การแต่งกายของป๋อหยวนเป็ดังที่บรรยายไว้สั้นๆ ว่าชอบสวมเสื้อผ้าสีสด ใบหน้าหวานหยด ลักษณะดูประดิดประดอย การเดินไม่เป็ธรรมชาติบิดสะโพกไปมาน่ากลัวว่าจะหักในสักวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเล่าออกมาจากปากชาวบ้าน กู้เลี่ยงรุ่ยได้ยินผ่านๆ มาเท่านั้น
“คุณชายป๋อล้อเล่นแล้ว ข้าน้อยไหนเลยจะกล้า เป็เพียงคนต่ำต้อยเท่านั้นขอคุณชายอย่างสนใจ มองไปยังที่เจริญหูเจริญตาที่อื่นมิใช่ดีกว่าหรือ” คำกล่าวนี้คืออย่ามายุ่งแถวนี้ แถวนี้ไม่ใช่อย่างที่ท่านชอบ ท่านชอบแบบไหนก็ไปแถวนั้น
ป๋อหยวนยิ้ม สะบัดพัดที่ถือไว้อยู่เป็นิจทีหนึ่ง “ที่นี้อย่างไรเล่า ที่เจริญหูเจริญตาของข้า ว่าอย่างไรคุณชาย ท่านสนใจในข้อเสนอของข้าหรือไม่ อย่างไรก็ไม่ขาดทุนหรอกนะ”
“เสียก็แต่ว่าข้านั้นขายชุดไม่ได้ขายอย่างอื่น ขอคุณชายโปรดเข้าใจ” กู้เลี่ยงรุ่ยกล่าวเรียบๆ แต่สายตามั่นคงไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่หวั่นเกรงแม้อีกฝ่ายจะมีคนคุ้มกันอยู่รายล้อม
ป๋อหยวนหัวเราะพอใจ พยักหน้าน้อยๆ “เช่นนั้นข้าจะซื้อชุดเ้า แต่มีข้อแม้ว่าเ้าต้องขึ้นมากินอาหารร่วมกับข้าหนึ่งมื้อ อย่างไรตอนนี้ข้าก็ไม่ได้พกเงินมากเช่นนั้นคงต้องให้บ่าวไปยังเรือนเพื่อนำเงินมา ระหว่างนี้มาพูดคุยกินดื่มพลางๆ เป็อย่างไร การค้านี้เ้าไม่ขาดทุนสักนิดเลยนะ ได้ทั้งเงินได้ทั้งอิ่มท้อง”
กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ขบคิดให้เสียเวลา อย่างไรก็แค่กินข้าวหนึ่งมื้อแลกกับเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองและทองแท่งอีก จะมีอะไรคุ้มไปกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้นกู้เลี่ยงรุ่ยก็ไม่ได้วางใจ อย่างไรเสียป๋อหยวนก็เป็ตัวร้ายที่ส่อเค้ามาแต่ไกล ยังไงก็ป้องกันไว้กัน กู้เลี่ยงรุ่ยรับเงินมาจากป๋อหยวนหลังผ่านไปประมาณสองเค่อ เมื่อขอตัวไปเปลี่ยนชุดและมอบชุดแต่งงานให้ป๋อหยวนเป็การปิดการค้า แน่นอนว่าระหว่างนั้นกู้เลี่ยงรุ่ยไม่แตะต้องอาหารและน้ำดื่มเลย มีเพียงอาจื่อที่กินเมื่อกู้เลี่ยงรุ่ยพยักหน้า
ป๋อหยวนนั่งหัวโต๊ะ “พี่รุ่ย ไม่ใช่ว่าท่านเกรงกลัวว่าข้าจะใส่ยาพิษจนไม่กล้ากินอะไรสักอย่างหรอกกระมั้ง ข้านี่มีอะไรที่ท่านต้องกลัว ชื่อเสียงของข้าคงไม่ได้เลวร้ายป่านนั้น หรือท่านได้ยินมาอย่างไร”
“ไม่สนิทกัน โปรดคุณชายเรียกอย่างอื่นเพื่อเป็เกียรติแก่ตัวเอง”
“มีอะไรต่างกับหรือพี่รุ่ย ข้าก็แค่เรียกตามที่อาจื่อเรียกท่านเท่านั้น อย่างไรพวกเขาก็พบเจอกันแล้ว นับเป็สหาย ทั้งยังทำการค้าร่วมกัน พี่รุ่ย พวกเรานับว่าสนิทกันแล้ว” ป๋อหยวนกล่าวเย้า สายตาทอดมองไปยังชายที่นั่งไม่ห่างด้วยสายตาจับจ้องด้วยความสนใจ
“แตกต่างแน่นอน คนไม่สนิทย่อมไม่อาจเรียกชื่อ คุณชาย เรียกข้าว่าคุณชายเว่ยจะดีกว่า อีกอย่างข้าไม่กล้าสนิทสนมกับคุณชาย เป็เพียงคนต่ำต้อย ไม่กล้านับคุณชายเป็สหาย”
“ที่แท้พี่รุ่ยแซ่เว่ย เว่ยรุ่ย เพราะทีเดียวเชียว แต่รุ่ยตัวใดหรือ มีคนไม่มากนักที่ชื่อนี้ ข้าอดแปลกใจไม่ได้ จะว่าไปรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินคนชื่อรุ่ยๆ มาครั้งหนึ่ง” ทำท่าครุ่นคิดโดยการแตะๆ สันพัดกับมืออีกข้าง
“รุ่ยคำนี้ไม่ได้สำคัญที่ใด เกรงว่าคุณชายจะคิดมากไป คุณชายโปรดอย่าเรียกข้าว่าพี่รุ่ย ข้าไม่สะดวกใจอย่างยิ่ง ผู้ใดมาได้ยินคงจะคิดว่าข้ากับท่านคบหากัน” กู้เลี่ยงรุ่ยแต่เดิมก็มีน้ำเสียงทุ้มต่ำ เวลาพูดเสียงกดๆ ก็แผ่ความรู้สึกกดดันผู้คนได้เป็อย่างดี เมื่อเริ่มคุ้นชินกับร่างนี้แล้วจึงสามารถวางท่าให้กลายเป็เ้าสำนักได้ไม่ยาก ในนิยายก็แสดงวิธีการพูด การเดินการเคลื่อนไหวหรือแม้กระทั่งการแสดงสีหน้าของกู้เลี่ยงรุ่ยไว้
“ก็ได้ๆ ข้ายอมแล้ว งั้นคุณชายเว่ย ท่านคงไม่ใช่คนตำบลอู่เสวียน พึ่งมาเยือนหรือผ่านมาชมเทศกาลตลาดนัดประจำปีหรือ”
“เหตุใดท่านจึงคิดว่าข้าไม่ใช่คนตำบลอู่เสวียน” กู้เลี่ยงรุ่ยถามกลับ อยากจะประเมินคนผู้นี้ด้วยเช่นกันว่ามีสติปัญญาอยู่ระดับไหน เป็ภัยหรือเป็พิษ ควรเข้าใกล้หรือตีตัวออกห่าง ดังที่ว่า ในนิยายคนผู้นี้ปรากฏตัวแค่เล็กน้อย ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็คนเช่นไรกันแน่
“คุณชายเว่ยรูปโฉมโดดเด่นเหนือสามัญ หากเป็คนตำบลอู่เสวียนแล้วมีหรือที่ข้า ป๋อหยวนจะไม่เคยพบเห็น อีกทั้งผิวพรรณและรูปลักษณะของท่านแม้จะซูบผอมเพราะอาจจะป่วยหนักมานาน แต่เบนก็ไปยังคนแถบซีอาน ว่ากันบุรุษแถวซีอานมักมีรูปโฉมโดดเด่นโดยอิทธิพลของแม่น้ำมหานทีทำให้ผลิตลูกหลานชั้นดีออกมา คุณชายเว่ย ท่านนั้นนับเป็บุรุษที่รูปงามที่สุดที่ข้าแซ่ป๋อเคยพบมา ใบหน้าของท่านแค่เห็นเพียงดวงตาก็ทำเอาผู้คนไหวหวั่น มินับที่ท่านสวมชุดแต่งงานเมื่อครู่ ทำเอาข้าจิตใจเลื่อนลอยไปชั่วขณะจริงๆ ...”
กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ตอบ ทำหูทวนลมในสิ่งที่ได้ยิน แต่คนผู้นี้ทายถูกแล้ว แต่เดิมกู้เลี่ยงรุ่ยเป็คนซีอาน ทว่าเื่พวกนี้พูดออกไปไม่ได้ เนื่องจากซีอานตั้งอยู่ในรัฐฉิน รัฐที่เป็ปรปักษ์ของรัฐฉี สองรัฐนี้ชิงความเป็ใหญ่ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี้ก็เป็อีกสาเหตุที่ฉีอ๋องไม่ยินดีให้กู้เลี่ยงรุ่ยแต่งกับฉีอ้ายอัน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูไม่เขลาทั้งยังรู้จักแยกแยะ กู้เลี่ยงรุ่ยก็ต้องมองอีกฝ่ายใหม่ “คุณชายล้อข้าเล่นแล้ว พูดเช่นนี้มิใช่จะทำให้ข้าแซ่เว่ยใช้ชีวิตในรัฐฉีลำบากหรือ วันนี้ข้าตั้งใจพาอาจื่อออกมาเที่ยวชมเทศกาล ยังคงไม่ได้ไปไหนเลย คุณชายป๋อ ข้าคงต้องขอตัวก่อน ขอบคุณในน้ำใจของท่าน”
“เป็ข้าพูดไปเรื่อยไม่ได้ไตร่ตรอง แต่จะไปอย่างนี้เลยหรือคุณชายเว่ย มิสู้ท่านให้ข้าที่เป็เ้าบ้านคุ้นเคยที่ทางคอยนำท่านชมงานเทศกาลจะดีกว่าหรือไม่ ตลาดนัดแห่งนี้ทั้งใหญ่และผู้คนก็หลากหลาย เกรงว่าท่านที่หิ้วเงินมากมายขนาดนั้นไปทั่วอาจจะถูกปล้นได้ คุณชายเว่ย ข้าไม่ได้โอ้อวด แต่ท่านคงรู้กระมั่งว่าบิดาข้าคือป๋อฟางอวี้ผู้ร่ำรวยที่สุดในตำบลอู่เสวียน ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเป็ศัตรูกับตระกูลป๋ออย่างแน่นอน คุณชายเว่ย อย่างไรท่านก็นับเป็แขกบ้านแขกเรือนของตำบลอู่เสวียน ให้ข้าต้อนรับขับสู้ท่านจะเป็การดีกว่าหรือไม่”
สิ่งที่ป๋อหยวนพูดมาก็มีเหตุผล กู้เลี่ยงรุ่ยเมื่อครู่ประมูลชุดได้เงินเท่าไหร่ มีคนรู้ไปหมดแล้วกระมัง แล้วอย่างนี้จะไปเดินอวดตัวอยู่ตามถนนตามลำพังแล้วปลอดภัยได้อย่างไร คนเราอย่างไรก็มีด้านมืดคนที่ไม่ดีหน่อยก็เห็นว่ากู้เลี่ยงรุ่ยเป็คนร่างกายไม่แข็งแรงมาพร้อมเด็กวัยสิบกว่าขวบจะแย่งชิงเอาเงินก็คงไม่มีปัญหา มีป๋อหยวนพร้อมคนคุ้มกันคงจะปลอดภัยกว่าจริงๆ อีกทั้งจะพูดยังไงกู้เลี่ยงรุ่ยในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนไม่รู้ความ จะออกไปเพ่นพ่านหรือทำอะไรล้วนต้องระวัง
“เช่นนั้นคงต้องลำบากคุณชายป๋อแล้ว”
ป๋อหยวนขยับกายอย่างกระตือรือร้น “คุณชายเว่ยเกรงใจแล้ว เป็หน้าที่เ้าบ้านเท่านั้น”
เทศกาลตลาดนัดอู่เสวียนคึกคักจริงดังที่ว่า ร้านรวงต่างๆ ตั้งแผงอยู่ตามถนนทุกหัวมุม ทั้งยังตั้งติดชิดกันร้านแล้วร้านแล้ว ้าติดโคมไฟส่องแสงสว่างไสวไปไกลเป็ลี้ กู้เลี่ยงรุ่ยควักเงินหลายตำลึงทองเพื่อซื้อเสื้อกันหนาวบุผ้าฝ้ายให้อาจื่อ สองตัวและของผู้าุโเว่ยด้วยอีกชุด
ไม่รู้ว่ากู้เลี่ยงรุ่ยผ่อนคลายมากไปหรือไม่แต่หลังจากบรรยากาศรื่นเริงสนุกสนานและผู้คนมากมายที่เดินกันสวนไปมาภายในตรอกก็ทำเอากู้เลี่ยงรุ่ยที่ตื่นเต้นเป็พิเศษมาตลอดหลงใหลไปกับทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เห็น ไม่ว่าจะเป็พุทราเชื่อมที่ปักอยู่บนฟาง ไม่รอให้อาจื่อร้องขอ กู้เลี่ยงรุ่ยก็จ่ายเงินพร้อมหยิบมาสามไม้ หนึ่งไม้ให้อาจื่อ หนึ่งไม่ให้ตัวเอง ส่วนอีกไม้ตั้งใจจะมอบให้ป๋อหยวน อย่างไรเสีย ป๋อหยวนที่คอยตามอยู่ด้านหลังก็ทำตามอย่างที่พูดคือช่วยนำทางและกันคนให้ เวลากลุ่มคนที่นำโดยป๋อหยวนเดินไปตรงไหน มวลชนพร้อมกันหลีกทางให้ แม้จะมองออกว่าเป็เช่นนี้เพราะผวากับชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของป๋อหยวนแต่กู้เลี่ยงรุ่ยเดินได้สะดวกมากนัก ไม่ต้องเบียดเสียดผู้คนและไม่ต้องเหนื่อยเดินเร็วหรือช้า แต่สามารถเดินทอดอารมณ์ไปได้เรื่อยๆ ชมบรรยากาศที่เคยได้แต่จินตนาการจากตัวหนังสือและลิ้มรสชาติแรกของพุทราเชื่อมของที่นี้ เมื่อกัดเข้าไปคำแรกก็รู้สึกได้ถึงรสชาติหอมหวาน และกรอบนิดๆ ของพุทรา อร่อยจนต้องแบ่งปันป๋อหยวนที่เดินอยู่ด้านหลัง
ทว่าไม่นึกว่าเมื่อยื่นไปให้ป๋อหยวนไม้หนึ่ง อีกฝ่ายจะยิ้มตื่นเต้นยิ่งกว่าอาจื่อเสียอีก ทั้งๆ ก็เป็เพียงแค่พุทราเชื่อม ชีวิตหรูหราอย่างป๋อหยวนย่อมได้ลิ้มลองรสชาติอันโอชะมานับไม่ถ้วนนับประสาอะไรกับพุทราเชื่อมสุดจะดาษดื่น “คุณชายเว่ย ท่านมอบให้ข้าหรือ?”
กู้เลี่ยงรุ่ยกัดเข้าไปในเนื้อพุราอีกคำโดยไม่ถอดผ้าออก ก่อนจะพูด “ให้เ้าเป็ค่าตอบแทนเมื่อครู่ที่เลี้ยงอาหารอาจื่อและยังมาช่วยข้ากันฝูงชน คุณชายป๋อ ท่านอาจไม่รู้ แต่มีท่านอยู่ ใครๆ ก็พร้อมหลีกทางให้โดยดี ข้าคนนี้เลื่อมใสแล้ว” ถึงอย่างไรก็อดจิกกัดน้อยๆ ไม่ได้
ป๋อหยวนหัวเราะรวน แสร้งไม่เข้าใจถ้อยคำจิกกัดในนั้น ไม่รู้คืนนี้หัวเราะไปเท่าไหร่แล้ว แววตาสีอ่อนจ้องมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใหม่ “คุณชายเว่ย ท่านช่างทำให้ผู้คนไหวหวั่นเสียจริง หากว่าท่านยังคงทำดีต่อข้าต่อไป เกรงว่าข้าคงทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องหาทางทำให้ท่านเป็ของข้าในสักวันแล้ว”
“คุณชายป๋อ ข้าเป็เพียงคนยากไร้คนหนึ่ง ไม่มีค่าอะไรให้ท่านสนใจ ที่สำคัญข้าไม่ได้ดีต่อท่านเลย พุทราเชื่อมไม้หนึ่งไม่กี่อีแปะ อย่างไรเงินในกระเป๋าก็เป็เงินของคุณชายป๋อ ไม่ถือว่าเป็น้ำใจอะไร”
กู้เลี่ยงรุ่ยหันหลังกลับก่อนจะจูงมืออาจื่อไปร้านขายขนมกุ้ยฮวาต่อ ในใจเบิกบานราวดอกไม้ผลิบานเมื่อได้เห็นขนมหลากหลายรสชาติไม่ธรรมดา อาจื่อเองก็เช่นกัน ตอนนี้ทั้งสองไม่ต่างอะไรกับเด็กสองคนที่ได้เปิดโลก เห็นอะไรก็น่าสนใจไปหมด พลังล้นเหลือ เดินไปโน่นมานี่ แวะร้านนั้น ออกร้านนี้อย่างสำราญใจ โดยไม่สนใจป๋อหยวนที่เดินกรีดกรายตามหลังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มือเรียวสั่งให้บ่าวรับใช้ยื่นผ้าเช็ดหน้าชั้นดีมา ก่อนจะห่อพุทราเชื่อมแล้วเก็บไว้ที่อกเสื้อโดยไม่แตะต้องเลยสักนิด
“คุณชายเว่ย ท่านอย่าเดินเร็วนัก ไหนว่าเป็คนป่วย แต่ฝีเท้าช่างทำให้คนตื่นกลัวนัก พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว เกรงว่าข้าแซ่ป๋อจะตามท่านไม่ทันแล้ว แย่จริง คุณชายเว่ย ท่านอยู่ไหนแล้ว”
กู้เลี่ยงรุ่ยตอบกลับมาสั้นๆ จากร้านขายขนมน้ำตาลปั้น พร้อมกับโบกมือที่ถือน้ำตาลปั้นน้อย กลัวว่าอาจจะไม่เห็นกู้เลี่ยงรุ่ย “ข้าอยู่นี่”
ป๋อหยวนยิ้มกว้าง ชั่วขณะนั้นรู้สึกราวกับคุณชายเว่ยท่ามกลางผู้คนผู้นั้นเด่นชัดออกมาจากเหล่ากลุ่มคนอย่างแปลกประหลาด คนรอบกายราวกับไร้ตัวตนไปชั่วครู่ เหมือนกับว่าโลกนี้เหลืออยู่แค่เขา...