(อ)สามัญชนคน(ไม่)ธรรมดา

    คุณหนูกับการทำความรู้จักครั้งแรก (ปฐมบท)

            บ่ายแก่ๆของวันก่อนเปิดเทอม ณ แถบชานเมืองหลวงญี่ปุ่นซักที่

    รถลีมูซีนจอดเทียบทางเท้าตรงข้ามมัธยมปลายโคเอ็นและลดกระจกลงเล็กน้อย

            “โรงเรียนนี้หรือ…?”

            “ถูกต้องครับ ที่นี่คือโรงเรียนใหม่ของคุณหนูครับ”

            “อืม…”

            คุณหนูโนบุฮิโกะผู้เพียบพร้อม ว่ากันว่าเกิดมาก็มีกองเงินกองทองวางตรงหน้าไว้พร้อม ช่างประเสริฐเหลือหลาย พ่อของเธอสั่งให้คนขับรถพาเธอออกมาทำความคุ้นชินกับทางไปโรงเรียนใหม่ซะก่อน จะได้รู้ทางไปทางกลับ เพราะโตขึ้นแล้ว ก็อยากจะให้เธอเดินทางไปกลับด้วยตัวเองได้ แต่ก็ห่วงความปลอดภัยของลูกสาวในเวลาเดียวกัน


            “ดูธรรมดาจัง”

            “โรงเรียนแถวนี้ก็เป็๲แบบนี้ไปซะทั้งหมดแหละครับ”

            ครอบครัวของเธออยากให้เธอเรียนที่ญี่ปุ่นมากกว่าไปเรียนที่เมืองนอกเพราะเหตุผลบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานคนขับรถก็เริ่มค่อยๆเหยียบคันเร่งกลับบ้าน… เรียกว่า คฤหาสน์ คงจะเหมาะสมกว่า


    รุ่งเช้าวันต่อมา ถึงคราวที่คุณหนูต้องเดินทางไปโรงเรียนเอง ก็มีเก้ๆกังๆอยู่บ้างแต่ก็พอจำทางได้ 

            “เอ… ห้อง 413 อยู่ตรงไหนนะ?”

            “ตึกที่มีม้านั่งด้านหน้าเยอะๆ เดินขึ้นบันไดไปชั้นหนึ่งแล้วเลี้ยวขวาจะอยู่ห้องแรกเลยครับ”

            “เอ๋? ขอบคุณค่ะ..”

            “เรียนอยู่ห้องเดียวกันเลยนะเนี่ย”

            “งั้นเดินไปด้วยกันไหมล่ะคะ?”

            “โอเค ไปพร้อมกันเลยนะ”

            เธอกำลังพึมพำอยู่กลางโรงเรียนขณะที่คนอื่นกำลังวุ่นวายอยู่เช่นกัน ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาประชิดตัวแล้วบอกที่อยู่ชั้นเรียนให้ หลังถามชื่อเขาแล้ว เขาชื่อว่า มาโคโตะ โทไค นั่นเอง ดูแล้วท่าทางใจดี น่าจะสนิทกันง่าย

    เมื่อถึงห้องเรียนแล้วพบว่าเป็๞คู่แรกที่เข้าห้องเรียนเลยนะเนี่ย ทั้งคู่เลยนั่งที่โต๊ะกลางห้องใกล้ๆกัน


    นั่งติดกันเลย


            คนอื่นๆเริ่มทยอยเข้ามากันทีละคน สองคน จนเต็มห้อง บรรยากาศช่างรื่นรมย์ใจ ดูจากภายนอกของทุกคนแล้วเหมือนจะเป็๞คนใจดีกันหมดเลยน้า จนกระทั่งคุณครูเข้ามาและกล่าวทักทาย บอกให้นักเรียนทุกคนแนะนำตัวเพื่อจะได้รู้หน้าค่าตากันไว้


            มาถึงคิวของโนบุฮิโกะ “สวัสดีค่ะชื่อ ฮิเดะโยชิ โนบุฮิโกะค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ” ผมหน้าม้าที่ปัดไปทางซ้ายปล่อยออกด้านข้างเล็กน้อยและยาวพอดิบพอดีนั้นดึงดูดสายตามาก เธอเด่นจริงๆ เด่นที่สุดเลยล่ะ แม้จะเป็๞การแนะนำตัวธรรมดาๆแต่มีสเน่ห์ไม่น้อย…มากเลยล่ะ

    มากที่สุดเลยล่ะ


            หลังจากกล่าวจบและนั่งลงกับที่ก็มีเสียงปรบมือให้เกรียวกราวแต่กับคนอื่นก่อนหน้ากลับไม่มี มาโคโตะลุกขึ้นทันทีหลังเสียงปรบมือค่อยๆจางลง


    “ผมชื่อมาโคโตะ โทไคครับ ย้ายมาจากมัธยมต้น### แล้วก็ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แล้วก็วันหยุดชอบไปดูงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ครับ แล้วก็…” เขาพูด “แล้วก็” ทั้งหมด 10 ครั้ง น่าจะเป็๲นักใช้คำว่า “แล้วก็” รองจาก สึบาสะ ฮาเนกาวะ อีกกระมัง

    *มุกจากปกรณัมของเหล่าภูติ ที่ตัวละคร “สึบาสะ ฮาเนกาวะ” พูดคำว่า “แล้วก็” ทั้งหมด 9 ครั้งรองจาก      นัตสึเมะ โซเซกิ ที่เป็๞นักเขียนนวนิยาย


            “สตีเฟน ซายากะครับ”

            “เป็๲ลูกครึ่งหรอ” คุณครูถาม

            “คนญี่ปุ่นแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” 

            แล้วจำเป็๲ต้องย้อมผมทองด้วยเรอะ

            “ฮิโรโกะ จิน ค่ะ”

          นี่ก็สั้นเกิ๊น คงเป็๲คนประเภท รู้จักแค่ชื่อกับหน้าก็พอแล้วล่ะมั้ง งั้นสิ

          เมื่อสิ้นสุดประโยคเสียงดังที่มาจากการลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ล้มไปด้านหลัง แล้ว….

            “ไฟในตัวฉันกำลังลุกโชน….”

            “ความมืดกำลังค่อยๆกลืนกินโลกใบนี้”

            “ตัวข้านั้นมีนามว่า!”

            “ไฟเยอร์ บอย ออฟ ดาร์ก แฟนตาซี…” ทึ่งล่ะสิ

            “จุนอิจิ คามินสินะ เอ้าคนต่อไป” คุณครูก็อย่าไปขัดเขาสิคะ

            “ฉันทิ้งชื่อนั้นไปตั้งนานแล้ว!”

            แปลก

            แม้จะไม่เข้าสักเท่าไหร่หรอก แต่

            แปลก

            “งั้นนายก็เป็๞จอมมารอะไรเทือกนั้นใช่หรือเปล่า!?”

    โทไคถามอย่างสงสัยใคร่รู้ แต่เขาอยากจะรู้ไปทำไม

            “จอมมารน่ะก็แค่เด็กๆ ฉันน่ะเป็๞ถึงเดมอน ลอร์ดเชียวนะ” 

            มันก็แปลว่าจอมมารอยู่ดีนั่นแหละ อีกเ๱ื่๵๹แปลกๆก็คือโทไคจดข้อมูลไร้สาระนี่ลงบนสมุดพกด้วย โถ่..คนในห้องนี้นี่มันยังไงกัน

    พอสิ้นสุดการแนะนำตัวของนักเรียนแล้วก็ถึงตาของครูบ้าง


            “สวัสดีครูชื่อ ซาจิ มิยาโมโตะ อ่ะ ถ้าไฝที่หลังน่ะเหรอ ไม่มีหรอกน้า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” 

            ทุกคนเงียบฉี่ ไม่มีใครกลั้นขำหรือกระแอมเลยสักกะนิดเดียว ไม่มีแม้แต่ใครเอ่ยปากพูดถึงมุกแป้กเมื่อกี๊ ถึงกระนั้นเขาก็หัวเราะออกมาหน้าตาเฉย ช่างอารมณ์ขันจริงเชียวพ่อคุณนี่ 

         

         หลังจากมุกแป้กของครูซาจิจบแล้ว ก็เริ่มเรียนคาบแรกกัน การเรียนการสอนเป็๲ไปตามปกติไม่มีใครเผยตัวตนแปลกๆออกมา(เหรอ) เนื่องจากโนบุฮิโกะไม่ได้สังเกตคนในห้อง งั้นกระผม A คุง ที่โผล่มายังหน้าข้อมูลเบื้องต้น จะมาอธิบายการกระทำของคนในห้องเองขอรับ

    เริ่มจากแถวหลังสุดกันก่อน จากโต๊ะซ้ายไปจนถึงขวาสุดพวกเขากำลังเล่นบอร์ดเกมกันอยู่ และถัดมาอีกแถวกำลังเลี้ยงทามาก็อตจิกันอย่างจริงจัง ถัดไปอีกสองแถวมีคนพยายามอ่านการ์ตูนโดยเอาหนังสือเรียนบังหน้า เฉียงไปทางขวาล่างของแถวกลางกำลังเล่นละครใบ้กันอยู่ เอาล่ะอธิบายมากพอแล้วงั้น A คุงต้องลาไปก่อนในตอนนี้ สวัสดีขอร้าบบบ


    ประหลาดแม้กระทั่งผู้บรรยาย


    เอาเข้าไปนิยายเ๹ื่๪๫นี้จะทำให้คนอ่านปวดหัวไปมากกว่านี้ได้ไหมนะ?


    จะพยายามครับ

     

            “เฮ้อ เรียนเสร็จจนได้” 

    พยายามได้ดีมาก ดีที่สติไม่เตลิดไปสนใจเ๽้าพวกนั้นจนไม่ได้ฟังเนื้อหา

            “วันพรุ่งนี้มีเลือกหัวหน้าห้อง เธอต้องเลือกฉันนะ!”

            “อ่ะ..อ่า..ได้สิ”

            “ฮี่ฮี่”

            นิสัยเป็๲กันเองเลเวลโทไคคุงถึงจะน่ารำคาญหน่อยแต่เอาเข้าจริงๆเขามีภาวะผู้นำในระดับที่ไม่น่าเชื่อ คุยกันไม่กี่ประโยคจู่ๆก็มีเสียงกระแทกแทรกเข้ามาทะลุโสตประสาทการฟังของทั้งคู่

            “เฮ้!!!!!”

    จุนอิจิ๻ะโ๠๲เรียกร้องความสนใจจากทั้งสองคนนั้น แต่คนในห้องส่วนมากไม่สนใจกันเท่าไรนัก เดินมาสะกิดก็ได้นี่นาจะมา๻ะโ๠๲ทำเพื่อ?

            “มีอะไรเหรอ ไฟเยอร์บอย?”

            “คุคุคุ เรียกสมญานามแบบนั้น… ”

            “?”

            “แกเองก็ไม่ธรรมดาสินะ!”

            “ฉันเป็๞นักเรียนม.ปลายธรรมดาเฉยๆน่ะ”

            “กะไว้แล้ว! ว่าแกจะปกปิดตัวตนเอาไว้ แล้วจะมาแก้แค้นใหม่ก็แล้วกัน วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”


            แล้วเขาก็รีบวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและความมึนงง ถึงกระนั้นเพื่อนๆที่เหลืออยู่ในห้องก็ไม่ค่อยให้แสงกับเขาเท่าไร 

    กล่าวคือไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ข้างๆโนบุฮิโกะ จะโดนรัศมีความโดดเด่นกลบไปจนเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ เธอเปรียบเสมือนแกะดำในแกะขาว ไม่ใช่แปลกพวกนะ แต่โดดเด่นต่างหาก โดดเด่น หาคำใดเปรียบเธอไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว


            น่าสงสารจริงๆคามินเอ๊ย

            “เฮวโล่วเอฟวะรี่วาน!”

            “มันต้อง Hello Everyone ครับ”

            “อ่ะ เอ่อ.. เฮวโล่วเอฟวะรี่วาน?”

            “เดี๋ยวจะฝึกสำเนียงการพูดเป็๞การส่วนตัวให้นะเออ!”

            “แทงคิ้ว เวรี่มัสตะ!”

            ภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นลอยมาแต่ไกลนั่นคือสตีเฟนคุงนี่เอง หัวทองมาเชียว ทั้งมาคาโตะและโนบุฮิโกะยืนมองนักเรียนชาวต่างชาติ(ปลอม) กำลังทักทายมาทางเรา มาโคโตะไปสัญญากับสตีเฟนว่าจะสอนการพูดภาษาอังกฤษที่ถูกต้องให้ซะงั้น พ่อพระที่แท้จริงรึไงกัน

            “กลับบ้านกันเถอะค่ะทุกคน”

            “อื้ม ไปสิ”

            “เลทโตะ โก!”

            โนบุฮิโกะผู้ต้องเดินทางกลับบ้านเองชวนทั้งคู่เดินกลับบ้านด้วยกัน 

    ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ … ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไรเลยจนสตีเฟนเริ่มเปิดบทการสนทนา

            “การที่เราเดินกลับบ้านกันสามคนเนี่ย สามคนก็สามแม่ครัวเนอะ”

            “มีอะไรหรอซายะกะคุง?”


            ทั้งโนบุฮิโกะและมาโคโตะขำแห้งเป็๲มารยาทให้กับมุกแห้วๆของสตีเฟน หลังจากประโยคของโนบุฮิโกะแล้วทั้งสามคนก็ไม่คุยกันอีกเลยระหว่างทางกลับบ้าน จนกระทั่ง

            “ถึงบ้านฉันแล้วค่ะ ขอลาก่อนนะคะ”

            “โชคดีน้า”

            “บ๊ายบาย!”

     

            ทั้งสองคนยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตามองคฤหาสน์ของครอบครัวโนบุฮิโกะ 

            “หรูหราหมาเห่าเชียวเนอะ”

            “ช่วยไม่ได้ก็คนรวยนี่นา”

     

            คนรับใช้ของครอบครัวโนบุฮิโกะเดินออกมาหลังเห็นมาโคโตะกับสตีเฟนเดินมากับคุณหนู

            “เพื่อนของคุณหนูหรอครับ”

            “ใช่”

            “ชวนพวกเขามาทานเข้าในบ้านดีไหมครับ?”

            “ไว้คราวหน้าดีกว่าครับ…”

            “คราวหน้าต้องมาทานให้ได้นะครับ”

            ไม่ใช่ว่าไม่อยากกินหรือไม่หิวแต่เกรงใจสุดๆเลยล่ะ! ถ้าเผลอไปทำอะไรพังขึ้นมีมีหวังล้มละลายซี้แหงแก๋!

    เป็๲เพื่อนที่เหมือนจะอยู่คนละโลกกับเราเลยแหะ… 

    บ้านของมาโคโตะ.. เรียกว่าห้องเช่าจะดีกว่า เขาไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่ พ่อแม่ก็หย่าร้างกัน ชีวิตต้องดิ้นรนออกมาอยู่คนเดียวโดยมีคุณอาเป็๞ผู้อุปถัมภ์รับไว้ 

    B: อยู่ๆก็ดึงเข้าดราม่าเฉยเลย…

    A: เอาใจช่วยคุณมาโคโตะด้วยนะขอรับ T^T

    แต่ก็ไม่เป็๲ไรหรอก ก็อาของมาโคโตะคุงเขาขยันทำงานนี่เนอะ ฐานะถือว่าดีใช้ได้เลยแหละ แต่เสียดายที่อยู่คนละเมือง มาโคโตะเลยต้องประหยัดเงินที่คุณอาส่งมาให้อย่างระมัดระวัง 

    ส่วนสตีเฟน ซายะกะนั้นก็ไม่มีอะไรให้ห่วงเพราะเป็๞ครอบครัวที่ฐานะมั่นคงดี 

            “ล่า ลา ล้า ลา ลา ลา ลา~”

    เสียงโนบุฮิโกะฮัมเพลงในห้องน้ำช่างไพเราะ บรรจงตรงกับเสียงน้ำที่ไหลผ่านร่างกายลงสู่พื้นดังแหมะๆ  พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณพ่อก็เรียกไปคุยเ๹ื่๪๫โรงเรียนวันแรกเป็๞ยังไงบ้าง และถามเ๹ื่๪๫สารทุกข์สุกดิบ เธอก็ตอบไปตามตรง จากนั้นคุณพ่อหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับพูดว่า         “เป็๞เด็กดีนะ” 

    คืนวันนี้ฮิเดโยะชิ โนบุฮิโกะหลับฝันดี ไม่มีอะไรให้ห่วง

            “ครอก…ฟี้”