ทั้งเหยี่ยนลี่และลั่วซีเซียนสนิทกับท่านปู่ ท่านยา และท่านป้าของพวกนางได้อย่างรวดเร็วมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกนางก็เข้าๆออกๆหอคอยมหาสมบัติเป็นว่าเล่น
เพราะหากจะให้กล่าวตามจริงพวกนางชอบอยู่ด้านในหอคอยมากกว่า การที่พวกนางออกมาสู่โลกภายนอกก็แค่อยากออกมาหาท่านปู่กับท่านย่าเท่านั้น
ส่วนภรรยาของเขาทั้งสิบเอ็ดคน นอกจากจี้เหยาที่ปิดด่านยาว ที่เหลือก็พากันออกมาคาราวะเซียนมู่หรงและลั่วหนิงซินในฐานะของพ่อแม่สามีเป็นที่เรียบร้อย แม้ในตอนแรกทั้งเซียนมู่หรงและลั่วหนิงซินจะตกใจในจำนวนภรรยาของลั่วอู่หลินก็ตาม แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกัน ลั่วหนิงซินก็รู้สึกถูกใจเหล่าลูกสะใภ้เอาเสียมากๆ
เมื่อพูดคุยเสร็จพวกนางก็ขอตัวกลับเข้าไปยังหอคอยมหาสมบัติดังเดิม ทำให้เซียนมู่หรง ลั่วหนิงซิน และเซียนหนิงซีเริ่มสงสัยแล้วว่าในหอคอยของลั่วอู่หลินมันมีอะไรกันแน่ ทำไมพวกนางถึงอยากอยู่ด้านในนั้นมากกว่าโลกภายนอกอันกว้างใหญ่
ลั่วอู่หลินจึงคลายความสงสัยของพวกเขาโดยการพาเข้ามาชื่นชมยังหอคอยชั้นที่หนึ่งเสียเลย ซึ่งเมื่อมาถึงปรากฏว่าทั้งลั่วหนิงซิน เซียนมู่หรง และเซียนหนิงซีถึงกับดวงตาเบิกกว้าง และตกตะลึงไปกับความงดงามของดินแดนแห่งนี้ไปตามๆกัน
"แม่รู้แล้วว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากจะออกไปอยู่บนโลกภายนอก" นี่คือคำพูดแรกที่ลั่วหนิงซินกล่าวออกมา สถานที่แห่งนี้มันเหมือนกับดินแดนในฝันของทุกคนเลยก็ว่าได้ ทั้งงดงาม อากาศสดชื่น ไอปราณหนาแน่น แถมยังไม่ต้องไปสนใจความวุ่นวายภายนอก
เมื่อมีสรวงสวรรค์ให้อยู่เช่นนี้ แล้วพวกนางจะเอาตัวเองไปอยู่ในโลกภายนอกที่มีแต่การชิงดีชิงเด่นไปทำไมกัน
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่สาว หอคอยมหาสมบัติของข้ามีทั้งหมดสิบชั้น โดยจะแบ่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยชั้นที่หนึ่ง สวนสมุนไพรชั้นที่สอง สถานที่เก็บทักษะยุทรชั้นที่สาม ถ้ำบ่มเพาะชั้นที่สี่ สถานที่พักผ่อนชั้นที่ห้า สถานที่เก็บอาวุธชั้นที่หกถึงชั้นที่แปด แหล่งรวมตำราโบราณชั้นที่เก้า ส่วนชั้นที่สิบนั้นข้ายังไม่เคยเปิดมันมาก่อน"ลั่วอู่หลินกล่าวอธิบายอย่างละเอียดเพื่อให้ทั้งสามคนได้รับความกระจ่าง
เซียนมู่หรงพยักหน้า "สมแล้วที่เป็นสมบัติของเทพแห่งโชคลาภ มันก็สมชื่อมหาสมบัติจริงๆ"
"ฮิฮิ น้องชายพี่สาวชักจะติดใจที่นี่แล้วสิ เอาไว้ว่างๆพาพี่สาวมาเที่ยวบ่อยได้หรือไม่"เซียนหนิงซีกล่าวถาม หญิงสาวอย่างนางย่อมชื่นชอบของสวยๆงามๆเป็นธรรมดา
ลั่วอู่หลินพยักหน้า "ท่านสามารถเข้ามาได้ทุกเมื่อ"
ลั่วอู่หลินพาพ่อแม่และพี่สาวเที่ยวชม ทั้งสามคนก็บินตามชายหนุ่มอย่างว่าง่าย เมื่อมาถึงคฤหาสน์ลั่วซีเซียนและเหยี่ยนลี่ก็วิ่งเข้ามาหาในทันใด จากนั้นแทนที่จะเป็นลั่วอู่หลินที่พาทุกคนเที่ยวกลับกลายเป็นเด็กสาวตัวแสบทั้งสองที่รับหน้าที่แทน
ซึ่งบอกได้เลยว่าแต่ละที่นั้นทำให้ทั้งสามคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดที่เซียนมู่หรงสั่งห้ามเปิดเผยหอคอยมหาสมบัตินี้ให้โลกภายนอกรู้โดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอันตรายอาจจะมาถึงตัวได้
ลั่วอู่หลินรับฟังและพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เมื่อทั้งสามคนสำรวจและชื่นชมหอคอยจนพอใจ ลั่วอู่หลินก็ให้พวกเขาเลือกวิชาและอาวุธให้คนละหนึ่งชิ้น จากนั้นก็ยกชิ้นส่วนกระดูกมายาให้คนละหนึ่งชุดด้วยกัน
ในตอนแรกทั้งสามก็คิดจะปฏิเสธแต่หลังจากที่เห็นอาวุธมากมาย ทักษะ รวมไปถึงกระดูกมายามากมายที่อยู่ในคลังจึงได้รับมาแต่โดยดี เพราะดูจากจำนวนแล้วลั่วอู่หลินน่าจะเหลือใช้จริงๆถึงได้ยกให้คนอื่นง่ายๆ
เมื่อทั้งสามคนเลือกสิ่งของจนครบพวกเขาก็ให้ลั่วอู่หลินส่งตนเองกลับไปในทันที เพราะหากหายไปนานเกรงว่าโลกภายนอกคงจะได้วุ่นวาย
หลังจากนั้นลั่วอู่หลินก็ใช้ชีวิตเช่นนี้เรื่อยมา ตอนกลางวันก็ออกไปนั่งพูดคุยสนทนากับพ่อ แม่ และพี่สาว หรือบางครั้งบางคราวก็จะมีทางปู่ ท่านย่า มาร่วมวงด้วยก็มี ส่วนตอนกลางคืนก็เข้ามาพักผ่อนด้านในหอคอยมหาสมบัติเพื่อความสบายใจ
ช่วงชีวิตของลั่วอู่หลินดำรงอยู่เช่นนี้เป็นเวลาเกือบเดือนได้ ในที่สุดก็มีคนของตระกูลที่หูไวตาไวล่วงรู้การมีอยู่ของเขา และไปรายงานให้เหล่าผู้อาวุโสหัวโบราณพวกนั้นได้รับรู้
ในวันหนึ่งขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังนั่งดูการฝึกซ้อมของเซียนหนิงซีผู้เป็นพี่สาว บนท้องฟ้าปรากฏเมฆมืดครึ่งพร้อมกับมีผู้อาวุโสจำนวนสิบคนลอยอยู่บนหัวของเขาพร้อมกับแผ่รัศมีแห่งการสังหาร
เซียนมู่หรงทะยานไปบนฟากฟ้าใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความจริงจัง ก่อนจะกล่าวถามผู้อาวุโสเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ
"พวกเจ้ามาทำอะไรที่ตำหนักของข้า?"
"พวกเรามาล่าราชามังกรอัสนีบาตทรราช นายน้อยได้โปรดอย่าขัดขวาง"ผู้อาวุโสคุมกฏกล่าว ท่าทีของพวกเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง ทว่าเซียนมู่หรงกลับระเบิดพลังออกมาในทันทีโดยไม่รั้งรอ
"มาล่าลูกชายข้า! พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรทำเช่นนั้น! ท่านพ่อของข้ายังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ พวกเจ้าไม่เห็นหัวของประมุขตระกูลเช่นนี้คิดจะเป็นกบฏอย่างนั้นหรือ!" เซียนมู่หรงกล่าว ราชามังกรอัสนีบาตทรราชของเขาแปรเปลี่ยนเป็นชุดเกราะสีเงินหลอมรวมกับร่างกาย
"นายน้อย นี่ก็เพื่อตระกูลของเราจะได้คงอยู่สืบไป พวกเราจะให้ราชามังกรอัสนีบาตทรราชมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ได้โปรดเห็นแก่ตระกูล เสียสละเพื่อตระกูล"ผู้อาวุโสคุมกฏกล่าว
ทางด้านของคฤหาสน์ผู้นำตระกูล หลิวอิงเอ่อร์รู้สึกโมโหมากๆกับคำพูดเหล่านั้นของผู้อาวุโส แต่โดนสามีของตนเองหยุดเอาไว้ก่อน เพราะเขาอยากจะรู้ว่าลั่วอู่หลินจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร หากไม่ไหวจริงๆ เขาถึงจะออกไปเพื่อช่วยเหลือ
"เหอะ เพื่อตระกูล? พวกผู้อาวุโสน่ารังเกียจเช่นพวกเจ้าช่างหาข้ออ้างได้เก่งเสียจริงๆ แต่คิดจะสังหารข้าเกรงว่าพวกเจ้าจะไม่มีคุณสมบัตินั้น" ลั่วอู่หลินลอยมาอยู่ตรงหน้าของเซียนมู่หรงพร้อมกับกล่าวอย่างเย้ยหยัน จิตสังหารอันแรงกล้าแผ่ขยายออกมาจนเมฆที่มืดครึ้มกลายเป็นสีแดงฉาน
เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่รวมตัวมาเพื่อสังหารลั่วอู่หลินบัดนี้ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จิตสังหารอันหนาแน่นนี้มันอะไรกัน! นี่มันหนาแน่นมากกว่าจิตสังหารของผู้อาวุโสทั้งสิบคนรวมกันเสียอีก