เมื่อเว่ยอี้หานมองใบหน้าสวยของภรรยาและเห็นสายตาที่จริงใจของมู่เสี่ยวหลันที่ยืนยันเช่นนั้น เขาจึงรู้สึกวางใจและสบายใจขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แต่งงานกับมู่เสี่ยวหลันเพราะความรักแต่เป็นเพราะเขาต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของเธอ หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น ที่มู่เสี่ยวหลันสะดุดล้มจนริมฝีปากของเธอกระแทกเข้ากับปากของเขาต่อหน้าชาวบ้านหลายคน
เว่ยอี้หานในฐานะที่เป็นสุภาพบุรุษชายชาติทหารย่อมต้องรักษาเกียรติ์ให้กับฝ่ายหญิงเมื่อแม่ของเขาขอร้องให้แต่งงานกับมู่เสี่ยวหลันที่โดนชาวบ้านนินทาจนชื่อเสียงเสียหาย อีกทั้งตัวเขาเองก็ไม่มีคนรักและอยู่ในวัยที่สมควรจะแต่งงานสร้างครอบครัวได้แล้วจึงตอบตกลงแต่โดยดีเพราะเห็นว่ามู่เสี่ยวหลันเองก็ไม่มีอะไรเสียหาย อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปทุกด้านทั้งการศึกษา หน้าตาและชาติตระกูล โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองนั้นตกลงไปในกับดักของหญิงสาวที่ทุกคนเห็นว่าเพียบพร้อมคนนี้
เมื่อทุกอย่างดำเนินมาจนถึงปัจจุบันที่พวกเขานั้นมีลูกชายถึงสองคนด้วยกันแล้ว แม้ภรรยาจะไม่พอใจในตัวเขาที่ตอนนี้เป็นเพียงเกษตรกรคนหนึ่งเท่านั้น แต่เว่ยอี้หานก็จะพยายามรักษาครอบครัวไว้ให้ลูก ๆ ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ อะไรที่ยอมได้เขาก็ยินดีที่จะยอม อะไรที่เธอต้องการเขาก็ยินดีที่จะหามาให้เท่าที่ความสามารถของเขาจะหามาได้
เมื่อเห็นมู่เสี่ยวหลันไม่มีอาการไม่พอใจและห่างเหินกับครอบครัวของเขาเหมือนแต่ก่อน เว่ยอี้หานจึงรู้สึกดีใจ ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงรู้สึกว่าภรรยาของเขานั้นเปลี่ยนไปหลังจากที่เธอคลอดลูกชายทั้งสองคน หรืออาจจะเพราะความเป็นแม่เมื่อมีลูกแล้วเธอจึงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมากยิ่งขึ้นก็ได้ จะเพราะอะไรก็ช่างหากการมีลูกทำให้มู่เสี่ยวหลันเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อครอบครัวของเขาได้ เขาก็ยินดีที่จะลูกกับเธอเพิ่มอีกหลาย ๆ คน เธอจะได้ไม่ทิ้งลูกไปไหน
( มู่เสี่ยวหลัน : เอ็งถามคนคลอดหรือยังไอ้หนู)
ปลายเดือนมิถุนายนอากาศค่อนข้างร้อน เมื่ออยู่ภายในห้องและไม่มีคนนอกแล้วเว่ยอี้หานจึงถอดเสื้อที่ใส่ออกเหลือไว้เพียงกางเกงที่ใส่อยู่ ไม่ทันเห็นภรรยาของเขาที่นั่งอ้าปากค้างรูปตัวโอ อยากจะร้อง ‘โอ้มายก็อด’ ของมาดัง ๆ ตั้งแต่ที่สามีจู่ ๆ ก็ยกชายเสื้อที่ใส่ขึ้นแล้วถอดออกจนเห็นแผ่นหลังสีแทน ไหล่กว้าง เอวสอบ
‘ ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ’ เสียงหัวใจของมู่เสี่ยวหลันเต้นเสียงดังสนั่นพร้อมกับคิดในใจ ‘ โอ๊ย! เจอแบบนี้ เจ๊ก็ความดันขึ้น หัวใจก็จะวายแล้วพ่อหนุ่มเอ๊ย! ’
เห็นด้านหลังยังขนาดนี้ พอเว่ยอี้หานหันหน้ากลับมาแล้วเดินตรงมายังเตียงคังที่สามคนแม่ลูกกำลังนั่งและนอนเรียงกันอยู่นั้น
“ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก อื้อหือซิกแพ็คแน่น ๆ เจ๊จะเป็นลม ”
“ นี่คนว่าอะไรนะ ” เว่ยอี้หานถามเพราะความไม่แน่ใจ แต่เขาคิดว่าตนเองได้ยินภรรยานับเลขและพูดอะไรสักอย่างแว่ว ๆ เมื่อกี้นี้
“ ป๊าววว ไม่มีอะไร ฉันกำลังคิดคำนวณวันอยู่น่ะ ” มู่เสี่ยวหลันปฏิเสธเสียงสูงเพราะร้อนตัว พร้อมกับหาข้ออ้างเอาตัวรอดเพราะกลัวเว่ยอี้หานจับได้ว่าตนเองนั้นกำลังอ่านกินเขาอยู่นั่นเอง
“ คุณคำนวณวันอะไร เผื่อผมจะช่วยได้คุณลองบอกมาก่อนสิ ”
“ นายช่วยไม่ได้หรอก ฉันเหนียวตัว รู้สึกอยากอาบน้ำน่ะ แต่อาบไม่ได้เพราะต้องอยู่ไฟ ก็เลยนั่งนับวันนับคืนให้มันครบหนึ่งเดือนไวไวน่ะ คุณคงไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันหรอก ว่ามันทรมานขนาดไหน ที่อากาศร้อนจะตายอยู่แล้วแต่ก็ห้ามโดนลม และยังอาบน้ำสระผมไม่ได้อีก เฮ้อ ”
‘ถลอก แถจนถลอกอีกแล้วฉัน ช่างมีความสามารถในการแถจริง ๆ เลยเอา ฮะฮะ ’ มู่เสี่ยวหลันชมเชยตัวเองอยู่ในใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า
“ เอ้าเหรอ ผมนึกว่าคุณนับกล้ามหน้าท้องผมซะอีก ”
“ คุณรู้ได้ไงอ่ะ ฉันว่าฉันเนียนแล้วนะ ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำไมพอคลอดลูกเสร็จแล้วคุณกลายเป็นคนตลกแบบนี้ล่ะเสี่ยวหลัน ผมจะไม่รู้ได้ยังไงก็คุณเล่นนับแล้วพูดออกมาเสียงดังฟังชัดซะขนาดนั้น ”
“ ใช่ไหมเจ้าซาลาเปาทั้งสองก็ได้ยินที่แม่ของพวกลูกพูดเมื่อกี้เหมือนกันกับพ่อใช่ไหมลูก หืม? ”
“ อุแว๊….อุแว๊ อุแว๊ ,อุแว๊ อุแว๊ ” เด็กสองคนเหมือนรู้จังหวะ ส่งเสียงร้องไห้งอแงเพราะหิวนมขึ้นมาพร้อมกัน จนโดนพ่อเหมารวมเข้าไปเป็นพวกแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่
“ อุ๊บ เห็นไหมคุณลูกทั้งสองก็ได้ยินเหมือนกันกับผม ฮ่าฮ่าฮ่า ” เว่ยอี้หานพยายามที่จะกลั้นหัวเราะแต่ก็กลั้นไม่ไหว
“ ต้าเป่า เสี่ยวเป่า เจ้าลิงน้อยสองคนนี้กล้าแกล้งแม่เหรอฮะ ปากท้องของลูกขึ้นอยู่กับแม่นะระวังจะอด ลูกรู้ไหมที่นี่ใครใหญ่แล้วลูกทั้งสองคนต้องเลือกอยู่ข้างเดียวกับใคร ฮึ่ม! ส่วนคุณ เว่ยอี้หานผู้เงียบขรึมหายไปไหนห๊ะ ทำไมพูดมากอย่างนี้เนี่ย ตามน้ำรักษาหน้าให้ฉันหน่อยสิคุณ ฉันก็อายเป็นเหมือนกันนะ ฮืออ หมดกัน ” มู่เสี่ยวหลันเอามือปิดหน้าแล้วแกล้งโวยวายกับสามพ่อลูกเพื่อกลบเกลื่อนความโก๊ะและความอายของตนเองที่โดนเว่ยอี้หานจับโกหกได้แล้วยังรู้ว่าเธออ่านกินร่างกายของเขา
เว่ยอี้หานยิ้มขณะที่มองดูมู่เสี่ยวหลันที่ยังก้มหัวเอามือปิดหน้าเพราะความอายกับลูกน้อยทั้งสองคน ถ้าหากในอนาคตทุก ๆ วันเป็นแบบนี้ ครอบครัวของเขาจะมีความสุขขนาดไหนกันนะ
“ คุณ คุณ อย่ามัวแต่อาย ให้นมลูกก่อนครับ ”
“ เว่ยอี้หาน! ” มู่เสี่ยวหลันเรียกชื่อผู้ชายหน้าทุบที่อยู่ตรงหน้า เพราะเขารู้ว่าเธอกำลังอายมากแต่ยังแกล้งแหย่เธอไม่เลิกสักที
“ โธ่ ถ้าคุณชอบดูหุ่นผมขนาดนี้ ผมยอมถอดเสื้อให้คุณดูทุกวันก็ได้ คุณไม่ต้องเขินไปหรอกนะผมไม่หวงกับคุณหรอกแค่นี้เอง ”
“ โอพระเจ้า ปกติฉันเห็นคุณชอบทำหน้าขรึมแต่ทำไมตอนนี้ถึงได้หน้ามึนขนาดนี้ ช่วยปล่อยให้ฉันได้ให้นมลูกสงบ ๆ สักครู่ได้ไหม อย่าเพิ่งมาอ่อยกันแบบนี้ เดี๋ยวมือไม้ฉันอ่อนทำลูกหลุดมือกันพอดี ” มู่เสี่ยวหลันสะบัดหน้าใส่คนหล่อที่ยืนอวดหุ่นอยู่ข้าง ๆ สามคนแม่ลูกไม่ยอมไปไหนเสียทีทำเอาเธอเสียสมาธิเพราะลูกตาทั้งสองข้างคอยแต่จะมองไปที่กล้ามท้องแน่น ๆ เหล่านั้นอยู่ที่เดียว
“ ไม่ไปครับ ผมจะอยู่คอยช่วยคุณที่นี่ไม่ไปไหนหรอก เราสองคนก็เคย ๆ กันมาแล้วคุณไม่ต้องอายผมหรอกน่า ”
นั่นยังไม่หยุดอีกนะ มู่เสี่ยวหลันได้ยินถึงกับค้อนควัก ‘ ใคร? ‘เคยเคย’ กับนายย๊ะพ่อหนุ่มเจ๊ยังไม่เค้ยไม่เคยเด้อ ’ มู่เสี่ยวหลันได้ยินถึงกับต้องแอบกรี๊ดอยู่ในใจพร้อมกับแอบเสียดายว่าทำไมความทรงจำที่ได้รับมาจากมู่เสี่ยวหลันคนเดิมไม่เห็นจะมีตอนบะละฮึ่มกับพ่อสามีสุดหล่อเลยว้าสุดท้ายก็แอบคิดอยู่ในใจว่า ‘ไซส์อะไรหว่า… >0< แต่ดูจากนิ้วโป้งแล้วต้อง ตุง….ตุงแช่แน่ ๆ เพราะมันเข้ากับคำที่ว่า
อันชายใด นิ้วโป้งหนาใหญ่ ปลายบาน พลานให้คิด
เห็ดของลับ ใหญ่สุดฤทธิ์ ยอดชายหนา
สาวใด ได้ลิ้มลอง พร่ำพรรณา
นี่ล่ะหนา พิษงูใหญ่ ใคร่ท่องจำ ' ( ไรท์ยืมมาจากในเน็ต)
พอพูดเสร็จพ่อคุณเดินมานอนตะแคงข้างบนเตียงเอามือค้ำหัวมองเธอกำลังให้นมลูกชายอยู่ตาไม่กระพริบ พร้อมกับส่งยิ้มจาง ๆ กระแทกใจคนมองมาให้อีกต่างหาก ทำเอาอดีตสาวโสดที่เกาะคานมานานถึงกับใจสั่นระทวยหลงเสน่ห์ความหล่อดูดีของพ่อเจ้าแฝดไปจนแทบจะน้ำลายไหลหยดติ๋ง ๆ
ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ ระวังแม่จะจับหม่ำทั้งตัวซะเลย หล่อ หุ่นดี นิสัยก็ถือว่าดีมากไม่รู้ว่ามู่เสี่ยวหลันคนก่อนทำบุญมาด้วยอะไรถึงสามารถหาสามีได้ดีขนาดนี้ จากที่กำลังกังวลว่าจะทำอย่างไรดีกับสามีส้มหล่นคนนี้ ตอนนี้มู่เสี่ยวหลันกลับคิดว่าหากเธอพลาดคนนี้ไปคงต้องเสียใจไปจนตายแน่ จากที่เคยคิดว่าจะหย่าแล้วเธอจะเป็นคนเลี้ยงลูกเอง ตอนนี้นิวมู่เสี่ยวหลันพับเก็บใส่กระเป๋าโยนมันทิ้งลงในแม่น้ำไปแล้วเรียบร้อย ของแรย์ไอเท่มเยี่ยงนี้เธอต้องเก็บเอาไว้กินเองสิ จะปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นคาบไปแด๊กได้ยังไงกัน แฮ่ แฮ่
………
เช้าวันต่อมาแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดไม่ต้องไปโรงเรียน แต่เด็กทั้งสามคนก็ยังต้องออกไปช่วยทำงานในนาข้าวเพื่อเก็บแต้มคะแนนไว้แลกกับอาหารหลังการเก็บเกี่ยวของฤดูกาลเพาะปลูกนี้เสร็จสิ้น ส่วนหน้าที่ที่ต้องทำนั้นผู้ใหญ่จะมีหน้าที่ทำงานหนักอย่างเช่นการเกี่ยวข้าว ผู้หญิงบางส่วนช่วยมัดข้าว ส่วนเด็ก ๆ แรงน้อยก็ช่วยขนมัดข้าวจากในนามากองรวมกันก่อนที่จะนำไปสีและตากแดดให้แห้งสนิท
หลังจากที่สมาชิกในบ้านต่างก็ออกไปทำงานกันหมดทุกคนเหลือเพียงแม่เว่ยที่อยู่บ้าน เพราะนางต้องช่วยดูแลมู่เสี่ยวหลันและลูก ๆ แล้วยังต้องทำงานบ้านและทำอาหารให้ทุกคนในครอบครัวกินอีกด้วย
มู่เสี่ยวหลันเห็นแม่สามียุ่งหัวหมุนทำงานบ้านทุกอย่างเพียงคนเดียวทั้งซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหารวันละสามมื้อแล้วยังต้องมาดูแลพวกเธอสามแม่ลูกอีก ก็ได้แต่รู้สึกผิดและละอายใจที่ต้องปล่อยให้แม่สามีต้องทำงานทุกอย่างเพียงคนเดียว
มู่เสี่ยวหลันนั้นอยากจะออกไปช่วยแม่เว่ยในช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ทั้งสองคนนอนหลับใจจะขาด แต่ก็ทำไม่ได้เพราะจะมีแม่สามีที่ไหนยอมให้ลูกสะใภ้ที่เพิ่งคลอดลูกได้สองวันออกไปทำงานเนื่องจากพวกเธอจำเป็นต้องพักฟื้นและอยู่ไฟจนกว่าจะครบกำหนดหนึ่งเดือน
นอกจากผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนอับโชคต้องแต่งงานเข้าไปในครอบครัวที่ไร้คุณธรรมมีแม่สามีหรือสามีที่เลวร้ายและเห็นแก่ตัวสุด ๆ แล้วถึงต้องลุกขึ้นมาทำงานทันทีหลังจากคลอดลูกแบบนั้น
ส่วนร่างกายของมู่เสี่ยวหลันนั้นหายดีตั้งแต่ที่เธอดื่มน้ำจากสระน้ำในมิติแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถบอกกับทุกคนได้จำใจต้องอดทนให้ผ่านไปอย่างน้อยสองอาทิตย์เสียก่อน ตอนนี้เธอทำได้เพียงนั่ง ๆ นอน ๆ และเลี้ยงลูกให้นมลูกอยู่แต่ภายในห้องเท่านั้น อาหารทุกอย่างแม่สามีก็นำมาให้เธอกินถึงในห้องนอน
“ เสี่ยวหลันแม่เอาอาหารมาให้ วันนี้แม่ตุ๋นขาหมูใส่ถั่วลิสงแล้วก็ทำไข่ตุ๋น และผัดผักรวมมาให้เธอ เมื่อวานนี้ชิงชิงบอกแม่ว่าเธอท้องผูก วันนี้เธอก็ทานผักให้เยอะ ๆ หน่อยนะ ”
มู่เสี่ยวหลันได้แต่ปฏิเสธอยู่ในใจ ‘ ฉันเปล่าอึ๊ไม่ออกจริง ๆ ซะหน่อย ฮือ…. ’ >*<
“ ขอบคุณนะคะแม่ที่ใส่ใจดูแลฉันดีขนาดนี้ แต่แม่ทำอาหารให้ฉันหลายอย่างเกินไปหรือเปล่าคะแบ่งให้ทุก ๆ คนกินด้วยก็ได้ค่ะเพราะฉันคนเดียวคงจะกินอาหารเยอะขนาดนี้ไม่ไหวหรอกค่ะ แล้วอีกอย่างทุกคนก็ต้องออกไปทำงานหนักข้างนอกทุกวัน แม่ต้องทำอาหารบำรุงให้พวกเขามาก ๆ นะคะ ทุกคนต้องกินอาหารให้เพียงพอถึงจะสู้งานหนักไหว เอาไว้ฉันหายดีและออกเดือนแล้วฉันจะช่วยแม่ทำอาหารเองค่ะ ”
ได้ยินลูกสะใภ้บอกให้นางทำอาหารบำรุงทุกคนในครอบครัวแม่เว่ยก็ยิ้มปลื้ม เพราะเมื่อก่อนลูกสะใภ้ไม่เคยใส่ใจว่าทุกคนในบ้านจะมีกินหรือไม่มีจะกิน ครอบครัวเว่ยเมื่อมีอาหารอะไรดี ๆ ก็ต้องเก็บไว้บำรุงลูกสะใภ้ที่กำลังท้อง แม่เว่ยเห็นสามีและลูก ๆ อีกสามคนตัวผอมแห้งก็ได้แต่ปวดใจ ตัวนางและสามีต้องอดนั้นไม่เป็นไร ขอเพียงให้ลูกหลานทุกคนได้กินอิ่มนางก็พอใจแล้ว
“ เรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกจ้ะ ผักที่สวนหลังบ้านนั้นโตพร้อมให้เก็บมากินได้เกือบหมดทุกอย่างแล้ว ที่สำคัญแม่ไก่ที่เหลืออยู่อีกสามตัวก็ยังขยันออกไข่เพิ่มขึ้นอีก เมื่อวานนี้พวกมันออกไข่ให้บ้านเราตั้งเจ็ดฟองแน่ะ เสียดายที่เชือดไปแล้วหนึ่งตัวเมื่อวาน แต่เดี๋ยววันนี้แม่จะไปซื้อมาเลี้ยงเพิ่มอีกหนึ่งตัวทดแทนตัวที่ตายไป อ๊ะ ไม่ใช่สิต้องสองตัว เพราะบ้านเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้นตั้งสองคนนี่นา” คุณย่าพูดถึงหลานชายทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ ฮะ เมื่อวานนี้แม่ไก่ออกไข่ตัวละสองฟองจริงเหรอคะ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ” มู่เสี่ยวหลันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินว่าเมื่อวานนี้แม่ไก่ออกไข่ถึงสองฟอง
“ จริงสิจ๊ะ เช้ารอบหนึ่ง เย็นอีกรอบหนึ่ง เมื่อวานนี้อี้หานเป็นคนเก็บไข่จากที่เล้ามาให้แม่เองทั้งสองรอบ ตั้งแต่เกิดมาแม่ก็เพิ่งจะเคยเห็นแม่ไก่ออกไข่วันละสองฟองนี่แหละ บ้านเรานี่โชคดีจริง ๆ นี่ถ้าเรายังไม่ได้เชือดแม่ไก่ตัวนั้นไป ไม่แน่ว่าเราคงจะเก็บไข่ได้มากถึงวันละแปดฟองแน่เลย แล้วพวกเราก็จะมีอาหารกินมากขึ้น เห็นแม่ไก่ที่เหลืออีกสามตัวขยันออกไข่ขนาดนี้แม่กับอี้หานเลยคิดว่าจะเก็บแม่ไก่ทั้งสามตัวนี้ไว้แล้วค่อยไปขอซื้อแม่ไก่แก่จากบ้านอื่นมาทำซุปไก่ให้เธอกินบำรุงแทนเอาน่ะจ้ะ ”
“ ก็ดีสิคะ ฉันเห็นด้วยค่ะที่จะเก็บแม่ไก่ทั้งสามตัวไว้ ที่จริงไม่ต้องบำรุงอะไรฉันมากนักหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันก็แข็งแรงดีแล้ว ออกไปทำงานช่วยแม่ได้เลยด้วยซ้ำไป ”
“ ไม่ต้อง ไม่ต้อง ตอนนี้เธอพักผ่อนไปก่อนงานที่บ้านแม่จัดการเองได้ ถ้าเธออยากจะช่วยจริง ๆ ก็เอาไว้หลังจากที่อยู่ไฟครบหนึ่งเดือนแล้วเธอค่อยช่วยแม่ทำงานบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ ก็แล้วกัน แม่จะได้ออกไปทำงานข้างนอกได้
เออ…จริงสิ แม่ก็เกือบลืมไปเลยว่าจะไปเก็บผักในแปลงหลังบ้านไปฝากบ้านยายของอี้หานสักหน่อย ได้โอกาสตอนนี้เด็ก ๆ ยังหลับอยู่ เดี๋ยวแม่จะไปเก็บผักที่หลังบ้านซะก่อน ไม่รู้ทำไมผักรุ่นนี้ถึงได้โตเร็วกันขนาดนี้ บ้านเราก็คงจะกินไม่ทันก่อนที่มันจะแก่ไปซะหมดแน่เลยเชียว เดี๋ยวแม่จะเก็บผักแล้วเอาไปฝากให้บ้านย่าทวดของเด็ก ๆ สักหน่อย นี่ท่านก็อยากเจอเหลนชายทั้งสองคน แต่สุขภาพไม่ค่อยจะดีเดินเหินไม่ค่อยสะดวกก็เลยมาเยี่ยมพวกเธอไม่ได้ ”
“ ถ้าอย่างนั้นก็รอให้เด็ก ๆ อายุครบเดือนซะก่อน แล้วเราค่อยพาเด็กสองคนนี้ไปเยี่ยมท่านที่บ้านสิคะ อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง อีกอย่างคุณยายก็เป็นญาติผู้ใหญ่สูงอายุให้มาเยี่ยมเด็กอย่างพวกเราก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก ”
“ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแม่จะบอกท่านเองว่าครบเดือนแล้วเราจะพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยมทำความเคารพยายทวดที่บ้านก็แล้วกันนะ เอาล่ะเดี๋ยวแม่จะรีบไปรีบกลับ เด็ก ๆ คงจะนอนยังไม่ทันตื่นด้วยซ้ำตอนที่แม่กลับมา ”
“ แม่ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้ เด็กสองคนนี้มีแต่กินแล้วก็นอนฉันดูแลได้ แม่ก็อยู่คุยเป็นเพื่อนท่านสักพัก คนแก่มักจะเบื่อและเหงานะคะที่ต้องอยู่บ้านทั้งวันไม่ค่อยได้ออกไปไหน ”
“ เอาล่ะถ้าอย่างนั้นแม่ก็วางใจ แต่แม่คงไปไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็กลับมาแล้วล่ะ แม่ไปเก็บผักก่อนละนะ”
มู่เสี่ยวหลันไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากยิ้มตอบรับแม่เว่ยที่เดินกระฉับกระเฉงออกไปนอกห้อง
“ อืม ออกไข่ตัวละสองฟองเลยเหรอเนี่ย ต้องเป็นเพราะน้ำจากสระในมิติแน่ ๆ เลย รอแม่สามีไม่อยู่ต้องรีบออกไปสำรวจดูสักหน่อยแล้วว่าผักในแปลงจะโตเพิ่มมากขึ้นขนาดไหนจากเมื่อวานนี้ ” มู่เสี่ยวหลันพูดกับตัวเองเบา ๆ
หลังจากที่รอสักพักเธอก็ได้ยินเสียงแม่เว่ยเปิดประตูรั้วบ้านออกไปข้างนอกตามที่ได้บอกเอาไว้ ลูกแมวน้อยทั้งสองของเธอก็ช่างเป็นใจเพราะนอนหลับปุ๋ยโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นนอนในเร็ว ๆ นี้ เธอจึงได้ถือโอกาสนี้ออกไปสำรวจที่ห้องครัวและสวนหลังบ้านอีกครั้ง
หลังจากที่สำรวจห้องครัวแล้วมู่เสี่ยวหลันก็ตัดสินใจที่จะไม่เติมอะไรอีกเพราะจะทำให้ดูผิดสังเกตมากเกินไปที่อาหารไม่พร่องหายไปบ้างเลยหลังจากที่ทำอาหารหลายครั้ง แต่เธอก็นำไข่ที่มีอยู่ในมิติมาเติมใส่ไว้เพิ่มอีกสิบฟองรวมไว้กับของเดิมที่มีอยู่ในตะกร้าประมาณสองชั่ง(1ชั่ง=500กรัม) คาดว่าเมื่อวานนี้แม่เว่ยน่าจะซื้อไข่จากในเมืองมาไว้เพิ่มนั่นเอง จากนั้นจึงเติมเกลือใส่ลงในไหอีกครึ่งชั่งเพียงเท่านั้น ออกมาจากห้องครัวก็เห็นแปลงผักที่อยู่ตรงหน้า
“ แม่เจ้า โตขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยสงสัยครั้งหน้าคงต้องระวังหน่อยแล้วเรา " มู่เสี่ยวหลันอุทานด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นว่าผักที่เธอลองรดน้ำจากในมิตินั้นเติบโตรวดเร็วเกินไปมากแค่ไหน
มู่เสี่ยวหลันคิดว่าต่อไปเธอคงต้องผสมน้ำจากสระในมิติกับน้ำธรรมดาในอัตราส่วนประมาณหนึ่งต่อสิบส่วนหรือน้อยกว่านั้น เพื่อผักที่ปลูกไว้จะได้ไม่โตเร็วเกินไปแบบนี้ จะมีใครสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ไหมเนี่ย มู่เสี่ยวหลันนึกกังวลขึ้นมาแต่คิดมากไปก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรในอดีตไม่ได้ ตอนนี้เธอทำได้เพียงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้และไม่ทำอะไรผิดพลาดให้เป็นที่น่าสงสัยอีกในอนาคต
และเมื่อตอนนี้ผักทุกแปลงก็โตพร้อมเก็บไปกินได้ขนาดนี้แล้วเธอจึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำพวกมันอีกต่อไป แต่มู่เสี่ยวหลันก็ยังคงเอาน้ำในมิติไปรดที่ต้นผิงกั่วกับลูกท้อทั้งสองต้นที่กำลังมีผลเล็ก ๆ อยู่เต็มต้นในขณะนี้ เพื่อที่ผลไม้เล็ก ๆ เหล่านั้นจะได้โตเร็ว ๆ เพื่อที่ครอบครัวเว่ยจะได้มีผลไม้กินบำรุงร่างกายที่ผอมแห้งในเร็ววันนี้
หลังจากนั้นมู่เสี่ยวหลันก็เดินไปที่เล้าไก่ที่มีแม่ไก่ทั้งสามอยู่ในนั้น
“ ได้ข่าวว่าทำผลงานได้ดีเมื่อวาน วันนี้ฉันจึงมีรางวัลมาให้พวกแกทุกตัว ” มู่เสี่ยวหลันโยนลูกผิงกั่วทั้งหมดสามลูกที่เธอเก็บสด ๆ มาจากต้นในมิติของเธอ ในนั้นมีผลไม้อยู่หลายชนิดไม่เว้นแม้แต่ ทุเรียน!
เธอนั้นอยากจะเก็บมาผ่ากินใจจะขาด แต่กลัวว่าหลังจากที่กินเข้าไปแล้วตนเองจะเผลอตดหรือเรอออกมา ไม่อยากจะนึกภาพหากคนในบ้านเว่ยเกิดมาได้กลิ่นชีวภาพพวกนี้เข้า เธอจะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน เธอไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนสวยตดเหม็นหรอกนะ
รอไว้หาโอกาสเหมาะ ๆ แล้วค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน มู่เสี่ยวหลันคิดถึงตอนที่ตนเองอยู่คนเดียวแล้วแสนจะสะดวกสบายอยากทำอะไรก็ทำ จะตดจะเรอกลิ่นเหม็นและดังขนาดไหนก็ไม่ต้องมากลัวใครจะมาเห็นหรือได้ยิน
“ กินแล้วก็ทำลายหลักฐานให้หมดอย่าให้เหลือซากไว้เป็นหลักฐานล่ะ คงไม่มีใครที่ไหนบ้าเอาแอปเปิ้ลมาเลี้ยงไก่เหมือนฉันหรอกนะ เพราะฉะนั้นห้ามเหลือหลักฐานไว้สร้างปัญหาให้ฉันทีหลังเด็ดขาด เข้าใจไหม เอานี้น้ำดื่มของพวกแก ต้องขยันออกไข่มาเยอะ ๆ นะ แล้วฉันจะมีรางวัลมาให้อีกถ้าพวกแกเป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่ง ” มู่เสี่ยวหลันพูดกับแม่ไก่เป็นตุเป็นตะอย่างกับพวกมันจะฟังเธอรู้เรื่อง
“ กะต๊าก กะต๊าก กะต๊าก ” ( ภาษาไก่ แปลว่า พวกเราจะขยันออกไข่ให้ตูดบานเลยจ้า) รสชาติของผลไม้ประหลาดช่างหอมหวานเหลือเกิน แม่ไก่ทั้งสามจิกกินทุเรียนแข่งกันไม่หยุดในตอนนี้
“ รับปากแล้วก็ทำให้มันได้ล่ะ ฉันไปละนะเดี๋ยวมีโอกาสจะแวะมาใหม่ละกัน ” หากมีคนผ่านมาเห็นเหตุการณ์นี้ทุกคนอาจจะคิดว่ามู่เสี่ยวหลันสามารถสนทนากับไก่รู้เรื่อง ฮึ เหล่าหรอกเธอแค่ติต่างทำเป็นคุยกับพวกมันรู้เรื่องไปอย่างนั้นเอง
หลังจากนี้มู่เสี่ยวหลันตั้งใจว่าจะค่อย ๆ ทำให้ครอบครัวนี้มีอาหารการกินที่ดีขึ้นเพราะเธอถือคติที่ว่า ‘ LOVE ME LOVE MY DOG ’ อยากได้ลูกชายบ้านนี้เธอก็ต้องช่วยดูแลครอบครัวของเขาเหมือนกับเป็นครอบครัวของตัวเอง โดยเฉพาะพ่อแม่สามีที่เปรียบเสมือนพ่อแม่แท้ ๆ ของภรรยา แค่ก แค่ก แต่มันช่างรู้สึกอีหลักอีเหลื่อเหลือเกินเมื่อทั้งสองคนนี้อายุพอ ๆ กับเธอเมื่อชาติที่แล้วเลยแว้กกกกก