชิ้นส่วน

            ทักษะของแอเรสนั้นมากมายนักแม้จะไม่เทียบเคียงกับมังกรมิติแต่ก็ห่างกันไม่มาก

            นี่ทำให้เทวาได้รับเศษชิ้นส่วนที่หลากหลายนัก

            การโจมตีของเทวาดีขึ้นเรื่อยๆ จากการฝึกรวมเป็นหนึ่งจากแอเรสทำให้เขามีหมัดที่ทรงพลังมากขึ้น ดังนั้นเทวาจึงงัดทุกหมัดของเขามาใช้โดยยึดหลักวิชารวมเป็นหนึ่ง เขาจึงได้ตั้งชื่อทุกหมัดกระสุนของเขาตามด้วยคำว่าลิมิตเบรก อันหมายความว่ามันทะลุขีดจำกัดไปแล้วนั่นเอง

            ถึงแม้ว่าแต่ละหมัดของเทวาที่ยึดหลักรวมเป็นหนึ่งจะใช้พลังงานมากขึ้นกว่าเดินเป็นสิบเท่าแต่เทวาคิดว่ามันคุ้มค่า เพราะหากเขายังโจมตีปกติอยู่เขาจะไม่มีทางเทียบเคียงแอเรสได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือก

            แอเรสเองก็เครื่องติดแล้วเช่นกัน เขาเริ่มบ้าคลั่งขึ้นมาจากการโหมโจมตีของเทวา นี่ทำให้เทวาตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ทุกหอกของแอเรสนั้นรุนแรงมากขึ้น พลังหอกของเขาถึงกับเป็นการโจมตี4-5ล้านรวมเป้ฯหนึ่งแล้ว นี่ทำให้เทวาเองก็ยังรับไม่ไหว

            เป็นอีกครั้งหลังจากการปะทะกันเทวาต้องกระเด็นออกไปอย่างไม่อาจต้านทาน

            เทวาหมุนตัวเองกลางอากาศและตั้งตัว ในอุ้งมือของเขาปรากฏก้อนเปลวเพลิงสีดำอันน่ากลัวขนาดเท่ากับลูกฟุตบอล เมื่อเทวาตั้งหลักได้แล้วเขาก็ขว้างลูกไฟในมือของตนเองออกไปในทันที

            เพลิงดำไฟยักษ์!!!

            ลูกบอลเพลิงที่พุ่งออกไปนั้นขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งกิโลเมตร ด้วยการหยั่งรู้ทักษะการซัดข้างอาวุธลับ(ในตอนที่ซิงโครกับคาเรน)ทำให้บอลเพลิงลูกนี้พุ่งไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำนัก

            แอเรสยกโล่ขึ้นมากันด้านหน้าของตนเอง

            โล่ในมือของเขาเปล่งประกายแสงอร่าม

            สุดยอดการป้องกัน โล่พิทักษ์!!!

            ฟู่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

            คลื่นความร้อนแผ่กระจายอาบสถานที่โดยมีแอเรสเป็นจุดศูนย์กลาง เปลวเพลิงสีดำที่เข้าปะทะกับแอเรสก็แผ่กระจายออกไปรอบด้าน

            เทวาไม่วางใจสร้างก้อนเปลวเพลิงทั้งสองมือแล้วขว้างปาออกไปประดุจปืนกล

            เพลิงดำกระสุนไฟยักษ์!!!

            ลูกเพลิงระดับเดียวกับลูกแรกพุ่งเข้าหาแอเรสอย่างต่อเนื่อง

            ผืนดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

            เทวาปล่อยพลังไปไม่ยังเริ่มเหนื่อยหอบ เพลิงดำแต่ละลูกนั้นสามารถทำลายดานของเขาได้แล้วถึงสองด้วงรวมกัน นี่บ่งบอกถึงความรุนแรงของเปลวเพลิงได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่มันถูกจำกัดในสถานที่แห่งนี้ไม่อย่างนั้นคงเป็นถึงความอลังการของเพลิงดำไปนานแล้ว

            ด้วยตราคำสาปของแอเรสทำให้เทวารู้สึกได้ว่าความเหนื่อยล้าของตนเองฟื้นฟูขึ้นมาระดับหนึ่ง นี่บบอกให้รู้ว่าเพลิงของเขาสามารถสร้างความเสียหายให้กับแอเรสได้

            ทว่าทันใดนั้นเอง

            ฟุบ!

            สายตาของเทวาเห็นจุดดำที่พุ่งเข้ามาและเล็งไปที่หัวใจของเขา แต่ถึงจะเห็นร่างกายจากความเหนื่อยล้าก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เงาดำที่เขาเห็นนี้คือหอกที่พุ่งลอยเข้ามา พลังกดดันมหาศาลที่หอกแผ่ออกมานั้นทำให้เทวาหน้าซีด เห็นได้ชัดว่านี้คือการโจมตีคนละระดับกับก่อนหน้านี้

            หอกพุ่งเข้ามาราวกับเป็นดาวตกก็ไม่ปาน!

            มันรวดเร็วเกินหว่าที่เทวาจะคาดคิด

            เพลงหอกเทพเจ้า ดาวหางเทพเจ้า!!!

            หอกนี้การโจมตี20ล้านครั้งรวมเป็นหนึ่ง ด้วยการรวมพลังโจมตีมากขนาดนี้และซัดขว้างออกมาทำให้มันน่ากลัวอย่างมาก มันเป็นทักษะขั้นสูงของแอเรสแล้ว ด้วยหอกนี้สามารถทำลายโลกมิติระดับ6ดาวได้อย่างง่ายดาย และมันสามารถทำลายโลกของเทวาได้ทีเดียวหลายสิบโลก

            เทวาพยายามป้องกันด้วยการใช้ทักษะเกราะมารแห่งไททัน เกราะมารขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเขาทั้งหนาและใหญ่ แต่ด้วยการป้องกันที่ไม่ได้เตรียมตัวทำให้เขารีดประสิทธิภาพของทักษะนี้ได้ไม่เต็มที่นัก ในสถานการณ์เช่นนี้เขาต้องเพิ่งทักษะป้องกันนี้

            สำหรับทักษะแหวกมิติที่เป็นทักษะขั้นสูงสุดของเทวานั้นไม่เหมาะสมกับการต่อสู้เท่าใดนัก นั่นเพราะว่ามันเป็นทักษะสำหรับการเดินทางเสียมากกว่า ด้วยการเปิดแต่ละครั้งมันมีระยะหน่วงของทักษะทำให้มันไม่เหมาะสมนักในการต่อสู้ที่ต้องใช้ความเร็วเช่นนี้

            หอกปะทะกับเกราะมารแห่งไททัน

            เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

            แต่เกราะมารไม่แม้แต่จะต้านทานได้สักนิดเดียว หอกพุ่งทะลุเกราะมารประดุจเกราะมารเป็นแต่ก้อนเต้าหู้ เทวาที่อยู่หลังเกราะมารขนาดใหญ่นั้นสัมผัสได้ชัดเจนถึงหอกที่พุ่งทำลายเกราะมาร เขาพยายามที่จะเคลื่อนไหวเพื่อหลบเลี่ยง ถึงจะรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ก็ตามแต่เขาก็ไม่ยอมที่จะพ่ายแพ้เช่นนี้

            ประดุจว่าร่างกายของเขามีโซ่ขนาดใหญ่ล่ามร่างกายเอาไว้ทำให้เขาเคลื่อนไหวลำบาก เทวาอยากจะกระชากโซ่เหล่านี้ให้พังทลายแต่มันยากนัก เขาจึงกัดฟันกรอดๆและเกิดโทสะอย่างมาก หอกพุ่งทะลวงเข้ามาและห่างไปไม่กี่มิลลิเมตรแล้วจากหัวใจของเขา

            ด้วยพลังของดวงตาทำให้เขาเป็นภาพช้าลงและเห็นเงาหอกล่างหน้ากระนั้นด้วยการมองเห็นเช่นนี้กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งทำให้เทวาหมดหวังเข้าไปใหญ่

            ‘ขยับซิวะร่างกาย! ฉันจะมาตายแบบนี้ไม่ได้ ขยับ!’

            ขวากกกกกกกกก

            เทวาได้ยินเสียงเหมือนกับสิ่งที่พันธนาการของเขาขาดกระจายในหัว ทันใดนั้นร่างกายของเขาเบาขึ้นอย่างประหลาด มันเบาราวกับร่างกายไม่มีน้ำหนัก มันทำให้เขารู้สึกว่าตอนนี้เขาสามารถไปไหนก็ได้ตราบที่เขาต้องการ ความรู้สึกนี้ทำให้เทวาแทบจะลอยเลยทีเดียว

            แต่ความรู้สึกนี้มาแค่พริบตาเดียวก็หายไป

            ทันใดนั้นเทวาเคลื่อนไหว เพียงแค่หอกมาประชิดแล้วดังนั้นเขาไม่สามารถหลบได้อย่างเต็มที่

            ฉึก!

            โลหิตสาดกระจาย!

            หอกทะลุหน้าอกของเขาไป เทวาหลีกเลี่ยงหัวใจของตนเองได้แต่เขาก็บาดเจ็บหนักจาการถูกแทงอยู่ดี

            “อั๊ก!”เทวากระอักเลือดออกมา

            ความเจ็บปวดนี้มากมายนัก คลื่นพลังของหอกนั้นทำให้ร่างกายของเขาทุกส่วนราวกับถูกหอกเล่มเล็กๆนับไม่ล้วนโจมตีไปทั่วร่างกาย หากว่าเทวามีแค่ร่างกายจากทักษะกายเทพเจ้าเกรงว่าตอนนี้เขาคงตายไปแล้วจากพลังของหอก โชคดีที่ทักษะกายาเทพมิติบรรพกาลนั้นทรงพลังนักทำให้เขารอดมาได้

            พรึบ!

            เมื่อหอกทะลุแผ่นหลังของเทวาก็ปรากฏร่างของแอเรสที่ด้านหลังของเขาพร้อมกับจับหอกเอาไว้อย่างแม่นยำ ร่างกายของเขาแดงฉานและมีรอยไหม้ทั่วร่าง เขาได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร นี่คืออาการบาดเจ็บที่หนักที่สุดของแอเรสตั้งแต่ที่ได้ต่อสั้กับเทวา ชุดของเขาเสียหายไปเกือบหมดสิ้นทำให้เห็นสภาพที่ค่อนข้างน่าสังเวช...หมดสง่าราศีของเทพสงครามอย่างแท้จริง

            กระนั้นเทวาก็เห็นประกายตาเรืองแสงสีแดงจากสายตาของแอเรสได้อย่างชัดเจน

            แอเรสกำลังโกรธเกรี้ยว!

            เมื่อแอเรสคว้าหอกของตนเองเอาไว้มั่นแล้วโดยที่เทวายังเสียสมดุลโล่ก็พุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเทวาเต็มแรง

            โล่กระแทก!!!

            ปังงงงงงงงงงงงงง

            คลื่นกระแทกกระจายออกไป เทวากระอักเลือดอีกรอบและกระเด็นออกไปด้านหน้า ด้วยการโจมตีของโล่ทำให้อวัยวะภายในของเทวาบอกช้ำอย่างมาก จะเห็นว่าโล่ใช้สำหรับป้องกันเฉยๆไม่ได้ โล่ของแอเรสนั้นก็อันตรายไม่แพ้หอกของเขาแม้แต่น้อย

            หากถูกโล่ของแอเรสฟาดเข้าใส่สักครั้งจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดมหาศาล

            แอเรสกระชับหอกอีกครั้ง คลื่นพลังของหอกแผ่กระจายรอบด้านจนอากาศแตกร้าว แขนของเขาโป่งพองราวกับสูบลมเข้าไป เส้นเลือดตามแขนนั้นราวกับเส้นโลหะก็ไม่ปาน

            หอกถูกซัดออกไปอีกครั้ง

            เพลงหอกเทพเจ้า สุดยอดดาวหางเพทเจ้า!!!

            คราวนี้เป็นการโจมตี30ล้านครั้งรวมเป็นหนึ่ง!

            หอกเล็งเข้าศีรษะของเทวา

            แอเรสคิดจะจัดการขั้นเด็ดขาดแล้ว มันถึงเวลาที่ต้องเผด็ดศึก ไม่ต้องมีการต่อสู้ยืดเยื้ออีกต่อไป สำหรับแอเรสการต่อสู้นี้สมควรจบแล้วดังนั้นเขาจึงใช้พลังสูงสุดโจมตี ตราประทับของเขายังมีผลทำเป็นเป้าของหอกอีกด้วย แอเรสนั้นใช้สัมผัสกับตราประทับเป็นเป้าทำให้ไม่ว่าเป้าหมายจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็จะเล็งเข้าเป้าเสมอ

             


    ....................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน