“อ้าว มาถึงกันแล้วหรืออาซาน มาไวเสียจริง” ผู้ใหญ่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านกำลังจะไปตามหาซานหลงที่บ้าน เพื่อรับทราบเื่ราวการดำเนินการพอดี เอ่ยทักขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคนที่จะไปหา กลับมาปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านของตนเองเสียก่อนแล้ว
"ขอรับ ข้ามารับโฉนดที่ดินขอรับ และมาแจ้งข่าวให้ท่านช่วยแจ้งแก่ชาวบ้านด้วยขอรับ"
ผู้ใหญ่บ้านจึงพูดคุยรายละเอียดต่างๆ พร้อมทั้งชี้แจ้งเื่การจัดการที่ดินให้แก่ซานหลงทันที
"อืม แล้วเื่ที่จะมาแจ้งชาวบ้านคือเื่อะไรหรือ"
"อ่อ คือข้าจะยกแปลงปลูก ผักหลายแปลงนะขอรับ จึงอยากให้ท่านช่วยแจ้งแก่ชาวบ้านสักหน่อย ว่าข้าจะจ้างทำงานรายวันๆ ละสามสิบอีแปะขอรับ"
"มันมากเกินไปหรือไม่อาซาน ปกติชาวบ้านทำงานข้างนอกได้อย่างต่ำ สิบห้าอีแปะและไม่เกินสี่สิบอีแปะเท่านั้น แต่งานของเ้าคืองานง่ายๆ แต่กลับให้มากถึง สามสิบอีแปะต่อวันเลยหรอ"
"ท่านพ่อเ้าคะ ข้าขอเสนอเ้าค่ะ ให้คิดค่าแรงชาวบ้านเป็แปลงดีหรือไม่"
"ยังไงหรือจินเออร์"
"อย่างนี้เ้าค่ะ ถ้าชาวบ้านคนไหน ยกแปลงได้หนึ่งแปลง ก็ให้เป็แปลงละห้าอีแปะ โดยเราต้องกำหนดความยาวและขนาดของแปลงให้แน่ชัดเ้าค่ะ ไม่มีใครสามารถอู้งานหรือกินแรงใครได้ และไม่สามารถยื้อเวลาการทำงานออกไปหลายวันได้อีกด้วย ดีหรือไม่เ้าคะ"
"ดีๆ ยัยหนูข้าว่าความคิดเ้าดีมาก งั้นข้าว่าเอาตามนี้ดีหรือไหมอาซาน" ผู้ใหญ่บ้านที่เห็นด้วยกับความคิดของเป่ยจินรีบเอ่ยสนับสนุนออกมาทันที
"ฮ่าๆ ได้ขอรับผู้ใหญ่ จินเออร์ช่างเก่งจริงๆ เลย" ซานหลงที่เห็นว่าความคิดของบุตรสาวเข้าท่าจึงยินดีที่จะทำเช่นนั้น
"ขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่บ้านและท่านพ่อที่ชมข้าเ้าค่ะ อิอิ"
หลังจากนั้นเมื่อได้ตกลงรายละเอียดกันเรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เดินไปตีเหล็กส่งเสียง เพื่อเป็การเรียกรวมชาวบ้านมาให้รับฟังรายละเอียด
และใช้เวลาเพียงมินาน ชาวบ้านที่ว่างงานกันต่างก็มารวมตัว ส่วนครอบครัวไหนที่มีคนทำงานก็จะดูว่าสามารถมาได้หรือไม่ หากมิได้จะให้คนในครอบครัวมาเป็ตัวแทนได้
“ผู้ใหญ่บ้านท่านเรียกข้ามา มีอะไรหรือขอรับ”
“อืมๆ มากันครบแล้ว ข้าจะได้ชี้แจงทีเดียว เื่มันมีอย่างนี้”
ชาวบ้านที่น่าสนับสนุนก็มี ส่วนชาวบ้านที่มีปัญหาก็มีเช่นกัน
“เดี๋ยวสิผู้ใหญ่บ้าน ท่านลืมข้าหรือ ข้ายังไม่ถึงเลย ท่านจะรีบพูดไปใย”
“เออๆ เ้าก็มาถึงแล้วก็ฟังเสีย หยุดพล่ามเถอะ เสียเวลาพวกข้าเหลือเกินเซียงตี้”
“หึ ถ้าข้าพลาดข่าว ข้าจะมาอาละวาดเ้าลั่วหยุน”
“ได้ๆ ข้าผิดเองเซียนตี้ เ้ามาแล้วก็นั่งลงฟังเถอะ ไม่มีอะไรหรอกอาซาน ลั่วหยุนกับเซียงตี้ชอบทะเลาะกันแบบนี้บ่อยๆ”
“มากันครบแล้วนะทุกคน ข้าขอแนะนำ นี่คือ เป่ยซานหลง และข้างๆ กันคือ ยัยหนูจินเออร์ ลูกสาวของเขา อาซานย้ายกลับบ้านมาอยู่ตรงท้ายหมู่บ้านติดป่านั้นแหละ หรือก็คือย้ายกลับตระกูลเดิมตระกูลเป่ยตามภรรยามา วันนี้อาซานจะมาจ้างพวกเ้าไปทำงานสนใจกันหรือไม่”
“ขอรับ/สนใจขอรับ” เสียงชาวบ้านตอบกลับมา มีทั้งหญิงและชาย
“อืม ดีๆ เช่นนั้นฟัง งานที่ทำคือการขุดร่องแปลงผัก กำหนดราคาเป็หนึ่งร่องต่อราคาห้า อีแปะ”
“อะไรนะขอรับห้าอีแปะ”ลั่วหยุนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แม้จะใ ไม่เชื่อ แต่ก็ฟังออกว่ามีน้ำเสียงแห่งความดีใจปะปนอยู่ไม่น้อย
“หลอกหรือเปล่า ไปๆ กลับ ข้าไม่ฟัง” เซียงตี้เอ่ยออกมาด้วยอารมณ์โมโหที่โดนหลอกให้มานั่งฟังเื่ไร้สาระ
“เ้าฟังกติกาก่อนอาเซียงตี้” เมื่อเห็นว่ามีชาวบ้านหลายคนเออ ออ ตามเซียงตี้ ผู้ใหญ่บ้านจึงรีบอธิบายเื่ราวออกไป
“หึยย รีบๆ พูดมาได้แล้ว ข้าร้อน”
“ได้ๆ แปลงละห้าอีแปะ ตามแต่เ้าจะทำได้ โดยมีตัวอย่างขนาดและความยาวของแปลง ให้เ้าดูเป็ตัวอย่าง ส่วนอุปกรณ์ พวกเ้าต้องหาไปเอง ไม่มีให้ เื่อาหารพวกเ้าต้องเตรียมไปเอง หากใครอยากกลับบ้านไปทานที่บ้านก็ได้ หากใครจะทำก็มาลงชื่อที่ข้า แล้วเจอกันพรุ่งนี้เ้าที่บ้านอาซาน ส่วนเงินจะจ่ายเป็รอบๆ ไป คือรอบเที่ยง และรอบเย็น”
“ดีๆ ข้าจะได้ประหยัดกลับไปกินข้าวที่บ้านได้”
“แล้วหากบ้านไหนไม่มีเครื่องมือละขอรับท่านผู้ใหญ่” เสียงที่เอ่ยออกมาคือเสียงของเด็กชายผู้หนึ่ง
“อืม ข้าต้องขอโทษด้วยนะ อวี้หลิว เ้าต้องหางานอื่นแล้วล่ะ” ผู้ใหญ่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เวทนาเด็กชายตรงหน้าเป็อย่างมาก
“ขอรับท่านผู้ใหญ่บ้าน”
เสียงเด็กที่ว่าคือ อวี้หลิว เด็กชายมีน้องสาวฝาแฝดอีกหนึ่งคน ชื่อว่า อวี้เหมย ทั้งสองเป็ฝาแฝดกัน มีอายุเพียง 12 หนาว แต่เนื่องจากไม่นานมานี้ พ่อแม่ของทั้งสองโดนทำร้ายจนตาย จึงต้องอยู่อาศัยกันเพียงลำพัง ญาติๆ ที่เหลือต่างหนีหาย ไม่ยอมรับไปเลี้ยงเนื่องจากกลัวว่าจะเป็ภาระของครอบครัวตน จึงได้แต่หางานทำไปเรื่อยๆ ตามมีตามเกิด
“ท่านพี่แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีเ้าคะ อวี้เหมยเอ่ยออกมา เมื่อได้รับคำตอบจากผู้ใหญ่บ้านว่า ไม่สามารถทำงานใกล้บ้านที่ได้เงินดีได้”
“พี่สาวๆ ข้าชอบท่าน ท่านมาเล่นกับข้ามั้ยเ้าคะพรุ่งนี้ อิอิ” ข้าสงสารหรอกน่าาา ก็ดูพวกเค้าสิ หน้าตาน่ารักน่าชังทั้งคู่เลย ถ้าอยู่โลกข้านะ คงจะเป็พระเอกนางเอกตอนเด็กได้เลยล่ะ
“อืม จินเออร์อย่ารบกวนผู้อื่น” ท่านพ่อเข้ามาอุ้มข้าทันที ที่เห็นว่าข้าเข้าไปหาเด็กทั้งสอง
“อืออ ท่านพ่อเ้าขา ข้าอยากให้พี่สาวกับพี่ชายสองคนนี้ไปทำงานกับเราเ้าค่ะ ข้าชอบ พวกเค้าหน้าเหมือนกันเลย” แบบนี้ข้าจะกลายเป็เด้กน้อยเลี้ยงต้อยเด้กน้อยหรือเปล่า อิอิ
“อ่อ ไม่เป็ไรหรอกอาซานเด็กสองคนนี้นะ เป็เด็กดี แต่แย่หน่อยที่พ่อแม่พวกเค้าไปโดนพวกขุนนางรังแกเข้า เลยโดนทำร้ายสาหัสแล้วก็ตายตามกันไปนะ ก็เหลือทิ้งไว้เพียงสองแฝดนี้แหละ บ้านพวกเค้าก็อยู่ฝั่งไม่ไกลจากบ้านเ้านั้นแหละ ถ้าเ้าช่วยรับเด็กสองคนนี้ทำงานข้าจะขอบคุณมากเลย” ผู้ใหญ่บ้านพูดจบก็ทำท่าจะคารวะท่านพ่อจนท่านพ่อต้องรีบทิ้งข้าลง แล้วเข้าไปห้าม
"อ่ะ ท่านผู้ใหญ่อย่าทำเช่นนี้เลยขอรับ ถือว่าข้าช่วยเหลือเด็กน้อยแล้วกัน" ท่านพ่อประคองผู้ใหญ่บ้านไว้ เมื่อเป็เช่นนี้ ท่านพ่อจึงไม่อาจแล้งน้ำใจได้ จึงตกลงยอมรับทั้งสองไปทำงาน แต่ใจจริงแล้วท่านพ่อน่าจะเอ็นดูเด็กทั้งสองคนด้วยจึงยอมรับปาก
“จริงหรือขอรับ พรุ่งนี้ข้าและน้องสาวไปทำงานบ้านท่านลุงได้หรือขอรับ” เมื่อได้ยิินเช่นนั้นเด็กน้อยทั้งสองจึงหันไปหาท่านพ่อของข้าและรอคอยคำตอบจากท่านพ่อ
“อืม ไปได้สิ”
“อึก ก ก ขอบคุณมากเลยขอรับ” พูดจบเด็กน้อยทั้งสองก็ก้มลงโขกหัวให้กับท่านพ่อของข้า หูยยย แรงมากเลย ข้าละเจ็บแทน จะห้ามก็ไม่ทันแล้ว ใครจะไปคิดกันละว่าพวกเค้าจะทำเช่นนี้
“หึ โชคดีจริงเชียวนะ เ้าพวกตัวภาระ ไม่มีเครื่องมือก็สามารถทำงานได้ เอาเปรียบคนอื่นมากไปหรือเปล่า”
“เพ้ยยย เ้านี้นะ เซียงตี้ อย่าใจดำเกินไปนักเลย นั่นก็ญาติเ้าไม่ใช่หรือ”
“นั่นสิ เ้าจะเอาเปรียบเด็กตาดำๆ ไปไหนกัน ใช่ว่าบ้านเ้าจะมีอาหารให้เด็กสองนั้นคนทุกมื้อเสียหน่อย”
“ใช่ๆ ปล่อยเด็กๆ ไปเถอะ”
“หึ งั้นข้าไปล่ะ จบเื่แล้วใช่หรือไม่” เซียงตี้พูดจบก็หันไปส่งสายตาขุ่นเคืองให้เด็กน้อยทั้งสองที่ได้รับความเอ็นดูจากชาวบ้านทำให้ตนเองโดนประณามอยู่บ่อยครั้ง
“เช่นอย่างนั้นก็แยกย้ายได้แล้วทุกคน ส่วนใครจะทำงานก็มาลงชื่อกับข้า แล้วพรุ่งนี้ยามเหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.) มาเจอกันที่บ้านอาซาน”
“ขอรับ”
หลังจากนั้นชาวบ้านคนไหนที่ทำงานก็ไปลงชื่อที่ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนข้ากับท่านพ่อก็พูดคุยกับเด็กน้อยฝาแฝด ก่อนกลับ เพียงเล็กน้อย จากนั้นจึงขอตัวกลับบ้านด้วยเช่นกัน
แต่ว่าไป บ้านข้าก็มีม้าแฝด นี่ยังมาเจอกับเด็กแฝดอีกหรอเนี่ย หืมมแปลกจริงเชียว