หลี่เจิ้งเกลี้ยกล่อมนางจ้าวและปรามนางอย่างหงุดหงิด
“ถึงหวังเสี่ยวเตี๋ยจะไปแจ้งต่อหยาเหมิน แล้วทางหยาเหมินจะให้นางจ่ายเงินให้เ้า เ้าจะได้สักเท่าไหร่กัน เขาดูาแของโกวต้านก็รู้แล้วว่าโกวต้านไม่ได้าเ็มากนัก”
ว่ากันตามตรงแล้วนางจ้าวก็ไม่ได้เปรียบมากนัก ดูท่าแล้วนางคงจะไม่ได้เงินจากแม่ม่ายหวังเป็แน่
นางถึงกลับพูดไม่ออก หลี่เจิ้งยังคงเกลี้ยกล่อมต่อ
" ฉวยโอกาสที่ตอนนี้หวังเสี่ยวเตี๋ยยังไม่ไปแจ้งกับทางหยาเหมิน รีบพาลูกเ้ากลับไปหาหมอให้ดูแผลก่อนจะดีกว่า..ถ้ายังมัวเสียเวลาอาจจะไม่ทันการณ์”
“ข้าไม่มีเงินพาลูกไปหาหมอหรอก"
หลี่เจิ้งคิดอยากจะโพล่งออกไปว่า ก็เื่ของเ้า ข้าไม่อยากจะสนใจ หากเขากลับไม่ได้เอ่ยปากออกไปแต่กลับมองโจวเถาเถาอย่างลังเล ถ้าหากนางจ่ายเงินแค่นิดหน่อยเื่ก็น่าจะจบแล้ว
แต่โจวเถาเถากลับเบือนหน้าหนี หลี่เจิ้งจึงมองไปที่นางจ้าวแทน
เมื่อนางจ้าวเห็นท่าทางหลี่เจิ้งไม่ค่อยดีนัก นางจึงพูดขึ้นมาว่า
“เอาละ ข้ามันโชคไม่ดีเอง ข้าขอแรงคนมาช่วยข้าพาโกวต้านกลับบ้านกับข้าทีเถอะ ข้าคงต้องดูแลแผลของลูกข้าเอง”
ก่อนที่นางจ้าวจะหันหลังเดินจากไปนั้น ด้วยความที่นางยังคงโมโหและเครียดแค้นต่อโจวเถาเถาทำให้นางหันหลังกลับมาอย่างเร็ว นางยกมือขึ้นปรี่เข้าหาทำท่าจะตีเสี่ยวหงเอ๋อเพื่อระบายความโกรธ
แต่โจวเถากลับว่องไงกว่า นางหลบหลีกได้อย่างง่ายดายอีกทั้งใช้หินก้อนเล็กที่ไม่รู้ว่าหยิบมาั้แ่เมื่อไหร่ สะบัดนิ้วให้หินกระแทกเข่าจนนางจ้าวล้มหน้าคะมำลงกับพื้นดิน โกวต้านที่เพิ่งถูกชาวบ้านพยุงขึ้นมาหันกลับมาเรียกมารดา “ท่านแม่!!” ชาวบ้านคนอื่นๆ ถึงกับพูดไม่ออก ไม่มีใครเห็นการเคลื่อนไหวของโจวเถาเถา
พวกเขาเห็นแต่นางจ้าวที่วิ่งรี่เข้าไปจะตีคน แต่กลับล้มลงหน้าแทบจะจิ้มลงไปกับกองขี้หมา นางจ้าวรู้สึกว่าวันนี้นางช่างซวยเหลือเกิน นางได้แต่คร่ำครวญว่านางโชคร้ายเหลือเกิน หลังจากนั้นนางก็ไม่กล้าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโจวเถาเถาอีก ก่อนที่ผู้คนจะแยกย้ายกันไป โจวเถาเถาก็พูดขึ้นมาอย่างเ็าว่า
“ถ้าคราวหน้ามีใครมาสร้างปัญหาให้ข้าแบบวันนี้อีก ข้าจะไปแจ้งกับหยาเหมินให้รู้ดีรู้ชั่วกันไปเลย!!” น้ำเสียงของนางไม่ดังมากนัก หากแฝงไว้ด้วยความอาฆาตซึ่งทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับขนลุกไปตามๆ กัน
ในเวลานี้เองถ้าใครนึกย้อนดูว่า แต่เดิมนางเป็ม่ายซ้ำยังอ้วนไม่แข็งแรง แต่หากกลับตีโกวต้านจนหัวแตกได้ขนาดนั้น..อีกทั้งยังไม่กลัวหรือละอายใจแม้แต่น้อยหลังทุบตีชายร่างใหญ่อย่างโกวต้าน หลายคนรู้สึกใ คิดว่าแม่ม่ายหวังคนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ต่อไปเจอนางก็หลีกเลี่ยงอย่าได้ไปข้องแวะกับนางอีก
ตามที่คาดไว้ หลี่เจิ้งอดขมวดคิ้วถามนางไม่ได้ว่า
“หวังเสี่ยวเตี๋ย ทำไมถึงไม่ให้เงินป้าจ้าวไปบ้างเล่า? วันนี้นางไม่ได้เงินจากเ้า วันหน้าก็อาจสร้างปัญหากับเ้าได้อีก ให้เงินนางไปเพื่อตัดความรำคาญจะไม่ดีกว่าหรือ? เ้าเองก็จะได้อยู่อย่างสงบด้วย”
โจวเถาเถาส่ายหัว “ถ้าวันนี้พวกเขาไม่ได้มาฟ้องข้าทำให้ข้าเสียชื่อเสียง ข้าตีเขาหัวแตก ข้าย่อมจ่ายเงินให้ได้ แต่ดูพวกเขาสิ ก่อนจะไปยังไม่คิดจะขอโทษข้าสักคำ แสดงว่าเขาไม่ได้สำนึกผิดเลย คนแบบนี้จะให้ข้าแสดงคุณธรรมใจดีกับเขา ข้าไม่ใช่คนใจกว้างขนาดนั้นหรอก!!”
“เอาล่ะๆ แม้ว่าข้าจะขอให้เ้าจ่ายเงินให้โกวต้านก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก อาการาเ็ของเขาก็แค่ภายนอก ใช้เงินอย่างมากก็แค่ไม่กี่เหรียญทองแดง อย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งหรือสองตำลึงเงินเท่านั้น เอง”
ในขณะที่เขาพูด เขาก็ลดเสียงลง"ข้าได้ยินมาว่า วันนี้เ้าทำเงินได้เยอะมากนี่ แล้วยังจะไม่มีเงินจ่ายอีกหรือ?”
โจวเถาเถาหัวเราะ “มันไม่ใช่เื่ของเงิน หากแต่เป็เื่ของหลักการ ท่านอย่ามัวมาเสียเวลาเกลี้ยกล่อมข้าอีกเลย ข้าไม่มีวันให้เงินคนอย่างนางจ้าวหรอก "
เมื่อหลี่เจิ้งเห็นว่าเกลี้ยกล่อมนางไม่ได้ผลแล้วเขาจึงกลับไป หากผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ต่างก็ยังพากันพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของแม่ม่ายหวังกันอย่างสนุกปาก
โจวเถาเถาอดคิดอย่างแปลกใจไม่ได้ว่า ชาวบ้านเหล่านี้พอใจอยู่แค่มีอาหารกินและเสื้อผ้าที่พอใส่เท่านั้นหรือ?
ฝูอันที่เพิ่งกลับมาจากในเมืองได้ยินเื่ที่แม่ม่ายหวังทะเลาะกับนางจ้าว เขารีบวิ่งไปหาที่บ้านของนาง กว่าจะรู้ตัวก็มายืนเหยียดชะเง้อคอดูนางที่หน้าบ้านแล้ว
ที่ลานหน้าบ้าน โจวเถาเถากำลังตรวจดูลำคอของลูกชายอย่างระมัดระวัง นางเห็นรอยข่วนตามเนื้อตัวของเขา นางก็ได้แต่โทษตัวเอง
ถ้ารู้อย่างนี้ข้าน่าจะตีนางจ้าวให้หนักกว่านั้น
“เจ็บไหม?” โจวเถาเถาถามด้วยความทุกข์ใจ มองรอยขีดข่วนที่คอของเสี่ยวหงเอ๋อ
เด็กน้อยได้รับความอ่อนโยนจากมารดา หัวใจเขาก็อบอุ่นขึ้นมา ดังนั้นเขาแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย “ไม่เจ็บ”
“ต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ลูกของแม่ต้องเอาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน แม่จะเป็ยังไงก็ได้ แต่ถ้าเสี่ยวหงเอ๋อของแม่าเ็ แม่จะเสียใจอย่างที่สุด” ว่าแล้วนางก็ลูบเนื้อตัวของลูกชายเบาๆ
เ้าซาลาเปาน้อยได้ยินเสียงอ่อนโยนของมารดา ปลายจมูกก็อดแสบขึ้นมาไม่ได้ น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ เด็กน้อยพยักหน้า กอดแม่ของเขาไหล่บางๆ ของเขาสั่นสะท้าน
เขาชอบแม่คนนี้เหลือเกิน ชอบมากจริงๆ ฝูอันเห็นคนทั้งสองในลานบ้าน หูของเขาเต็มไปด้วยเสียงนุ่มนวลของโจวเถาเถา เสียงคมชัดราวกับสายลมของฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านหัวใจของเขานำพามาซึ่งความอบอุ่น นางเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นางอ่อนโยนมาก จนอดไม่ได้ที่อยากจะเข้าไปชิดใกล้นางมากขึ้น
บางทีอาจเป็เพราะสายตาของเขาที่ร้อนแรงมากเกินไปทำให้โจวเถาเถารู้สึกตัว หันหน้ามาเห็นเขาเข้าพอดี เมื่อเห็นนางเดินตรงมา ฝูอันก็หน้าแดงขึ้นมาทันที ดวงตาเขาเป็ประกายไม่กล้าสบตานาง
“มีเื่อะไรหรือ?” โจวเถาเถามองเขาอย่างสงสัย
ฝูอันพูดไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ถามนางกลับไปว่า “เ้า..สบายดีหรือไม่?”
“ข้าไม่เป็อะไร?”
ฝูอันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขาเกาหัวแกรกๆ “ข้า ..ข้าแค่มาดูเท่านั้น ข้าไปก่อนล่ะ” เขาไม่พูดอะไรต่อ หันหลังวิ่งหนีไปทันที
โจวเถาเถากระตุกยิ้ม “เขามาทำไมนะ?”
*****************
ผรร :ไหนใครว่าเื่นี้ไม่มีพระเอกละ ออร่ามาหน่อยๆ แล้ว..กลางๆ เื่ก็จะมามากๆ พระเอกเื่นี้เป็ขนมถ้วยฟู คาร์เขาจะออกช้า หน่อย แต่น่าเอ็นดู