“แม่เหรอ...”
เบียร์ที่กำลังนั่งอยู่ข้างแฟนหนุ่มรุ่นน้อง มองผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังก้มหน้า ไม่สู้คนด้วยความคิดอันหลากหลาย
ในมุมมองที่เบียร์มีต่อเจมส์คือเขาเป็นคนรวย
บ้านต้องเป็นคฤหาสน์ พ่อแม่ต้องเป็นผู้ดีเก่า รวมถึงพี่น้องเองก็หน้าตาดีเช่นจูเนียร์
เหตุเพราะการมีอยู่ของเรือ'เมจิกเชี่ยน'ทำให้เบียร์มีมุมมองแบบนั้น ซึ่งมันก็ไม่ผิด
เรือลำนั้นมีขนาดใหญ่ยักษ์ ต่อให้เป็นดาราไฮโซชื่อดังก็ใช่ว่าจะมีในครอบครอง ยกเว้นเสียแต่เงินเหลือๆ ซื้อเรือไว้นอนเล่นแบบเจมส์
ถึงเบียร์จะไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของเรือ แต่ถ้าหากให้เดา คงไม่ต่ำกว่าหมื่นหรือพันล้านบาท
เพราะฉะนั้นพ่อแม่ของเจมส์จะต้องเป็นคุณหญิงคุณนาย ไม่ใช่ตาสีตาสาที่กำลังยกถาดอาหารไปล้างในครัว
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามแฟนหนุ่ม เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาเป้าหมาย ซึ่งก็คือหญิงวัยกลางคนและพนักงานอีกคนที่วางท่าเก๋า ว่าตัวเองเจ๋งกว่า
ในชุดสุภาพ เบียร์ผละจากที่นั่ง ตามติดเจมส์ไม่ห่าง
ไม่มีการถามไถ่ ฝ่ามืออันอ่อนนุ่มแต่เปี่ยมด้วยความพาล ตบฉาดเข้าที่ใบหน้าพนักงาน ทำเอาฝ่ายนั้นล้มลงบนพื้น ยกมือกุมแก้มของตัวเองที่กำลังบวมเปล่งอย่างงุนงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ดวงแก้วตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาตบพนักงานของร้านปูสดจนล้มลงไปกองบนพื้น พอเงยหน้ามาเท่านั้นแหละหล่อนจึงได้รู้ว่าเจ้าของฝ่ามืออันฉุนเฉียวคือใคร
“เจมส์ ลูกมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ไม่สิก่อนอื่นเลยลูกควรจะขอโทษปี๊ดก่อน เขาเป็นพนักงานเก่าที่นี่ ทำงานมาได้ 3 ปีแล้ว เร็วสิลูกรีบขอโทษเขาสิ”
ดวงแก้วเขย่าแขนลูกชาย จนลืมสังเกตเลยว่าข้างกายของเขามีผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังมองมาด้วยนัยน์ตาสงสัยใคร่
“อ๋อ ที่แท้ก็แม่ลูกกันนั่นเอง ทำไมวะ พนักงานใหม่ก็ต้องเชื่อฟังรุ่นพี่สิจริงไหม หรือว่าไม่ใช่?” ปี๊ด ผู้มีประสบการณ์ทำงานในร้านปูสดมากกว่า 3 ปี กุมแก้มบวมเปล่งของตัวเอง ในขณะเงยหน้ามองอีกฝ่าย
“ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกแม่ ผมว่าเราควรจะไปจากที่นี่กันดีกว่า แม่ไม่มีเหตุผลต้องมาทำงานที่นี่อีกต่อไปแล้วนะ” เจมส์ไม่สนใจหมูหมาที่จ้องตาเป็นมันส์บนพื้น เวลานี้คนที่เขาแคร์ที่สุดก็คือแม่คนเดียว
“ทำอย่างนั้นได้ยังไง ถ้าหากแม่ลาออกไปแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปให้จูเนียร์เรียน แถมช่วงนี้ยังจับปลาหรือปูในทะเลก็ไม่ค่อยได้ แม่ก็เลยต้องออกมาหางานทำอย่างที่เห็น ฟังนะเจมส์ ขอโทษปี๊ดซะก่อนที่เรื่องมันจะบานปลาย”
ดวงแก้วมีเหตุผลของเธอ
ถึงจะไม่ชอบขี้หน้าพนักงานเก่าคนนี้แต่จะให้ทำอย่างไรได้
เพื่อเงินแล้วก็มีแต่ต้องทำจริงไหม
“คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเหรอ ลูกชายป้าตบหน้าฉันจนล้ม ดูสิเนี่ยดั้งหักหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันจะเรียกร้องค่าเสียหายหนึ่งหมื่น ถ้าหากไม่มีจ่ายละก็เรื่องไปถึงตำรวจแน่!”
“หนึ่งหมื่น...ป้าไม่มีจ่ายหรอก ใจเย็นๆ นะปี๊ดนะ ยังไงก็คนกันเอง ลูกป้าไม่ได้ตั้งใจทำหรอก ใช่ไหมเจมส์”
แม่กลัวจนดูออกทางสีหน้า ไม่ต่างจากลูกสาวคนโตจูเน่เลยสักนิด
เห็นแบบนั้นชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำดวงตายิ่งแดงก่ำ
ช่วงเวลาที่ผ่านมามัวทำอะไรอยู่ จึงได้หลงลืมที่บ้านไป ปล่อยให้มีสภาพอัตคัดขัดสนจนต้องทนฟังคำดุด่าจากเพื่อนร่วมงานปากร้าย
“หนึ่งหมื่น แค่เล็กน้อยน่ะแม่ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่มีจ่าย” เจมส์ปลอบเธอพลางส่งยิ้มให้
“หา.. มีจ่ายจริงดิ งั้นก็จ่ายมาสิ ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจแน่!” ปี๊ดแบมือ ปากก็พล่ามไม่หยุด
เห็นท่าทางอีกฝ่ายอยากได้เงินหนักขนาดนี้ เจมส์จึงจัดให้
แบงค์พันปึกหนึ่งฟาดเข้าศีรษะอีกฝ่าย ตามด้วยยกเท้าฟาดหน้าเบาๆ ทำเอาปี๊ดล้มลงไปบนพื้นอีกครั้ง คราวนี้ส่งเสียงโอดโอย ท่าจะเจ็บหนักของจริง
“ค่าทำแผลห้าหมื่น เห็นว่าอยากได้เงินก็เลยเพิ่มให้อีกหน่อย แต่มันต้องสมน้ำสมเนื้อจริงไหม ผมเลยซัดคุณอีกนิดหน่อย ชอบหรือเปล่า”
“ชอบ ชอบ ชอบมากเลย เอาอีกก็ได้นะ ฉันอยากกินตีน...” ปี๊ดหลงลืมอาการเจ็บชั่วขณะ เมื่อเห็นแบงค์พันเป็นฟ่อนอยู่ตรงหน้า เขารีบโกยมันเข้ามาหาตัว พร้อมกับออกปากว่าอยากได้อีก
นั่นสินะเงินมากขนาดนี้ใครจะไม่อยากได้
แค่เจ็บตัวนิดหน่อยก็ได้เงินใช้
แถมเงินค่ารักษาพยาบาลยังมากกว่าค่าแรงทำงาน 1 เดือน ยอมเจ็บตัวนิดหน่อยแล้วได้เงินใช้ สำหรับปี๊ดดีจะตายไป
เจมส์หมดอารมณ์ทันทีที่เห็นว่าเงินสามารถทำอะไรได้บ้าง
นั่นสินะ คนเราก็มีหลายประเภท เช่นปี๊ดภายนอกอวดเบ่งต่อเพื่อนร่วมงานใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็หวาดกลัวคนมีเงิน กระทั่งซื้อได้ด้วยเงิน เพื่อระบายความโกรธ
นี่สิวิธีใช้เงินของคนรวย
.............
เจมส์พาแม่ขึ้นไปนั่งบนรถ BMW X5
สำหรับดวงแก้ว หญิงบ้านๆ อย่างเธอนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตได้นั่งรถหรู ตั้งแต่เกิดมาเคยแต่นั่งรถสองแถว จึงค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษหลังจากขึ้นไปนั่ง กลัวว่าจะทำรถเปื้อน
“รถคันนี้เป็นของผมเอง ไม่ต้องเกร็งไปหรอกน่าแม่” เขาเหลือบมองกระจกหลัง พลางอมยิ้มหน่อยนึง
เห็นว่าดวงแก้วนั่งไหล่ตกอยู่เบาะหลัง ขาชิดกัน ทำตัวค้อมต่ำอย่างคนเจียมตัว เจมส์จึงได้บอก เธอจะได้นั่งทำตัวสบายๆ ผ่อนคลายมากกว่านี้
“รถของลูกเหรอ พูดจริงใช่ไหม”
“จริงสิครับ ผมจะโกหกไปทำไม”
หญิงวัยกลางคนผงะ แต่ไม่กล้าทำอย่างที่ลูกชายบอก ยังคงนั่งตัวเกร็งแบบนั้น
“สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูเบียร์นะคะ”
ในขณะที่กำลังนั่งตัวงอเป็นกุ้งอยู่นั้น ดวงแก้วถึงกับตกใจเพราะเสียงมันดันมาดังข้างๆ สติค่อยกลับมาอีกครั้ง จดจำได้ว่านี่คือผู้หญิงที่อยู่ข้างกายลูกชาย ตั้งแต่ในร้านปูสด
ดวงแก้วยกมือรับไหว้ตอบ พลางพินิจอีกฝ่ายอยู่นาน
“สวัสดีจ้ะ หนูเป็นใครเหรอ หน้าตาสวยดีนะ รูปร่างก็ดี หรือว่าจะเป็นเจ้าของรถคันนี้ที่ลูกชายแม่บอกว่าเป็นรถของตัวเอง?”
เบียร์เกือบจะสำลักเพราะคำถาม
“ไม่ใช่ค่ะแม่ รถ BMW X5 เป็นของเจมส์จริงๆ ไม่ใช่ของหนูหรอก”
“แล้วถ้างั้นหนูเป็นใคร...”
เบียร์ชำเลืองมองสุภาพบุรุษที่กำลังทำหน้าที่ขับรถ
เนื่องจากที่ผ่านมาเขาไม่เคยพาไปแนะนำตัวให้คนในบ้านรู้จัก นี่จึงเป็นโอกาสทองแนะนำตัวเองกับคุณแม่
แต่อย่างใดก็ดีเมื่อฝ่ายนั้นไม่เอ่ยปาก สำหรับเบียร์คำว่า'แฟน'จึงหนัก ไม่สามารถเอ่ยตรงๆ
เห็นว่าหญิงสาวหน้าตาสวยงามเอาแต่นั่งยิ้มไม่กล้าพูด ดวงแก้วจึงได้หันไปถามเจมส์
“นี่เจมส์ลูก เบียร์เป็นเพื่อนของลูกเหรอ?”
สำหรับเบียร์ ดาวประจำคณะคนสวยใจย่อมเต้นตุบตับ เวลานี้หล่อนใจสั่นเหลือเกิน เพราะถ้าหากว่าเขาบอกคุณแม่เป็นแค่เพื่อน ใจเธอคงแหลกสลาย
เจมส์ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด จนเผลอพลั้งปาก พูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป “อ๋อ นี่คือหนึ่งในแฟนของผมครับ”
“หนึ่งในแฟนของลูกนี่เอง เดี๋ยวนะ...หนึ่งในแฟนแสดงว่านอกจากหนูเบียร์แล้วยังมีคนอื่นอีกน่ะสิ?”
ได้ยินคำถามของผู้ให้กำเนิด ชายหนุ่มรู้สึกชาไปถึงหนังศีรษะ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรื่องนี้ตนยังไม่สมควรพูด ควรจะคุยกับเบียร์สองคนสิถึงจะถูก
เบียร์เองก็ผงะไปเช่นกัน แต่ต้องรักษาใบหน้าแย้มยิ้มไว้ พลางกุมมือแม่ฝ่ายชาย ถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เพราะเหตุนั้นดวงแก้วจึงหลงลืมคำถามไปชั่วขณะ หันกลับมาสนใจแฟนสาวลูกชาย หน้าตาสวยงาม ที่เห็นแล้วก็รู้สึกว่าคนนี้แหละ คือสะใภ้ของบ้าน
.......
“จริงสิแม่ วันนี้พี่จูเน่กลับมาบ้านแล้วนะ” ระหว่างทางไปร้านอาหาร เจมส์หันมาบอก
เนื่องจากมีหลายเรื่องให้ต้องคุยและอธิบาย เขาจึงอยากใช้เวลาส่วนนี้ในยามค่ำคืน ดื่มเครื่องดื่มราคาแพง อาหารเลิศรส เปิดเผยฐานะของตัวเองให้แม่ดวงแก้วได้รู้
“จริงเหรอ งั้นรีบกลับไปที่บ้าน ร้านอาหารอะไรนั่นช่างมันก่อน รีบกลับบ้าน แม่อยากไปหาจูเน่” ดวงแก้วอยากทานอาหารอร่อยๆ ก็จริง แต่ถ้าหากให้เลือก หล่อนย่อมเลือกเจอหน้าลูกสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายปีอย่างไม่ต้องสงสัย
เจมส์ขับรถมาที่หาดจอมเทียน ต่อด้วยลงไปบนเรือ'AMERIA'ไปยังหมู่บ้านจันทร์อับแสง
เป็นอีกครั้งที่ดวงแก้วตกตะลึงในความร่ำรวยของลูกชาย เธอถึงกับถามซ้ำๆ ว่านี่คือความจริงใช่ไหม ลูกไม่ได้ทำธุรกิจสีเทาหรอกใช่ไหม
น้ำเสียงและท่าทางเหมือนจูเน่ไม่มีผิด ดูเหมือนพี่สาวคนโตจะได้แม่มาไม่น้อย
เจมส์ได้แต่บอกไปว่า “นี่คือความจริงครับแม่ ทุกอย่างผมได้มาเพราะการทำงานอย่างสุจริต แม่วางใจได้”
“ดีแล้ว ดีแล้ว”
มีความสุขที่ไม่สามารถประเมินได้ฉายผ่านดวงตาคู่นั้นของดวงแก้ว
มันคือความสุขที่เห็นว่าลูกตัวเองประสบความสำเร็จ กลายเป็นคนร่ำรวย
“แม่ขอเดินดูรอบๆ ได้ไหม เรือลำนี้มันใหญ่มาก ดีกว่าเรือที่บ้านตั้งเยอะ อยากจะเดินดูให้ทั่ว คงไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ได้สิครับแม่ แม่จะเดินดูส่วนไหนของเรือก็ได้ หรือจะเอาเครื่องดื่มในบาร์มาดื่มก็ได้”
ระหว่างปล่อยให้ดวงแก้วเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพบนเรือยอร์ชลำสีขาว เจมส์หันมากุมมือของแฟนสาว ที่กำลังมองตาขวางไม่ปล่อย
ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด หรือแก้ตัวว่าไปมีอะไรกับคนอื่น ฝ่ายหญิงเข้ามาซบอกแนบแน่น
“เจมส์ พี่ไม่ว่าหรอกนะถ้าเจมส์จะมีผู้หญิงคนอื่น ขอแค่อย่า...พี่ไปก็พอ...”