ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่94 วิถีเสือขาว

    ทันที ที่อี้เฉินเข้าไปภายในวิหารแห่งการหยั่งรู้ มันกลับมีแต่ภาพที่สลักไว้ที่ผนังห้องโถงใหญ่

    อยู่เต็มไปหมด นับร้อยภาพ ศิษย์สำนักเซียนหลายคน หลับตานั่งอยู่หน้าภาพที่สลักไว้ ร่วม20กว่าคน

    พวกเขานั่งตามภาพสลักต่าง ๆ ทั่วห้องโถงใหญ่


    ภายในภาพที่สลักไว้ที่ฝาผนัง นั้นส่วนใหญ่จะเป็นภาพสลัก จอมยุทธสองคนกำลังต่อสู้กัน มีบางภาพสลัก

    เป็นสัตว์อสูรต่อสู้กัน มีบางคนเลือกภาพที่สลัก ภาพเดียวกัน


    อี้เฉินเริ่มไม่เข้าใจจึงไต่ถามเวินรั่วเจียง "แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะได้วิถีของจอมยุทธ"


    เวินรั่วเจียง นางวางมาดอย่างผู้มีประสบการณ์ลึกล้ำ "ก็ง่าย ๆ หาภาพที่เจ้าชอบแล้วส่งปราณจิตเข้าไปในภาพที่สลักอยู่"


    เวินรั่วเจียงนางไปที่ ภาพสลัก ภาพหนึ่ง ที่นั่นมีจอมยุทธ์นั่งหยั่งรู้ภาพสลัก ถึง5คน

    เขาเดาว่าภาพสลักภาพนี้จะต้องพิเศษกว่าภาพอื่นๆ แน่ อี้เฉินกวาดตามองรอบ ๆ เขาเห็นคนคุ้นเคยหนึ่งในนั้น

    นั้นมันหริ่นหลัน นางมาสำนักเซียนแล้วงั้นหรืออี้เฉินอยากจะไปทักทายนาง


    แต่ตอนนี้นางกำลังนั่งหยั่งรู้ภาพที่สลักอยู่บนฝาผนังอยู่ อี้เฉินไม่อยากรบกวนนาง

    นางเหมือนจะเปลี่ยนไปไม่แต่งชุดคล้ายชายหนุ่มอีกต่อไป นางถือเป็นโฉมสะคราญงามล่มเมืองคนหนึ่ง

    ดวงหน้าสวยงามราวภาพวาด ดุจเซียนหญิงลงมาจุติแต่นิสัยกับคำพูดของนางคล้ายกับผู้ชายมาก

    หากอี้เฉินไม่ได้ร่วมเดินทางมากับนางที่ป่าไร้สิ้นสุด ป่านนี้เขาคงไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ได้


    อี้เฉินลองส่งปราณจิตเข้าไปดู ทันทีที่เข้าส่งปราณจิตเข้าไปในภาพที่สลัก ปราณจิตเขาหลุดเข้ามาในภาพ

    ภายในนั้นกลับไม่ใช่ภาพอีกต่อไป กลายเป็นจอมยุทธ์สองคนสู้กัน พวกเขาอยู่ขั้นพลังอะไรกันแน่

    การต่อสู้รุนแรงอย่างมาก พวกเขาทั้งสอง วาดมือรอบด้านพังทลาย ปราณพลัง

    ก่อรูปเป็นเปลวเพลิงอักขระอัดแน่นรอบเปลวเพลิง เข้าเผาผลาญจอมยุทธอีกท่านหนึ่ง จอมยุทธอีกคนเองก็ไม่น้อยหน้า


    เขาระเบิดปราณพลัง วาดมือก่อรูปเป็นคลื่นทะเลยักษ์เข้าซัดสาดเปลวเพลิงนั้น ทั้งสองต่อสู้โรมรันกันอย่างสูสี

    ไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ โลกที่พวกเขาสู้กันอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง

    แม้แต่ท้องฟ้าแตกร้าวเป็นทางยาวไม่สมานอีกต่อไป พวกเขาต่อสู้อยู่นานหลายร้อนกระบ่วนท่า

    มองเห็นมิติที่ถูกฉีกกระชากจนเป็นรูใหญ่ อี้เฉินตกใจอย่างมากนั้นมันขั้นพลังอะไรกันแน่เหตุใดการต่อสู้มันถึงรุนแรงขนาดนี้


    อี้เฉินนำปราณจิตกลับมา เขาครุ่นคิดหรือนี่คือวิถีการต่อสู้ของจอมยุทธพวกนี้

    อี้เฉินเริ่มสำรวจภาพสลักรอบ ๆ ห้องโถงใหญ่ดูมันอาจจะมี ภาพสลักวิถีแบบที่เขาฝึกปรือก็เป็นได้ เขาค่อย ๆ

    ไล่ดูทีละภาพสลัก อี้เฉินเริ่มแปลกใจภาพสลัดพวกนี้มันคือเหตุการณ์จริงหรือคนสร้างมันขึ้นมา

    มันสมจริงอย่างมากจนแยกไม่ออก หากเป็นคนจริง พวกเขาเหล่านี้เป็นใครเหตุใดปราณพลังถึงสูงส่งขนาดนี้

    คนดินแดนแห่งนี้ขั้นพลังสูงสุดแค่ ขั้นเทวะเพราะเหตุใด จอมยุทธ์หลายคนเองก็คงตั้งข้อสังเกตเหมือนกับเขาแน่ ๆ



    จนอี้เฉินมาสะดุดตา กับภาพสลักภาพหนึ่ง เขาส่งปราณจิตเข้าไปดู

    ภายในภาพสลักเห็นสัตว์อสูรมังกรคะนองน้ำตัวใหญ่หลายจั๋ง ต่อสู้กับ สัตว์อสูรเสือขาว
    ปราณพลังท่วมท้นท้องฟ้า แพร่กระจายทุกสารทิศ จิตสังหารโพยพุ่งสูง เข้าต่อสู้โรมรันกัน

    ปราณพลังเสือขาวแปลกประหลาดอย่างมากมีสายฟ้าแพร่กระจายออกมา ทั่วสารพางกายความรวดเร็วของมันเพิ่มทวี ดุจสายฟ้า

    ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด มังกรคะนองน้ำก็ใช่ย่อย ร่างของมันห่อหุ้มด้วยน้ำป้องกัน เพียงมังกรคะนองน้ำอ้าปาก

    ปราณพลังน้ำอัดแน่นปลดปล่อยออกไป รอบด้านแหลกลาญ


    เสือขาวว่องไวอย่างมาก พุ่งดั่งสายฟ้าหายวับไปกับตาพุ่งง้างกรงเล็บตบมังกรคะนองน้ำ เสียงคำรามดังก้อง "โฮก"


    มังกรคะนองน้ำสร้างกรงขังน้ำใหญ่ล้อมกายา พวกมันต่อสู้นับพันกระบวนท่าไม่มีท่าทีจะจบสิ้น
    อี้เฉินที่มองการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างใจจดใจจ่อ เขาอยากได้ปราณพลังสายฟ้าแบบเสือเขา
    ยิ่งเขาดูการต่อสู้นานเท่าใด เขายิ่งได้ประสบการณ์ในหยั่งรู้ ประสบการณ์ค่อย ๆ

    หลั่งไหลเข้ามาในทะเลความรู้ทีละน้อย อยู่นานจนลืมวันเวลา


    กลุ่มคน ที่มาหยั่งรู้ยังไม่เคยมีใคร ใช้เวลานานเท่าอี้เฉินหยั่งรู้มาก่อน

    พวกเขาหลายคนแปลกใจอย่างมาก เหตุใดใช้เวลานานขนาดนี้ 


    "เขานั่งมาเกือบ ๆ จะ15วันอยู่แล้ว หวังว่าเขาคงได้วิถีหรือ วิชามาบ้างนะ" บางคนเอ่ยพูดขึ้น


    ชายหนุ่มอีกคนพูดโพล่งขึ้นมา “มันจะได้อะไรจริง ๆ หรือภาพสลักนี้ ถือว่าด้อยที่สุดในภาพสลักทั้งห้องโถงใหญ่

    มันเป็นการต่อสู้ของสัตว์อสูรที่ดูธรรมดาอย่างมาก”


    มีจอมยุทธรอบ ๆ หลายคนพยักหน้ารับ


    ชายหนุ่มอีกคนพูดแย่งขึ้น "เจ้าไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า สมัยบรรพกาลสัตว์อสูรเป็นอันดับหนึ่ง ไม่มีสอง

    พวกมันกวาดล้างสิบทิศเป็นหนึ่งในใต้หล้า"


    ชายที่โดนว่า ไม่รู้อะไร ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ เขาพูดสวนกลับไป "มันก็เป็นเพียงความยิ่งใหญ่ในอดีตเท่านั้น"


    “ข้าว่าพวกเจ้า2คน เลิกกัดกันได้แล้ว”


    "แล้วไปชมการประลองหน้าสำนักดีกว่า ช่วงนี้มีแต่จอมยุทธรุ่นใหม่ต่างดินแดนมาท้าประลองกับพวกเราสำนักเซียน"


    “ข้าได้ยินมาว่าผู้อาวุโสชราดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มาพูดคุยส่วนตัวกับเจ้าสำนักเซียน ไม่รู้เรื่องจริงหรือเปล่า”


    หญิงสาวเอ่ยตอบ “เรื่องจริงข้าเห็นกับตา เหมือนผู้มีอำนาจ ระดับสูงกำลังปรึกษาหารือบางอย่างอยู่”

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน