ไอ้ยามโฉมมันยังคงใช้รอยยิ้มกวนประสาทและนิ้วชี้ที่กระดำกระด่างบีบรัดข้อมือของผมแน่น ชาญรู้สึกโทสะปะทุเดือดจนใบหน้าแดงก่ำเป็นสีดินเผาปนปูน ชาญสะบัดแขนท่อนบนหลุดพ้นจากการเกาะกุมกุมแน่น ยัดกำปั้นหนาหยาบกร้านสะสมแรงจากการยกของปูนหนักปานภูเขา เตรียมจะชกเข้าที่โหนกแก้มตอบเหี่ยวแห้งของคนร้ายชั่วช้าเพื่อระบายความโกรธแค้นที่อัดแน่นในก้นบึ้งของหัวใจปัญญาชน
ทว่า... ไอ้ฆาตกรข่มขู่อย่างยามโฉมกลับไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวหรือถอยหนีหลบเลี่ยงแม้แต่ก้าวเดียว มันเพียงแค่หัวเราะกริกเสียงแหบแห้งในลำคอที่สกปรกชวนสะอิดสะเอียน และยกนิ้วเรียวยาวปานกรงเล็บชี้ไปที่มุมกำแพงตึกแถวพาณิชย์เหนือศีรษะของพวกเราในซอยสว่าง
"เอาสิตาเฒ่า... ชกผมเลย! ต่อยให้กรามร่วงไปข้างหนึ่งเลยคุณตา! แต่อย่าลืมมองกล้องวงจรปิดโดมแก้วใสสีดำวับสะท้อนเงาของเสาไฟถนนสแกนใบหน้าของนิติหมู่บ้านรุ่นล่าสุดห้าตัวที่หัวโค้งตึกนั้นด้วยล่ะ ยามรักษาความปลอดภัยโดนลูกบ้านทำร้ายร่างกายในเวลาปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจมาถึงในห้านาทีแน่ แล้วพอกู้ภัยกับนิติมาถึง กูจะเปิดคลิปเสียงสะใภ้แก้มครางกระเส่าร้องเรียกพ่อผัวปูนร้อนใต้ร่างแกให้คนทั้งหมู่บ้านและตำรวจฟังเพื่อพิสูจน์พฤติกรรมแกเลยดีไหมวะ! นิติหมู่บ้านเขาจ้างกูมาดูแลความปลอดภัย เขาย่อมต้องเชื่อถือน้ำคำของยามเฝ้าการมากกว่าตาเฒ่าใกล้ฝั่งอย่างมึงแน่นอน!" ยามโฉมแสยะยิ้มยั่วท้าทายอย่างผู้มีชัยเหนือศีลธรรมส่งกลิ่นปากเหม็นบุหรี่ราคาถูก
ชาญหน้าชาวาบ ลมหายใจสะดุดหยุดกึกสะท้านทรวง กำปั้นที่เกร็งหนาแน่นจนสั่นระริกค่อยๆ ลดระนาบระดับลงช้าๆ ด้วยความอึดอัดอับจนปัญญาบีบคั้นหัวใจจนแทบกระอักเลือด ชาญตระหนักรู้ว่าคนร้ายอย่างยามโฉมเป็นสุนัขจนตรอกไม่มีเกียรติยศชื่อเสียงอะไรจะเสียอีกแล้ว แต่อนาคตการงานของเอกลูกชายและชีวิตครอบครัวของแก้มสะใภ้แสนสวยจะดับพินาศสิ้นชีพทันทีหากความจริงเรื่องตราบาปชู้รักพ่อผัวสะใภ้นี้หลุดพ้นปากไปสู่ตำรวจหรือนิติหมู่บ้าน
"แกต้องการอะไรอีกโฉม... เงินสามแสนคราวก่อนฉันก็หามาประเคนให้ใต้ร้านร้างแล้วไง แกสัญญากับฉันว่าจะจบเรื่องทำลายไฟล์ทิ้งหมดแล้วทำไมถึงยังตามมารังควานพิกัดบ้านใหม่อีกวะ!" ชาญกดสุ้มเสียงต่ำทุ้มสั่นเครือถามด้วยโทสะระคนพะวักพะวนกังวลใจหนาวสั่น
"ฮ่าๆๆ เงินสามแสนมันจะไปพอกินอะไรวะตาเฒ่า ยิ่งย้ายมาอยู่บ้านใหม่หลังใหญ่หรูหราขนาดนี้ แกต้องมีคลังเงินเก็บก้อนโตซุกซ่อนแน่ ห้าแสนบาทขาดตัว! พรุ่งนี้เวลาสี่ทุ่มตรง เอาเงินสดใส่ซองดำมาโยนทิ้งไว้ที่หลังถังขยะสีเขียวข้างป้อมยามหน้าโครงการ ห้ามตลบหลังหรือแอบติดกล้องปราบกูเด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตพวกมึงพังยับเยินแน่!" ยามโฉมยื่นข้อเสนอดุดันข่มเหงน้ำใจ
ชาญรู้สึกมืดแปดด้านกระวนกระวายใจสุดขีด เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ที่เหลือจากการถอนเงินสดสามแสนบาทครั้งก่อนเพื่อจ่ายค่าแบล็คเมล์บวกกับเงินค่ามัดจำบ้านใหม่ ทำให้บัญชีเงินออมที่ชาญสะสมมาตลอดสามสิบปีจากงานช่างปูนก่ออิฐฉาบปูนกรำแดดสระบุรีต้องร่อยหรอเหลืออยู่เพียงแค่สองแสนเจ็ดหมื่นกว่าบาทเท่านั้น มันคือหยาดเหงื่อแรงงานที่เขาเก็บออมไว้ตั้งใจจะมอบให้เอกสำหรับสร้างอนาคตและเลี้ยงหลานตัวน้อยในวันข้างหน้า แต่ตอนนี้กลับต้องถูกขูดรีดเอาไปประเคนให้ไอ้คนเลวทราม หากต้องจ่ายห้าแสนบาททันที ชาญจะกลายเป็นคนหมดตัวและไม่มีเงินเหลือสำหรับเหตุฉุกเฉินของครอบครัวเลย ชาญสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมสติเจรจาต่อรองน้ำเสียงละล่ำละลักสั่นระริก "ห้าแสนมันมากเกินไปในเวลาสั้นๆ แบบนี้โฉม... ฉันหาเงินไม่ทันจริงๆ บัญชีเงินเก็บฉันถอนออกไปหมดแล้ว พรุ่งนี้กูให้มึงได้แค่ก้อนแรกสองแสนบาทก่อน ส่วนที่เหลือฉันขอเวลาหามาจ่ายวันหน้าได้ไหม... อย่าทำลายชีวิตครอบครัวลูกชายฉันเลย..." ชาญจำใจก้มหัววิงวอนกับคนร้ายชั่ว
ยามโฉมขมวดคิ้วจ้องมองชาญอย่างวิเคราะห์ประเมินผลท่าทางจนมั่นใจว่าตาเฒ่าพูดความจริงและมีอารมณ์บีบคั้นขมขื่นลึกซึ้ง ก่อนจะผงกศีรษะแสยะยิ้มยอมรับข้อเสนอผ่อนปรน "เออ! สองแสนก้อนแรกมาวางพรุ่งนี้สี่ทุ่มห้ามเลทแม้แต่นาทีเดียว ส่วนที่เหลือกูจะมาทวงสิทธิ์วันหลัง! ไสหัวไปได้แล้วตาเฒ่าตัณหากลับ!" ยามโฉมเอ่ยถอยคำหยาบคายไล่ชาญส่งท้ายพร้อมปล่อยไหล่ชาญเป็นอิสระ
ชาญหิ้วถุงน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ก้าวเดินกลับเข้าบ้านเดี่ยวหลังใหม่ด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บลึกเข้าไปในจิตวิญญาณปานแช่แข็ง ท่าทางเหงื่อกาฬไหลโซมและอ่อนล้าของเขาทำให้เอกและแก้มที่กำลังนั่งจัดแจงของในห้องครัวพากันแสดงความห่วงใย เอกรีบเข้ามารับถุงของฝากและขอบคุณชาญอย่างกตัญญู เอกกางใบแค็ตตาล็อกออกแบบโครงสร้างเทพื้นปูนหน้าบ้านมาอวดพ่อและถามความคิดเห็นเรื่องการใช้ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ประเภทหนึ่งในการต่อเติมลานจอดรถ ชาญต้องพยายามฝืนบังคับจิตใจตอบข้อคำถามทางเทคนิคอย่างสมจริง ทั้งที่ภายในสมองกำลังสับสนฟุ้งซ่านเรื่องการหาเงินสดสองแสนไปส่งมอบ เอกบอกเล่าข่าวดีเพิ่มเติมว่าสัปดาห์หน้าได้รับการทาบทามปรับตำแหน่งเป็นวิศวกรควบคุมงานโครงสร้างปูนผสมเสร็จสระบุรีระดับอาวุโส ซึ่งส่งผลให้รายได้เพิ่มพูนทว่าอาจต้องเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อยขึ้นกว่าเดิม ชาญฟังคำยินดีและรอยยิ้มซื่อของลูกชายด้วยรอยยิ้มฝืนทน ความรู้สึกผิดบาปบดขยี้อกจนชาญแทบอยากล้มฟุบลงตรงนั้น
เมื่อเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำสงัด เอกมีนัดประชุมร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการข้างบ้านและนิติบุคคลเรื่องการบริหารความปลอดภัยและไฟส่องสว่างรอบรั้วหมู่บ้าน เอกก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไปอย่างกระตือรือร้น ทิ้งให้พ่อสามีและสะใภ้สาวแสนสวยอยู่กันสองคนในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่โตที่ไร้ผู้คนสัญจร
แก้มสังเกตเห็นท่าทางพะวักพะวนกังวลใจและกระสับกระส่ายเดินวนไปวนมาของชาญ หล่อนทนไม่ได้จึงก้าวเท้าเดินนุ่มนวลแผ่วเบาเข้ามาในห้องนอนชั้นล่างของชาญ หล่อนปิดประตูล็อคเงียบเชียบก้าวประชิดตัวและหลั่งหยาดน้ำตาเม็ดโปนร่วงหล่นอาบสองแก้มเนียน คุกเข่าลงข้างเก้าอี้กุมมือหนาของชาญแน่นและกระซิบน้ำเสียงสั่นสะอื้นเบาหวิวระทมทุกข์:
"คุณพ่อคะ... แก้มรู้ว่ามันต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่ๆ คุณพ่อปิดบังแก้มเรื่องคนร้ายใช่ไหมคะ... บาปรักของเรามันทำให้คุณพ่อต้องทรมานขนาดนี้ แก้มรู้สึกผิดต่อคุณพ่อและเอกจนใจจะขาดรอนๆ แล้วค่ะคุณพ่อจ๋า..." หล่อนร่ำไห้สะอึกสะอื้นพึ่งพิงใจกอดขาชาญไว้แน่น
ชาญเห็นสะใภ้รักหลั่งน้ำตารันทดใจ หัวใจของตาเฒ่าก็อ่อนยวบยาบหมดสิ้นพลังสะกดกั้นศีลธรรม ชาญเอื้อมสองมือหยาบประคองพยุงดึงร่างอุ่นนุ่มเต่งตึงของสะใภ้สะพรั่งขึ้นมากระชับกอดแน่นหน้าอกกว้าง ลูบเส้นไหมผมนุ่มปลอบโยนแสนรัก ชาญซับน้ำตาข้างแก้มเนียนและโน้มใบหน้าลงประกบจูบบดเบียดริมฝีปากนุ่มอุ่นซ่านดูดดื่มหวานฉ่ำ แลกเปลี่ยนลิ้นร้อนผ่าวชื้นกามราคะแผ่วเบาชื่นใจเพื่อเป็นน้ำทิพย์ชโลมความเครียดและเป็นที่พึ่งพิงทางใจให้กับหล่อนในยามวิกฤตพายุร้าย
ทว่า... ในจังหวะที่จูบดูดดื่มเสน่หาต้องห้ามกำลังหวานชื่นสลัวร่าท่ามกลางไฟเงียบสงัด
สายตาอันแหลมคมของชาญเหลือบมองลอดช่องบานเกล็ดหน้าต่างกระจกใสของห้องนอนชั้นล่างที่แง้มระบายลมไว้เพียงหนึ่งคืบ... วินาทีนั้น! ชาญชาวาบไปทั้งแผ่นหลังหนาและลำคอแห้งผากเกร็งแข็งขืนตัว เมื่อเห็นว่าตัวหัวลูกกล้องวงจรปิดโดมทรงกลมหมุนรอบทิศทางป้ายแดงที่ติดตั้งโดดเด่นอยู่บนกำแพงปูนด้านหลังเยื้องรั้วบ้าน บัดนี้มันกำลังขยับหมุนเลนส์กระจกสเปกตรัมตาแมวดำวับดิ่งตรงเป้าหมายเจาะเข้ามาในซอกหน้าต่างห้องนอนของตนตรงจุดที่พวกเขายืนกอดจูบกอดประคองกันพินาศคาตา! ไฟดวงแอลอีดีดวงกลมเล็กกะพริบแสงสีแดงสลัวร่าเป็นจังหวะบ่งบอกว่ากล้องกำลังถ่ายทอดสดสตรีมภาพความสว่างต่ำเข้าสู่ระบบเครื่องบันทึกส่วนกลางอย่างชัดเจน ชาญผวาตกใจสุดชีพตระหนักได้ทันทีว่าคนนั่งคุมแผงควบคุมจอภาพระบบรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านหรูแห่งนี้ ณ ป้อมยาม ก็คือไอ้ **ยามโฉม** ศัตรูคู่อาฆาตที่ถือสิทธิ์คอยส่องตรวจแอบดูและบันทึกหลักฐานกามราคะตราบาปชู้รักชิ้นใหม่ไว้เตรียมแบล็คเมล์เรียกเงินไม่จบสิ้น
ชาญรีบใช้มือหนาผลักไสเรือนร่างของแก้มออกแผ่วเบาด้วยอาการตระหนกตกใจสุดขีด หล่อนส่งเสียงอุทาน "อุ๊ย!" ออกมาคำหนึ่ง ชาญไม่รอช้ารีบพุ่งร่างหนาทะยานไปกระชากดึงสายเชือกม่านผ้าใบสีเทาหนาปิดพรึบลงมาคลุมบานหน้าต่างกระจกจนปิดมืดทึบสนิทเสียงดังกริกแกรกกระแทกขอบวงกบ หน้าอกหนาของชาญสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจถี่สั่นรัว ใบหน้านองเหื่อกาฬหันมองแก้มชู้รักสะใภ้ที่ยืนกุมอกมองชาญด้วยความตื่นตระหนกตกใจตัวสั่นเทา
"คุณพ่อคะ... มีอะไรหรือคะ ทำไมถึง..." แก้มกระซิบถามเสียงสั่นด้วยความกลัวภัยร้ายแฝงเร้น ในใจ
ชาญยกนิ้วชี้มือหยาบขึ้นมาแตะปากส่งสัญญาณขู่เงียบ แฝงด้วยนัยเครียดจัดก่อนกระซิบชิดหูหล่อนน้ำเสียงสั่นสะท้านแหบแห้งแผ่วเครือ "กล้องวงจรปิดนอกกำแพงรั้ว... เมื่อกี้มันขยับหันเลนส์ตรงจ้องเข้ามาในห้องพ่อเลยแก้มจ๋า... และไอ้ยามโฉมมันคอยคุมเครื่องบันทึกภาพอยู่ที่ป้อมหน้าโครงการ พายุร้ายกำลังคืบคลานล้อมรอบบ้านเดี่ยวเราทุกวินาทีแล้ว พินาศคาตาแทบขาดใจจริงๆ!" ชาญสวมกอดแก้มแน่นปานจะกลืนร่างขณะที่สองชู้รักสะใภ้พ่อผัวสั่นผวากลัวความลับบาปชั่วจะแตกต่อหน้าเอกปานโลกแตกทลายคามือลงจริงๆ!