ตอนที่ 17 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (41)
อีกทั้งเขาสงสัยว่าเรื่องครั้งนี้ไม่มีทางเป็นอำนาจของฝ่ายเดียว ท่าทีของเจียงโจวกับหวั่นเฉิงต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้านหนึ่งอยากสังหารอี้เหยียนเจ๋อ บีบเขาที่บาดเจ็บสาหัสตกลงสู่แม่น้ำหวั่น คนอีกด้านกลับพยายามจับเป็น
คิดอยากสังหารอี้เหยียนเจ๋อย่อมต้องได้รับส่วนแบ่งตั้นเกาจากการที่อี้เหยียนเจ๋อตาย
ตั้นเกาชิ้นที่ใหญ่ที่สุดที่ได้จากการที่อี้เหยียนเจ๋อตายย่อมเป็นบัลลังก์ฮ่องเต้ และผู้ที่มีความสามารถในการแย่งชิงตำแหน่งนั้นที่สุดก็คือ อี้อวิ๋นเฟย
ก่อนหน้าที่อี้เหยียนเจ๋อจะปรากฏตัว ในบรรดาองค์ชายที่บรรลุนิติภาวะไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์แย่งชิงกับอี้อวิ๋นเฟย เขาเพียงต้องขยายอำนาจกดดันองค์ชายที่ยังเยาว์ก็พอ
ทว่าหลังจากอี้เหยียนเจ๋อปรากฏตัว เห็นได้ชัดว่าอี้เหยียนเจ๋อคือคู่แข่งตัวฉกาจของเขา
อี้เหยียนเจ๋อกลับมาก็แตะต้องตั้นเกาก้อนที่ใหญ่ที่สุดของอี้อวิ๋นเฟย จี้อู๋โยว พูดให้ถูกก็คืออำนาจของจวนเหวินจงโหวที่อยู่เบื้องหลังจี้อู๋โยว
ฝ่ายนั้นจะสังหารผู้คนให้จบสิ้นเพื่อแย่งชิงอำนาจก็นับว่าเป็นไปได้
ตรงกันข้ามกับลัทธิแสงเทวะ ทางนั้นเห็นได้ชัดว่าต้องการจับเป็น พวกเขาต้องการองค์ชายผู้หนึ่ง แม้ไม่ทราบจุดประสงค์ แต่เห็นได้ชัดว่าความเห็นของพวกเขาแตกต่างกับอี้อวิ๋นเฟย
เหอหรงไม่สะดวกบอกเล่าการคาดเดาเหล่านี้กับเจ้าเมืองหลิ่ว จึงกล่าวเพียงว่า “ทุกอย่างยังคงต้องระวังเป็นดีที่สุด”
คำพูดนี้กล่าวออกมาเจ้าเมืองหลิ่วก็ทราบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาสอดมือได้ เขากำรายงานในมือ ช่วยเหอหรงส่งจดหมายไปที่จวนเหวินจงโหว
จดหมายส่วนตัวไม่ผ่านราชสำนักย่อมลอบส่งสารเข้าไปได้
ก่อนจดหมายจะส่งเข้าเมืองหลวงหนึ่งวัน มีคนชุดดำลึกลับกลุ่มหนึ่งเข้าไปในจวนเจ้าเมืองเจียงโจว เจ้าเมืองเจียงโจวรับจดหมายจากพวกเขาด้วยสองมือสั่นเทา
สิบวันหลังจากนั้น เหอหรงได้ข่าวว่าเจ้าเมืองเจียงโจวฆ่าตัวตายแล้ว
หางตาของเหอหรงปรากฏไอเย็นสายหนึ่ง “วิธีนี้เป็นเขาจริงๆ”
อีกไม่ถึงเจ็ดวัน คนที่ฮ่องเต้ส่งไปยังไม่ได้จัดการกองกำลัง จดหมายสารภาพผิดของเจ้าเมืองเจียงโจวก็ส่งมาถึงหน้าพระพักตร์
ในจดหมายบอกเพียงว่ารองแม่ทัพเมืองเจียงโจวร่วมมือกับลัทธินอกรีตก่อกบฏ เขาในฐานะเจ้าเมืองเจียงโจวที่ควรห่วงใยชาวบ้านหลงผิดติดกับดักของศัตรูจนทำให้องค์ชายห้าหายตัวไป เจียงโจวก่อกบฏ
ยามนี้เขาทำคุณชดใช้โทษ นำหัวรองแม่ทัพมาถวาย ขอฝ่าบาทละเว้นชีวิตคนในครอบครัวเขา ส่วนตนขอจบชีวิตที่ริมแม่น้ำหวั่นเจียง
คนตายไปแล้ว หัวของรองแม่ทัพก็ส่งถึงเมืองหลวงแล้ว ฮ่องเต้อยากพิโรธอย่างไรก็ไร้ที่ลงเสียแล้ว สุดท้ายจึงมีพียงเจ้าเมืองเจียงโจวที่ต้องถูกฝัง ไม่ได้ลงโทษครอบครัวและบุตรของเขา
ตอนเหอหรงได้รับข่าวเขากำลังเปลี่ยนยาให้อี้เหยียนเจ๋อ แค่นเสียงเย็นขึ้นจมูกเสียงหนึ่ง “เขาถอนตัวได้ขาดสะบั้นนัก ผลักหนึ่งเจ้าเมืองเจียงโจวกับรองแม่ทัพออกมาก็จบสิ้นแล้ว”
พอเจ้าเมืองเจียงโจวตาย เขาก็มั่นใจแล้วว่าเป็นอี้อวิ๋นเฟย ตอนแรกที่โดนลอบสังหารในงานเทศกาลโคมไฟก็มีลัทธิแสงเทวะเป็นลูกมือ วิธีการเหมือนกันไม่มีผิด
อี้เหยียนเจ๋อยิ้มบาง “วิธีนี้เขาใช้จนชินเสียแล้ว”
ไม่ใช่หรือไร ตอนแรกที่โดนลอบสังหารในงานเทศกาลโคมไฟ สุดท้ายก็ผลักสตรีผู้หนึ่งออกมารับโทษ
“แต่ตอนนี้เรื่องที่เจียงโจวอย่างน้อยฉากหน้าก็เปิดโปงแล้ว กระทั่งเจ้าเมืองก็โดนสั่งให้ไปตายแล้วคนหนึ่ง เบาะแสอย่างอื่นก็คงขาดหายไปอย่างสะอาดสะอ้านแล้ว” เหอหรงหงุดหงิด ไร้ซึ่งหลักฐานอีกแล้ว
“ผู้ใดบอกว่าเรื่องเมืองเจียงโจวจบสิ้นแล้วกันเล่า” อี้เหยียนเจ๋อลูบผมเหอหรงอย่างอ้อยอิ่ง “เรื่องนี้แต่ต้นจนจบก็ไม่ใช่เรื่องของเจียงโจว แต่เป็นเรื่องของลัทธิแสงเทวะต่างหาก เจ้าเมืองหวั่นเฉิงเองก็นับเป็นขุนนางใหญ่ ทว่ายังคงอยากกบฏก็กบฏ อำนาจของลัทธิแสงเทวะหยั่งลึกจนถึงขั้นใดแล้ว ท่านว่าเสด็จพ่อจะคิดเช่นไร”
ผมของเขาช่างนุ่มนัก ม้วนเกี่ยวตามปลายนิ้วจนใจเขาคันยุบยิบ มุมปากของอี้เหยียนเจ๋อยกขึ้นเล็กน้อย “คนผู้นั้นคิดว่าตัวเองเลี้ยงสุนัขดุร้ายตัวหนึ่ง วันนี้สุนัขดุร้ายตัวนี้อยากหนีออกจากการควบคุมของเขา กลายเป็นหมาป่าฆ่าเจ้าของเสียแล้ว”