The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

III บทที่164 ไป

        บทที่164 ไป

        เวลา1เดือนผ่านไป

        ประตูมิติทรงกลมสีขาวที่ลอยอยู่กลางลานของสำนักเทพอสูรที่สงบนิ่งมานานก็เคลื่อนไหวเห็นทหารป้องกันร่วมๆร้อยคนที่ปกป้องประตูมิติหันมาสนใจกันใหญ่เพราะว่าตลอด1เดือนมานี้มันสงบนิ่งจนพวกเขาคิดได้ว่ามันครบกำหนด1เดือนแล้ว

        เวลานั้นเองปรากฏผู้คนเดินออกมาเป็นศิษย์สำนักเทพอสูรที่ทยอยกันออกมาก่อน สัมผัสของทหารรับรู้ได้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นจนน่ากลัวมันเป็นบรรยากาศของยอดฝีมือที่แผ่ออกมา

        ด้วยการปรากฏตัวของพวกเขาทำให้ทหารรักษาการณ์เหล่านี้ต้องเคลียร์สถานที่และขยับออกไปเพื่อไม่ให้คนที่ออกมาแออัดคับแคบ

        ผู้คนทหยอยกันออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งระดับสูงและเทวาเดินออกมา

        บรรยากาศของพวกเขานั้นกดดันทุกคนอย่างมาก

        เทวาที่เดินออกมาเป็นคนสุดท้ายเก็บสนามฝึกซ้อนมิติที่6เอาไว้ก่อนจะจัดระเบียดศิษย์สำนักเทพอสูรเขาและระดับสูงก็ไปยังแท่นสูงด้านหน้าแล้วกวาดตามองทุกคนศิษย์สำนักเทพอสูรทุกระดับชั้นยกเว้นเหล่าแกนนำยืนสงบนิ่งเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับพวกเขาคือทหารทาญที่ยอดเยี่ยม

        เทวารู้สึกภูมิใจอย่างมากจากการฝึกแปดปี(ในมิติ)คนเหล่านี้พัฒนาขึ้นอย่างมากก่อนเข้าสู้การฝึกฝนพวกเขามีระดับต่ำสุดคือระดับD แต่ด้วยการฝึกฝนของเขาทำให้พวกเขามีระดับต่ำสุดคือระดับAปลาย มันถือว่าพวกเขาเป็นนักสู้ชั้นยอดสำหรับโลกนี้เลยทีเดียว

        ยังมีพวกเขาบางส่วนที่สามารถเข้าสู่ระดับSได้อีกด้วย

        และถึงกับมีบางคนที่สามารถบรรลุถึงระดับSปลายอีกด้วย

        ในขณะเดียวกันเหล่าแกนนำนั้นมีระดับพลังฝีมือที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างน่าเหลือเชื่อบรรดาแกนนำแต่ละคนต่ำสุดก็อยู่ระดับSR(ต่ำ)แล้ว ผู้ที่โดดเด่นอย่างแท้จริงมีอยู่สี่ห้าคนนั่นก็คือวิคตอเรียปกป้อง อายาเนะ ซายูริ (อาจารย์)โซเฟียร์และเอ็ดเวิร์ดทั้งห้าคนนี้มีระดับพลังในระดับSRขั้นปลายและวิคติเรียก็อยู่ในขั้นสูงสุดที่อีกเพียงก้าวเดียวก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับSSRได้แล้ว

        สำหรับคาเรนและเซบาสเตียนทั้งสองก็สามารถเข้าสู่ระดับSSRขั้นต้นได้แล้ว

        สำหรับเซบาสเตียนเขามีทรัพยากรจำนวนหนึ่งและได้เพิ่มเติมจากเทวาด้วยการวิจัยเพิ่มเติมตลอดเวลาหลายปีทำให้เขาก้าวข้ามกำแพงของแก่นแท้และเอกอุไปได้

        คาเรนก็เช่นกันด้วยการทุ่มเทของเทวาทำให้เธอพัฒนาขึ้นอย่างมากจนเข้าสู่เอกอุ(SSR)

        เหล่าผู้เฒ่าอย่างแจคสันอิชชิน ยาสึฮิโระและคนอื่นๆก็อยู่ขั้นปลายของระดับSและอีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ระดับSR สำหรับพวกเขานั้นพวกเขาไม่ได้ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งแต่เลือกที่อยู่เบื้องหลังและควบคุมดูแลมากกว่า

        สำหรับกลุ่มคนของมอแกนคีย์และอีกหกเจ็ดคนก็เข้าสู่ระดับSRแรกเริ่ม

        อันที่จริงแล้วแกนนำทั้งหมดนั้นได้รับการ์ดทักษะจากเทวาไปอย่างน้อยคนละ1ใบแต่มีการ์ดหลักที่มอบให้พวกเขาก็คือการ์ดทักษะกายเพทเจ้าระดับSR สำหรับคาเรนนั้นด้วยศักยภาพของเธอเทวาจึงมองการ์ดกายเทพเจ้าระดับSSRให้ ทักษะร่างกายนี้สมบูรณ์แบบอย่างมากมันจึงเป็นตัวเลือกแรกสำหรับเทวาที่มอบมันให้พวกเขา

        ในการฝึกฝนนั้นมีศิษย์ที่โดดเด่นที่เข้าถึงระดับSได้เทวาก็มอบการ์ดทักษะกายเทพเจ้าในระดับSให้พวกเขาเช่นกัน

        นี่ทำให้ระดับพลังฝีมือของพวกเขาแข็งแกร่งอย่างมาก

        กึ่งเทพทั้ง12นั้นเมื่ออยู่ร่วมกันจะก่อเกิดสนามพลังพิเศษอย่างมากดังนั้นเทวาจึงให้พวกเขาฝึกร่วมกัน และจากการค้นคว้ารวมถึงทรัพยากรของเทวาจึงทำให้ผู้เฒ่าในร่างหนุ่มสาวเหล่านี้พัฒนาจนเข้าสู่ระดับSSRได้ในที่สุด แม้ว่าพวกเขาแต่ละคนจะอยู่ในขั้นแรกเริ่มแต่ทว่าเมื่อพวกเขาต่อสู้ร่วมกันพวกเขาสามารถล้มได้แม้แต่ขั้นกลางของระดับSSR

        กึ่งเทพทั้ง12นั้นพิเศษอย่างมากเทวาได้เรียนรู้กับพวกเขาพอสมควร

        นอกจากนี้เทวายังซื้อความรู้ด้านค่ายกลกับระบบเทวาสนใจเรื่องค่ายกลมานานมากแล้วดังนั้นเขาไม่พลาดที่จะลองศึกษา และเขาก็เข้าถึงค่ายกลหลายอย่างมากความรู้เรื่องนี้ของเขาโดดเด่นขึ้นมาและเขายังมีผู้ที่สนใจอีกคนที่ศึกษาพร้อมกับเขานั่นคือเหมยนั่นเอง

        เหมยนั้นเป็นสายวิจัยอย่างแท้จริงเธอชอบศึกษาเรื่องแปลกใหม่และสนใจมันเป็นเวลานาน ด้วยการแบ่งเวลามาศึกษาค่ายกลกับเทวานี่เองทำให้เธอพัฒนาพลังฝีมือได้ช้ากว่าคนอื่นพอสมควร

        หลังจากศึกษาวิจัยค่ายกลเทวาได้รับค่ายกลในการต่อสู้เป็นกลุ่มมาสองสามแบบ

        ค่ายกล12ธาตุคือค่ายกลที่ทรงประสิทธิภาพมากด้วยการใช้คน12คนในการก่อตั้งค่ายกลมันจะทำให้พลังต่อสู้ของทั้ง12นี้พัฒนาขึ้นอย่างมากและมันจะสร้างประสิทธิภาพสูงขึ้นมากเมื่อผู้ใช้ทั้ง12นั้นเกี่ยวข้องกับธาตุพลังโดยตรงเทวาดัดแปลงมันขึ้นมาเพื่อกึ่งเทพทั้ง12โดยเฉพาะ

        ไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องกับธาตุพลังมากไปกว่ากึ่งเทพแล้ว

        ค่ายกล18อรหันและค่ายกล108คงกระพันคือสองค่ายกลที่ผู้ใดก็สามารถใช้ได้หากฝึกฝนมันเทวามอบให้กับศิษย์และเหล่าแกนนำใช้เมื่อพวกเขาได้ต่อสู้ร่วมกันพวกเขาจะไม่เสียเปรียบแม้ว่าศัตรูจะพลังเหนือกว่า

        ด้วยพลังของค่ายกลจะทำให้พลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยก็สองเท่าตัว

        การฝึกฝนนั้นอันตรายมากและมีบางคนที่ถูกกำจัดรวมถึงบางคนที่ถอดใจเพราะการฝึกฝนที่หนักหน่วงแต่มันก็เป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทั้งหมด เทวาไม่ได้ทำรุนแรงกับพวกที่ถอดใจแต่แยกพวกเขาออกไปจากการฝึกอย่างเด็ดขาดและให้พวกเขาห่างจากผู้ที่กำลังฝึกอยู่

        เพื่อไม่ให้ทุกคนไขว้เขวเขาจึงไม่ให้ทั้งสองกลุ่มนี้มาเจอกันอีก

        นอกจากนี้เขายังกระตุ้นผู้ที่ฝึกอยู่ด้วยคำพูดและประกาศถึงรายชื่อผู้ที่ถอนตัวเพราะรับไม่ไหวนี่ทำให้ผู้ที่ถอนตัวอับอายพอสมควรและผู้ที่คิดจะถอนตัวก็ไม่ต้องการความอับอายนี้จึงได้กัดฟันสู้ต่อ

        การฝึกนั้นโหดมากไม่อย่างนั้นจะไม่มีผู้ที่ต้องการถอนตัวแม้ว่าแต่ละคนนั้นผ่านสถานการณ์เหลวร้ายมามากมายตลอดช่วงเวลาแต่มันก็ยังไม่พอที่จะฝึกต่อเพราะความโหดของหลักสูตรการฝึกฝน

        เทวาทุ่มทรัพยากรและเวลาทั้งหมดในการพัฒนาพวกเขารวมถึงตนเอง

        ดังนั้นนี่คือผลของการพยายามตลอดแปดปี!

        “การฝึกฝน1เดือน(เวลาจริง)จบสิ้นแล้วแปดปีในนั้นเกิดเรื่องมากมาย พวกคุณแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ขอชื่นชมสำหรับผู้ที่สามารถอดทนสำหรับการฝึกฝนได้ตลอดรอดฝั่งพวกคุณสมควรได้รับคำชมเชยจากผม”เทวายืนอยู่หน้าพวกเขาและกล่าว

        ทุกคนที่ผ่านการฝึกยืดอกรับคำชมกันหน้าบานในขณะที่บางส่วนนั้นหดหู่คนพวกนี้คือผู้ที่ไม่สามารถทนการฝึกได้

        “พักผ่อนและอยู่กับครอบครัวให้พร้อมอีก10วันเราจะบุกโลกมิติเทพเจ้า ให้พวกมันได้รับรู้ความขมขื่นของพวกเราให้โลกของพวกมันอาบย้อมเลือดเสียบ้าง ให้พวกมันได้รับรู้ถึงการถูกบุกรุกบ้านเกิดอย่างเช่นที่พวกเราโดนให้พวกมันสำนักและเจ็บแสบไปถึงซวง!”

        “เฮ้!”

        “เฮ้!”

        “เฮ้!”

        เรื่องนี้เทวาเคยกล่าวมาก่อนแล้วก่อนที่จะฝึกฝนเสียด้วยซ้ำเทวาให้เหตุผลว่าการผนึกมิติโลกใบนี้นั้นไม่ยั่งยืน หากต้องการกำจัดภัยพิบัติจากโลกมิติเทพเจ้าให้สิ้นก็คือต้องทำสงครามบุกเข้าไปในโลกนั้นและฆ่าให้เหี้ยน นี่คือทางเดียวที่โลกใบนี้จะปลอดภัยอย่างแท้จริง

        ทุกคนเห็นด้วยแต่หากไม่มีโปรเจคการฝึกฝนเช่นนี้เทวาก็ไม่กล้าที่จะนำพวกเขาบุกเข้าไปในโลกมิติเทพเจ้าด้วยไอเท่มสนามฝึกฝนทำให้เทวาสามารถสร้างกองทัพระดับสูงของตนเองได้และไม่ใช่เพียงแค่ระดับพลังเท่านั้นที่แข็งแกร่ง พวกเขายังมีประสบการณ์การต่อสู้จริงที่ถึงตายมาอย่างโชกโชนในมิติ

        พวกเขาคือทหารที่มากประสบการณ์!

        และยังกระหายเลือด!

         

        หลังจากนั้น10วันทุกคนมีเวลาผ่อนคลายและบางส่วนอยู่กับครอบครัวเทวาเองก็สานสัมพันธ์กับแฟนสาวของตนเองอย่างมีความสุขทุกคืนวันของเขานั้นจะหวานหอมเสมอ เทวากับเหมยและวิคตอเรียชัดเจนในความสัมพันธ์แล้วหลังจากที่อยู่ด้วยกันในมิติฝึกฝน

        ด้วยความอึดสุดยอดของเขานั้นสามารถรองรับพวกเธอได้ทุกคนเขาสามารถแสดงบนเตียงได้อย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย

        การร่วมรักกับเทวาและสาวๆนั้นใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ด้วยพลังลี้ลับของเขาและแตกฉานลมปราณมันทำให้เขาสามารถพัฒนาระดับลมปราณในระหว่างการร่วมรักได้มันได้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายนี่ทำให้ยิ่งเทวาร่วมรักกับพวกเธอระดับพลังลมปราณในร่างกายของพวกเธอก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

        ด้วยการฝึกแปดปีเทวาสามารถเข้าถึงระดับสูงสุดของลมปราณได้แล้วจุดชีพจร108และจุดลับทั้ง3เขาสามารถทะลวงได้จนหมดสิ้นแล้ว

        เทียบระดับพลังของดินแดนเซียนขั้นสูงสุด(ทะลวงจุดชีจรลับทั้ง3)แล้วจะมีระดับพลังเทียบได้กับระดับSSRขั้นกลางไปถึงสูง น่าเสียดายที่มันยังเหลืออยู่ช่วงใหญ่ที่จะเข้าสู่ขึ้นปลายและขั้นสูงสุดนี่คือข้อจำกัดของสายลมปราณและมันถือเป็นขีดสุดแล้ว บางทีในอนาคตเทวาอาจสามารถค้นพบวิธีการเพิ่มเติมของสายลมปราณก็เป็นได้

        แต่หากรวมกับเคล็ดวิชาลมปราณอาจจะรีดพลังได้ถึงขั้นปลายของระดับSSRได้บ้าง

        ทุกคนทำสิ่งที่อยากทำและผ่อนคลายสูงสุด

        ในที่สุดแล้ว10วันก็ผ่านไปเร็วนักเทวาย่อมไม่ปล่อยให้นานกว่านี้เพราะว่าหากเขาปล่อยให้ผ่อนคลายนานกว่านี้เลือดของทุกคนอาจจะเย็นลงจนสภาวะต่อสู้ลดลงและมันจะส่งผลเสียในภาพรวมความจริงเทวาคิดจะให้พักแค่สามวันเสียด้วยซ้ำไป แต่คิดไปคิดมาจึงได้กำหนดที่10วัน

        ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานสำนักเทพอสูรเทวาคิดจะทำให้การไปของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่จึงได้ให้ทางเมืองจัดการเขาคิดจะเดินขบวนของกองทัพนี้ผ่านตัวเมืองและไปที่หน้าเมืองเพื่อให้ประชาชนและทุกๆคนได้รับชมถึงกองทัพนี้ทางหนึ่งนั้นเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจของกองทัพ ทางหนึ่งนั้นก็เพื่อให้ประชาชนทุกคนรำลึกถึงพวกเขา

        กองขบวนหลายหมื่นคนเดินผ่านเส้นทางประชาชนโอบล้อมทั้งสองด้านของถนน มีการโปรยดอกไม้ตามทางความคิดนี้เป็นของเทวาเช่นกัน เขานำมาจากหนังที่เขาดูแต่ก่อน เขาเคยเห็นว่าทหารของพวกยุโรปสมัยยุคกลางอะไรทำนองนี้เวลาไปทำศึกจะมีประชาชนมาโปรยดอกไม้ให้กำลังใจ

        ดังนั้นเขาจึงนำมาทุ้งดุ้นเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ

        สังเกตได้จากสีหน้าท่าทางของศิษย์สำนักเทพอสูรที่เคร่งขรึมและภาคภูมิใจได้เป็นอย่างดี

        การจัดการเช่นนี้ได้ผล

        ในจำนวนนั้นย่อมมีทั้งพ่อแม่พี่น้องญาติมิตรมาให้กำลังใจดังนั้นพวกเขาจึงมีพลังลุกโชนในหัวใจ

        เพื่อบ้านเกิดจึงต้องทำสงคราม

        เพื่อความสงบสุขที่ยั่งยืนจึงต้องทำสงคราม

        เพื่ออนาคตของลูกหลานจึงต้องทำสงคราม

        และต้องชนะเท่านั้นทุกอย่างจึงจะไม่ไร้ผล!

         


...............................


คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน