ตอนที่ 20 ผู้ไม่หวังดี (1)
เช้าตรู่วันนี้ เจ้ากรมกู้ได้ตระเตรียมของกำนัลเอาไว้มากมาย เพื่อส่งไปพร้อมกับกู้เชียนเสวี่ยที่ไปยังวังลี่อ๋องเพื่อขออภัยโทษ
ตกบ่าย ลี่อ๋องกลับส่งของกำนัลที่มากกว่าของตระกูลกู้ถึงสิบเท่า และได้กำหนดชื่อเอาไว้ว่าเป็นรางวัลสำหรับกู้เชียนเสวี่ย
ไม่นาน ขบวนรถอันยิ่งใหญ่ก็ได้จอดเรียงรายเต็มถนนหน้าเรือนตระกูลกู้ และท้ายขบวนรถนั้นก็เลยไปจนถึงหน้าเรือนของเพื่อนบ้าน คนในตระกูลรองเจ้ากรมคลังต่างก็พากันออกมามุงดูความคึกคักที่ด้านนอก
ตอนที่กู้เชียนเสวี่ยพยุงไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้ออกมาที่ประตูใหญ่ ก็เห็นคนรับใช้ของวังลี่อ๋องกำลังดึงใบรายการของกำนัลอันยาวเหยียดพร้อมกับตะโกนเอ่ยรายชื่อ
“ไข่มุกราตรีหนึ่งเม็ด คทาหยกหรูอี้หลิงถานสามห่วงหนึ่งด้าม ภาพวาดเทพหฺวาชิงเทียนจุน[1] หนึ่งผืน...”
เมื่อได้ฟังชื่อที่เล่นคำเหล่านั้นแล้ว กู้เชียนเสวี่ยก็เดาได้ทันทีว่าสิ่งของล้ำค่าเหล่านี้ต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่ และในใจก็รู้ดีต้องเป็นเพราะลี่อ๋องเห็นว่าอาการของพระสนมฉินเฟยดีขึ้น จึงส่งของกำนัลมาให้ด้วยความดีใจ
เป็นคนก็ต้องมีความโลภ กู้เชียนเสวี่ยก็ไม่ต่างกัน เมื่อได้รับของมากมายเช่นนี้ต้องดีใจอยู่แล้ว ทว่ากลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน
ลี่อ๋องผู้นี้ ไม่ว่าจะตกรางวัลหรือลงโทษก็ทำเกินไปทั้งนั้น นางรักษาพระสนมฉินเฟยได้ดีก็ตกรางวัล หากรักษาได้ไม่ดี เกรงว่าคงถอนตัวออกมาได้ยากแล้ว
ไม่ได้ นางต้องรีบคิดหาวิธีถอนตัวออกมาก่อน
เจิ้งซื่อวาดรอยยิ้มสดใสเต็มใบหน้า ต้องเข้าใจก่อน ว่าลี่อ๋องส่งของกำนัลให้ใครนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ถึงขั้นที่ว่ายากกว่าฮ่องเต้ประทานรางวัลเสียอีก เพราะอย่างไรเสียลี่อ๋องก็เป็นคนทิฐิสูง ไม่เคยเข้าร่วมหรือก่อกลุ่มพรรคพวกขึ้นมา การที่ถูกลี่อ๋องเห็นถึงความสามารถในวันนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้มีหน้ามีตามากทีเดียว
เจิ้งซื่อคิดได้แบบนั้นก็พนมมือขึ้นที่หน้าประตูใหญ่เริ่มกล่าวขอบคุณเหล่าเซียนและพระโพธิสัตว์
ในตอนนี้เอง เหล่าอี๋เหนียงเล็กใหญ่ที่เรือนหลังของจวนตระกูลกู้ซึ่งได้ยินข่าวคราวก็พากันวิ่งมาดูความคึกคัก อย่างไรเสียเรือนหลังก็ไม่ได้มีข่าวคราวอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว ข่าวใหญ่เช่นนี้ ซ้ำยังมีเรื่องน่าตกใจอย่างการที่ลี่อ๋องมอบของกำนัลให้กับคุณหนูใหญ่ที่ไม่มีอะไรดีเนี่ยนะ
เผยซื่อก็พากู้เชียนโหรวออกมาดูด้วย
เมื่อเผยซื่อได้เห็นขบวนรถอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล่องของกำนัลเหล่านั้นแล้วก็ปกปิดความตกตะลึงเอาไว้ไม่อยู่ “นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!? เหตุใดลี่อ๋องที่ดุร้ายนั่นถึงได้ให้อภัยนางชั้นต่ำนั่นกัน”
เมื่อกู้เชียนโหรวได้เห็นของกำนัลงดงามมากมายตรงหน้าแล้วก็โมโหขึ้นมาทันที “หรือว่าลี่อ๋องจะถูกมนต์อะไรเข้า ไม่อย่างนั้นจะตกหลุมพรางของนางชั้นต่ำนั่นได้อย่างไรกัน”
ในตอนที่เผยซื่อได้ยินคำว่า ‘ถูกมนต์’ สองคำนั้น ก็เหมือนว่าเผยซื่อจะคิดบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที ดวงตาหรี่ลง แววตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
กู้เชียนโหรวก็เห็นแล้ว ในใจรู้ทันทีว่ามารดาจะต้องคิดอุบายทำร้ายคนได้แล้วแน่ๆ จิตใจของนางเบิกบานขึ้นมาในทันที ยื่นมือคล้องแขนของเผยซื่อเอาไว้ แล้วเอ่ยอย่างสนิทสนม “ท่านแม่ โหรวเอ๋อร์เกลียดนางชั้นต่ำนั่นนัก เมื่อก่อนนางชั้นต่ำนั่นเอาแต่ลำพองใช้อำนาจบาตรใหญ่ ตอนนี้นางคงใช้วิธีเล่นไม่ซื่อแย่งความสนใจไปจากโหรวเอ๋อร์อีกแล้ว ท่านแม่จะต้องจัดการให้ข้านะเจ้าคะ”
เผยซื่อจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของกู้เชียนเสวี่ยที่อยู่ไกลๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “โหรวเอ๋อร์ เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าจู่ๆ นางชั้นต่ำนั่นก็เปลี่ยนไป ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน”
กู้เชียนเสวี่ยกัดปาก แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ก็อดพูดไม่ได้ “ใช่เจ้าค่ะ เหมือนว่าจะฉลาดขึ้น...นิดหน่อย”
เผยซื่อยิ้มเยาะ “นางชั้นต่ำนั่นตั้งแต่ขึ้นมาจากน้ำก็เปลี่ยนไปทันที โหรวเอ๋อร์เจ้ารู้หรือไม่ว่าในน้ำนั่นมีอะไร”
กู้เชียนเสวี่ยไม่เข้าใจ “ปลาหรือเจ้าคะ”
เผยซื่อก้มหน้ายื่นมือไปตบๆ ลงบนหลังมือของกู้เชียนโหรว “มีพราย พรายน้ำ”
กลางวันแสกๆ น้ำเสียงของเผยซื่อกลับเย็นเยือก กู้เชียนโหรวขนลุกไปทั้งตัว “ท่านแม่ ท่านหมายความว่า...นางชั้นต่ำนั่นถูกพรายน้ำเข้าสิงหรือเจ้าคะ”
เผยซื่อเอ่ย “ถ้าไม่อย่างนั้นเล่า”
กู้เชียนโหรวยังคงไม่อยากเชื่อ “ในน้ำนั่นมีพรายน้ำจริงหรือ พวกเราต้องเชิญนักพรตหญิงมายืนยันหรือไม่เจ้าคะ”
เชิงอรรถ
^ ภาพวาดเทพหฺวาชิงเทียนจุน คือภาพวาดเทพสูงสุด 3 พระองค์ในลัทธิเต๋า ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสามสิ่งสำคัญของชีวิตคือ ลมหายใจ หัวใจและจิตวิญญาณ