ทันที ที่อี้เฉินเข้าไปภายในวิหารแห่งการหยั่งรู้ มันกลับมีแต่ภาพที่สลักไว้ที่ผนังห้องโถงใหญ่
อยู่เต็มไปหมด นับร้อยภาพ ศิษย์สำนักเซียนหลายคน หลับตานั่งอยู่หน้าภาพที่สลักไว้ ร่วม20กว่าคน
พวกเขานั่งตามภาพสลักต่าง ๆ ทั่วห้องโถงใหญ่
ภายในภาพที่สลักไว้ที่ฝาผนัง นั้นส่วนใหญ่จะเป็นภาพสลัก จอมยุทธสองคนกำลังต่อสู้กัน มีบางภาพสลัก
เป็นสัตว์อสูรต่อสู้กัน มีบางคนเลือกภาพที่สลัก ภาพเดียวกัน
อี้เฉินเริ่มไม่เข้าใจจึงไต่ถามเวินรั่วเจียง "แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะได้วิถีของจอมยุทธ"
เวินรั่วเจียง นางวางมาดอย่างผู้มีประสบการณ์ลึกล้ำ "ก็ง่าย ๆ หาภาพที่เจ้าชอบแล้วส่งปราณจิตเข้าไปในภาพที่สลักอยู่"
เวินรั่วเจียงนางไปที่ ภาพสลัก ภาพหนึ่ง ที่นั่นมีจอมยุทธ์นั่งหยั่งรู้ภาพสลัก ถึง5คน
เขาเดาว่าภาพสลักภาพนี้จะต้องพิเศษกว่าภาพอื่นๆ แน่ อี้เฉินกวาดตามองรอบ ๆ เขาเห็นคนคุ้นเคยหนึ่งในนั้น
นั้นมันหริ่นหลัน นางมาสำนักเซียนแล้วงั้นหรืออี้เฉินอยากจะไปทักทายนาง
แต่ตอนนี้นางกำลังนั่งหยั่งรู้ภาพที่สลักอยู่บนฝาผนังอยู่ อี้เฉินไม่อยากรบกวนนาง
นางเหมือนจะเปลี่ยนไปไม่แต่งชุดคล้ายชายหนุ่มอีกต่อไป นางถือเป็นโฉมสะคราญงามล่มเมืองคนหนึ่ง
ดวงหน้าสวยงามราวภาพวาด ดุจเซียนหญิงลงมาจุติแต่นิสัยกับคำพูดของนางคล้ายกับผู้ชายมาก
หากอี้เฉินไม่ได้ร่วมเดินทางมากับนางที่ป่าไร้สิ้นสุด ป่านนี้เขาคงไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ได้
อี้เฉินลองส่งปราณจิตเข้าไปดู ทันทีที่เข้าส่งปราณจิตเข้าไปในภาพที่สลัก ปราณจิตเขาหลุดเข้ามาในภาพ
ภายในนั้นกลับไม่ใช่ภาพอีกต่อไป กลายเป็นจอมยุทธ์สองคนสู้กัน พวกเขาอยู่ขั้นพลังอะไรกันแน่
การต่อสู้รุนแรงอย่างมาก พวกเขาทั้งสอง วาดมือรอบด้านพังทลาย ปราณพลัง
ก่อรูปเป็นเปลวเพลิงอักขระอัดแน่นรอบเปลวเพลิง เข้าเผาผลาญจอมยุทธอีกท่านหนึ่ง จอมยุทธอีกคนเองก็ไม่น้อยหน้า
เขาระเบิดปราณพลัง วาดมือก่อรูปเป็นคลื่นทะเลยักษ์เข้าซัดสาดเปลวเพลิงนั้น ทั้งสองต่อสู้โรมรันกันอย่างสูสี
ไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ โลกที่พวกเขาสู้กันอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
แม้แต่ท้องฟ้าแตกร้าวเป็นทางยาวไม่สมานอีกต่อไป พวกเขาต่อสู้อยู่นานหลายร้อนกระบ่วนท่า
มองเห็นมิติที่ถูกฉีกกระชากจนเป็นรูใหญ่ อี้เฉินตกใจอย่างมากนั้นมันขั้นพลังอะไรกันแน่เหตุใดการต่อสู้มันถึงรุนแรงขนาดนี้
อี้เฉินนำปราณจิตกลับมา เขาครุ่นคิดหรือนี่คือวิถีการต่อสู้ของจอมยุทธพวกนี้
อี้เฉินเริ่มสำรวจภาพสลักรอบ ๆ ห้องโถงใหญ่ดูมันอาจจะมี ภาพสลักวิถีแบบที่เขาฝึกปรือก็เป็นได้ เขาค่อย ๆ
ไล่ดูทีละภาพสลัก อี้เฉินเริ่มแปลกใจภาพสลัดพวกนี้มันคือเหตุการณ์จริงหรือคนสร้างมันขึ้นมา
มันสมจริงอย่างมากจนแยกไม่ออก หากเป็นคนจริง พวกเขาเหล่านี้เป็นใครเหตุใดปราณพลังถึงสูงส่งขนาดนี้
คนดินแดนแห่งนี้ขั้นพลังสูงสุดแค่ ขั้นเทวะเพราะเหตุใด จอมยุทธ์หลายคนเองก็คงตั้งข้อสังเกตเหมือนกับเขาแน่ ๆ
จนอี้เฉินมาสะดุดตา กับภาพสลักภาพหนึ่ง เขาส่งปราณจิตเข้าไปดู
ภายในภาพสลักเห็นสัตว์อสูรมังกรคะนองน้ำตัวใหญ่หลายจั๋ง ต่อสู้กับ สัตว์อสูรเสือขาว
ปราณพลังท่วมท้นท้องฟ้า แพร่กระจายทุกสารทิศ จิตสังหารโพยพุ่งสูง เข้าต่อสู้โรมรันกัน
ปราณพลังเสือขาวแปลกประหลาดอย่างมากมีสายฟ้าแพร่กระจายออกมา ทั่วสารพางกายความรวดเร็วของมันเพิ่มทวี ดุจสายฟ้า
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด มังกรคะนองน้ำก็ใช่ย่อย ร่างของมันห่อหุ้มด้วยน้ำป้องกัน เพียงมังกรคะนองน้ำอ้าปาก
ปราณพลังน้ำอัดแน่นปลดปล่อยออกไป รอบด้านแหลกลาญ
เสือขาวว่องไวอย่างมาก พุ่งดั่งสายฟ้าหายวับไปกับตาพุ่งง้างกรงเล็บตบมังกรคะนองน้ำ เสียงคำรามดังก้อง "โฮก"
มังกรคะนองน้ำสร้างกรงขังน้ำใหญ่ล้อมกายา พวกมันต่อสู้นับพันกระบวนท่าไม่มีท่าทีจะจบสิ้น
อี้เฉินที่มองการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างใจจดใจจ่อ เขาอยากได้ปราณพลังสายฟ้าแบบเสือเขา
ยิ่งเขาดูการต่อสู้นานเท่าใด เขายิ่งได้ประสบการณ์ในหยั่งรู้ ประสบการณ์ค่อย ๆ
หลั่งไหลเข้ามาในทะเลความรู้ทีละน้อย อยู่นานจนลืมวันเวลา
กลุ่มคน ที่มาหยั่งรู้ยังไม่เคยมีใคร ใช้เวลานานเท่าอี้เฉินหยั่งรู้มาก่อน
พวกเขาหลายคนแปลกใจอย่างมาก เหตุใดใช้เวลานานขนาดนี้
"เขานั่งมาเกือบ ๆ จะ15วันอยู่แล้ว หวังว่าเขาคงได้วิถีหรือ วิชามาบ้างนะ" บางคนเอ่ยพูดขึ้น
ชายหนุ่มอีกคนพูดโพล่งขึ้นมา “มันจะได้อะไรจริง ๆ หรือภาพสลักนี้ ถือว่าด้อยที่สุดในภาพสลักทั้งห้องโถงใหญ่
มันเป็นการต่อสู้ของสัตว์อสูรที่ดูธรรมดาอย่างมาก”
มีจอมยุทธรอบ ๆ หลายคนพยักหน้ารับ
ชายหนุ่มอีกคนพูดแย่งขึ้น "เจ้าไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า สมัยบรรพกาลสัตว์อสูรเป็นอันดับหนึ่ง ไม่มีสอง
พวกมันกวาดล้างสิบทิศเป็นหนึ่งในใต้หล้า"
ชายที่โดนว่า ไม่รู้อะไร ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ เขาพูดสวนกลับไป "มันก็เป็นเพียงความยิ่งใหญ่ในอดีตเท่านั้น"
“ข้าว่าพวกเจ้า2คน เลิกกัดกันได้แล้ว”
"แล้วไปชมการประลองหน้าสำนักดีกว่า ช่วงนี้มีแต่จอมยุทธรุ่นใหม่ต่างดินแดนมาท้าประลองกับพวกเราสำนักเซียน"
“ข้าได้ยินมาว่าผู้อาวุโสชราดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มาพูดคุยส่วนตัวกับเจ้าสำนักเซียน ไม่รู้เรื่องจริงหรือเปล่า”
หญิงสาวเอ่ยตอบ “เรื่องจริงข้าเห็นกับตา เหมือนผู้มีอำนาจ ระดับสูงกำลังปรึกษาหารือบางอย่างอยู่”