“เห้อ~ เสียดายบ้านหลังนี้เราคงได้อยู่แค่เดือนเดียว” โอ๊สบ่นให้พี่ชายอีกคนฟัง
“อีกเดือนพวกเราก็ออกเดินทางกันแล้ว เมื่อพวกเราเจอพี่น้องสถานที่ไหนเลยจะมีสุขเท่ากับการได้อยู่กับครอบครัว” เอิร์ธที่กำลังอ่านหนังสือจิบชากล่าวลอย ๆ ออกมา
“แต่ตอนนี้พี่คือครอบครัวของผมครับ” ชายหนุ่มเดินมานั่งข้าง ๆ พี่ชายและเอียงหัวให้อีกฝ่าย
“ชอบจังเลยนะ ไอ้ให้เอามือลูบหัวเนี้ย...” เอิร์ธลูบหัวตามความต้องการของอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ
“ขอบคุณครับที่ใจดีกับผม” โอ๊สกล่าวออกมา พร้อมกับหยิบเครื่องดนตรีคล้ายกีตาร์น้อยหรืออูคูเลเล่ขึ้นมา มันประดับด้วยเม็ดพลอย 3 สี บ่งบอกถึงเสียงทั้งสามตามชื่อเทพสามองค์ โดราฟ เรมิส มีดาส สีสันของมันสวยงามเป็นประกาย แดง ส้ม เหลือง ไล่สีกัน
“พรุ่งนี้พี่จะเข้าไปซื้อของที่ตลาด โอ๊สจะเอาอะไรบ้าง” เอิร์ธบอกถึงความต้องการของตน
“ผมอยากไปเดินตลาดด้วย แต่พรุ่งนี้มีคลาสดนตรี กว่าจะเลิกคงค่ำมืด” แก้มป่อง ๆ เริมทำงานอีกครั้ง
“เด็กคนนี้นินะ ไว้วันหลังก็ได้ยังไงพวกเราต้องไปหาลุงบิลอยู่ดี เวลานั้นค่อยไปเดินเที่ยวกันอีกรอบก็ไม่สาย” เอิร์ธที่บอกถึงสิ่งสำคัญพร้อมกับเอามือหยิกแก้มป่องของอีกฝ่าย
“มันเจ็บนะครับ” พร้อมกับเอามือลูบแก้มตัวเองเหมือนว่ามันจะบรรเทาความเจ็บลงได้
“จดหมายถึงแม่นายส่งไปหรือยัง” เอิร์ธได้ทีถาม
“ยังเลยพี่ ผมว่าจะฝากส่งพรุ่งนี้ก่อนเขาคลาสเรียน” โอ๊สตอบ
“ดีแล้วที่เราตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ไว้ เพราะถึงพวกเราไม่ได้อยู่ใช้ แต่แม่บุญธรรมที่เลี้ยงนายมาก็สมควรตอบแทน”
“ครับท่านพี่เทพตกสวรรค์” โอ๊สตอบรับด้วยน้ำเสียงล้อเรียนอีกฝ่าย
-------------------
“เอาละ ท่านเมวิสอนุญาติพวกเราแล้ว” อ๊อสที่ตอนนี้อยู่ในชุดนอกเครื่องแบบอัศวินที่ดูแสนธรรมดา แต่ดาบใหญ่สองมือยังคงแบกไว้บนหลัง
“เห้ยพี่ ผมต้องใส่ชุดนี้จริงงะ ไม่หรูไปหน่อยเหรอ เราไปเข้าป่าเดินป่ากันนะ” ผมที่กำลังรู้สึกแปลกใจกับความคิดอันสุดโต่งของพี่ชาย
“ไม่นิ อะไรที่มันจะทำให้น้องพี่ดูดีดูหล่อพี่ว่ามันเหมาะสมที่สุดแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้มันเป็นภารกิจลับด้วย พวกเราต้องปลอมตัว พี่จะรับบทเป็นลูกน้องยอดฝีมือ ส่วนนายก็เป็นคุณชายจากตระกูลขุนนางแห่งมายด์”
“มันก็เข้าใจอยู่นะ แต่นี่มันลูกขุนนางหรือลูกพระราชากันแน่เนี้ย…” ผมที่บ่นพร้อมสำรวจชุดที่ตัวเองใส่อีกรอบ
“อย่าบ่นเลยพวกเราต้องรีบออกเดินทางแล้วนะ พร้อมยัง” อ๊อสที่พูดไปแต่กลับเดินมาจัดคอเสื้อให้ผม
“เห้ย!”
“นิดหน่อยเอง” อ๊อสที่ฉวยโอกาสตอนจัดคอเสื้อลอบหอมแก้มผมไปหนึ่งฟอด ถึงจะเริ่มชินแล้วกับนิสัยของคนตรงหน้า แต่ผมก็ยังอดหน้าแดงด้วยความเขินไม่ได้ ผมที่เป็นลูกคนเดียวแต่ตอนนี้กับมีพี่ชายที่ชอบเอาอกเอาใจมันก็เลยแปลกใหม่ไปหมด
“ถ้าผมกลายเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันผมจะโทษพี่”
“ใช่ว่าของแบบนี้มันจะเป็นกันได้ง่ายๆ นะน้องรัก ถ้าใจไม่รักใช่ว่าแค่ถูกแสดงความรักแบบนี้ทุกวันแล้วมันจะทำให้เป็นได้สะหน่อย” ยิ่งได้ฟังผมยิ่งรู้สึกอายตัวเองเข้าไปใหญ่ เมื่อทุกอย่างพร้อมรถม้าของพวกเราก็ออกเดินทาง เป้าหมายต่อไปเมืองทางตะวันตกของเมืองหลวง ‘เวสดาย’
“คอยเดี๋ยวสิ” เสียงใส ๆ ร้องเรียกพวกผมจากด้านหลัง พี่อ๊อสหยุดรถเพื่อดูต้นเสียง
“ว่าไงพี่ลิลสวัสดีครับ ไงเลล” ผมทักทายผู้มาใหม่ทันที
“พวกข้าไปด้วย” ลิลบอกกับพวกผม
“เดี๋ยว ๆ พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวนะ” อ๊อสบอกกับสองคนนั้น
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีภารกิจลับ ท่านเมวิสเป็นคนบอกให้ข้าและน้องชายมาช่วยพวกเจ้า” ลิลยื่นม้วนกระดาษให้ผมก่อนจะส่งต่อให้อ๊อส ทันทีที่ถึงมือ
“ลาลาทีลา ซอล~” (ทำนองแห่งกุญแจ หรือ ผนึกแห่งรัก)
ม้วนกระดาษที่มีผนึกประจำตัวของเมวิสก็ดีดตัวออกพร้อมกับทำนองของผนึกสารลับ ผมและพี่ชายอ่านมันทันที
---------------------
ถึง อ๊อสโตบาลและน้องชาย
ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังลำบาก ผู้เป็นผู้ใหญ่เช่นข้ากับไม่สามารถช่วยพวกเจ้าได้นอกจากข้อมูลที่เคยบอกไป การเดินทางมันอันตรายเกินกว่าแค่พี่น้องสองคนจะสะดวก ข้าเลยถือวิสาสะให้คนที่ข้าไว้ใจติดตามพวกเจ้า หากพวกเจ้ารับไมตรีนี้ก็ขอให้คนทั้งสองติดตามพวกเจ้าไปด้วยเทอญ
เมวิส วิสนี่
-------------------
“เห้อ คงต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว” อ๊อสหันไปยิ้มให้คนทั้งสองก่อนจะลงไปช่วยขนของให้สองคนนั้นขึ้นรถม้า
--------------------
“ลุงบิล ๆ” โอ๊สร้องเรียกชายวัยกลางคน คนหนึ่งที่มุมลานเก็บของ ของบริษัทเรือลอยฟ้า
“โอ้ว~ มาได้ไงบรีชหลานรัก” บิลที่เห็นคนร้องทักเมื่อหันไปหาเขาก็จำใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มได้ทันที
“ไม่เจอกันแป๊บเดียวลุงดูซูบไปเยอะเลยครับ” โอ๊สที่เดินเข้าไปทักอีกฝ่าย
“ก็คนต้องทำงานนิหนา ว่าแต่เจ้าทำไมแต่งตัวดูดีเหมือนพวกลูกผู้ดีเช่นนี้เล่า” บิลทักหลังเพิ่งรู้สึกถึงราศีของชายหนุ่มที่แตกต่างออกไป
“อ่อ ตอนนี้ผมเป็นนักดนตรีหลวงแล้วครับลุง แล้วก็… เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ ” โอ๊สที่มองหามุมสนทนาได้ก็ผายมือเชิญอีกฝ่ายไปยังจุดหมาย เพื่อเล่า เรื่องหลัก ๆ ก็เรื่องเดินทางข้ามทวีป ความจริงเรื่องความทรงจำที่กลับมา เงินและบ้านที่เขาให้แม่ พี่ชายใจดีที่จะเดินทางตามหาครอบครัวที่แท้จริง
“เป็นแบบนี้เองรึบรีช ลุงควรเรียกเจ้าว่าบรีชหรือโอ๊ส ละทีนี้”
“เรียกผมบรีช เช่นเดินละครับ ยังไงผมก็ถือว่าเป็นหลานลุงลูกแม่อยู่ดี ถึงความทรงจำจะกลับมา แต่ผมไม่ลืมลุงกับแม่หรอกครับ”
“เจ้าช่างเป็นเด็กกตัญญูเสียจริง ข้าปลื้มใจที่ได้มีหลานเช่นเจ้า” ชายวัยกลางคนยิ้มส่ง จนดวงตาหายไปเหลือเพียงแต่รอยขีดยาวบนใบหน้า
“ถ้ายังไงเรื่องการเดินทาง ผมรบกวนลุงด้วยนะครับ เรื่องค่าใช้จ่ายผมซัพพอร์ตให้เต็มที่ ผมว่าลุงย้ายไปอยู่กับแม่ที่บ้านใหม่พวกเราดีกว่าเช่าเขาอยู่นะครับ แม่จะได้มีคนคอยดูแล”
“ได้เลยหลานชาย ว่าแต่พี่ชายผู้มีพระคุณคนนั้นไปไหนแล้ว”
“แอบอยู่แถวนี้ละครับ ไว้เจอกันที่บ้านพวกเราก็ได้ อยู่ข้างนอกพี่เขาไม่ค่อยจะปลอดภัย”
“มีคนดักทำร้ายรึ”
“ไม่ ๆ แค่ว่าสาว ๆ เมืองนี้แรงกว่าที่คาดคิด...” โอ๊สปิดประโยคให้ลุงบิลสงสัยเล่น ก่อนจะขอตัวออกมาเดินตามหาพี่ชาย
“เสร็จธุระแล้วเหรอ” เอิร์ธที่นั่งหลบมุมโดยมีผ้าโพกหัวปิดหน้าปิดตา
“พี่เอิร์ธ! ตกใจหมดเลยนึกว่าโจรปล้นสวาท” โอ๊สแสร้งทำทีตกใจหลังจากที่ชายหนุ่มตรงหน้าโผล่ออกมาจากมุมตึก
“คนเรามุก 3 คีต(บาท) 4 คีต(บาท) ก็ยังอุส่าเล่น”
“ก็นิดนึ่งสร้างสีสัน แต่ตอนนี้ผมว่าพี่เปลี่ยนจากผ้าปิดหน้าแบบโจรไปใส่หน้ากากเท่ ๆ ดีกว่านะ ผมเหมือนจะเห็นร้านมันอยู่ใกล้ ๆ ” โอ๊สรีบบอกถึงภาพลักษณ์ที่ควรเปลี่ยนแปลงโดยด่วนก่อนที่จะมีคนเข้าใจผิด
“ก็ใครจะไปคิดว่า การแค่มาเดินตลาดจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ ถ้าไม่ปกปิดตัวมีหวังเกิดเรื่องแบบวันก่อนอีกแน่ ๆ ” เอิร์ธที่พูดถึงความหลังก็มีใบหน้าอมทุกข์ขึ้นมา จนน้องชายที่สนทนาด้วยอดเอามือไปดึงแก้มฉีกยิ้มให้อีกฝ่ายไม่ได้
“ยิ้มไวพี่ หน้าหล่อ ๆ ของพี่ไม่เหมาะกับอารมณ์ขุ่นมัว ผมว่าเรารีบไปร้านหน้ากากดีกว่าครับ” โอ๊สที่สรุปเรื่องราวก็ดึงมือพี่ชายไปตามถนนทันที
หน้ากากหนังลูกวัวที่ถูกประดับด้วยอัญมณีพอสวยงามมันปกปิดส่วนบนของใบหน้า แต่ถึงแบบนั้นยังพอเดาได้ว่าภายใต้หน้ากาก คนผู้นี้ถ้าไม่มีบาดแผลจนหน้ากลัว เขาคงเคยมีใบหน้าอันงดงามเป็นแน่
“เป็นไงบ้าง” เอิร์ธใส่หน้ากากอันใหม่หันไปถาม
“อันนี้แหละพี่เข้ากับโครงหน้าพี่สุด ๆ” โอ๊สที่ยิ้มอย่างดีใจ ถ้าไม่ใช่คนสนิทกันเขาคงมองไม่ออกว่าคนนี้คือใคร
“เท่าไหร่ครับ เถ้าแก่” เอิร์ธหันไปถามราคาเจ้าของร้าน
“มันแพ่งหน่อยนะคุณลูกค้า แต่ข้าไม่เห็นด้วยเลยที่ท่านต้องปกปิดใบหน้าอันหล่อเหลางดงามนั่น ราคาหน้ากากอันนี้ 3000 คีต เพราะมันเป็นหนังลูกวัวที่เกิดบนภูเขาสูง เลยหายากหน่อยนะ” เถ้าแก่ร่ายยาว
“ผมก็ไม่ได้อยากใส่เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าไม่ใส่เลยเห็นทีการเดินทางพวกผมจะลำบากไม่น้อย อะไรที่มันเกินพอดีก็อาจเป็นภัย” เอิร์ธพูดพร้อมยื่นถุงเงินจำนวนพอดี ให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินนำน้องชายออกจากร้านไป
“รอผมด้วยสิ พอได้ของก็เดินตัวปลิวไม่สนน้องสนนุ่งเลยนะ” โอ๊สที่เดินมาทันก็ป่องแก้มใส่อีกฝ่ายทันที
“ไม่กลัวคนมองว่าทำตัวเป็นเด็กเหรอ” เอิร์ธชี้ให้เห็นจนโอ๊สเหมือนนึกขึ้นได้ว่าเขากำลังอยู่ในที่สาธารณะ
“แต่ไม่เป็นไรหรอกอีกไม่กี่วันพวกเราก็ไปจากที่นี่แล้ว” โอ๊สก็แถความรู้สึกตัวเองออกไป
“งั้นพี่จูงมือน้องเดินเลยแล้วกัน” เอิร์ธที่รู้นิสัยโอ๊สมาบ้าง เลยได้ทีแกล้งชายหนุ่มคนนี้ทันที เห็นเป็นคนขี้อ้อนแบบนี้ แต่เขาจะทำต่อหน้าเมื่ออยู่กันสองคนเท่านั้น หากอยู่กับคนอื่นหรือที่สาธารณะชายหนุ่มจะวางฟอร์มอีกแบบ
“...” ถึงจะอายแต่ก็มีความสุข (-////-)a
--------------------
“ตกลงตามนี้นะ” อ๊อสที่จัดแจงส่งบทให้เพื่อน ๆ ในปาร์ตี้ ผลคือ ผมรับบทบุตรชายขุ่นนางแห่งมายด์ ซึ่งมีบริวารติดตาม 3 คน ได้แก่บอดีการ์ดหนุ่มรับบทโดยพี่อ๊อส สาวใช้กับน้องชาย รับบทโดยลิลและเลล
“แล้วทำไมผมต้องเป็นคนใช้ด้วยละ” เลลที่รู้สึกไม่พอใจบทบาทที่ได้รับ นั่นเพราะลิลกับเลลก็ถือเป็นชนชั้นสูงตระกูลผู้ดีของอาณาจักร กับการที่ต้องมาเป็นคนใช้ดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับเขาเท่าไหร่ ซึ่งผิดกับพี่สาวลิลที่ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับบทบาทใหม่ของเธอ
“นายลองนึกดู ถ้านายรับบทเป็นสหายหรือบทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่คนใช้คู่พี่น้องดูสิ นายอาจจะต้องนอนกับออโต้ และข้าก็ต้องไปนอนกับพี่สาวนายนะ แต่เพราะแบบนี้ข้าเลยยังนอนกับน้องชายข้าได้ และเจ้าก็นอนกับพี่สาวตัวเองไง สมควรแล้วละ” อ๊อสร่ายยาวจนอีกฝ่ายจนด้วยคำพูด ได้แต่ถอนหายใจให้บทตัวเอง
“โอเคคงใกล้ถึงที่พักแล้ว” ผมที่เป็นคนถือแผนที่บอกให้คนอื่น ๆ ทราบ
“เจ้าค่ะนายท่าน” ลิลตอบรับตามบทบาททันทีจนคนอื่น ๆ หลุดขำกริยาและคำพูดของหญิงสาว
“เธอเป็นคนเดียวในกลุ่มเลยนะที่ดูจะสนุกกับการออกเดินทางครั้งนี้” อ๊อสหันไปคุยกับลิล
“แหม ๆ ก็ใช่ว่าข้าจะได้เดินทางท่องเที่ยวไปไหนง่าย ๆ เหตุผลที่ข้าเข้ารับคัดเลือกก็เพื่อจะได้ออกเดินทางไปยังทวีปต่าง ๆ ในเมื่อฝันได้เป็นจริงข้ามีหรือจะไม่ดีใจ” หญิงสาวกล่าวกับหนุ่มที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม
“แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ห้ามรึอาจทำตัวกินเด็กกับน้องชายข้า” อ๊อสที่อยู่ ๆ ก็พูดความในใจออกไปจน หญิงสาวแอบเคือง
“ใช่ว่าข้าจะชอบกินเด็กรุ่นน้อง อีกอย่างชายหนุ่มที่ข้าใฝ่ฝันคือเจ้าชายรูปงามของอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งต่างหากเล่า”
ผมที่ได้ยินก็หลุดขำออกมา ไม่ใช่เพราะความเพ้อฝันของหญิงสาว แต่เพราะไอ้คำว่าเจ้าชายรูปงามนั้นต่างหาก เพราะตอนนี้พี่อ๊อสนั้นถือว่าเข้าข่ายในสเปคของลิลเต็ม ๆ ส่วนตัวพี่ชายผมถึงกับเหวอรีบหันหน้ากลับไปควบคุมม้าตามเดิม
“เจ้าก็อย่าขำพี่ข้า ตระกูลพวกเราสูงส่งการที่พี่สาวข้าจะได้แต่งงานกับเจ้าชายคนใดคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” เลลที่แก้ตัวให้พี่สาว กล่าวกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โอเค ๆ ข้าไม่ขำพวกเจ้าแล้ว” ผมก็ได้แต่ลอบถอนใจ
“เจ้าอีกคน ห้ามจีบน้องชายข้า” อ๊อสที่หันมาพูดเสียงแข็งกับเลล
ผมเห็นว่าการต่อความของพี่อ๊อสจะไม่เป็นที่ถูกใจของสองพี่น้องเลยแทรกการสนทนาทันที
“ข้าว่าพวกเราถึงแล้วละ ‘เมืองมายน์มายด์’ ” ผมชี้นิ้วไปยังกำแพงเมืองที่เด่นในระยะสายตา
“โอเคได้ที่พักแล้ว เป็นห้องสูท” ผมที่ติดต่อเรียบร้อยก็บอกกล่าวกับคนในกลุ่ม สองห้องนอน ห้องน้ำในตัวและมีห้องนั่งเล่น
“นายท่านข้าว่าทานควรใช้ข้าไปเป็นธุระเรื่องจับจองห้องถึงจะสมควรค่ะ” ลิลกล่าวพร้อมยอบตัวสมบทบาท
“ได้เลยครั้งหน้าเรื่องพวกนี้จะยกให้เจ้าจัดการ” ผมได้ทีเล่นตามน้ำ
“เลลเธอไปยกข้าวของขึ้นห้องพักด้วย เดี๋ยวพี่จะไปดูความเรียบร้อยของห้องพักก่อน” ลิลก็เดินตามเด็กหนุ่มพนักงานขึ้นห้องพักไป ส่วนผมกับพี่อ๊อสได้แต่นั่งรออยู่ในล๊อบบี้ของโรงแรมไม่นานลิลก็เดินกลับมา
“ห้องพร้อมเรียบร้อยดีค่ะ” ลิลกล่าวพร้อมยอบตัวแสดงความเคารพผู้เป็นนาย
“งั้นพวกเรารอเลลก่อนแล้วค่อยไปพร้อมกัน พี่อ๊อสรบกวนช่วยเลลถือของด้วย” ผมบอกและหันไปสั่งบอดีการ์ดหนุ่ม
“ขอรับนายท่าน” อ๊อสตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จนผมแอบหวั่น ๆในใจว่าพี่ชายคนนี้คิดอะไรอยู่
พอพวกเราเข้าห้องพักมาได้ก็ประชุมพูดคุยกันก่อนแยกย้ายไปพักผ่อน
“พี่ลิลนี้สุดยอดมากเลย เล่นสมบทบาทสุด ๆ” ผมชมหญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม
“ขอบคุณ ข้าก็แค่เรียนแบบคนใช้ในตระกูลข้าเท่านั้น” ลิลตอบ
“ว่าแต่แล้วพ่อแม่เจ้าไม่ห้ามหรือที่เจ้าออกมาท่องเที่ยวทำงานแบบนี้” อ๊อสสงสัยได้ทีถาม
“ถึงข้าและเลลจะเป็นลูกหลานของตระกูลชั้นสูง หากแต่แม่ข้าเป็นเพียงภรรยาที่ตกแต่งมาลำดับหลัง ๆ พวกพี่ชายพี่สาวข้ายังมีอีกมาก การที่ข้าออกมาโลกภายนอกพวกท่านหาได้ใส่ใจพวกเรา ขอแค่เพียงพวกข้าสร้างชื่อเสียงให้แก่ตระกูลพวกเขาย่อมเห็นดีกับพวกเรา” ภายใต้น้ำเสียงใส ๆ นั้นแอบแฝงด้วยความขื่นขมเล็กน้อย
“พวกเราก็แค่ลูกหลงของตระกูล ฮะๆ” เลลอีกคน ถึงมีเสียงหัวเราะแต่ไม่อาจกลบเกลื่อนความรู้สึกลึก ๆ ได้ ผมกับพี่อ๊อสได้แต่มองตากันก่อนจะบอกลาสองพี่น้องตรงหน้าเพื่อไปพักผ่อน
“พี่ก็อย่าไปพูดร้ายกับสองคนนั้นมากเลยผมว่าพวกนั้นก็ใช่จะมีความสุข พวกนั้นเป็นคนดีอยู่นะ” ผมที่นอนอยู่ในวงแขนพี่ชายกล่าวออกไป
“อืมพี่จะพยายาม” อ๊อสตอบสั่น ๆ แต่มือที่เหลือกำลังลูบท้องผมอยู่ใต้ล่มผ้า
“ดีไม่ดีพี่ลิลอาจจะได้มาเป็นเจ้าสาวพี่ก็ได้นะ ท่านเจ้าชายแห่งมูนวัล” ผมที่นึกถึงเรื่องก่อนหน้าได้ก็แซวออกไป
“หืม… ริอาจทำตัวเป็นพ่อสื่อหรือน้องรัก” ไม่พูดเปล่า ผมก็โดนหนวดแข็ง ๆ ไซด์ที่คอทันที ผมที่ตอนนี้กลายเป็นพวกบ้าจี้ ก็ส่งเสียงร้องแหกปากขึ้นมา
“เห้ยเบา ๆ หน่อยรบกวนห้องอื่...” เลลที่เดินเปิดประตูเข้ามาเมื่อเห็นภาพ ชายหนุ่มสองคนกำลังนัวเนียกันอยู่ ถึงกับสตันไปทันที
“ข้า ๆ ไปละ...” เลลที่ยืนอยู่นานแต่เหมือนจะเข้าใจผิดกับภาพตรงหน้าก็หายไปจากสายตาของพวกเราทั้งสอง
“โหยโดนเข้าใจผิดเลย” ผมได้ทีตีหลังพี่ชาย
“ใครให้เจ้านั่นคิดอกุศลกันเล่า”
---------------------
“พี่เอิร์ธ ๆ” โอ๊สเรียกเสียงสูง
“มีอะไร”
“ดูนั้น ๆ ” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังท้องฟ้าในราตรี
“ฝนดาวตก” เอิร์ธที่เห็นกล่าวออกมา “เร็วๆ นี้ พวกเราคงได้เจอผู้สร้างโลก”