ขมิ้นเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบเสียงแหบพร่าว่า "นายห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ รู้ไหม"
"สัญญาครับ ระหว่างเรา...ผมจะเก็บเป็นความลับ" ผมตอบพลางมองเธอที่ทรุดอยู่กับพื้น
ไม่กี่วินาทีต่อมา ขมิ้นก็พูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยกนิ้วชี้มาที่ผม “นาย...ห้ามไปบอกใครนะ...” น้ำเสียงของเธอยังคงแผ่วเบาด้วยอาการเมามาย
ผมยิ้มเล็กน้อยกับท่าทีของเธอ
เธอไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่นั่งกอดเข่าตัวเองเงียบ ๆ แล้วเงยหน้ามองผมด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ผมสบตาเธอและสังเกตได้ว่า เธอไม่มีแรงเหลือแล้ว
“ห้องของน้องอยู่ไหน” ผมเอ่ยถามเสียงนุ่ม
“ชั้นสอง... ถัดจากห้องแรกไป” เธอตอบกลับมาเสียงแผ่ว ราวกับจะหมดแรงไปทุกที ก่อนจะเอ่ยต่อเบา ๆ “ทำไมเหรอ... นายจะต่อเหรอ” ดวงตาของเธอปรือเยิ้มเหมือนคนกำลังจะหลับ
ผมยิ้ม ก่อนจะก้มลงไปอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ แล้วดึงเสื้อรัดรูปที่รั้งอยู่เหนือเต้านมของเธอลงมา ก่อนจะหันไปคว้ากางเกงที่ตกอยู่ข้างๆ มาสวมให้เธอ
ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่อุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินไปที่บันไดแล้วพาเธอขึ้นไปบนห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ดีหน่อยที่ประตูไม่ได้ล็อคเอาไว้
เมื่อถึงห้อง ผมวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะช่วยจัดท่าให้นอนสบายขึ้นเล็กน้อย
ผมถอนหายใจหอบเหนื่อยแล้วกำลังจะเดินจากไป แต่เธอยกมือชี้หน้าผมอย่างอ่อนแรง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่มีแรงว่า “นายห้ามไปบอกใครเด็ดขาดนะ ไม่งั้นนาย ได้เจอดีแน่”
ผมไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้ม แล้วปิดประตูเบาๆ
ติ้ง...!
[สกิล: วอดก้า&โซดา]
[ระยะเวลาคงเหลือ 5 นาที]
[คุณปลุกเร้าอารมณ์ 2 ครั้ง ได้รับเงิน 20,000 บาท]
[คุณพาขมิ้นขึ้นสวรรค์ 2/3 ได้รับเงิน 20,000 บาท]
[ขมิ้นพาคุณขึ้นสวรรค์ 1/3 ได้รับเงิน 10000บาท]
[ขมิ้นทำทุกอย่างเพื่อตัวเองได้รับ 5,000 บาท]
[ แตกใส่ใบหน้า ได้รับ 5,000 บาท]
[คอมโบครวญคราง ต่อเนื่อง ได้รับรวม 1,000 บาท]
[รวม 61,000 บาท]
[ยอดคงเหลือ 325,980 บาท]
...
กริ๊ง... กริ๊ง..!
หลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนหอมหวานมา เช้าวันถัดมาผมก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นข้างเตียง
ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างงัวเงีย พลางเหลือบมองเวลา หกโมงกว่าแล้ว ก่อนจะกดรับสาย
ผมไอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ฮัลโหล... สวัสดีครับ”น้ำเสียงยังฟังดูงัวเงีย ไม่ได้สดชื่นนัก
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “อืม…นี่พี่โทรมาปลุกเหรอ”
ผมขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยว่าใครกันแน่ที่โทรมา “คุณเป็นใครเหรอครับ” ผมถามกลับทั้งที่ยังนอนหลับตาอยู่
“เอ้า…น้องไม่ได้บันทึกชื่อพี่ไว้ เหรอ”
ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย พลางเหลือบมองชื่อบนหน้าจอมือถือ
ทันทีที่เห็นชัดเจน หัวใจผมก็สะดุดไปชั่วขณะ คุณดาริน
“คุณดาริน...?” ผมพึมพำออกมาเบา ๆ อย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะรีบยกโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง
เธอหัวเราะเบา ๆ “แหม คงปลุกน้องตอนกำลังหลับอยู่จริง ๆ สินะ”
ผมส่ายหน้าเล็กน้อยทั้งที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น “ไม่หรอกครับ แค่ผมนอนดึกไปหน่อยเลยทำให้ตื่นสาย”
ผมหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ว่าแต่…พี่จะกลับวันนี้เหรอครับ”
“ใช่ค่ะ เย็นนี้พี่จะกลับ” เสียงเธอฟังดูอ่อนโยนปนสดใส “ยังว่างอยู่ใช่ไหม ที่พี่โทรมาแต่เช้าเพราะอยากบอกไว้ก่อน แต่ถ้าเกิดติดงานก็ไม่เป็นไรนะบอกพี่ได้”
ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง พลางเอามือเสยผมเบา ๆ
“ตอนเย็นผมว่างครับ งานที่ทำอยู่วันนี้ก็เสร็จครบกำหนดแล้วพอดี” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“โอเค งั้นตามนี้นะ ไว้เจอกัน” เธอพูดเสียงนุ่มก่อนจะตัดสายไป
ผมมองหน้าจอมือถือที่ดับลงด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
[เมื่อสักครู่มีสายแทรกจากคุณชะเอมครับ คุณต้องการให้โทรกลับตอนนี้เลยไหมครับ]
ผมยกยิ้มบาง ๆ มองข้อความบนหน้าจอโปร่งแสงและจอโทรศัพท์ ก่อนจะเอ่ยกลับไปว่า “โทรกลับเลย”
ตู๊ด... ตู๊ด...
ไม่กี่วินาทีต่อมาปลายสายก็ตอบรับ ผมเงียบฟังเสียงอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณวายุ...” เสียงนั้นเอ่ยขึ้น
“ครับผม”
“เมื่อคืน... ทำไมคุณไม่รับสายฉันล่ะ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับหายใจแผ่ว ๆ ผ่านสาย
“เมื่อคืนผม... หลับไปน่ะ” ผมตอบพลางยิ้มมุมปาก
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงแผ่ว ๆ “ความจริงเหรอ... ไม่ใช่เพราะ...” แล้วหยุดกลางคำ
ผมเอ่ยสวนทันทีด้วยน้ำเสียงสงสัยเล็กน้อย “เพราะอะไรเหรอครับ?”
“เปล่า... ไม่มีอะไร งั้นแค่นี้นะ”
“ทำไมเมื่อคืนพี่ไม่มาหาผมที่ห้องเลยล่ะ?” ผมถามออกไปพร้อมรอยยิ้ม แฝงน้ำเสียงหยอกล้อ
“คุณ...!!!” เธอถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ “เมื่อคืนมะขิงไม่ยอมไปนอนสักที ฉันไม่รู้จะทำยังไง” เธอตอบ
“ครับไม่เป็นไร ผมเข้าใจ” ผมตอบพลางคิดในใจ “พี่กับมะขิงก็ไม่ต่างกันเลย สมกับเป็นแม่ลูกกันจริงๆ”
“งั้น แค่นี้ก่อนนะ”
“ครับผม” ผมตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะวางสายไป
สองชั่วโมงต่อมา
ขณะที่ผมนั่งกินข้าวอยู่ในครัวกับพี่เหมยและพี่กิ่ง จู่ ๆ พี่เหมยก็เอ่ยขึ้นถามเสียงสงสัย “น้องวายุ... เมื่อวานน้องไปทำอะไรกับตู้เย็นไว้รึเปล่า? พี่เปิดออกมาแล้วของข้างในกระจัดกระจายหมดเลย”
“เอ่อ... ไม่นะครับ คงเป็นคุณขมิ้นมั้งครับ เมื่อคืนคุณขมิ้นกลับมาบ้าน” ผมตอบพลางยกมือขึ้นเกาศีรษะ ทำท่าเหมือนไม่รู้เรื่อง แล้วโยนความผิดไปให้เธอ
“เอ้า... คุณหนูกลับมาแล้วเหรอ แต่คุณหนูก็น่าจะไม่ทำเละขนาดนั้นนะ” เธอหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองในห้องนั่งเล่น ที่มีคุณเอมนั่งดูทีวีอยู่
แล้วเสริมต่อด้วยน้ำเสียงโล่งใจ “ดีนะที่คุณนายยังไม่มาเห็น ไม่งั้นเราคงโดนแน่”
ผมได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ พลางคิดถึงเรื่องเมื่อคืน กับสิ่งที่ผมกับขมิ้นทำลงไป
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของผมก็สั่น ตื๊ด...!
ผมเอื้อมมือหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นข้อความจากมะขิงส่งมาเพียงสั้น ๆ ว่า
“โอเครค่ะ”
ผมยิ้มบาง ๆ ให้กับข้อความนั้น โดยไม่ได้ตอบกลับอะไร แต่ก่อนจะกดปิดหน้าจอ ข้อความใหม่จากเธอก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง ผมนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดเปิดกล่องข้อความดู
ทันทีที่เห็นสิ่งที่เธอส่งมา ผมก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เป็นรูปถ่ายของเธอในท่านอน ค้ำคางด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือยื่นออกไปกดถ่าย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจผมเต้นแรงยิ่งกว่าคือ... ในภาพนั้นร่องอกของเธอปรากฏเด่นชัด ราวกับตั้งใจจะให้ผมเห็น แถมเธอยังกัดริมฝีปากตัวเองอย่างยั่วยวน
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง “นี่มะขิงส่งอะไรมาเนี้ย... รู้ไหมว่ารูปนี้ น่า...”
ทันใดนั้น พี่เหมยก็เอ่ยแทรกเข้ามาในความคิดของผม
“ยิ้มอะไรอยู่จ๊ะ... คุยกับแฟนเหรอ?” เธอหันมาทำหน้าล้อเลียนหยอก ๆ
ผมยิ้มเขิน ๆ แล้วรีบเก็บโทรศัพท์ในมือ หันไปตอบพี่เหมยเสียงติดขัดเล็กน้อย “เปล่าครับ... แค่น้องที่บ้านส่งรูปตลก ๆ มาให้น่ะ”
“อ่อ...” เธอตอบสั้น ๆ “พี่ล้อเล่นเฉยแหละ”
หลังจากที่พี่เหมยพูดจบ เสียงฝีเท้าก็ดังลงมาจากบันได มะขิงปรากฏตัวในชุดเดียวกับที่เธอเพิ่งส่งรูปมาให้ผม
สายตาของเธอหันมาที่ผมเพียงแวบเดียว ก่อนจะทำเป็นมองผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินตรงไปหาคุณเอมที่นั่งดูทีวีอยู่