ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 79 | เจตจำนงที่ยังเหลืออยู่
"เอริส ไม่นะ เอริส.....เอริส" อัญชันที่เห็นเอริสถูกโจมตีอย่างรุนแรงต่อหน้าต่อตาแบบนั้นก็แทบทำอะไรไม่ถูก แถมเลือดของเขายังกระเซ็นมาเต็มตัวนางอีกต่างหาก ทำให้นางสติแตกเข้าไปกันใหญ่ แค่แรงจะขยับมือไปประคองร่างชายที่อยู่ตรงหน้านางยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ เพราะทั่วทั้งร่างกายมันสั่นเทาไปหมด ตุบ! และกว่าที่จะรู้ตัวอีกทีนางก็ไม่มีจะประคองร่างตัวเอง จนร่างบางนั้นล้มไปนั่งฟุบอยู่ที่พื้นแล้ว
"เอริส!!!!!" ธาเนียที่เห็นว่าเอริสถูกโจมตีจนแน่นิ่งไปก็ตะโกนเรียกเขาขึ้นมาเสียงดังลั่น พร้อมกับใช้ฝ่ามือดันตัวขึ้นมาอย่างทุลักทุเลจนลุกขึ้นมายืนได้ จากนั้นเขาก็วิ่งตรงไปหยิบเรเปียร์ของเอริสที่ตกอยู่ "ย๊า!!!!" แล้วพุ่งตรงเข้าไปหาอาชาทมิฬที่ยืนประจันหน้าอัญชันอยู่
หมับ!!!!! และมันก็เป็นอีกครั้งที่อาชาทมิฬหยุดการโจมตีของเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย เหตุผลที่อาชาทมิฬแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากมายแบบนี้นั้น เพราะว่าเขาเองก็ได้ดูดกลืนไอพลังเวทย์ของบุษบาเช่นเดียวกับดรากัน แถมอาชาทมิฬที่ทั้งสี่คนกำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ยังเป็นร่างหลักอีกต่างหาก
"พวกเจ้ามันอ่อนแอชวนง่วงจริงๆ" อาชาทมิฬที่มือข้างหนึ่งบีบคอผู้เฒ่าโมเลนไว้ มือข้างหนึ่งจับดาบรับการโจมตีของธาเนียไว้ พูดไปพลางหาวไปด้วย "ช่วยทำให้ข้าสนุกกว่านี้หน่อยสิ แล้วข้าจะไว้ชีวิตหนึ่งในพวกเจ้าสักคน" สวบ!!!! พอพูดจบเขาก็ขว้างร่างของผู้เฒ่าโมเลนใส่ธาเนีย โคร่ม!!!! จนทั้งคู่กระเด็นไปด้วยกัน
"อั่ก!!!! เฮื้อกกกก" ซึ่งแรงปะทะนั้นมันก็ทำเอาผู้เฒ่าโมเลน ช้ำในจนเลือกทะลักออกมาที่ปาก
"ท่านผู้เฒ่า อั่ก! ท่านเป็นอะไรหรือไม่" ธาเนียถามผู้เฒ่าที่อยู่ข้างๆ พลางเช็ดเลือดที่ริมฝีปากตัวเองไปด้วย
"ข้าไม่......" พลั่บ!!! สวบ!!!! ยังไม่ทันที่ผู้เฒ่าโมเลนจะพูดจบ ร่างของเขาก็หายวับไปจากตรงนั้น กลายเป็นร่างของอาชาทมิฬที่เข้ามาแทนที่
"....." ธาเนียที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่มองอาชาทมิฬที่อยู่ตรงหน้า เพราะเขานั้นตามไม่ทันแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แหมะ แหมะ ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามีหยดน้ำสีแดงสดตกลงมาจากท้องฟ้า เขาที่เห็นแบบนั้นก็เลยแหงนหน้าขึ้นไปมอง จึงได้เห็นว่าร่างของผู้เฒ่าโมเลนอยู่บนฟากฟ้า และหยาดฝนสีแดงสดที่ตกลงมาก็คือเลือดของเขานั่นเอง
"ถ้าอยากจะชนะสงครามก็ต้องทำลายจุดได้เปรียบของศัตรูก่อน จริงไหมเจ้านักดาบ" อาชาทมิฬหันมาพูดกับธาเนีย "ย๊า!!!!" ก่อนที่จะง้างดาบฟันไปที่ร่างของผู้เฒ่าโมเลนที่กำลังล่วงตกลงมา สวบ!!! ทำเอาร่างของชายชราขาดเป็นสองท่อน จนเลือดสีแดงสดของเขากระเซ็นไปทั่วบริเวณนั้น "เพราะเวทย์รักษามันน่ารำคาญยังไงล่ะ แต่ถ้ารักษาเป็นอย่างเดียวก็จะตายง่ายแบบนี้แหละนะ"
"......." ธาเนียที่เห็นแบบนั้นก็สิ้นหวังเป็นอย่างมาก เพราะชายตรงหน้านั้นแข็งแกร่งเกินไป แข็งแกร่งเสียจนเขาคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาชนะชายคนนี้อย่างไรดี "นั่นมัน......อะไรกัน....." และก็ยิ่งสิ้นหวังขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าทั่วทั้งท้องฟ้าของอาณาจักรกำลังถูกปกคลุมด้วยบาเรียสีม่วง เมืองทั้งเมืองก็กำลังลุกเป็นไฟ มังกรนับร้อยนับพันตัวกำลังโจมตีหมู่บ้าน และรุมกินศพของชาวบ้าน นักรบหลายพันคนก็กลายเป็นศพไปเกินกว่าครึ่ง อาณาจักรผืนป่าในตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับขุมนรกเลย
"ช่างเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเสียจริง" อาชาทมิฬพูดพร้อมกับสูดกลิ่นเลือดที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไปเต็มปอด "เห็นแก่ที่เจ้ามีใจจะสู้ ข้าจะให้เจ้าเลือกก็แล้วกัน ว่าอยากจะให้ใครเป็นศพรายต่อไปดี เจ้าคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น ยัยผู้หญิงที่หมดใจจะสู้ หรือว่าจะเป็นเจ้าดี" อาชาทมิฬถามอย่างผู้เหนือกว่า พลางยกดาบเล่มยักษ์ขึ้นมาพาดเอาไว้บนบ่า
"จะได้ใจเกินไปแล้วนะแก!!!" ธาเนียที่ได้ฟังแบบนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับกำเรเปียร์เตรียมเข้าสู้กับอาชาทมิฬอีกครั้ง ตับ!!! "อั่ก!!!!!" แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้โจมตี เขาก็ถูกอาชาทมิฬถีบเข้าที่กลางอกเสียก่อน จนร่างกำยำอันไร้เรี่ยวแรงกระเด็นมานอนอยู่ข้างกับร่างของเอริสที่นอนหายใจรวยรินอยู่ ส่วนอัญชันที่นั่งอยู่ข้างๆ เอริส ก็สติเตลิดไปไกล จนไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะสู้ต่อได้
"อัญชัน อึ้ก........ตั้งสติขึ้นมาก่อนสิอัญชัน....." ธาเนียที่แทบจะลุกไม่ขึ้นแล้วพูดเรียกสติอัญชันด้วยเสียงแผ่วเบา พลางออกแรงดันตัวขึ้นมาด้วยแรงที่เหลืออยู่อันน้อยนิด ตุบ!! แต่ด้วยความอ่อนล้า และความสะบักสะบอมที่ได้รับจากการโจมตี มันทำให้ร่างกำยำของเขากลับลงไปนอนฟุบที่พื้นอีกครั้ง
ส่วนอาญาทมิฬที่กำลังสนุกกับการทรมานทั้งสามคน ก็ค่อยๆ เดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเอริสช้าๆ แล้วเอาขาซ้ายของขาคู่หน้าเหยียบลงไปที่กลางแผงอกของเขา ตุบ!!! พร้อมกับเอาคมดาบจ่อไปที่ร่างไร้สตินั้น "ออกมานะ ออกมาจากเขานะ" ธาเนียที่เห็นแบบนั้นก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"ในเมื่อเจ้าเลือกไม่ได้ ข้าจะเลือกให้ก็แล้วกัน ข้าจะส่งเจ้านี่ไปสบายให้เอง" อาชาทมิฬพูดพร้อมกับง้างดาบขึ้น แล้วฟาดมันลงไปที่ร่างไร้สติของเอริสอย่างเต็มกำลัง สวบ!!!!!
"เอริส!!!!!!!!" ธาเนียที่เห็นแบบนั้นก็ร้องเรียกเอริสสุดเสียง ซึ่งเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเปล่งเสียงตะโกนและนอนมองดูคนที่รักกำลังจะถูกฆ่าตาย
"ตื่นสิ.......ตื่นขึ้นมา......" ในจังหวะที่คมดาบกำลังจะถึงตัวเอริสนั้น ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังก้องขึ้นมาในสติอันล่องลอยของอัญชัน กึก! กึง! และก็ดูเหมือนว่านางจะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมานิดหน่อย เพราะปลายนิ้วของนางเริ่มกลับมาขยับแล้ว
"ย๊า!!!!!" สวบ!!!! ส่วนคมดาบของอาชาทมิฬก็เคลื่อนที่เข้าใกล้เอริสขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว มันก็จะตัดเข้าไปที่คอของเขาแล้ว
"ตื่นขึ้นสิอัญชัน.......ลุกขึ้นสู้ได้แล้ว" ซึ่งมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงในหัวของอัญชันดังขึ้นอีกครั้ง พลั่บ!!!!! พร้อมกับดวงตาคู่สวยของนางที่กลับมาฉายเจตจํานงแห่งนักรบอีกครั้ง และออร่าอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกจากร่างของนางอย่างมหาศาล หมับ!!!! ซึ่งฝ่ามืออันเรียวบางของนางในตอนนี้ก็กำลังจับใบดาบเล่มยักษ์ของอาชาทมิฬอยู่ ตึ้ง!!!! ทำให้เอริสรอดไปจากคมดาบนั้นได้
"ดูเหมือนจะยังมีใจจะสู้อยู่สินะ" อาชาทมิฬที่เห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นมา
"แล้วเจ้าจะต้องเสียใจที่กล้าเป็นศัตรูกับอาณาจักรผืนป่า" เคล้ง!!!!! พอพูดจบอัญชันก็ออกแรงกำดาบ จนใบดาบเล่มยักษ์นั้นแตกคามือของนาง พลั่บ!!!! จากนั้นนางก็กระโดดหมุนตัวแล้วง้างขาเตะเข้าไปที่กลางหน้าของอาชาทมิฬอย่างจัง ตับ!!!! ทำเอาร่างกำยำของเขาเซไปด้านหลังตากแรงปะทะ
"อั่ก!!!!" ซึ่งเขาก็ตกใจไม่ใช่น้อย ที่จู่ๆ นางก็มีพลังแข็งแกร่งขึ้นเช่นนี้
"ข้าให้เจ้ายืมพลังได้แค่ชั่วครู่เท่านั้น ไม่ต้องชนะก็ได้ แค่รอจนกว่าทัพจะมาก็พอ" เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาให้ห้วงความคิดของอัญชันอีกครั้ง ซึ่งนางก็ตกใจไม่น้อยที่เจ้าของเสียงนั้นรู้จักกับทัพด้วย
"ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณมากนะ ข้าจะใช้พลังนี้อย่างดีเลย" อัญชันพูดขอบคุณเจ้าของเสียงนั้นในใจ ก่อนที่จะกระโดดพุ่งตัวเข้าไปหาอาชาทมิฬ แล้วง้างหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทย์ต่อยเข้าไปที่หน้าของเขาอย่างสุดกำลัง หมับ หมับ หมับ ซึ่งในจังหวะที่หมัดของนางกำลังจะถึงหน้าของอาชาทมิฬนั้น ก็มีรากไม้โผล่ขึ้นมาจากพื้นขึ้นมาพันธนาการร่างกำยำของเขาเอาไว้ ตับ!!!!!! ทำให้หมัดของนางกระแทกเข้าไปที่หน้าของเขาอย่างจัง
"อั่ก!!!!!" โคร่ม!!!!! ทำเอาร่างกำยำนั้นกระเด็นไปตามแรงต่อยหลายสิบเมตร
โปรดติดตามตอนต่อไป