"ฉินซูหลัน!เธอมันก็แค่เด็กสาวเมื่อวานซืน จะมาปากมากกับเื่นี้ไปทำไมกัน การจัดสรรทรัพยากรเป็เื่ของผู้ใหญ่เธอไม่มีสิทธิ์ถาม ไม่มีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัย ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น!"
ผู้ใหญ่บ้านวัยห้าสิบปีเศษๆ ชี้นิ้วตราหน้าหญิงสาวรุ่นราวคราวลูกโดยไม่สนใจสายตาของชาวบ้านคนอื่น ๆที่ยืนอยู่ในบริเวณเดียวกัน กับคำถามพวกนั้นของฉินซูหลันทำกู้เส้าเฟิงเสียหน้าอย่างหนักเพราะั้แ่ที่เขาก้าวขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านไม่มีใครหน้าไหนกล้าตั้งคำถามแบบนี้กับเขามาก่อน
"ฉันเป็สมาชิกในชุมชนฉันย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถาม" ฉินซูหลันเอ่ยอย่างหนักแน่นเธอไม่หลบเลี่ยงสายตาของผู้ใหญ่บ้านกู้เลยแม้แต่วินาทีเดียวน้ำเสียงที่ฉะฉานฟังชัดของเธอเรียกให้ชาวบ้านทุกคนหันไปมองหน้าของเธออย่างพร้อมเพรียงกัน
"ชาวบ้านในชุมชนมีส่วนร่วมในการเพาะปลูกบนที่ดินที่รัฐบาลจัดสรรให้ดังนั้นไม่ใช่แค่ฉันที่มีสิทธิ์ตั้งคำถามแต่ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยในชุมชนแห่งนี้ล้วนมีสิทธิ์ตั้งคำถามด้วยกันทั้งนั้นและทรัพยากรที่ถูกส่งมาจากสำนักงานอำเภอก็ควรถูกแจกจ่ายให้กับลูกบ้านทุกคนในปริมาณที่เท่ากันไม่ใช่เอามาแจกจ่ายให้คนบางกลุ่มโดยใช้หลักเกณฑ์ที่ไม่สมเหตุสมผลและลำเอียงเ่าั้"
คำพูดฉาดที่สองนี้ทำผู้ใหญ่บ้านกู้หน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเขาตวาดเสียงดังลั่นออกมาอย่างเหลืออด "ฉินซูหลัน!เธอพูดเหลวไหลอะไรของเธอน่ะ"
"เหอะ"ฉินซูหลันแสยะยิ้มมุมปากและขับเสียง 'เหอะ' ออกมาจากลำคอ "เหลวไหลงั้นเหรอคะ?" เท้าเล็กๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันปากเล็ก ๆ ของเธอก็เอ่ยออกไปอีกว่า
"ผู้ใหญ่บ้านกู้ให้ปุ๋ยสังเคราะห์แก่ตระกูลเมิ่งมากถึงหนึ่งกระสอบ เพราะเมิ่งจิ่วเฉา เป็เครือญาติของท่านนอกจากนี้ตระกูลเซียวยังได้รับพันธุ์ข้าวกับปุ๋ยไปใช้อย่างละครึ่งกระสอบตระกูลเซียวและตระกูลเมิ่งทำการเกษตรแบบขอไปที ปลูกพืชผักแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆเทคนิคการปลูกผักก็เป็แบบเก่า หน้าดินไม่เคยได้รับการดูแลแบบจริง ๆ จัง ๆหว่านปุ๋ยพวกนั้นลงไป ก็เท่ากับเสียเปล่าโดยใช่เหตุ"
คำพูดของหญิงสาววัยยี่สิบปีคนนี้ฟังดูมีหลักการไม่ใช่แค่พยายามอ้าปากเถียงปาว ๆ แบบข้าง ๆ คู ๆ
"ตระกูลเมิ่งกับตระกูลเซียวของพวกท่านใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างสิ้นเปลืองและเปล่าประโยชน์นี่ถือเป็การขัดขวางการเพิ่มผลผลิตโดยรวมของหมู่บ้านเื่เหล่านี้ถือเป็พฤติกรรมที่ผิดกฎการปฏิรูปเศรษฐกิจของสำนักงานอำเภอหากเื่นี้ดังไปถึงหูเ้าหน้าที่รัฐในตัวเมืองพวกท่านคิดว่าผลกระทบมันจะเป็ยังไง ลองจินตนาการดูสิ!"
ฉินซูหลันหันหน้ามาหาตัวแทนของตระกูลเซียวและตระกูลเมิ่งที่ยืนอยู่ในวงล้อมเดียวกันแววตาของเธอที่มองไปหาพวกเขาเต็มไปด้วยความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวการกระทำของเธอในตอนนี้จุดประกายความกล้าให้ชาวบ้านหลายคนได้เป็อย่างดี
"นั่นสิ... ถ้าเื่นี้ไปถึงหูของเ้าหน้าที่รัฐความเป็อยู่ของพวกเราคงดีกว่านี้"ชาวบ้านหนึ่งในนั้นเอ่ยแทรกขึ้นมาในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด
ด้านของกู้เส้าเฟิงที่ได้ยินคำว่าผิดกฎ, การปฏิรูปเศรษฐกิจและเ้าหน้าที่รัฐ ก็ออกอาการหวาดกลัวทางสีหน้า
เขาลองคิดจินตนาการตามคำพูดของฉินซูหลันว่าหากเ้าหน้าที่รัฐรู้เข้าว่าเขาเล่นพรรคเล่นพวกไม่แบ่งสันปันส่วนทรัพยากรอย่างโปร่งใส เขาอาจถูกลิดรอนทรัพย์สินและถูกดำเนินคดีก็เป็ได้ หนักข้อเข้าหากโดนตรวจสอบย้อนหลังอาจพบเส้นสายการทุจริตที่หนักหนาสาหัส สุดท้ายเขาจะไม่ใช่แค่ถูกลิดรอนทรัพย์สินและถูกดำเนินคดีแต่อาจถูกต้องโทษปะาชีวิตเลยก็ว่าได้
"ก็ได้!อยากได้ทรัพยากรมากนักใช่ไหม งั้นตระกูลฉินก็เอาปุ๋ยหมักของชุมชนและเอาปุ๋ยมูลวัวไปใช้ซะสิ" กู้เส้าเฟิงพูดแบบปัด ๆ เพื่อให้ปัญหามันจบไป
"ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านกู้ที่ใจกว้างแต่ปุ๋ยมูลวัวมีไนโตรเจนต่ำและต้องใช้เวลาในการย่อยสลายซึ่งไม่ทันต่อการเพาะปลูกในฤดูกาลนี้ ยังไงฉันก็้าปุ๋ยสูตร 46-0-0 และปุ๋ยสูตร 16-16-8 ไปใช้ในพื้นที่ของฉัน"ฉินซูหลันเอ่ยถึงความ้าของตัวเองอย่างชัดเจน
"ขอมากเกินไปแล้วนะ!"ผู้ใหญ่บ้านกู้ตะเบ็งเสียงลั่นอย่างหัวเสียเพราะหากเขายอมให้ฉินซูหลันได้ทรัพยากรในส่วนนั้นไปง่าย ๆนั่นก็จะเท่ากับว่าชาวบ้านอีกหลายคนก็จะลุกฮือขึ้นมาต่อต้านเขาเหมือนอย่างที่ฉินซูหลันกำลังทำเขาจะปล่อยให้เป็แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
"มากที่ไหนกันฉันไม่ได้พูดว่าจะเอาปุ๋ยทั้งหมดซะหน่อย ฉัน้าแค่อย่างละ 1 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากนี้เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกสีทองฉันก็้าแค่ 3กิโลกรัม ส่วนเมล็ดพันธุ์ผัก ฉัน้าอย่างละ 1 หยิบมือ หวังว่าผู้ใหญ่บ้านกู้จะจัดการให้ฉันได้"
คำขอที่มักน้อยของฉินซูหลันสร้างความประหลาดใจให้คนในชุมชนไปยกใหญ่และเรียกเสียงฮือฮาจากลำคอของผู้ใหญ่บ้านกู้ได้เป็อย่างดี "อะฮะฮ้า!ทรัพยากรน้อยนิดแค่นั้นจะเอาไปทำอะไรได้"
"ใช้ได้หรือไม่ได้เดี๋ยวก็ได้รู้เองฉันจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่า สิ่งของที่ฉันขอไปทั้งหมดมันสามารถสร้างผลผลิตที่สูงกว่าของตระกูลเมิ่งกับตระกูลเซียวได้เป็เท่าตัว"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของฉินซูหลันสร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านในแวดวงเดียวกันแทบนับครั้งไม่ถ้วนแต่ทว่าในทางกลับกันมันก็ดันสร้างเสียงหัวเราะฮือฮาให้กับตัวแทนจากตระกูลเซียวและตระกูลเมิ่งพวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าทรัพยากรแค่นั้นจะให้ผลผลิตได้มากกว่าปุ๋ยเต็มกระสอบ
"ไม่มีทางที่ทรัพยากรแค่นั้นจะมาเอาชนะทรัพยากรที่มีมากกว่าได้หรอกฉินซูหลันคนนี้ก็แค่พูดซี้ซั้วไปเรื่อยเปื่อย"ในขณะที่กู้เส้าเฟิงกำลังพูดจาดูถูกความสามารถของเด็กสาววัย 20 ปี จู่ ๆ เสียงทุ้มลุ่มลึกของใครคนหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังของฝูงชน
"เป็การปะทะคารมที่น่าสนใจมากจริงๆ" เสียงนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้เป็อย่างดี
ทุกคนหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสีน้ำเงินเข้มที่ดูสะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบเรียบร้อยั้แ่หัวจรดเท้าการแต่งตัวของเขาดูแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป
สวี่เติ้งหย่วน ก้าวเข้ามายืนในลานประชุมด้วยท่าทางสุขุมสง่างามในมือของเขามีสมุดจดเล่มเล็ก ๆ ถือมาด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและเคร่งขรึมดวงนั้นบ่งบอกได้ถึงความเด็ดขาดและเข้มงวดของเขา
ชาวบ้านหลายคนที่เห็นสวี่เติ้งหย่วนต่างมีดวงตาเป็ประกายเพราะเขานั้นหล่อเหลายิ่งกว่าผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้หากได้เขามาเป็เขยก็คงจะดีไม่น้อย
ทันทีที่กู้เส้าเฟิงเห็นโฉมหน้าของชายผู้มาใหม่ใบหน้าที่แต่เดิมดูโอหังและเย่อหยิ่งของเขาก็ซีดเผือดลงกะทันหันเขารีบเดินปรี่เข้าไปหาชายหนุ่มด้วยท่าทางสุดนอบน้อมซึ่งผิดวิสัยของการเป็ผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนแห่งนี้"ที่แท้ก็ท่านเ้าหน้าที่สวี่นี่เอง ท่านจะมาลงพื้นที่ทำไมไม่บอกกล่าวกันก่อนล่ะ จะได้เตรียมการต้อนรับไว้อย่างดี"
"ขืนบอกกล่าวล่วงหน้าคงจะไม่ได้เห็นละครฉากนี้"น้ำเสียงของชายหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่สร้างความระทึกใจให้กู้เส้าเฟิงอย่างมหันต์
"ปัดโถ่เอ๊ย...ละคงละครอะไรกัน เื่นี้ก็แค่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชุมชนของพวกเรามีค่ามากพอให้ท่านเ้าหน้าที่สวี่มาใส่ใจซะที่ไหนกัน" ชายวัยห้าสิบปีเศษ ๆพยายามพูดเล่นลิ้นและพยายามฉีกยิ้มสู้เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด
สวี่เติ้งหย่วนโบกมือให้กู้เส้าเฟิงเงียบปากเขาเดินเนิบเนือยเข้าไปหาฉินซูหลันอย่างไม่ลังเลสายตาของเขาที่จ้องมองไปหาหล่อนยังคงเคร่งขรึมเ็าดุจเดิม"เจอกันอีกแล้วนะ" คำทักทายของเขาฟังดูมีเลศนัยยังไงชอบกล
"นายเป็ใครกันแน่?"ฉินซูหลันถามกลับอย่างทันควัน เจอหน้ากันครั้งแรกหล่อนก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าของเขาแล้วคาดไม่ถึงว่าจะได้เจอเขาอีกครั้งที่นี่
ชายหนุ่มไม่ได้รีบตอบคำถามของฉินซูหลันแต่เขากลับหันไปเปิดเผยสถานะของตัวเองต่อหน้าฝูงชน
"สวัสดีครับทุกท่านผมชื่อสวี่เติ้งหย่วน เป็เ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบทุจริตของภาครัฐ วันนี้ถูกมอบหมายให้มาลงพื้นที่ที่ชุมชนแห่งนี้"สวี่เติ้งหย่วนยืนนิ่งหลังตรง เปล่งเสียงประกาศกร้าวต่อหน้ามวลชนสายตาของเขาแน่วแน่ไม่ไหวติงน้ำเสียงทรงอำนาจของเขาทำให้กู้เส้าเฟิงและพรรคพวกรู้สึกขนลุกซู่ไปชั่วขณะ